Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [เควสบังคับ]

หน้า 1 จาก 4 1, 2, 3, 4  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Quest Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [เควสบังคับ]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Thu 05 Jun 2014, 01:15

ระยะเวลาภารกิจ พิมพ์ว่า:FRE 01/08/14 ; 00.00 TH
รายละเอียดภารกิจ พิมพ์ว่า:เขียนอธิบายถึงอดีตของตัวละคร ความยาวไม่จำกัด โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  • [สำหรับนักเรียน] สาเหตุของความพิการ เช่น เป็นมาแต่กำเนิด, ประสบอุบัติเหตุ
  • ชีวิตโดยคร่าวก่อนที่จะเข้ามายังโรงเรียนควิ้นท์ เช่น ถูกรังแก, ไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน, เคยทำงานที่บริษัทควิ้นท์มาก่อน






  GRADE EXP. (QUEST)
ไอเทมเพิ่มหลอด Grade Exp. ตามปริมาณที่กำหนด เมื่อหลอด Grade Exp. เต็ม จะได้รับการเลื่อนระดับชั้นทันที ค่าประสบการณ์ที่จะได้รับในครั้งนี้ จะเพิ่มตามจำนวนคะแนนตั้งแต่ 50-100 Grade Exp. จากการตรวจประวัติโดยผู้อำนวยการโรงเรียน


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Sun 15 Jun 2014, 18:21, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Re: Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [เควสบังคับ]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Sun 15 Jun 2014, 16:31

ย้อนรอยอดีต "นรินทร์" ๐ ๐ ๐

ครั้งหนึ่ง บนโลกมืดมิดใบนี้...  ผมเคยขายล็อตเตอรี่อยู่ 'ริมถนน'
ครั้งหนึ่ง บนโลกมืดมิดใบนี้...  ผมได้พบกับหญิงสาวนามว่า 'เรเน่ กิลเล็ต'
ครั้งหนึ่ง บนโลกมืดมิดใบนี้...  ผมถูกเรเน่ 'ซื้อตัว' ด้วยเงินจำนวนมหาศาล

ครั้งนี้ บนโลกมืดมิดใบนี้...    'ร่างกาย' ของผมได้ตกเป็นของเธอ
ครั้งนี้ บนโลกมืดมิดใบนี้...    'ตัวตน' ของผมได้ถูกลบเลือนหายไป
ครั้งนี้ บนโลกมืดมิดใบนี้...    ผมได้รับ 'ชื่อเรียก' ตัวตนใหม่


นับจากวันนี้ บนโลกมืดมิดใบนี้...   ผมคือ 'นรินทร์'



อ่านย้อนรอยอดีต Full version ของ นรินทร์ได้ "ที่นี่"


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Tue 08 Jul 2014, 03:27, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Re: Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [เควสบังคับ]

ตั้งหัวข้อ  Randel on Tue 08 Jul 2014, 03:20

ย้อนรอยอดีตของ เกลิน คริสตัล


    สวัสดีค่ะ ฉันเกลิน คริสตัล ทุกคนอาจจะสงสัยว่าฉันเป็นใคร มาจากไหน ที่จริงแล้ว...
ฉันก็คือ บันนี่ บลู ที่ทุกคนรู้จักนั่นล่ะค่ะ เมื่อปีก่อนฉันได้ถูกโจรลักพาตัวมาจากประเทศของตัวเอง
และหนีมาได้แต่ก็ได้รับบาดเจ็บที่ไหล่ซ้ายจากการถูกยิง ฉันเสียเลือดมากและไปสลบที่ทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง
แต่แล้วสวรรค์ก็ยังเมตตา ฉันได้รับการช่วยเหลือจาก บอร์น รอยล์ อดีตผู้บริหารของควิ้นท์
เขาบอกฉันว่าบริษัทแห่งนี้ยังไม่มีแพทย์สำหรับคนในบ้านและเพื่อเป็นการตอบแทนจากการที่เขาช่วยชีวิตฉัน
ฉันจึงอยู่ที่นี่ แต่ก็เป็นเรื่องแปลกที่เขาให้ฉันเป็นหมอราวกับรู้ว่าฉันเพิ่งเรียนจบจากแพทย์มาสดๆ ร้อนๆ

หลังจากนั้นฉันก็ได้รู้จักกับทุกๆ คน แต่เพราะยังไม่ไว้วางใจฉันจึงได้โกหกชื่อของตัวเอง
เวลาผ่านมาเรื่อยๆ ทำให้ฉันเรียนรู้คนในบ้านมากขึ้น ฉันวางใจ ฉันดีใจที่ได้มาที่นี่
แต่ยังไม่ถึงปีที่ฉันได้เข้ามาที่บริษัท บอร์น รอยล์ ก็ได้เสียชีวิตลง ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้น
เรื่องราวมากมายที่พรั่งพรูเข้ามาทำให้บริษัทต้องปิดตัวลงในที่สุด ทุกคนต่างเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
แต่แล้ว... เราก็ได้รับข้อความจาก เรเน่ กิลเล็ต ผู้บริหารอีกคนว่า เธอจะสร้างโรงเรียนสำหรับผู้พิการและเราจะได้
เข้าไปทำงานที่นี่ ฉันรู้สึกดีใจมากที่เราทุกคนจะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง

ฉันได้เปิดเผยตัวตนของฉันแล้ว และจะทำหน้าที่ ครูพยาบาท เอ๊ย พยาบาลให้ดีที่สุด

ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ!


GRADE EXP. +70

Randel

INFO. Randel Waller Donovan
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3
ช่วยลดค่า Grade Exp. สูงสุด 2%

Ore Ore : 79
Spirit Point : 59733757
CHIPS +1 M 803 K



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
1340/1350  (1340/1350)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [Requisite]

ตั้งหัวข้อ  ผู้มาเยือน on Thu 10 Jul 2014, 03:37

ย้อนรอยอดีตของ เลย์

สวัสดีขอรับ หลังจากออกเรือไปอยู่เกาะได้ไม่นาน ก็ได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง

มีข้อความสั้นๆว่า มาเจอกันหน่อย ตามที่อยู่บลาๆๆ จากเรเน่

เมื่อได้เจอกัน เรเน่ก็อธิบายเรื่องโรงเรียนแห่งนี้

ก็รีบตัดสินใจเข้าทำงานในตำแหน่งภารโรงทันที

 


GRADE EXP. +50

ผู้มาเยือน
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Re: Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [เควสบังคับ]

ตั้งหัวข้อ  ผู้มาเยือน on Thu 10 Jul 2014, 12:54

จุดเริ่มต้นของฉันหรอค่ะ? หึ! ฉันคิดว่าฉันไม่อยากพูดถึงมันอีก....


ฉันชื่ออยู่กับพี่ชาย 2 คน มาตั้งแต่เด็กโดยที่ฉันไม่ได้รู้เลยว่าพ่อกับแม่ฉันเป็นใคร น่าสงสารใช่ไหมหล่ะ? ฉันต้องทนทำงานทุกอย่างเพื่อ "เงิน"
ก่อนที่ฉันจะมาที่นี้ ฉันได้ทำงานที่คลับแห่งหนึ่งกับพี่ชาย ภายในคลับมักจะเสียงดังเป็นประจำจนฉันเคยชิน ฉันทำงานที่คลับนั้นได้ปีกว่าจนรู้สึกว่าบางอย่างของฉันมันไม่เหมือนเดิม
ฉันจะรู้สึก"ปวดหู" ทุกครั้งที่ตื่นนอนตอนเช้า และวันนั้นมันทำให้ฉันต้องมาอยู่ที่นี้โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้...

"..."
"พี่...พี่ฮุนพูดอะไร ฉันไม่ได้ยินพูดดังๆหน่อยสิ"
"..."
"พี่ฮุน...ฉันไม่เล่นนะ ฉันไม่ได้ยินจริงๆ"

พี่ชายฉันรู้ดีว่าฉันกำลังจะเป็นอะไร เขาหยิบปากกาขึ้นมาเขียนว่า 'โฮยอนต้องไปโรงพยาบาลนะ โฮยอนจะได้หาย'
ฉันรู้สึกตกใจและคิดในใจว่า ทำไมต้องเป็นแบบนี้...ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นกับฉัน!! ฉันไม่อยากกลายเป็นคนหูหนวก!!
และหลังจากที่ฉันไปหาหมอมา ฉันรู้สึกว่าอาการมันดีขึ้นแต่...มันก็แค่นั้น ฉันได้ยินเสียงเบามากจนไม่สามารถจับใจความได้เลย มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนคนที่กำลังจะไร้ค่า
ในตอนนั้นฉันพยายามที่จะพูดและฟังให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะใช้ชีวิตอย่างคนปกติ แต่ฉันต้องรู้สึกเจ็บปวดอีกครั้งนึงเมื่อพี่ชายบอกกับฉันว่า...

"นี่...รู้ไหม โฮยอนต้องไปอยู่ในที่ที่ของโฮยอนนะค่ะ ที่นั้นมีคนเยอะแยะเลย เขาจะเป็นเพื่อนที่ดีกับโฮยอนได้"
"ไม่ โฮยอนไม่อยากไป โฮยอนอยากอยู่กับพี่ฮุน"
"ห้ามดื้อกับพี่ซิค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงพี่นะ ไว้พี่จะไปหาทุกอาทิตย์เลย"
"สัญญากับโฮยอนก่อนนะ พี่ฮุน"
"พี่ฮุนให้สัญญานะค่ะ"
พี่ชายของฉันควักโทรศัพท์ต่อปลายสายหาใครคนนึง ฉันไม่ได้ยินที่เขาพูดหรอกแต่ฉันอ่านปากได้ประมาณว่า 'ฉันส่งน้องสาวของฉันไปแล้ว ฝากดูแลด้วยนะ เรเน่...'

"พี่ฮุนค่ะ แล้วที่นั้นคือที่ไหนค่ะ"
Quaint School Community...


GRADE EXP. +70

ผู้มาเยือน
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Re: Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [เควสบังคับ]

ตั้งหัวข้อ  ผู้มาเยือน on Thu 10 Jul 2014, 15:33

Nave Elizabeth Chaw Blanchard (เนฟ-อลิซาเบธ-ชวอ-เบลนเชอร์)

ฉันชื่อ เนฟ อลิซาเบธ ชวอ เบลนเชอร์
จะเรียกว่า เนฟ เฉยๆก็ได้ มันง่ายดีใช่ไหม?
คุณคงสับสนว่าทำไมฉันถึงรู้จักโรงเรียนนี้ได้ และสับสนว่าทำไมฉันถึงมาเป็นครู
มันเริ่มต้นจาก...

ริวจิ : นี่เอจจังเสร็จหรือยังเราจะขึ้นเครื่องกันแล้วนะ
เอเรจิ : เราจะไปที่ไหนกันหรอ? เกาหลี ญี่ปุ่น กลับบ้าน?
ริวจิ : เราจะไปอังกฤษกัน (*..*)
เอเรจิ : ไปทำไม!!! ทำไมไม่กลับบ้าน
ริวจิ : ตอนออกมาจากควิ้นซ์ มีจดหมายที่เรเน่ทิ้งไว้ให้อ่าน จำได้ไหม?
เอเรจิ : อื้ม..โรงเรียนผู้พิการอ่ะหรอ? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับอังกฤษ
ริวจิ : เพราะพวกเราต้องเอาใบสมัครไปให้คนๆนึงก่อน แล้วเขาก็อยู่อังกฤษ มัวแต่พูดไปเถอะๆๆ ขึ้นเครื่อง
เอเรจิ : แหม...พอเอเรจิจำได้นี่พูดเยอะเชียวน้า อิอิ

