ลุ้นรับเงินล้านและของรางวัลมากมายกับ "Spectacular Award" จากสปอนเซอร์ ดึงเสน่ห์ของผลงานคุณออกมาให้พวกเราได้ชม!!
สวัสดี! ผู้มาเยือน ยินดีต้อนรับสู่ Quaint School Community คอมมูโรงเรียนสำหรับผู้พิการ
แผนที่โรงเรียนและภาพบรรยากาศโรงเรียนใหม่มาแล้ว!! "คลิ๊กที่นี่" พร้อมเปิดจองห้องพักแล้ววันนี้เป็นต้นไป!!

Share
Go down
avatar
Quaint Foundation
Quaint Foundation
ClassLv.50
INFO.Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Star Piece1012
CHIPS+89 M 451 K 798



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Re: Whirl The Series

on Mon 29 Feb 2016, 02:57
EP.32

"ขอโทษนะครับที่สุดท้ายก็ต้องมารบกวนคุณจนได้"

ผู้อำนวยการหัวเราะแห้งๆระหว่างเดินเข้ามายังห้องสีขาว
ภายในห้องพยาบาลใหญ่ หญิงสาวเจ้าของห้องยิ้มรับไมตรี

"ไม่เลยค่ะ ให้ลินได้ช่วยบ้างเถอะนะคะ"

หมอสาวลุกขึ้นต้อนรับแขกผู้มาเยือน เธอยิ้มให้กับเจ้านาย
เก่าผู้เดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

"บอสเน่เป็นอะไรไปคะ?"

เกลินมองเรเน่ด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะหันมองนรินทร์
ด้วยสายตาตั้งคำถาม แต่นึกได้ว่าไม่สามารถสื่อสารทาง
สายตากับคนที่หลับตาอยู่ตลอดได้ เธอจึงเปลี่ยนเป็น
ประโยคคำพูดแทน

"เกิดอะไรขึ้นหรือคะผอ.?"

หญิงสาวพูดระหว่างมองดวงตาแดงก่ำของผู้เป็นนายเก่า

"เกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อยน่ะครับ.. คุณช่วยอยู่กับเธอระหว่าง
ที่ผมประชุมรอบบ่ายได้ไหม?"
"ต้องได้อยู่แล้วสิคะ"

หมอตอบพลางลูบหลังปลอบประโลมหญิงสาวตัวเล็กกว่า

"บอสเน่คะ ไปทานอะไรอร่อยๆด้วยกันดีกว่านะคะ"
"อะไรอร่อยๆ?..."

เรเน่เงยหน้ามองด้วยแววตาที่สดใสขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
นรินทร์แอบขบขันพฤติกรรมหลอกล่อด้วยของกินอยู่ในใจ
เมื่อยืนฟังบทสนทนาจนแน่ใจว่าหญิงสาวพอดีขึ้นแล้วเขา
จึงค่อยๆเดินจากออกมาโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว นรินทร์เดิน
แกว่งไม้เท้าหวังจะขึ้นไปประชุมครู

"อ๊ะ ผอ.คะ!!"
"อ้าว คุณรัต?"

ระหว่างทางนั้นเองที่เขาเดินสวนกับเลขาประจำตัว
ชายหนุ่มเดินถอยหลังก้าวสองก้าวตามทิศทางของเสียง
ที่ได้ยิน หญิงสาวผมดำเข้ามาช่วยถือเอกสารทั้งหมดที่
ผู้อำนวยการถืออยู่ ก่อนทั้งคู่จะเริ่มเดินไปด้วยกัน

"คุณเรเน่ละคะ?"
"ผมฝากไว้กับหมอเกลิน ตอนแรกเห็นคุณเอลิทพึ่ง
กลับมาเลยกะว่าจะให้ช่วยดูแลหน่อย แต่ปรากฏว่า
คุณเอลิทกลับอาละวาดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"
"คุณเอลิทเนี่ยนะคะอาละวาด?"
"อืม ผมเองก็ตกใจเหมือนกัน"

รัตติกาลมองหน้าคู่สนทนาเพื่อประเมินสถานการณ์
แม้ผู้อำนวยการจะบอกว่าตกใจ แต่สีหน้ายังสงบนิ่ง
ไม่มีวี่แววตื่นกลัว แปลว่าสุดท้ายแล้วสถานการณ์
ยังอยู่ภายในการควบคุมของเขาอยู่