อังกฤษ...บ้านเบลนเชอร์
ริวจิ : อ๊าคิดถึงจัง เอจจังจำได้ไหม?
เอเรจิ : ที่นี่ที่ไหนกัน? บ้านใหญ่จังเลย
ริวจิ : มา เราเข้าไปข้างในกันเถอะ
แอ๊ดดดดดดดด
??? : แหม...ไม่ได้เจอกันนานเลยนะริวจิ
ริวจิ : เฮ้!!! เนฟ คิดถึงจังเลย
นั่นล่ะถึงคราวที่จะเล่าเรื่องของฉันแล้ว
ฉันป่วยตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ภายนอกจะดูราวกับคนปกติแต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย
ฉันป่วยเป็น Savant syndrome หรือที่เรียกว่า อัจฉริยะปัญญาอ่อน
ความสามารถของฉันคือความจำ แม้มองสิ่งที่เห็นเพียงครั้งเดียวก็จะจำได้ขึ้นใจ
ฉัน : มาทำไม?
ริวจิ : นี่ๆเนฟจำเอจจังได้ไหม?
ฉัน : เอจจัง? อยู่ไหน?
ชายตรงหน้าฉันหลีกทางให้พบกับหญิงสาวที่ทำหน้าเหมือนไม่เคยเจอฉันมาก่อน เอเรจิ...
เอเรจิเธอคือเพื่อนสมัยเด็กที่ฉันมีในขณะที่คนอื่นๆต่างไม่เข้ามายุ่งกับฉัน
ฉัน : เอจจังจริงเหรอ?
เอเรจิ : เธอเป็นใครหรอ?
ฉัน : ??? เธอจำฉันไม่ได้หรอ? ฉันเนฟ...
เอเรจิ : อลิซาเบธ
ฉัน : ใช่ๆเธอเรียกฉันอย่างนั้น จำได้ใช่ไหม?
หญิงสาวจริงหน้ามองหน้าฉันแล้วพยักหน้าลงช้าๆ ก่อนที่ริวจิจะยื่นกระดาษแผ่นนึงมาให้อ่าน
ฉันนั่งอ่านมันอย่างใจจดใจจ่อ ก่อนที่จะสบถออกมา
ฉัน : ชิ! ฉันไม่สนใจสังคมภายนอกหรอกนะ อยู่ที่นี่ีฉันมีทุกอย่างที่ต้องการแล้ว สิ่งที่ฉันสนใจอยู่ที่นี่
ริวจิ : แล้วเพื่อนล่ะ? เธอไม่อยากมีหรอ? เดี๋ยวเรากับเอจจังจะกลับบ้านแล้วนะ เธอจะอยู่กับใคร
ฉัน : แล้วนายรู้ได้ไงว่าฉันต้องการเพื่อน
ริวจิ : งั้นฉันขอพูดอย่างนะ เธอจะใช้ชีวิตของเธออย่างไร้ประโยชน์อย่างนี้ไปวันๆหรอ?
อยู่กับที่เดิมๆสิ่งเดิมๆ ไปที่นี่สิรับรองเธอจะมีสิ่งที่สนใจเพิ่มขึ้น
ฉัน : เอจจังจะไปกับฉันไหม?
เอเรจิ : ไม่หรอก เค้าจะต้องกลับบ้าน ไปเถอะอลิซาเบธ...ที่นี่มีสิ่งที่เธอจะต้องสนใจและเธอจะหลงรักที่นี่แน่นอน เหมือนกับฉันและริวจิ
ฉัน : (T^T) อื้มๆฉันจะไปคิดดูนะ
หลังจากนั้น 2 วันทั้งคู่ก็กลับบ้านไป ฉันครุ่นคิดเรื่องใบสมัคร และฉันก็ตัดสินใจไปโรงเรียนแห่งนี้ในฐานะ ครูสอนวิทย์ศาสตร์


GRADE EXP. +70

ผู้มาเยือน
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Re: Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [เควสบังคับ]

ตั้งหัวข้อ  ผู้มาเยือน on Fri 11 Jul 2014, 08:48

ย้อนรอยอดีต "อนันดา เอริค วาโชวสกี้"

ความทรงจำในวัยเด็กที่ผมจำได้คือสีแดง
และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา... ชีวิตผมก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

ผมเสียแขนทั้งสองข้างไปตั้งแต่อายุสิบขวบจากอุบัติเหตุเพลิงไหม้ แผลหนักจนต้องตัดแขนไป
สามปีที่ไม่มีแขน ผมเริ่มฝึกใช้มือใช้ขาเพื่อทดแทน
พ่อกับแม่เสียใจมาก... พวกท่านพยายามเลี้ยงดูผมให้ดีที่สุด แต่แรกๆ ผมก็เสียใจ ท้อแท้ไปมากเลยล่ะ
แต่ทุกวันนี้...  ผมก็โอเคแล้วนะ

ผมตัดสินใจไม่ใส่แขนเทียม เนื่องจากมันไม่ถนัด แล้วก็อึดอัดแปลกๆ
ตั้งแต่ประสบอุบัติเหตุ พ่อกับแม่ให้ผมเรียนโฮมสกูลกันเองที่บ้านแทน บางปีก็เรียนที่บ้านพ่อที่ไทย บางทีที่ไปเยี่ยมญาติฝ่ายแม่ที่รัสเซีย ก็เรียนที่นั่นด้วย
จนวันหนึ่ง...

เพื่อนของพ่อมาที่บ้าน พร้อมกับลูกสาวของเขา
ผมจำได้ว่าพี่สาวเคยมาเล่นกับผมตอนผมเด็กๆ เธอชื่อ "ลิลดา" แต่ปกติผมเรียกว่าพี่มิว
พ่อกับพี่มิวคุยกันด้วยท่าทีจริงจังนานพอสมควร ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องอะไร
แล้วพ่อก็มาบอกผมว่า "พ่อเจอที่ที่เหมาะสมกับลูกแล้วนะ ลูกต้องชอบแน่"
ทีไหนเหรอ..?

พี่มิวบอกว่า "ที่นั่นผมจะได้มีเพื่อน และจะไม่รู้สึกแปลกแยกแน่ๆ"
แต่ผมก็ไม่เข้าใจนักหรอก...

จนกระทั่งได้มาที่นี่
"Quaint School"


GRADE EXP. +80

ผู้มาเยือน
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Re: Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [เควสบังคับ]

ตั้งหัวข้อ  dedog on Sat 12 Jul 2014, 23:18

ย้อนรอยอดีตของ จิณณ์

ผมเป็นคนชอบทำอาหารมาตั้งแต่เด็กๆแล้วครับเพราะที่บ้านเป็นร้านอาหาร

ตอนอายุประมาณสิบขวบกว่าๆได้มั้งผมก็ไม่สบาย
ไม่สบายหนักมากๆจนต้องเข้าโรงพยาบาล
ช่วงนั้นแหละครับที่รู้สึกว่าเสียงรอบๆตัวเริ่มหายไป
ทีแรกก็คิดว่าถ้าหายไม่สบายเสียงรอบๆตัวคงจะกลับมา
แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่กลับมา...:(

ช่วงนั้นเห็นคุณพ่อคุณแม่เครียดกันมากเพราะผมหูหนวก
ผมก็เลยพยายามทำให้พวกท่านสบายใจ
ด้วยการทำเหมือนกับว่าผมไม่มีปัญหาอะไรกับโลกที่เงียบสงัดนี่

ผมฝึกอ่านปากคนจากการดูภาพยนตร์และสังเกตคนรอบๆตัว
ฝึกยากเหมือนกันนะครับแต่ในที่สุดผมก็ทำได้
ผมฝึกพูดโดยอิงจากความทรงจำสมัยที่ยังได้ยินเสียงอยู่
แล้วผมก็ฝึกทำอาหารด้วย
เป็นโชคดีของผมที่คุณพ่อคุณแม่คอยให้กำลังใจอยู่ตลอด :)

ช่วงแรกผมก็ช่วยงานอยู่ที่ร้านอาหารของที่บ้านแหละฮะ
แล้วก็มีผู้หญิงสวยๆคนนึงมากินข้าวที่ร้าน
เมื่อเธอกินอาหารที่ผมทำก็เข้ามาพบผมในครัวแล้วยื่นนามบัตรมาให้

เธอชวนผมให้ไปที่โรงเรียนควิ้นท์

คุณพ่อบอกเป็นว่ามันเป็นโอกาสทองสำหรับผม
คุณแม่ก็สนับสนุนให้ไปที่นี่เพื่อตัวผมเอง

นั่นทำให้ผมตัดสินใจมาสมัครที่นี่ครับ :)


GRADE EXP. +75

dedog

INFO. Jinn
ร.ศ. ภาควิชาศิลปะ
ชมรม : โสตทัศนศึกษา (★)
-7% Grade Exp.

Ore Ore : 568
Spirit Point : 95769037
CHIPS +50 M 722 K 109

CHIPS +3.0%/เดือน | ได้รับ ทุนการศึกษา/เงินเดือน เพิ่ม 100% ของฐานปัจจุบัน | ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
402/3430  (402/3430)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Re: Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [เควสบังคับ]

ตั้งหัวข้อ  ผู้มาเยือน on Sat 19 Jul 2014, 00:14

โหลวเซี่ยเป็นลูกสาวคนรองของหัวหน้ามาเฟียผู้ถูกขนานนามว่า'พยัคฆ์แห่งตะวันตก'
ในระหว่างพิธีแต่งงานของโหลวหลันซึ่งเป็นน้องเล็กของตระกูลก็เกิดจราจลขึ้นโดยกลุ่มผู้ไม่หวังดี
เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายจนไม่สามารถควบคุมได้ มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
โหลวหลันบาดเจ็บสาหัส ส่วนโหลวเซี่ยโดนคนร้ายโปะยาสลบและลากตัวออกไป

เมื่อรู้สึกตัวก็พบว่าตนถูกจับมัดอยู่ในรถยนต์คันหนึ่ง
โหลวเซี่ยใช้โอกาสที่คนร้ายยังไม่รู้ตัวพยายามคลายเชือกที่พันธนาการเธอไว้ออก
ไม่รู้ว่าพวกมันจะพาเธอไปที่ไหน แต่อย่างไรหนทางข้างหน้าคงไม่พ้นตกนรกทั้งเป็น
โหลวเซี่ยตัดสินใจเดิมพัน เสี่ยงชีวิตเพื่อหนีในตอนนี้ดีกว่าต้องไปพจญกับสิ่งที่รออยู่
เมื่อสบโอกาสช่วงที่รถติด เธอรีบเปิดประตูรถหมายจะหนีให้เร็วที่สุดทันที
คนร้ายตะโกนร้องให้เพื่อนรู้ตัว และรีบตามเธอมาอย่างรวดเร็ว
เธอวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต แต่ด้วยฤทธิ์ยาและความอ่อนล้าทำให้พวกมันตามมาทันในที่สุด
โหลวเซี่ยพยายามวิ่งไปที่ถนนใหญ่เพื่อร้องขอให้คนช่วย เกิดการยื้อยุดชุดกระชากครู่ใหญ่
ก่อนที่คนร้ายจะบรรดาโทสะ จับร่างของเธอเหวี่ยงออกไป
สติของเธอดับวูบไปพร้อมกับความเจ็บปวดจากแรงกระแทก..

เธอตื่นขึ้นมาหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งด้วยความทรงจำที่ขาดหาย
มีคนมากมายกำลังมุงดูเธอ ความรู้สึกผวาหวาดกลัวเริ่มเกาะกุม
จนกระทั่งเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยื่นมือเข้าช่วยเหลือ มอบอาชีพและที่พักอาศัยให้กับเธอ
เด็กผู้หญิงคนนั้นชื่อเรเน่.. อะไรบางอย่างบอกเธอว่าเด็กคนนี้สามารถไว้ใจและพึ่งพาได้
โหลวเซี่ยจึงเข้าทำงานและอาศัยอยู่ที่บริษัทควิ้นท์พร้อมทั้งพยายามตามหาความทรงจำที่หายไป

ก่อนที่บริษัทควิ้นท์จะถูกปิดไม่นาน มีหญิงสาวนามว่าซีจีอ้างตัวว่าถูกจ้างวานมาคอยปกป้องเธอ
แม้ซีจีมักจะพูดในสิ่งที่เธอไม่เข้าใจ แต่ด้วยความจริงใจและหวังดีที่อีกฝ่ายแสดงออกมาอย่างชัดเจน
ทำให้เธอไว้ใจและยินยอมให้ซีจีคอยติดตามอยู่ข้างกาย

ในวันที่ทุกคนเก็บของเพื่อเตรียมตัวย้ายออกจากบริษัท ซีจีได้ยื่นของบางอย่างให้กับเธอ
ของสิ่งนั้นคือของสำคัญที่คนรักของเธอมอบให้เมื่อนานมาแล้ว
และของสิ่งนั้นเองที่ช่วยนำพาความทรงจำของเธอกลับมา..

ด้วยกลัวว่าทุกคนจะรับภูมิหลังของเธอไม่ได้ โหลวเซี่ยจึงไม่ยอมบอกใครเรื่องความทรงจำที่กลับมา
ในวันที่ย้ายออก จู่ๆก็มีคนแปลกหน้ามาหาเธอ และฉวยโอกาสทำร้ายหมายจะเอาชีวิต
ดวงตาข้างขวาของเธอถูกทำร้ายอย่างจัง เลือดสดๆไหลออกมาไม่หยุด
ซีจีรีบเอาตัวเข้ามาขวางและต่อสู้กับอีกฝ่ายจนต้องล่าถอยไป.. แต่ซีจีก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน
อาจเป็นเพราะเรื่องที่โหลวเซี่ยได้ความทรงจำกลับมารั่วไหล ทำให้'พวกมัน'ไหวตัว หมายจะสังหารเธอ
ซีจีขอให้เธอชะลอแผนการกลับบ้าน และอยู่กับบริษัทควิ้นท์ต่อไปก่อนเพื่อความปลอดภัย
นอกจากนี้ยังกล่าวอะไรกับเธออีกมากมายราวกับจะสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย
โหลวเซี่ยพยายามข่มความเจ็บปวดที่ดวบตา ก่อนจะรีบไปตามบันนี่มารักษาซีจีโดยเร็ว
หากแต่เมื่อกลับมาถึง ซีจีก็หายตัวไปเสียแล้ว...

จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอสูญเสียดวงตาข้างขวาและซีจี หรือชื่อจริงว่าซินจี๋ไป
เพื่อทำตามคำขอครั้งสุดท้ายของซินจี๋และเพื่อความปลอดภัยของคนรอบข้าง
โหลวเซี่ยจึงตัดสินใจเข้าทำงานที่โรงเรียนแห่งนี้
เมื่อย้อนคิดถึงอดีตที่ผ่านมา บนใบหน้าของโหลวเซี่ยมีทั้งน้ำตาและรอยยิ้ม
เธอพูดกับตัวเองเบาๆ.. บางทีงานแม่บ้านอาจจะเหมาะกว่างานจริงๆของเธอก็เป็นได้...


GRADE EXP. +100

ผู้มาเยือน
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Re: Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [เควสบังคับ]

ตั้งหัวข้อ  revan.r on Sat 19 Jul 2014, 22:46

ย้อนรอยอดีต เซย์

เซย์เป็นเด็กที่ไม่มีพ่อและแม่
__________________________________________________________________________________________________________

คืนที่ฝนตกหนัก อายุเซย์ได้ 8 ขวบ
''เซย์ พ่อกับแม่จะกลับมานะ ไม่นานหรอกพ่อสัญญา''
''?''
''ทำไมทำหน้าอย่างนั้นละลูก''
แม่นำหนังสือเรื่องดวงดาววางไว้ที่ด้านหน้าของเซย์ ''เก็บรักษามันไว้ให้ดีนะ แล้วพ่อกับแม่จะกลับมาจ่ะ มูลค่ามันมากมาย สักวันลูกต้องได้ใช้มันแน่จ่ะ'' //น้ำตาของแม่ไหลอาบแก้ม //เซย์ยื่นมือไปจับหน้าและแม่ก็โอบกอดเซย์ ''พูดออกมาสิลูกรัก'' ''......'' ''.....แม่ขอโทษนะ'' แม่ถอดกอดออกและเดินจากออกไป

__________________________________________________________________________________________________________

ในเมืองเล็กเล็ก ๆ ที่ห่างไกลจากความเจริญ ทางเดินแห่งหนุึ่ง มีผู้คนเดินไปมามากมาย ระหว่างที่เดินกลับบ้านจากการออกไปขายผลไม้ในอีกเมืองหนึ่ง
-ตุบ-
ข-ขอโทษคะ เซย์ชนกับพี่สาวตัวเล็กคนหนึ่งแต่งตัวค่อนข้างดูดีในระดับหนึ่ง เซย์ทำได้เพียงขอโทษในใจ ใบหน้าเธอดูนิ่งแฝงความเศร้าไว้และเหม่อลอยมาก แต่อย่างนั้นใบหน้าของเธอก็ดึงดูดสายตาของเซย์จนเหมือนดูดกลืนเข้าไป เมื่อเธอรู้สึกตัวเธอก็หันมามองที่เซย์ อ-เออออ๋ ข-ขอโทษค่ะ ๆ /ทำมือปัดไปไขว้มาอยู่หลายครั้ง
''ไม่เป็นไร''  ...ฟู~โล่งอกคิดว่าจะโดนดุซะแล้ว เซย์ขอโทษในใจอีกครั้งแล้วเดินหลบออกมา เซย์หันหลังกลับไปมอง หวายยยย~น่ากลัววว เธอหันมองตามเซย์ เซย์มองเห็นต้นไม้ใหญ่อยู่จึงไปหลบด้านหลัง เซย์ชะโงกหัวมองเธอช้า ๆ เธอหายไปแล้ว น่าจะเป็นเพราะเธอตัวเล็กและคนเดินไปมาอย่างมากมาย

ต่อมาอีกหลายวัน ก็ได้พบเจอเธอทุกครั้งในระหว่างที่เดินทางกลับบ้าน ไม่ว่าจะกี่วันผ่านไปเธอก็ยังคงสีหน้าแบบเดิมอยู่ตลอด ....เธอเป็นอะไรกันแน่นะ
ตัดสินใจล่ะ วันนี้ต้องรู้ให้ได้

เซย์นั่งรอเธอตรงจุดที่มักจะเจอกันบ่อย ๆ แต่ดูเหมือนวันนี้เธอจะมาช้านะ เซย์ถอดใจและกำลังจะกลับบ้าน ขณะที่กำลังจะลุกขึ้นจู่ ๆ เธอก็มายืนอยู่ตรงหน้า และดูเหมือนว่าสีหน้าเธอเปลี่ยนไปจากทุกครั้ง ดีใจอยู่หรอ ?
''..........''
''..........มา''
''??''
''มากับฉันได้ไหม''
''..........................?'' เหะ ป-ไปไหน
ดูเหมือนว่าเธอจะรู้สิ่งที่เซย์คิดในใจ ''ฉันไม่ทำร้ายเธอ'' เธอคว้ามือเซย์และพาไปที่แห่งหนึ่ง

เดินทางมาไกลมากพอสมควร ทั้งผ่านทะเลที่สวย เข้าป่า ผ่านทุ่งดอกไม้ เธอแหวกพุ่มไม้โต มีแสงพระอาทิตย์ยามเย็นส่องเข้ามาจนแสบตา เซย์หลับตาปี๋
''ถึงแล้ว ลืมตาได้'' เซย์ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ .................. เมื่อเปิดตาขึ้นมาก็พบกับบ้านไม้หลังเล็กสวยงาม เมื่อมองทอดสายตาออกไปข้างหน้า เห็นทุกส่วนของเมืองที่ฉันอยู่ โหหหหหหหสุดยอดเจ๋งสุด ๆ สิ่งที่คิดในใจได้เอ่อล้นออกมาจากสีหน้า ''ชอบหรอ ?  ฉันอยู่ที่นี่แหละ'' ''.....'' ''ว่าง ๆ ก็มาทีนี่ได้นะ ฉันอนุญาตทุกเมื่อ'' เธอเดินไปเปิดประตูบ้าน ''เข้ามาก่อนสิ หนังสือ ...ฉันมีเยอะเลยนะ'' ฉันเดินตามเธอเข้าไปในบ้าน

ภายในบ้านของเธอ เป็นสี่เหลี่ยมขนาดพออยู่ได้สัก 2 คน แต่ดูเหมือนว่าเธอจะอยู่ที่นี่คนเดียว ในบ้านมีของใช้อำนวยความสะดวก มีเตียงนอนขนาดเล็ก ทั้งครัว โต๊ะทานข้าว รวมอยู่ในนี้หมด เพียงแต่ถูกจัดออกเป็นหมวดหมู่เรียบร้อย ฉันนั่งลงที่โต๊ะทานข้าว
''น้ำมั้ย ?'' ฉันพยักหน้ารับ ''หนังสืออยู่ชั้นใต้ดิน ตามมาสิ'' เธอเดินไปตรงหัวเตียงนอนที่หัวเตียงมีคานไม้ใหญ่เธอใช้แรงทั้งหมดดึงเข้าหาตัว ''.......''
ครืน~~ เธอดึงจนสุด มีเสียงดังตามมา ซู่มมมมกึก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พื้นที่เธอยืนอยู่ถูกเปลี่ยนเป็นบันไดลงด้านล่าง สุดยอดแฮะ เธอหยิบตะเกียงบนตัวเตียง และเดินลงไปตามทางบันไดฉันเดินตามเธอไปติด ๆ ลึกพอสมควร ''ถึงแล้ว'' เธอหยิบตะเกียงไฟที่เสียบไปกับเต้าไฟตรงเสา พอดึงออกแสงก็เริ่มสว่างขึ้นจนสุด ข้างล่างมืดมากฉันยื่นตะเกียงออกห่างรอบตัวเพื่อดูรอบ ๆ ดูเหมือนด้านในจะไม่ค่อยกว้างเท่าไหร่ แต่ที่น่าทึ่งคือ มีหนังสือกองเต็มไปหมด ''เลือกอ่านได้ตามใจชอบ'' ''...'' ฉันเดินดูหนังสือไปเรื่อย ๆ สายตาก็ไปหยุดที่หนังสือเล่มหนึ่ง ............... น-น้ำตามันไหลอาบแก้ม ฉันหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมากอด
''เก็บรักษามันไว้ให้ดีนะ แล้วพ่อกับแม่จะกลับมาจ่ะ มูลค่ามันมากมาย'' แม่คะ  อึก แม่ค่ะพ่อค่ะ
''ฉันให้'' เอ่ะะ ฉันหันไปหาเธอทันที ''!?'' ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ มันน่าจะอยู่ที่นั่นสิ
''ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันสำคัญกับเธอมากแค่ไหน แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ เดิมทีแล้วทีนี่ก็ไม่ใช่บ้านก็ฉันเลย เมื่อไม่กี่เดือนก่อนฉันได้มาอยู่ที่นี่กับยายแก่คนหนึ่ง เธอบอกว่าที่นี่น่ะสามารถมาอยู่ได้ตามสบายเลย หนังสือพวกนี้เธอไปรับมาจากร้านหนังสือที่ทิ้งมัน'' ใช่แล้วฉันเอามันไปขายเอง เพราะฉันไม่รู้จะทำอย่างไรดี แต่ฉันพยายามหาผลไม้ไปขายเพื่อเก็บเงินมาซื้อคืน
''เธอเก็บหนังสือที่คิดว่าน่าจะมีค่ามากมาตลอดกะไว้ว่าจะเอาไปขายเพื่อเอาเงินมาอยู่มากิน แต่ดูเหมือนหนังสือมันจะเก่าจนเกินไป ที่ไหน ๆ ก็ไม่รับซื้อ แต่เธอก็ยังคงตามเก็บหนังสือไปเรื่อย ๆ ฉันเจอกับเธอได้ไม่กี่วัน เธอก็.......ฉันชอบที่นี่นะ''
''.....''
''เธอพูดไม่ได้เหรอ ?'' ฉันนิ่งเงียบไปพักใหญ่ และพยักหน้ารับ ''กะไว้แล้วเชียว'' เอ่ะะ เธอคงจะรู้ตั้งแต่วันแรกที่ชนกันแล้วสินะ ''นอกจากหนังสือนั่นแล้ว มีของที่จะให้อีก'' พูดจบเธอก็เดินขึ้นไปข้างบน และกลับลงมาพร้อมกับกระดาษใบหนึ่ง และเธอก็ยื่นให้ฉัน ฉันว่างหนังสือลงและหยิบมันมาดู

''Quaint School Community''

''เมื่อไปถึงที่นั่นแล้ว บอกว่า น้ำข้าวส่งเธอมา'' เธอพูดพร้อมรอยยิ้ม ใบหน้าที่เธอยิ้มดูงดงามมาก ๆ


GRADE EXP. +85

revan.r

INFO. Say
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5
ช่วยลดค่า Grade Exp. สูงสุด 3%

Ore Ore : 56
Spirit Point : 25323493
CHIPS +5 M 604 K 804



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
1453/1500  (1453/1500)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Re: Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [เควสบังคับ]

ตั้งหัวข้อ  ผู้มาเยือน on Fri 01 Aug 2014, 16:14

ผมเจอะเจอบริษัทนี้โดยความบังเอิญ...
ราย กับ เรเน่ ทำให้ผมได้เจอกับลูกพี่ลูกน้องผม
ผมเลยได้มีโอกาสทำงานเปนเชฟกระทะเหล็กในควิ้นท์แห่งนี้...
แต่...ผมก็อยู่ได้ไม่นาน บริษัทนั้นก็ต้องปิดตัวลง

ในทีแรก ผมตั้งใจจะพาซันกลับฝรั่งเศสด้วย แต่เธอดูไม่ค่อยอยากจะไปเท่าไหร่นัก
เพราะยังไงที่นี่ก็เปนบ้านเกิดของเธอ
ก่อนกลับฝรั่งเศส ผมจึงพาเธอไปเที่ยวแก้เครียด
แต่ในระหว่างนั้น ก็ทำให้ซันไปเจอพนักงานบริษัทรายเก่าคนหนึ่งเข้า
เขาคือ วายุ แฟนของซันนั่นเอง... ผู้ที่ถูกตั้งให้อยู่ในสถานะหายสาบสูญ
ยิ่งเปนแบบนี้ ซันยิ่งไม่อยากกลับไปฝรั่งเศสแน่