"คุณเอลิทถามถึงวันที่ที่เธอรู้สึกตัวในโรงพยาบาล
ตามความทรงจำของเรเน่ เธอให้คำตอบเป็นวันๆหนึ่ง
ที่โรงเรียนแห่งนี้ยังไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเสียด้วยซ้ำ
แปลว่าความทรงจำเธอย้อนไปไม่ต่ำกว่าเจ็ดปี"
"ถ้าให้ดิฉันเดา วันวันนั้นคงเป็นวันสุดท้ายที่เธอพบ
กับ บอร์น รอยด์ ก่อนที่เขาจะไม่กลับมาอีกเลย"

นรินทร์หันหาต้นเสียงด้วยสีหน้าประหลาดใจกึ่งชื่นชม

"โอ้โห ผมคงต้องมาถามหวยงวดหน้ากับคุณซะแล้ว"

เลขาสาวกลั้วหัวเราะอย่างสำรวมในกริยา เธอมอง
ชายหนุ่มที่มีรอยยิ้มน้อยๆประดับอยู่บนใบหน้า

"ผอ.หายโกรธคุณเรเน่แล้วเหรอคะ?"

คนฟังกระตุกทันทีที่ได้ยิน เขาชะงักครุ่นคิดสักพัก
ระหว่างที่ขายังคงก้าวเดินอยู่ตลอด ผ่านไปชั่วครู่
การสนทนาจึงเริ่มเดินต่ออีกครั้ง

"ผมก็ยังไม่หายโกรธซะทีเดียวหรอก แต่ผมคิดว่า
เรเน่ในตอนนี้ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นอะไรด้วย และเธอ
กำลังต้องการความช่วยเหลือ มันคงไม่ถูกถ้าผม
จะไปเอาเรื่องเอาราวกับเด็กสาวที่อายุไม่น่าถึงสิบแปด"

จริงอยู่ที่ร่างกายของเรเน่คือร่างกายของหญิงสาวโต
เต็มวัย แต่จิตใจภายในตอนนี้เธอเป็นเพียงแค่เด็กสาว
ม.ปลายผู้อ่อนต่อโลกและสั่นกลัวเมื่อถูกตะคอก

"ไม่นึกเลยนะคะว่าคำนี้จะออกมาจากปากคนที่คิด
จะ 'ทำงาน' กับเด็กสาวอายุไม่ถึงสิบแปดปี"
"ผ ผมไม่ได้คิดจะ 'ทำงาน' สักหน่อย!! มันก็แค่..."
"เอาเถอะค่ะๆ คุณทำตัวเป็นปกติกับเธอนั่นแหละดีแล้ว
ตราบใดที่คุณไม่ 'ทำงาน' แค่นั้นก็พอ"

รัตติกาลตอบตัดบทเพราะกำลังคิดถึงเรื่องอื่นอยู่ในสมอง

'บางทีคุณเรเน่ในตอนนี้อาจจะมีข้อมูลของฆาตกรที่
ฆ่า บอร์น รอยด์ ก็ได้...'


เลขาได้แต่คิดพิจารนาอยู่ในใจ เพราะเธอรู้ดีว่าต่อให้
เสนอขึ้นมาก็คงถูกคนเป็นนายปฏิเสธ เพราะคนอย่าง
นรินทร์จะต้องให้ความใส่ใจกับสุขภาพของเรเน่มากกว่า
ข้อมูลเหล่านี้อย่างแน่นอน





อีกด้านหนึ่งคือหญิงสาวสองคนที่กำลังนั่งรับประทาน
อาหารกลางวันกันอย่างมีความสุข หมอสาวนั่งเท้าคาง
มองเจ้านายเก่าด้วยสีหน้าอิ่มอกอิ่มใจ เธอมองหญิงสาว
ผู้ไม่ได้พบมานานไม่วางตา เรเน่หาวเล็กน้อยหลังทาน
ข้าวอิ่ม

"ทานข้าวพึ่งอิ่มก็ง่วงซะแล้วหรือคะ ฮะๆๆๆ"
"แฮะๆๆๆ"
"บอสเน่อย่าลืมทานยาให้ครบทุกตัวด้วยนะคะ"

เกลินดันกระปุกยาหลากสีไปทางร่างที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ภายในห้องทำงานส่วนตัว คนไข้เบ้ปากไม่ชอบใจเล็กน้อย

"เน่ไม่เห็นเข้าใจเลยว่าทำไมถึงต้องทานยาเยอะขนาดนี้"
"จะได้หายไวๆยังไงคะ"