สองสามวันหลังจากนั้น ผมก็ลากวายุกลับมาที่บ้านของเขา
ในวันนั้นครอบครัวของเขาได้อยู่กันพร้อมหน้าพอดี ทุกคนช่างดูมีความสุขกับการกลับมาของเขา
จู่ๆ ผมได้ข่าวจากเรเน่ว่าได้เกี่ยวกับโรงเรียนเปิดใหม่
''Quaint School Community'' ผมจึงชวนซันเพื่อที่จะกลับเข้าไปทำงานด้วยกันอีกครั้ง
แต่ดุเหมือนว่า ซันจะอยากอยู่กับวายุ ซึ่งเขาไม่กล้ากลับไปทำงานที่นั่นอีก
เขารู้สึกเหมือนเป็นคนที่ทิ้งภารกิจไปเป็นปี ถึงแม้จะแค่เพราะว่าเขาหลงทางก็ตาม
เขาจึงไม่มีหน้ากลับไปที่นั่นได้อีก

แต่จะให้ผมอยู่บ้านเดียวกับเขามันก็ใช่ที่ และผมก็ยังอยากดูแลน้องสาวอยู่ใกล้ๆ
ผมจึงตัดสินใจทำงานที่นี่ เพราะวันหยุดผมก็ยังไปเยี่ยมเธอได้ ดีกว่าไปอยู่ฝรั่งเศสแล้วไม่สามารถดูแลเธอ
ถึงแม้ตอนนี้จะมีวายุอยู่แล้วก็ตาม สำหรับผมยังไงเธอก็คือน้องสาวที่ดีที่สุดของผมเสมอ
และด้วยที่เธอไม่มีญาติคนอื่น ผมจึงยิ่งจำเป็นต้องอยู่ที่นี่

นรินทร์...จากนี้ไป ผมขอฝากตัวด้วยนะครับ


GRADE EXP. +75

ผู้มาเยือน
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Re: Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [เควสบังคับ]

ตั้งหัวข้อ  ผู้มาเยือน on Tue 05 Aug 2014, 21:05

ชีวิตในวัยเด็กของ คราส เซมานอฟ
ต้องเริ่มจากมากาเร็ต เซมานอฟ เป็นลูกอดีตขุนนางหัวโบราณของรัสเซีย แต่รักกับคนอเมริกัน ถูกทางบ้านดูถูก หลังจากเธอคลอดลูกคนแรก(ยูริ เซมานอฟ)ก็ถูกไล่ออกจากบ้าน ลูกชายคนแรกกับถูกทางบ้านเซมานอฟ รับไว้เลี้ยงดูเพราะเป็นหลานชายคนแรก หลังจากถูกไล่ไม่นาน คนรักก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ มากาเร็ต ที่เสียทั้งสามีและไม่มีโอกาสได้เจอลูกชายคนเดียวเลยหันไปเข้าลัทธิซาตาน หลังจากนั้น 7 ก็ได้คลอดลูกชาย (ไม่ทราบผู้เป็นพ่อ)ให้ชื่อว่าคราส แต่หลังจากคลอดได้ 5 ปีก็เกิดอาการทางประสาท จิตหลอนคิดว่าลูกของตัวเองเกิดจากซาตาน เริ่มหวาดหลัวลูกชายและใช้ความรุนแรง
คราสอายุได้ 7 ปี มากาเร็ต ผู้เป็นแม่ได้ ตัดหูลูกชายตัวเองเพราะอาการทางประสาท
ครั้งนั่นคราสสามารถได้ยินเสียงเพียงเล็กน้อย
ต่อมา 5ปี ยูริ เซมานอฟ(ลูกชายคนแรกของมากาเร็ต)ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดของผู้เป็นแม่ เลยพยายามดึงตัวน้องชายต่างพ่อมาอยู่ที่บ้านเซมานอฟ แต่ไม่สำเร็จ
2 เดือนต่อมา มากาเร็ต พยายามฆ่าคราสด้วยการบูชายัน โดยใช้มีดกรีดจากใต้คอลงมาถึงหน้าอก(เป็นรอยแผลเป็นจนถึงตอนนี้)
แต่สุดท้าย ยูริ พี่ชายต่างพ่อได้มาช่วยไว้ แต่บาจเจ็บเกือบตายและเส้นเสียเสียหาย สามารถพูดได้แต่เป็นเสียงแหบต่ำนาากลัว และไม่สามารถพูดเร็วได้ และจะเหนื่อยหอบถ้าพูดมาก และคราสก็ได้เครื่องช่วยฟังสามารถฟังเสียงได้ดีขึ้น
แต่เรื่องจิตใจก็มีปัญหาเรื่องพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง

เลยต้องขอฝากกับที่โรงเรียนนี้ดูแล คราส น้องชายของผมด้วยนะครับ


GRADE EXP. +85

ผู้มาเยือน
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Re: Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [Requisite]

ตั้งหัวข้อ  ผู้มาเยือน on Wed 06 Aug 2014, 20:09

ผมชื่อเจ้าเคยเรียนอยู่ ณ โรงเรียนชายล้วน
ทุกอย่างก็เป็นไปได้ดี แต่เพราะสายตาสั้นทำให้เป็นตัวการในการแข่งขันบาสเกตบอลต้องแพ้ในรอบชิงจึงถูกโรงเรียนสั่งให้พักการเรียนโดยไม่มีกำหนดวันเริ่มเรียน
ผมเห็นดังนั้นจึงใช้ชีวิตเสเพลไปวันๆ จนแม่ว่าให้หาอะไรทำซะบ้าง ผมจึงตัดสินใจหาโรงเรียนเพื่ออยู่จนกว่าทางโรงเรียนจะเรียกตัวเรากลับไป
จนได้ไปเจอกับใบปลิวขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ข้างกำแพงผมยืนอ่านอยู่จนจบจึงตัดสินใจก้าวเข้าสู่โรงเรียนแห่งนี้เพื่อค่าเวลาซะเลย 
     


GRADE EXP. +50

ผู้มาเยือน
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Re: Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [เควสบังคับ]

ตั้งหัวข้อ  EinZ on Thu 07 Aug 2014, 21:26

ย้อนรอยอดีตของไอน์

สวัสดีครับ ผมชื่อไอน์

ผมอยู่กับตาและยายที่เป็นข้าราชการเกษียณแล้ว ส่วนแม่ ผมไม่เคยเจอ และไม่รู้ด้วยว่าอยู่ที่ไหน ถ้าถามถึงพ่อ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะตั้งแต่จำความได้ผมก็ถูกล้อว่า 'ลูกไม่มีพ่อ' มาตลอด
สงสัยผมจะไม่มีพ่อจริงๆ

ผมมีปัญหาเรื่องการมองเห็นมาตั้งแต่เกิด ตากับยายที่เป็นคนเลี้ยงบอกผมว่ากว่าจะรู้ว่าหลานตัวเองมีปัญหาก็ตอนประมาณ 2 ขวบ เพราะผมชอบเดินชนนู้นนี้ กระพริบตาถี่มากและชอบขยี้ตา พอพาไปหาหมอเลยรู้ว่าผมบกพร่องทางการมองเห็น

ผมเป็นคนค่อยข้างขี้อายและมีโลกส่วนตัวสูง แต่ถึงอย่างนั้นกลับเป็นคนขี้สงสัยมากๆ ผมสงสัยในหลายๆ เรื่องตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะเรื่องของแม่กับพ่อ แต่ดูเหมือนถามตากับยายไปเท่าไหร่ท่านก็เหมือนจะไม่ค่อยอยากตอบคำถามนี้กับผมนัก จนตอนนี้ผมก็เลิกสงสัยและรู้ด้วยตัวเองว่า ผมเป็นเด็กที่ถูกพ่อแม่ทิ้งไว้กับตายาย และไม่เคยกลับมาหาผมอีกเลย

ผมไม่ได้ไปโรงเรียนเหมือนเพื่อนๆ เรียนร่วมคนอื่นไม่ได้เพราะไม่สามาถอ่านหนังสือหรือไปไหนมาไหนเองได้เหมือนคนปกติ จึงทำได้แค่หัดอ่านอักษรเบลอยู่ที่บ้านคนเดียวโดยมียายที่เป็นครูคอยช่วย ปกติผมไม่ชอบที่ที่คนเยอะอยู่แล้วเลยไม่มีปัญหาอะไรกับการอยู่บ้านคนเดียว พอผมเริ่มโตขึ้นและใช้อักษรเบลคล่อง ได้อ่านอะไรมากขึ้น นิสัยขี้สงสัยของผมมันก็ทำให้ผมเริ่มอยาก 'มองเห็น' อะไรๆ บ้าง ที่ผมทำได้ก็มีเพียงแค่ ได้ยิน ได้สัมผัส ได้ยินเพื่อนรุ่นเดียวกันกำลังสนุกสนานในสิ่งที่ผมไม่รู้จัก ได้ยินเพื่อนบ้านทำอะไรกันสักอย่างแล้วหัวเราะอย่างมีความสุข ได้จับอะไรสักอย่างที่ผมไม่รู้ว่ามันมีอะไรดี ผมพยายามจะเข้าหาใครหลายคน แต่ก็เหมือนว่าใครหลายคนนั้นจะถอยห่าง ผมไม่มีเพื่อน ไม่มีใครที่คอยคุยด้วย ผมทำได้แค่นั่งอ่านหนังสือสำหรับคนตาบอดและอยู่เงียบๆ คนเดียว และในที่สุดผมก็เริ่มรู้จักคำว่าเหงา และรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นภาระตากับยาย

และไม่นานมานี้ ตาที่เป็นคนใกล้ชิดผมที่สุด ก็บอกกับผมว่ามีสถานที่ที่นึงที่เหมาะกับผมมาก ที่นั่นผมจะมีเพื่อน มีคนคอยคุยด้วย มีคนคอยตอบในสิ่งที่ผมสงสัย เป็นที่ที่ผมไม่ต้องอยู่คนเดียว เมื่อผมได้อ่านความเป็นมาของสถานที่ที่เรียกว่า 'Quaint School' ผมจึงตัดสินใจมาที่นี่

ผมอาจจะพูดไม่ค่อยเก่งนัก แต่ผมก็หวังว่าที่นี่ จะไม่ทำให้ผมต้องกลายเป็นเด็กผู้ชายที่อยู่เงียบๆ นั่งเล่นดนตรี ฟังเพลงอยู่คนเดียวอีกต่อไป


GRADE EXP. +85

EinZ

INFO. Isara Pattanasak
ผช.ศ.ภาควิชาภาษาเบรลล์
ชมรม : สภานักเรียน (★)
-10% Grade Exp.

Ore Ore : 299
Spirit Point : 98451509
CHIPS +63 M 48 K 764

สามารถ สวมใส่-ถอด เข็มกลัดชิ้นนี้ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไอเทม | ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
436/1720  (436/1720)

ดูข้อมูลส่วนตัว http://dongseng23.deviantart.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Re: Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [เควสบังคับ]

ตั้งหัวข้อ  EUR on Fri 08 Aug 2014, 22:20

.....เจ้าหนูเอ้ย
.....เด็กคนนั้นน่ะ
.....พ่อหนุ่มน้อย

.....ใช่สิ! เพราะภายนอกร่างกายฉันเป็นเพียงแค่อายุ 13 ปีเท่านั้น ไม่ว่าใครก็เรียกฉัน
แบบนี้กันทั้งนั้น แม้แต่เวลาฉันไปไหนมาไหน ใครๆก็มองฉันเป็นเพียงแค่เด็กนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 1 เท่านั้น นั่นก็เพราะฉันเป็นลูกที่เกิดอย่างผิดพลาด! จากความไม่ตั้งใจ
ให้เกิดของพ่อและแม่ของฉัน

ครอบครัวของฉันน่ะเหรอ..? อย่าไปพูดถึงเลยดีกว่า เท่าที่ฉันจำได้มีเพียงความสัมพันธ์
เพียงเล็กน้อยกับพี่ชายของฉัน Born Urban Royle หรือที่ใครๆรู้จักในชื่อ Brush นั่น
แหละ ฉันเจริญเติบโตขึ้นมาได้เพราะการส่งเสียจากพี่ชายเพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะว่า
พี่ชายของฉันรู้ว่าฉันมีความผิดปกติทางร่างกายอย่างร้ายแรง ทำให้ร่างกายฉันหยุดเจริญ
เติบโตและคงสภาพเป็นเพียงแค่เด็กตัวเล็กๆเท่านั้น แต่ในทางกลับกันสมองของฉันไม่ว่า
จะเป็น IQ หรือ EQ นั้นสูงมากกว่าคนปกติทั่วไป อีกทั้งความคิดความอ่านกลับเป็นผู้ใหญ่
อย่างไม่น่าเชื่อ หลังจากฉันอายุเพียง 13 ปีก็ถูกทาบทามให้เป็นผู้บริหารคนหนึ่งของบริษัท
NOBLEMAN บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีธุรกิจครอบคลุมเกือบจะทุกวงจรบนโลกใบนี้

ปกติแล้วพี่ชายจะเดินทางมาเยี่ยมฉันอย่างน้อยเดือนละครั้งสองครั้ง ฉันไม่เคยรู้อะไรที่
เกี่ยวกับพี่ชายของฉันเลย คงเพราะว่าเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ฉันรู้เพียงแค่ว่าพี่ชายของฉัน
ทำงานเกี่ยวกับเบื้องหลังให้บริษัทอะไรสักอย่างหนึ่งเท่านั้น นอกจากนั้นพี่ชายไม่เคยเล่า
อะไรเพิ่มเติมเลย แต่เขาเป็นเพียงพี่ชายคนเดียวที่ฉันมี ดังนั้นไม่แปลกที่ฉันถึงรู้สึกรักเขา
อย่างมาก สำหรับฉันเขาเปรียบเสมือนทั้งพี่ชายและพ่อแม่ในคนเดียวกัน

จนกระทั่งวันหนึ่งที่เป็นวันที่พี่ชายจะต้องเดินทางมาเยี่ยมฉัน แต่กลับไร้วี่แววนั้น... และ
ไม่ว่าฉันจะพยายามติดต่อพี่ชายจากช่องทางใดก็ตาม สิ่งเดียวที่ฉันได้รับกลับมาคือ....

"ความว่างเปล่า"

พี่ชายไม่เคยขาดการติดต่อนานขนาดนี้มาก่อน มันเริ่มทำให้ฉันส่งสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา
ฉันจึงเริ่มสืบสวนจากทุกๆช่องทางที่มี จนไปเจอกับบริษัท Quaint ที่พี่ชายไม่เคยเอ่ยถึง
มันมาก่อนเลย อีกทั้งยังมีข้อมูลมากมายที่ฉันไม่เคยรู้ เช่น Reine Guillet ผู้หญิงที่อายุ
เทียบเท่าฉัน ผู้หญิงที่พี่ชายคอยดูแลมาโดยตลอด ผู้หญิงที่แย่งพี่ชายไปจากฉัน ผู้หญิงที่
อยู่ในบทบาทและหน้าที่ต่อพี่ชายที่ควรจะเป็นฉัน และข้อมูลสุดท้ายที่ฉันได้รู้คือ

"พี่ชายฉันเสียชีวิตแล้ว..."

ความรู้สึกที่แน่นอยู่ในหน้าอก...
ความรู้สึกที่เหมือนเข็มพันเล่มทิ่มแทงอยู่ในหัวใจ...
ความรู้สึกที่เหมือนถูกถ่วงปูนไว้ใต้มหาสมุทร...
ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้...

และอีกหลายๆความรู้สึกที่ประทังเข้ามาในจิตใจของฉัน ภาพงานศพของพี่ชายที่ฉันเห็น
งานศพที่ฉันไม่เคยรู้ ไม่มีโอกาสได้ไป แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับยืนอยู่ตรงที่ที่ฉันควรจะอยู่!

"ฉันเกลียดและเคียดแค้น Reine Guillet"

แต่สิ่งที่ทำให้ฉันยังไม่ไปฆ่าผู้หญิงคนนั้นทิ้งนั่นคือ "กระดาษเพียงแผ่นเดียว" กระดาษที่
เป็นสิ่งสุดท้ายที่พี่ชายของฉันเขียนถึงฉัน พินัยกรรมฉบับนั้นเขียนบอกฉันเพียงแค่ว่า

"พี่ฝากน้องดูแล Reine Guillet ห่างๆด้วย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...
นี่คือสิ่งสุดท้ายที่พี่ขอร้อง และพี่รักน้องมากๆนะ 'เอลีท' ใช้ชีวิตเผื่อพี่ด้วย"


ใช่! ฉันคือ เอลีท เออร์บัน รอยล์ (Elite Urban Royle) น้องชายเพียงคนเดียวของ
Born Royle สิ่งเดียวที่ฉันจะทำได้คือสานต่อเจตนารมณ์และอุดมการณ์ทั้งหมดของพี่
และนั่นคือเหตุผลที่ทำไมวันนี้ฉันถึงยังไม่ฆ่า Reine Guillet ด้วยตัวเอง

แต่นับเป็นความบังเอิญอย่างมากที่บริษัทของฉัน NOBLEMAN ได้ส่งฉันมาบริหารจัดการ
โรงเรียนแห่งนี้ และทำให้ฉันได้รู้ถึงภูมิหลังของโรงเรียนแห่งนี้ว่าเป็นโรงเรียนที่พี่ชายของ
ฉันต้องการให้มันประสบความสำเร็จ ให้มันเป็นที่พักอาศัยของบุคคลผู้ด้อยโอกาสทั้งหมด

และผู้ชายที่ชื่อ "นรินทร์" ที่เขาคล้ายกับพี่ชายของฉันราวกับฝาแฝด เมื่อฉันได้พบนรินทร์
มันทำให้ฉันรู้สึกว่าพี่ชายยังอยู่บนโลกนี้... ยังอยู่ในตัวนรินทร์... สำหรับฉันคงมีเพียงที่นี่
เท่านั้นที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับว่า...

"ฉันได้อยู่กับพี่ชายอีกครั้งหนึ่งแล้ว"



GRADE EXP. +100

EUR
Chairman's Club
NOBLEMAN (EST.1990)

Chairman's ClubNOBLEMAN (EST.1990)

INFO. Elite Urban Royle
รักษาการณ์ประธานปกครอง
ชมรม : โสตทัศนศึกษา (★)
ได้รับโบนัสเงินฝาก (CHIPS) ในอัตรา 5.0% ต่อเดือน

Ore Ore : 526
Spirit Point : 33999779
CHIPS +403 M 279 K 180

+2.0% อัตราดอกเบี้ย CHIPS | ได้รับ ทุนการศึกษา/เงินเดือน เพิ่ม 100% ของฐานปัจจุบัน | มีโอกาสเพิ่ม +5% Spirit Point (BONUS) ที่ได้รับจากภารกิจหลัก

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
44172/54000  (44172/54000)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Re: Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [เควสบังคับ]

ตั้งหัวข้อ  ผู้มาเยือน on Fri 08 Aug 2014, 23:07

เรื่องทั้งหมดเริ่มจากการกลับมาของลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง...

"ม๊ายยยย ปล่อยฉัน!!" เสียงโวยวายดังลั่นไปทั้งโถงนั่งเล่น
"ไม่ได้นะคะ พี่จะคิดสั้นไม่ได้นะ!!" หญิงสาวร่างเพรียวพยายามฉุดดึงร่าง
พี่ชายของตนลงมาจากเก้าอี้ ชายหนุ่มในคราบน้ำตาจับบ่วงเชือกที่แขวน
ไว้กับปีกพัดลมไม่ยอมปล่อย เขาคือคนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย...

"ฮ่าๆๆๆๆ" เสียงหัวเราะของผู้เป็นแม่ดังสนั่น ขัดกับบรรยากาศโดยสิ้นเชิง
"เอ่อ.. คุณน้าครับ เราจะไม่ทำอะไรสักหน่อยเหรอครับ?" ผมเอ่ยถาม
หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีแดงข้างกาย เธอตบไหล่ผมอย่างขำขัน
"ไม่เอาน่าวินสัน ก็เห็นไม่ใช่เหรอว่าวิคเตอเรีย 'ยืนไม่ถึง' น่ะ"

ชายผู้ก่อปัญหาคนนี้มีชื่อว่า Vibrato Victoria Gonzales
เป็นเพราะความผิดพลาดของทางโรงพยาบาล ทำให้เขามีชื่อกลางเป็น
ชื่อของมารดา แทนที่จะเป็นชื่อบิดาเฉกเช่นผู้อื่นเขา ด้วยเหตุนี้เอง
ทำให้เขาถูกล้อเลียนด้วยชื่อแม่มาตั้งแต่เด็ก แต่นั่นยังไม่น่าเศร้าใจ
เท่ากับการที่แม้แต่แม่ของเขา ก็ยังเรียกลูกด้วยชื่อ 'วิคเตอเรีย'

"ปล่อยฉ๊านนน!!!~" วิคเตอเรียเดินทางไปยังประเทศไทยเพื่อฉลอง
วันสำเร็จการศึกษาเมื่อสามปีก่อน และไม่ได้กลับบ้านอีกเลยจนถึง
ปัจจุบัน พอกลับมาอีกทีก็อยู่ในสภาวะอยากฆ่าตัวตายทุก 3 นาที
ทำเอาเหล่าเครือญาติเดือดร้อนต้องมาดูแลกันถ้วนหน้า คุณน้าบอก
ว่าเพราะ 'ว่าที่เจ้าสาวหายตัวไปอย่างไร้ร่องลอย' เลยทำให้
เขาเป็นเช่นนี้ แต่อย่าว่าผมนินทาเลยนะ แต่เจ้าสาวเค้าอาจจะรับส่วน-
สูงของพี่ไม่ไหว เลยหนีไปแต่งงานกับคนอื่นแล้วก็ได้!

"วินสัน ไปเอาพี่แกลงมาซิ" คุณน้าส่ายหน้าเอือมละอา ผมผู้ไม่มี
ทางเลือกจึงได้แต่ไปดึงตัวพี่ชายตัวเล็กลงจากเก้าอี้ เมื่อมองใกล้ๆ
จึงเห็นว่าขอบตานั้นดำสนิทชนิดแพนด้ายังชิดซ้าย บ่งบอกถึงการ
ไม่ได้พักผ่อน ดวงตาที่เหนื่อยล้าจากการร่ำร้อง บัดนี้แค่ลืมตายัง
เป็นเรื่องแสนลำบาก สภาพไร้เรี่ยวแรงของพี่ทำให้ผมตัดสินใจพา
ร่างเล็กกลับไปที่ห้องของเขา

บนพื้นภายในห้องถูกเติมเต็มด้วยรูปถ่ายกระจัดกระจายทั่วบริเวณ
ทั้งหมดนั้นเป็นรูปของสาวน้อยอกสะบึ้มผู้มีเรือนผมสั้นสีครีมสะดุดตา
เธอคงจะเป็นว่าที่เจ้าสาวของพี่ไม่ผิดแน่ นี่พี่รักเธอขนาดถ่ายทุก
ความทรงจำที่มีร่วมกันเชียวหรือนี่.. ภาพวิคเตอเรียผู้นั่งร้องไห้
อยู่บนกองรูปถ่ายเจ้าสาวของเขา ทำให้ผมรู้สึกสงสารและยกย่อง
จากก้นบึ้งของหัวใจ...