หมอสาวยิ้มหวานปลอบประโลม อันที่แท้จริงแล้วยาเหล่านั้น
เป็นยารักษาโรคทางจิตเวชที่มีอยู่ก่อนหน้าโดยไม่ได้เกี่ยวข้อง
อะไรกับอาการความจำเสื่อมเลย เพียงแต่อยู่มาวันหนึ่งคนไข้
ดันจำไม่ได้ว่าเคยทานมันก็เท่านั้น

"นะคะ ทานเถอะนะคะ"

หญิงสาวออดอ้อนแสนน่ารักจนอีกฝ่ายยอมใจอย่างช่วยไม่ได้
เรเน่หยิบยาใส่ปากทีละเม็ดก่อนกลืนยาจำนวนหนึ่งลงคอด้วย
ความช่วยเหลือของน้ำเปล่าแก้วเย็น

"เก่งมากค่ะ"

รอยยิ้มหวานถูกส่งจากคนเป็นหมอ คนไข้ยิ้มตามอย่างไรเดียงสา

'แค่กๆๆๆ'

หากทันใดนั้นเองที่เรเน่ไอเสียงดัง คนเป็นหมอดูฟังออกว่ามัน
ไม่ใช่การไอเหมือนมีอะไรติดคอ แต่มันคือการไอเหมือนจะ
สำรอกออกมามากกว่า ด้วยสัญชาติญาณของคนเป็นหมอ
ทำให้เธอรีบพาร่างบางไปยังอ่างล้างมือที่โดยปกติแล้วไว้ใช้
ล้างมือก่อนเข้าตรวจ

'แค่กๆๆๆๆ'

หญิงสาวไอไม่หยุดและสุดท้ายก็อาเจียรออกมาในที่สุด
หมอสาวลูบหลังปลอบประโลมระหว่างเอ่ยบอกว่าไม่เป็นไร
ทว่าสีหน้าของคนปลอบประโลมกลับซีดเซียวเสียยิ่งกว่า
คนไม่สบาย ดวงตาสีนภาเบิกมองภาพเบื้องหน้าด้วยสายตา
เจ็บปวดทรมาน เพราะความเป็นหมอทำให้เธอนึกคิดถึง
สาเหตุของการอาเจียร ทว่าเหตุผลที่นึกออกนั้นกลับทำให้
เกลินทรมานใจเสียจนไม่อยากยอมรับ

'ไม่นะ.. ขอให้อย่าเป็นอย่างที่คิดเลย..'



TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>
avatar
Suspended Identity
Suspended Identity
INFO.Napassawan Budwat
อ.ฝึกสอนคหกรรม
-5% Grade Exp.

Star Piece403
CHIPS+15 M 234 K 89

ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
45/480  (45/480)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Re: Whirl The Series

on Mon 29 Feb 2016, 20:30
ปูเสื่อ~~
avatar
Quaint Foundation
Quaint Foundation
ClassLv.50
INFO.Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Star Piece1012
CHIPS+89 M 451 K 798



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Re: Whirl The Series

on Tue 29 Mar 2016, 01:32
EP.33

การประชุมในฝั่งผู้อำนวยการล่วงผ่านไปโดยไม่มีข้อมูล
ใดๆถูกจดจำอยู่ในสมองของผู้อำนวยการ ซึ่งเขาที่รู้ตัวเอง
ดีว่าความคิดยุ่งเหยิงจนไม่สามารถมีสมาธิเรื่องงานก็ได้
กล่าววานให้เลขาสาวจดรายละเอียดทุกอย่างไว้ให้เป็นที่
เรียบร้อย ทันทีที่การประชุมจบลงหัวหน้าการประชุมก็ลุก
ขึ้นและใช้ไม้เท้านำทางตัวเองออกจากห้องอย่างรวดเร็ว
เหล่าครูต่างกระพริบตามองกริยาที่เปลี่ยนไปของนรินทร์
ที่ปกติแล้วจะนั่งคุยเล่นกับทุกคนและรอจนกว่าคนจะออก
จากห้องประชุมจนหมด แล้วตัวเองจึงลุกตามออกไป

แต่เนื่องจากวันนี้เป็นกรณีเร่งด่วน ชายหนุ่มรีบสาวเท้ามายัง
ห้องพยาบาลอันเป็นสถานที่ที่ฝากฝังคนป่วยไว้ในการดูแล
ของเกลิน

'ก๊อกๆ'

ประตูถูกเปิดออกหลังจากที่เสียงเคาะประตูดังขึ้นไม่นานนัก
หมอสาวมองผู้มาเยือนด้วยสีหน้าไม่สู้ดีก่อนจะเชื้อเชิญ
ให้เข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว เธอชะโงกหน้ามองซ้ายขวา
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงค่อยปิดประตูลง

"บอสเน่นอนพักผ่อนอยู่ที่เตียงคนไข้นะคะ"
"ครับ?.."