"พี่.. ผมเข้าใจแล้ว ผมจะช่วยพี่ตามหาเจ้าสาวของพี่เอง!!"
"ห๊ะ??" วิคเตอเรียมองผมด้วยสีหน้าประหลาดใจ เขาคงจะปลื้มใจ
ที่มีลูกพี่ลูกน้องที่ดีแบบผม แต่ผมไม่ต้องการคำชมอะไรหรอกนะ
"พี่ไม่ต้องห่วง ผมสัญญาว่าจะต้องหาเธอให้เจอให้จงได้ และผม
จะไม่ยอมกลับมาบ้านจนกว่าจะหาเจ้าสาวของพี่เจอ" ผมเอ่ยสัญญา

"นายว่าไรนะ? จ..เจ้าสาวเหรอ?" เขาขมวดคิ้วถามราวกับไม่เชื่อหู
"ใช่ งั้นผมไปละนะ!!" ผมกล่าวลาก่อนจะหยิบรูปหญิงสาวบนพื้น
ติดมือมาด้วย พี่รีบโบกไม้โบกมือพยายามจะรั้งผมไว้ เขาคงเกรงใจ
ที่ต้องให้คนนอกอย่างผมเข้ามาช่วย ผมได้แต่โบกมือกลับให้เป็น
เชิงว่าไม่เป็นไร

ผมรีบเดินทางมายังประเทศไทยและสืบเรื่องราวบริษัทที่พี่เคยทำงาน
จนมาหยุดอยู่ที่โรงเรียนผู้พิการในนามของควิ้นท์แห่งนี้ แต่ก็ยังไม่มี
วี่แววของเจ้าสาววิคเตอเรียแต่อย่างใด

ผมจึงตัดสินใจสมัครทำงานที่นี่
เพื่อที่จะสืบหาตัว 'Reine Guillet'



GRADE EXP. +80

ผู้มาเยือน
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Re: Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [เควสบังคับ]

ตั้งหัวข้อ  ผู้มาเยือน on Sat 16 Aug 2014, 17:31

-ย้อนรอย-

หย่าง อี้้เฟย (มากิเองจ้า><')

อี้เฟย เป็นลูกครึ่ง จีน-อเมริกา หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมชื่อของอี้เฟยนั้นเป็นภาษาจีนทั้งหมด คือความจริงแล้ว อี้เฟย "เคยมี" พ่อเป็นคนสัญชาติอเมริกา ส่วนแม่ เป็นคนจีน แต่แล้ว หลังจากที่แม่มีอี้เฟยได้ 4เดือนกว่า พ่อก็นอกใจแม่ไปมีคนใหม่ แล้วเรื่องที่พ่อมีคนใหม่ หรือที่เรียกกันว่า "เมียน้อย" ก็เริ่มแดงขึ้นจนสุดท้ายแล้วมาถึงหูแม่ของอี้เฟย  แล้วพ่อก็ขอแม่หย่า สงสัยเพราะไปติดใจยัย "เมียน้อย" คนนั้น ช่างน่าไม่อายจริงๆ แต่จะโทษใครได้ตบมือข้างเดียวเหรอจะดัง และแล้วแม่ก็ตกลงหย่าและหอบอี้เฟยไปจีน ไปหา ตา ยาย เพราะการหย่าทำให้อี้เฟยไม่ได้ใช้นามสกุญของพ่อ  แต่ความจริงแล้วที่หย่ากันก็เกิดจากหลายๆสาเหตุ ซึ่งก็อาจจะมีเรื่องเงินทอง หรือ หนีสิ้น อี้เฟยไม่รู้อะไรมากเพราะแม่เองไม่ค่อยเล่าเร่ื่องในอดีตให้ฟังเลย หลังจากที่แม่ของอี้เฟยท้องได้ 8 เดือนกว่าๆ หมอก็นัดไปเอกซเรย์ท้อง  อยู่ๆหมอก็ทักเรื่องว่า "เด็กผิดปกติ" หมอพูดต่อว่า หมอไม่เห็นขาข้างขวาของเด็ก หมอบอกให้แม่ของอี้เฟยใจเย็นและกลับบ้านไปก่อนส่วนผลนั่นหมอจะนัดมาดูอีกที  แม่อี้เฟยก็ได้แต่หวังว่า อี้เฟยจะเกิดมาครบ 32

หลายอาทิตย์ผ่านไป หมอได้นัดแม่ของอี้เฟยไปที่ รพ.บาล พอหมอบอกผลกับแม่ แม่ถึงกับเป็นลมจนทำให้พยาบาลแถวนั่นรีบวิ่งกันเข้ามาช่วยพยุงแม่อี้เฟยกันเลยทีเดียว ผลที่แม่ได้ฟังจากปากหมอเมื่อ4วิที่แล้วคือ ... "เด็กจะพิการตั้งแต่เกิด .....เด็กจะไม่มีขาข้างขวา หมอเองก็ไม่สามารถอธิบายได้ ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร....แต่อยากให้คุณแมาทำใจและยอมรับนะครับ .... "  คำถามของอี้เฟยคือ.....ทำไมต้องเป็นอี้เฟย? เป็นคนอื่นไม่ได้หรอ อี้เฟยไม่อยากพิการหรอกนะ... แต่ถึงยังไงหมอหรือใครก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะสวรรค์ได้กำหนดแล้ว พอถึงกำหนดคลอด ก็เป็นอย่างที่หมอบอก อี้เฟยไม่มีขาข้างขวาจริงๆ แม่เลี้ยงดูอี้เฟยจนโตโดย มีตัวช่วยคือขาเทียม และถุงน่องลายแมว มันดูคบายกระต่ายแต่มันคือแมที่ไม่มีหนวดนะ ยายซื้อให้คอนงานวันเกิดจองอี้เฟยเอง  และถุงน่องลายแมวนั่นมันช่วยให้อี้เฟยเหมือนเด็กคนอื่นเขามากขึ้น.... พอเวลาผ่านไปอี้เฟยเองก็เริ่มถามเรื่องพ่อ แม่ก็เล่าแค่บางเรื่อง ส่วนเรื่องที่อี้เฟยเล่าด้านบนนั่น อี้เฟยได้ยินมาจากเพื่อนบ้านอีกที


และแล้วเรื่องที่แม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น ก็เกิดจริงๆ พออี้เฟยเข้าประถมต้น ก็เริ่มมีเพื่อนๆล้อ ว่าทำไมต้องใส่ถุงน่องตลอดเวลา ทำไมต้องใส่กางเกงพละขายาว พ่อไปไหน ไอ้เด็กที่ไม่มีพ่อ พ่อมีเมียน้อยฯ...ทุกคำอี้เฟยได้ยินทุกวันจนทำให้เก็บกดจนถึงขึ้นไม่ไป รร แม่เคยเปลี่ยน รร. มาแล้วถึง3ครั้ง แต่มันก็เหมือนเดิมทุกอย่าง อี้เฟยอาย ไม่มีเพื่อน และไม่มีใครเลยนอกจากแม่และตา ยาย พ่อเองก็ไม่ได้ติดต่อมาเลย สุดท้ายแล้วอี้เฟยตัดสิ้นใจไม่ไปเรียน จนกลายเป็นเด็ก เงียบ และไม่ค่อยสุงสิงกับใคร จะยิ้มแต่ในยามจำเป็น.. จากเด็กที่เคยร่าเริง แจ่มใส มีรอยยิ้มบนในหน้าทุกครั้งที่มอง แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรบนใบหน้าของเด็กคนนั่นเลย มันมีแต่ความอ้างหวาง และหว้าเหว่ มีแค่หนังสือที่คอยเป็นเพื่อนในเวลาเหงา ถ้าอี้เฟยเลือกเกิดได้คง อยากเกิดมาครบ 32 เหมือนคนอื่นเขา ... เรื่องนี้อาจจะเป็นปมด้อยของอี้เฟยเลยก็ว่าได้

เวบาผ่านไปจนอี้เฟยอายุ 12 ปีกว่าๆ แม่ของอี้เฟยเริ่มกังวลว่าอนาคตของอี้เฟยจะเป็นยังไง จะอยู่ยังไงถ้าไม่มีแม่ .... สุดท้ายแล้ว แม่ก็ติดต่อหา รร. ที่เหมาะกับอี้เฟยจนได้ อี้เฟยเองได้ปฏิเสธที่จะไปอยู่ รร.คนพิการแล้ว... มันดูเหมือนตอกย้ำความเป็นคนพิการมากกว่าเดิมสุดท้ายแม่อี้้เฟยก็พาไปที่ประเทศไทย และไปหยุดอยู่ที่หน้า รร ที่ชื่อ "Quaint Shool Community"  ไม่รู้ว่าอยู่ๆเราก็มาโผล่ที่นี้ได้ยังไง แต่ก็ช่างเถอะ ยังชีวิตองอี้เฟยก็จบลงแล้ว เรียนต่อก็ไม่มีความหมายยมีแต่จะเจ็บเปล่าๆ ที่อี้เฟยมาเพราะเห็นแก่แม่หรอกนะ ไม่อยากให้แม่เป็นห่วงมากเกินไป ท่านก็แก่แบ้ว ไม่อยากเป็นภาระ

เเม่อธิบายสรรพคุณของ รร นั้นให้อี้เฟยฟังจนอี้เฟยเบื่อที่จะฟัง หลักๆ ก็ที่อี้เฟนเข้าใจคือ รร นั้นคือ รร กินนอน มีนักเรียนพิการทุกคน ไม่ได้ดูถูกนะ แต่มันก็เป็นอย่างงั้น หรือไม่จริง ? ถามว่าแม่ รู้จัก รร นี้ได้ยังไง แม่อี้เฟยเป็นพนักงาน ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แล้วเจอผู้ชายที่ชื่อ "นริทร์" เขาเกิดหลงทาง แม่เลยช่วยบอกทางเขา และ ผู้ชายคนนั้นได้ทิ้งนามบัตรไว้ให้  เพื่อจะตอบแทนแม่ที่บอกทางให้..... แบ้วแม่ก็ติดต่อกับทาง รร เพื่อจะให้อี้เฟยได้เข้าไปเรียนที่นี้ ซึ่งค่าเทอมแพงมาก ไม่รู้ว่าแม่เอาเงินมาจากไหน แม่สัญญาว่าจะมาเยี่ยมทุกๆปี และเขียนจดหมายมาหา อาจจะส่งเสื้อผ้าและถุงน่องมาให้ ก่อนแม่จะกลับตีนแม่ได้ทิ้งต้นกระบองเพชรให้เป็นของดูต่างหน้า แม่บอกให้อี้เฟยสู้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทุดอย่างจะดีขึ้นเอง อี้เฟยฟังทุกคำที่แม่สอนและสั่งไว้ในหัวตลอดเวลา  รร แห่งนี้อาจจะเป็นความหวังสุดท้ายของอี้เฟยเลยก็ว่าได้ หวังว่าการที่อี้เฟยย้ายมาที่นี้จะทำให้ชีวิตของอี้เฟยดีขึ้นนะ  เพราะนี้คือบ้านหลังใหม่ของอี้เฟยแล้ว ปล.อี้เฟยพูดไทยได้นิดหน่อยด้เพราะมีพี่ชายข้างบ้านที่เป็นคนไทยสินให่ก่อนมา


GRADE EXP. +85

Narin's Comment พิมพ์ว่า:เนื้อหาดีมากแต่หักคะแนนลงเรื่องคำผิดนะคับ

ผู้มาเยือน
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Re: Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [เควสบังคับ]

ตั้งหัวข้อ  ผู้มาเยือน on Tue 26 Aug 2014, 17:10

สวัสดีนักเรียนทุกคนด้วยนะคะ

ครูชื่อครูภาจะมาเป็นครูค่ะวิชา..............เอ่อ// ทำท่าครุ่นคิด
.
.
.
.
เวลาผ่านไป 1 ชม. ที่หน้าชั้นเรียน// พร้อมรูปถ่ายกระจุยกระจายเต็มพื้นห้อง

อ้อ....// ทำท่าปิ้งไอเดีย แล้วหยิบรูปใบหนึ่งขึ้นมา
ครูจะมาสอนวิชา พละนะคะ ฝากตัวด้วยล่ะ// โค้งตัว

นักเรียนคนหนึ่ง: ครูมาจากที่ไหนครับ?

ถ้าถามครูว่า มาอยู่ที่นี่ได้ยัง มาจากไหน ครูก็จำไม่ได้หรอกค่ะ แฮะๆ เพียงแต่จำได้ว่าเนี่ยแหละบ้าน
แต่ไม่ต้องห่วงนะทุกคน ครูมีความรับผิดชอบสูง....// ยกมือขึ้นเหนือความสูงตัวเองแล้วเขย่งปลายเท้า
ทุกคนจะได้เรียนรู้วิชาพละที่ไม่เคยสัมพัสมาก่อน ครูรับรอง

สิ่งที่ได้รับคือ ความเงียบ และเสียงลมผ่าน....//ฟิ้ววว

เอ่อ... แต่ทำไมต้องเรียกตัวเองครูด้วยเนี่ย ไม่เอาๆๆ เรียกครูว่า ภาเฉยๆละกันเนาะ จะได้สนิทสนมเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน

นักเรียนหญิงคนหนึ่ง: ภาน่ารักจังเลยนะคะ ดีจังที่มีครูแบบนี้ // มโน

เอาล่ะ........!!!!!! ล้อมวง กอดคอกันก้มหน้า แล้วตะโกนให้ดังๆว่า "ควิ้นท์.............เฮ่"


GRADE EXP. +60

ผู้มาเยือน
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Re: Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [Requisite]

ตั้งหัวข้อ  ผู้มาเยือน on Mon 29 Sep 2014, 20:07

ฉัน...ตั้งแต่เกิดมา ฉันก็เป็นโรคหัวใจ
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ฉันได้แต่มองออกนอกหน้าต่าง ในโรงพยาบาลที่แสนกว้างขวาง
ถึงแม้ว่า ฉันจะสามารถที่จะไปโรงเรียนได้เหมือนคนอื่นๆ แต่มีน้อยวันนัก ที่ฉันจะสบายดี
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ ก็เพิ่งมีเรื่องกับเพื่อนในห้อง จนหัวใจเกือบรับไม่ไหว
‘เธอน่ะ...นึกว่ามีสิทธิพิเศษหรือไง ถึงไม่โดนทำโทษแบบคนอื่นเขา’ในคาบพละ มีเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งเดินมาพูดกับฉันในท่าทางที่หอบ เหงื่อโชกไปทั้งตัว คาบพละในวันนี้ ทุกคนในห้องตั้งแถวช้า โดนทำโทษหมดยกเว้นฉัน เพราะฉันมีโรคประจำตัว เลยออกกำลังกายไม่ได้นาน
‘ไม่ใช่นะ คือร่างกายฉัน...’ฉันพยายามจะชี้แจง แต่ดูเหมือนคนข้างหน้าฉันจะไม่ฟัง
‘อย่าเอาร่างกายมาอ้างเลย เธอคงจะรวยมีอำนาจสินะ คนอื่นถึงไม่กล้าทำโทษเธอ’และเธอก็พูดจาดูถูกฉันเรื่อยๆ ที่จริงฉันก็ผิดเองที่ไม่ยอมเปิดเผยความจริงเพราะว่าอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทางตระกูลฉันไม่ให้เปิดเผย เพราะอาจจะมีผลกระทบต่อตระกูล ซึ่งผลกระทบนี้ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันคืออะไร
‘งั้นก็แล้วแต่เธอจะคิดแล้วกัน’ฉันพูดท่าทางเย็นชา ซึ่งขัดกับนิสัยที่แท้จริง
‘อย่านึกว่าพูดอย่างงั้น ฉันจะเลิกนะ ’
‘เลิกยุ่งกับไอรีนเถอะ เธอก็รู้ไม่ใช่หรือว่ายัยนั่นน่ะ มีอิทธิพลต่อโรงเรียนนี้แค่ไหน’เพื่อนอีกกลุ่มพูด ในสายตาเพื่อนร่วมห้องฉันน่ะไม่มีใครคิดว่าดีหรอกนะ ตั้งแต่ที่ฉันมาเรียนที่นี่ แรกๆก็ดีอยู่หรอก แต่พอนานๆไป เพื่อนก็เริ่มอิจฉาในสิทธิที่ฉันไม่ต้องทำอะไรเหนื่อย หรือจัดการกับอะไรที่ยากๆ ที่จริงฉันต้องอิจฉาพวกเขานะ ได้อยู่แบบคนปกติ ไม่ต้องมามีหัวใจที่อ่อนแอแบบนี้ และเกือบทุกครั้งที่ฉันเจอเรื่องนี้ ฉันก็ต้องเจ็บหัวใจทุกที หนักๆก็ต้องเข้าโรงพยาบาล พักให้หมอดูแลสักอาทิตย์
จนวันหนึ่ง...
ในขณะที่ฉันนั่งดูละครชีวิตที่ฉันใฝ่ฝันอยากจะมี ก็มีญาติในตระกูลมาหา
‘เธอต้องได้รับการผ่าตัดหัวใจในอีกไม่นาน รอจนกว่าจะถึงวันนั้น และต้องรักษาสุขภาพให้ดีๆล่ะ’
‘หนูคงต้องอยู่ในโรงพยาบาลนี้จนกว่าจะถึงตอนนั้นหรือคะ ถ้าแบบนั้น...’ฉันรีบถามทันที
‘ไม่หรอก แค่เธอต้องย้ายไปเรียนที่อื่น เพราะที่นี่ทำให้เธอต้องเจอกับอะไรหลายๆอย่าง ทำให้ร่างกายทรุดหลายๆครั้ง อาว่าไปเรียนที่อื่นเถอะ ที่นั่น มีเพื่อนใจดีหลายคนรอรับเธออยู่หลายคนนะ’ถึงฉันจะเจอเพื่อนที่ไม่คิดว่าฉันเป็นเพื่อนสักเท่าไหร่ แต่ฉันก็ยังหวังว่า การย้ายโรงเรียนครั้งนี้จะทำให้ฉันได้เจอเพื่อนที่เป็นเพื่อนกับฉันจริงๆ นั่นคือสิ่งที่ฉันปรารถนามาโดยตลอด
‘โรงเรียนอะไรหรอคะ’
‘Quaint School Community...’หวังว่าความปรารถนาของฉันจะเป็นจริงนะ...


GRADE EXP. +70

ผู้มาเยือน
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Quest Re: Lesson 1 : ย้อนรอยอดีต [เควสบังคับ]

ตั้งหัวข้อ  MeganeNatsu on Wed 01 Oct 2014, 16:29

♣ ย้อนรอยอดีตของ แคโรไลน์ ♣

"ไอ้โรคเวรของแกนี่มันเป็นอุปสรรคต่อศิลปินมากเลยรู้ไหม แกนี่มันไร้ประโยชน์จริงๆ ทำไมแกถึงต้องเป็นตาบอดสีด้วยวะ หา?!!!!!!!!"
สิ้นเสียงผู้เป็นบิดา ข้าวของที่เป็นอุปกรณ์ทำมาหากินมากมายก็ถูกขว้างใส่ลูกสาวที่อายุเพียง 9 ปี เด็กน้อยได้แต่นั่งหลบอยู่ตรงมุมห้องเอาแขนบังแล้วร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด
"พ่อจ๋า หนูขอโทษ หนูขอโทษ ฮือๆ....แคโรไลน์ขอโทษ...ฮึก.......ข..ขอโทษ.."
เธอได้แต่นั่งพร่ำคำขอโทษ ขอโทษที่ฉันเธอมาเป็นแบบนี้ เกิดมาเป็นไอ้โรค "ตาบอดสี" นี่ โรคที่เป็นอุปสรรคต่อการวาดภาพ โรคที่ทำลายความฝันของพ่อที่หวังให้เธอเป็นจิตรกรเลื่องชื่อเหมือนเขา โรคที่ทำให้พ่อรังเกียจเธอได้มากถึงขนาดนี้..
ผู้เป็นบิดาเงียบไป และเขวี้ยงถังน้ำล้างสีใส่เด็กน้อย และตวาดเสียงลั่นทิ้งท้ายก่อนเดินออกไปจากห้องวาดภาพอย่างหัวเสีย
"หลังจากที่แกสำออยเสร็จ ก็ลุกขึ้นเก็บกวาดห้องนี่ให้เรียบร้อยด้วย ถ้าชั้นกลับมาแล้วห้องยังอยู่ในสภาพนี้ แกคงรู้นะว่าจะโดนอะไร?!!!"
แล้วเขาก็ปิดประตูเสียงดังปัง ทิ้งให้ แคโรไลน์ เด็กผู้มีความผิดปกติทางสายตา นั่งร้องไห้อยู่คนเดียวโดยที่ร่างกายและใบหน้าของเธอมีแต่รอยช้ำเต็มไปหมด รวมทั้งร่างกายกับเสื้อผ้าก็เปียกปอนไปด้วยน้ำล้างสีจากถังน้ำเมื่อครู่ แต่ความเจ็บปวดทางร่างกายก็คงไม่เทียบเท่ากับ ความเจ็บปวดทางจิตใจที่เธอได้รับมากมายขนาดนี้ โดยมีหลักฐานเป็นน้ำตาที่กำลังไหลอาบสองแก้มของเธออยู่นั่นเอง ร่างเล็กใช้มือน้อยๆของเธอปาดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด และพยายามลุกขึ้นทั้งๆที่ขาก็ยังคงเจ็บอยู่
"ต..ต้องเก็บของก่อนที่พ่อจะกลับมา......... ไม่งั้นเราต้องแย่แน่ๆเลย...."
เธอพึมพำกับตัวเองแล้วค่อยๆก้มตัวลงเก็บพู่กันเบอร์ต่างๆมากมายใส่ลงในที่วางพู่กัน รวมทั้งหลอดสีอะคริลิกราคาแพงที่พ่อของเธอเอาไว้ใช้วาดรูปด้วย เด็กน้อยค่อยๆจัดเรียงสีตามลำดับ แต่ที่เธอจัดได้นั้น ก็เพราะอ่านชื่อสีบนหลอดและเลขตำแหน่งของมัน ถ้าเธอใช้เพียงสายตาของเธอมอง การจัดสีจะผิดเพี้ยนไปจากที่มันควรเป็นอย่างมาก เพราะโรคของเธอ
" โรคตาบอดสี " หรือ Color Blindness ทำให้การมองโลกของเธอผิดเพี้ยนไป สีต่างๆที่เห็นไม่ตรงกับความเป็นจริง ถึงการเป็นโรคนี้สำหรับคนอื่นอาจจะไม่ร้ายแรงมากจนเกินไป แต่มันกลับตรงข้ามกันหากมาอยู่ในครอบครัวนี้ เพราะพ่อของเธอ "ชาร์ล ลอสกัน" เป็นฺศิลปินผู้เลื่องชื่อ และเป็นที่รู้จักในนามของ "นักวาดภาพศิลปะแบบอิมเพรสชันนิสม์ (Impressionism) "  ศิลปะแบบอิมเพรสชันนิสม์  จะมุ่งเน้นถึงการวาดภาพที่จับซึ่งสายตาสัมผัสรับรู้ และจะมีการแยกแยะสีที่จะเข้ามาประกอบกันเข้าเป็นแสงที่ส่องต้องสิ่งต่าง ๆ ทำให้เกิดพื้นผิวภาพที่เต็มไปด้วยสีสัน การวาดภาพแนวนี้จำเป็นต้องแม่นยำในเรื่องของค่าสีและแสงเงา ก่อนหน้านี้ พ่อเคยบอกเธอเสมอว่าอยากให้เธอเป็นศิลปินแนวเดียวกับเขา และฝึกให้เธอวาดภาพแต่เด็ก จนเขาสังเกตุเห็นว่าการระบายสีของลูกสาวนั้นแปลกๆ เขาบอกให้หยิบหลอดสีฟ้ามาระบายแต่เธอกลับหยิบสีแดงมาแทน บ่อยครั้งเข้าภาพที่เธอวาดยิ่งดูผิดเพี้ยนจากธรรมชาติ จนในที่สุดผู้เป็นบิดาทนไม่ไหวพาเธอไปพบแพทย์ สุดท้ายจึงได้รู้ว่าเธอเป็น "ตาบอดสีแต่กำเนิด" เหมือนความหวังและความฝันของผู้เป็นพ่อพังทลาย รวมทั้งความมีหน้ามีตาและความกดดันในสังคม การที่แม่ของเธอไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้วด้วยอุบัติเหตุ พ่อของเธอจึงเริ่มมีท่าทีต่อเธอเปลี่ยนไป...........กลายเป็นความรังเกียจที่่มีลูกสาวพิการแบบนี้!!!!!

_____________________________________________________________________________________________

-ผ่านไป 4 ปี-
"นังเด็กเวรนี่ ชั้นบอกแกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าให้ใครรู้ว่าแกเป็นลูกชั้น!!"สิ้นเสียงด่า ชาร์ลก็เงื้อมือตบไปที่ใบหน้าของเด็กสาวดังฉาดใหญ่ แคโรไลน์หน้าหันตามแรงกระแทกของฝ่ามือใหญ่
"....................."แคโรไลน์ได้แต่ก้มหน้าเอาริมฝีปากกัดส่วนที่เลือดซิบออกมาเพื่อระงับความเจ็บปวดไว้เท่านั้น เธอโดนตบเพราะเพียงแค่ออกไปนอกบ้านเท่านั้น พ่อของเธอไม่ชอบ...ไม่สิ ห้ามให้เธอออกนอกบ้าน เค้ากลัวว่าจะมีใครรู้ว่าเค้ามีลูกสาว..........เพราะเธอตอนนี้ก็เปรียบเหมือนกับว่าได้ตายไปแล้ว แต่ตอนนี้เด็กสาวก็ยังรักพ่อของเธออยู่ ภาพของพ่อที่คอยสอนเธอวาดรูปและเล่นเปียโนช่วงที่ยังไม่รู้ว่าเธอเป็นตาบอดสี มันยังอบอุ่นอยู่ในใจดวงเล็กๆของเด็กสาวเสมอ ตั้งแต่วันนั้นจนกระทั่งวันที่พ่อเปลี่ยนไป......มันเป็นความรักที่มีความหวาดกลัวแฝงอยู่ในนั้นเสมอ..
ตอนนี้แขนขวาของเธอหักอยู่เพราะเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพราะชาร์ลได้เอาขาตั้งงานฟาดเข้าเต็มแรงด้วยความไม่พอใจที่เธอจัดเรียงของชักช้า ท่าทางของเธอเลยดูกระโดกกระเดกเพราะยังเจ็บแขนอยู่
พอเธอเดินออกไปจากบ้าน จึงเป็นที่สังเกตุอย่างยิ่งของคนในละแวกนั้น เพราะเฝือกที่หุ้มแขนไว้ทำให้สังเกตุเห็นได้ง่ายนั่นเอง จากท่าทางที่ดูไม่น่าจะเป็นประโยชน์ แถมยังดูเป็นตัวปัญหาของลูกสาวแล้ว ชาร์ลยิ่งหัวเสียหนักเพราะเริ่มมีข่าวลือออกไปว่าเค้ามีลูกสาวพิการ เค้าจึงได้ทำสิ่งที่แคโรไลน์ไม่เคยคิดฝันว่าพ่อจะทำแบบนี้กับเธอ ผู้เป็นพ่อกระชากแขนข้างที่ยังเข้าเฝือกอยู่นั้นออก แล้วหันไปทางเตาไฟที่เอาไว้ใช้ทำความร้อน ตอนนี้เด็กสาวได้แต่ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด เพียงชั่วขณะชาร์ลก็ลากลูกสาวของตนไปที่หน้าเปลวเพลิงแล้วเอาแขนยัดเข้าไปในเตานั้น............
"กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! " เด็กสาวร้องออกมาเพราะทั้งตกใจและกลัวความร้อนที่กำลังเผาไหม้แขนของตนอยู่ ตอนนี้แขนของเธอกำลังอยู่ในสภาพร่อแร่เต็มทน เธอพยายามดึงตัวออกมา แต่ก็สู้แรงของผู้เป็นบิดาไม่ได้เลย
"ถ้าแกมีแขนแล้วมันไม่มีประโยชน์นัก เดี๋ยวหัก เดี๋ยวมีปัญหาก็ไม่ต้องไปมีแล้ว ไอ้แขนเน่าๆนี่น่ะ!!!"เค้าตวาดลั่น ตอนนี้พ่อของเธอไม่เหลือจิตใจของมนุษย์อีกต่อไปแล้ว เค้าเลือดเย็นเกินไป!!
"ปล่อยหนู!!" แคโรไลน์ใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักชาร์ลสุดแรงจนหลุดออกมาจากเตาได้ เธอรีบผุดลุกขึ้นวิ่งไปพร้อมเงินที่มีติดตัวอยู่เพียงน้อยนิดด้วยความหวาดกลัว ในใจก็ได้แต่ถามตัวเองว่าทำไมเธอต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย...?
เด็กสาววิ่งสุดฝีเท้า โดยที่ไม่หันกลับไปมองข้างหลังอีกเลย โดยหวังว่า นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้เจอพ่อ..........................

_____________________________________________________________________________________________


ฉันเดินมาได้ซักพัก ผ่านมาตามถนน ตอนนี้แขนก็เริ่มจะมีน้ำหนองไหลออกมาแล้ว ฉันรู้แค่ว่าตอนนี้ชั้นต้องหาหมอเท่านั้น แต่......เงินล่ะ.....
พลันสายตาของชั้นก็หันไปเจอโรงพยาบาลเล็กๆ เด็กสาวได้แต่แอบมองอยู่ข้างนอก เพราะไม่แม่แต้จะกล้าเดินเข้าไปถามค่ารักษาอันแพงลิบลิ่วนั่น แต่แขนตอนนี้ก็เจ็บไปหมดแล้ว ทั้งปวดจากอาการหักและแสบร้อนจากความพุผองของแผล
ไม่มีทางเลือก เด็กสาวเดินไปนั่งตรงแถวๆริมผนังของรพ. จนในที่สุดก็ผลอยหลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อน
.
.
.
.
"นี่ๆ หนูเป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะ...? " ฉันตื่นขึ้นมาเพราะเสียงของหญิงสาว เธอมีดวงตาสีน้ำตาลอ่อน และเรือนผมสีเดียวกับดวงตา
ผมยาวสลวยนั้นถูกรวบไว้อย่างสวยงาม เข้ากับชุดของเธอซึ่งเป็นสีขาวสะอาด... คล้ายๆชุดพยาบาลรึเปล่านะ.. อา....สวยจังเลย.....
"...........ไม่เป็นไรค่ะ......." ฉันพูดตอบไป แต่หญิงคนนั้นก็คงสังเกตุเห็นแขนของฉันแล้วล่ะ....
"แขนข้างนั้น.... น้าจะไม่ถามหรอกนะว่าหนูไปเจออะไรมา แต่..ไปกับน้ามั้ย? น้าคิดว่าน้าพอจะช่วยหนูได้ ถึงจะไม่มากก็เถอะนะ.."
หญิงสาวคนนั้นพูดพร้อมยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ดูใจดีจังเลย....... แต่เราจะเป็นตัวที่ทำให้เค้าเดือดร้อนรึเปล่านะ
"....ขอบคุณมากเลยนะคะ...หนูทำให้คุณน้าเดือดร้อนหรือเปล่า?..." ฉันถามไปเบาๆ ด้วยความเกรงใจ
"ไม่หรอกจ้ะ.... เป็นเด็กดีจังเลยนะหนู " คุณน้าตอบพลางส่ายหน้าแล้วหันมายิ้มบางๆให้ ฉันเลยผุดลุกขึ้นแล้วเดินตามคุณน้าเข้าไปในรพ.
ในโรงพยาบาลนี่หรูหราจังเลย สีขาวสะอาด แถมยังมีกลิ่นสะอาดๆที่ฉันไม่คุ้นด้วย คุณน้าใจดีเดินไปเรื่อยๆจนถึงแผนกภายนอก
"รออยู่ตรงนี้ก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวน้าขอเข้าไปคุยกับคุณหมอก่อน" เธอพูดแล้วเดินเข้าไปในห้องตรวจเล็กๆซักพักหนึ่ง แล้วเดินออกมาพาฉันเข้าไปในห้องๆนั้น
"นั่งตรงนี้ก่อนสิ" คุณหมอท่าทางใจดี ดูท่าทางจะเริ่มเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว ใส่แว่นกรอบกลมผายมือเป็นท่าทางอนุญาตให้ฉันนั่งลงได้ ฉันเลยนั่งลงตรงเก้าอี้กลมเล็กๆข้างโต๊ะของเค้า
"เธอชื่ออะไร?" เค้าเอ่ยถาม "ค..แคโรไลน์ค่ะ...แคโรไลน์ ลอสกัน........" เค้าหันมาทำหน้าประหลาดใจกับนามสกุลของฉันเล็กน้อย เพราะมันเป็นนามสกุลของศิลปินชื่อดังนี่นา... แต่เค้าก็ไม่ซักไซร้อะไรต่อ ค่อยยังชั่วหน่อย
"ไหนแคโรไลน์....ขอดูแผลที่คุณพยาบาลมาบอกหน่อยซิ " เค้าพูดพลางเอามือดันกรอบแว่น แล้วหันมามอง ฉันยื่นแขนออกไป คุณหมอเพ่งอยู่ครู่นึงแล้วจึงหันมาบอกกับฉันว่า
"แผลหนักน่าดูเลยนะ....ท่าทางจะหักอยู่ด้วยสิเนี่ย.. มันมีวิธีการรักษาให้หายแต่ค่าใช้จ่ายสูงมากเลยล่ะ กับ การ.... ตัดมันออก แต่ค่าใช้จ่ายต่ำ...แต่เธอคงไม่น่าจะมีเงินใช่ไหม?"
ฉันพยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ.... "ถ้าตัดมันทิ้งไปเลยจะได้ไหมคะ? หนูมีเงินติดตัวมานิดหน่อย..." ฉันพูดทั้งๆที่ยังก้มหน้าอยู่ จะว่ายังไงดีล่ะ..เงินแค่นี้จะไปพอได้ยังไงกัน..
"........ได้สิ ฉันจะไม่คิดค่ารักษาเธอหรอกนะ เก็บเงินไว้เพื่อตัวเองเถอะ " คุณหมอพูด ฉันเงยหน้าขึ้นมา มันตื้นตันจนไม่รู้จะขอบคุณเขายังไงดี
"ตกลงยอมเสียแขนไปสินะ.. โอเค พยาบาล เตรียมห้องผ่าตัด" คุณน้าที่พาฉันเข้ามา ที่แท้เป็นพยาบาลนี่เอง อย่างที่คิดไว้เลย เธอพยักหน้าน้อยๆแทนคำตอบแล้วเดินไปเตรียมความพร้อมเพื่อการผ่าตัดที่กำลังจะเกิดขึ้น
"ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ที่อุตส่าห์ช่วยหนูขนาดนี้...." ทั้งสองหันมามองฉันก่อนหันมาส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่เป็นไรแล้วเดินออกจากห้องไป..........

_____________________________________________________________________________________________


"โอเค....หลังจากนี้ก็ดูแลแผลดีๆด้วยนะ อย่าให้มันกระทบกระเทือนล่ะ " คุณหมอสั่งหลังจากที่ฉันพักฟิ้นมาได้อาทิตย์หนึ่งแล้ว ตอนนี้แขนข้างนั้นได้หายไปซะแล้ว กลายเป็นแขนเทียมที่เหลือใช้จากคนไข้คนก่อนที่เสียชีวิตไปก่อนที่จะได้ใส่มัน สีของมันออกจะขุ่นๆอยู่ซักหน่อย แต่มันก็แทนแขนของฉันได้เหมือนกันนี่นา
"ขอบคุณมากค่ะ คุณหมอ..หนูไม่รู้จะตอบแทนยังไงดี.." ฉันก้มหัวขอบคุณเขา เพราะยกมือไหว้ไม่ได้ คุณหมอส่ายหน้าแล้วยิ้ม
"เธอต้องขอบคุณคุณพยาบาลต่างหากล่ะ ชั้นแค่รับช่วงต่อเท่านั้นเอง" ฉันหันไปยิ้มให้คุณน้าพยาบาลที่ช่วยฉันมาตั้งแต่ต้น เธอพยักเพยิดเล็กน้อยเป็นการสื่อว่า รับคำขอบคุณแล้วจ้ะ
"แล้วเธอจะไปไหนต่อล่ะ ได้คิดไว้บ้างรึเปล่า?" คุณหมอถามอีกครั้ง ฉันได้แต่ส่ายหน้าแทนคำตอบ ตอนนี้บ้านก็ไม่มีให้กลับแล้วด้วย...และจะไม่มีวันกลับไปเด็ดขาด....
ภาพของพ่อผุดขึ้นมาในหัว เหตุการณ์ต่างๆย้อนคืนมาให้นึกถึง ทำให้ฉันตกอยู่ในภวังค์ไปขณะหนึ่ง ..
"อืม...ถ้างั้นฉันพอจะรู้จักอยู่นะแคล ที่ๆหนูพอจะไปได้ และน่าจะอยู่อย่างไม่ลำบากน่ะ" คุณน้าพูดขึ้นมาแทรกระหว่างบทสนทนาของฉันและคุณหมอเมื่อครู่
"ที่ไหนหรือ? หรือว่าจะเป็นที่นั่น...ที่ๆเด็กพิการไปเรียนกัน......??"คุณหมอถามเหมือนจะนึกคำตอบขึ้นได้ ฉันได้แต่สงสัยว่าที่ไหนกันนะ ที่ฉันจะอยู่ได้ โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครและเป็นที่สำหรับคนแบบฉันจริงๆ
"ใช่แล้วค่ะ ที่นั่นแหละคุณหมอ " เธอตอบ แล้วหันมามองทางฉันที่นั่งอยู่บนเตียงคนไข้
"ท..ที่ไหนหรอคะ...??" ฉันถามไปด้วยความสงสัย คุณพยาบาลตอบคำถามของฉันอย่างรวดเร็วว่า
"  Quaint School Community  จ้ะ เธอจะต้องอยู่ที่นั่นอย่างมีความสุขแน่ๆ "
"เราจะส่งตัวเธอไปที่นั่นน่ะ พวกเราช่วยเธอได้เพียงเท่านี้ละ " คุณหมอกล่าวพลางลูบหัวฉันเบาๆอย่างเอ็นดู
หลังจากที่ฉันได้ฟัง... ก็ได้แค่หวังว่าฉันจะเข้ากับที่นั่นได้ไวๆ ฉันจะพยายามลืมทุกอย่างในอดีตให้หมด แล้วใช้ชีวิตใหม่ล่ะนะ ลาก่อนค่ะ..คุณพ่อ.............  ▣

_____________________________________________________________________________________________


GRADE EXP. +100

Narin พิมพ์ว่า:น้ำตาจะไหล  

MeganeNatsu
ประธานนักเรียน
ประธานนักเรียน

INFO. Caroline Losgun
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6
ชมรม : สภานักเรียน (☆)
ช่วยลดค่า Grade Exp. สูงสุด 4% | สามารถจัดกิจกรรมเสริมได้อย่างอิสระ 1 ครั้ง/เดือน

Ore Ore : 259
Spirit Point : 94386531
CHIPS +8 M 817 K 132



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
1020/1920  (1020/1920)

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/pages/Granita-GLn/408190495945152?ref=b

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 1 จาก 4 1, 2, 3, 4  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
QUAINT & NOBLEMAN (EST.1990) © Copyright 2015, All Rights Reserved.