คำตอบรับนั้นติดโทนเสียงสงสัยในเวลาเดียวกัน ถึงเขาจะ
ประชุมอยู่นาน แต่เวลาในตอนนี้ก็เป็นแค่ยามเลิกเรียนของ
เหล่านักเรียน ยังไม่ใกล้เวลาฟ้ามืดแต่อย่างใด

"เรเน่เป็นอะไรรึเปล่าครับ?"
"......"

ความเงียบทำเอาใจหัวใจที่เต้นไวอยู่แล้วเพิ่มจังหวะไวยิ่งขึ้น
ถึงความอยากรู้จะมากแค่ไหนแต่สุภาพบุรุษก็รอจนกว่าหมอ
จะพร้อมและเอ่ยถ้อยคำด้วยตนเอง

"บอสเธออาเจียนเมื่อกลางวันค่ะ ลินเลยให้เธอนอนพัก..."
"อาเจียน? แต่ปกติเธอทานได้ทุกอย่างไม่เคยแพ้อะไร"
"......"

สีหน้าหมอสาวเต็มไปด้วยความอึดอัดใจชัดเจน แม้แต่คน
มองไม่เห็นก็ยังสัมผัสได้ว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ เมื่อไม่ได้
คำตอบชายหนุ่มจึงพยายามคิดหาคำตอบด้วยตัวเอง บรรยากาศ
ห้องผลันเงียบสนิทไปชั่วคราว

"บ้าน่า..."
"คุณไม่ได้กำลังบอกผมใช่มั้ยว่าเรเน่...."

ใบหน้าผู้อำนวยการซีดเซียวไปถนัดตา เขาผงะถอยหลังชน
ประตูห้อง ร่างที่พิงประตูอยู่นั้นดูอ่อนแรงไปในทันใด

"คุณเกลิน.. บอกผมสิว่ามันไม่ใช่แบบที่ผมคิด..."
"......"

ทางด้านหมอสาวเองก็ไม่ได้สีหน้าดีไปกว่าแขกผู้มาเยือนเสีย
เท่าไหร่ เธอนั่งก้มหน้าอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวประจำโดยไม่พูด
อะไร มือเล็กทั้งสองกำแน่นอยู่บนหน้าตัก

"บอกผมสิว่าเรเน่ไม่ได้กำลังตั้งครรภ์!!"
"จ ใจเย็นก่อนเถอะค่ะผอ. ตอนนี้มันยังอาจจะเร็วไปหน่อย
ที่จะตัดสินใจ ถึงแต่ละคนจะมีระยะเวลาการแพ้ท้องไม่เท่ากัน..."
"แต่มันก็มีความเป็นไปได้อยู่ดีไม่ใช่เหรอครับ!!"
"ผอ.คะ ใจเย็นก่อนนะคะ!!..."

"อ อือ.. โวยวายอะไรกันคะ?"

เสียงที่สามทำเอาคนที่เหลือพร้อมใจหยุดการสนทนาลงอย่าง
พร้อมเพรียงกัน เกลินหันมองหญิงสาวบนเตียงคนไข้ผู้ชันตัว
ขึ้นนั่ง เรเน่ขยี้ตางัวเงียโดยไม่ได้จริงจังกับคำถามที่เอ่ยมากนัก

"ม ไม่มีอะไรสำคัญหรอกค่ะ.. บอสเป็นยังไงบ้างคะ?"
"ดีขึ้นแล้วค่ะ ว่าแต่คุณนรินทร์ประชุมเสร็จแล้วหรือคะ?"
"ครับ..."

หญิงสาวถามเพราะต้องการรู้ถึงเวลาในปัจจุบัน ดวงตากลม
เหลือบมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังเพื่อความมั่นใจ ดูเหมือน
ว่าเธอจะหลับไปนานพอสมควรเลย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน
ด้วยความแคลงใจ ปกติเธอไม่ใช่คนที่มีนิสัยการนอนกลางวัน
แม้ในช่วงเวลาที่ต้องนั่งเฉยๆในโรงพยาบาล เธอก็มักจะใช้
เวลาไปกับการอ่านหนังสือแทนที่จะนอนพักผ่อน

"เรเน่ครับ"
"ค คะ?"

ร่างบางสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ เธอเงยหน้ามองชายในชุดสุภาพ
ชายหนุ่มเหยียดรอยยิ้มที่ใครมองก็รู้ว่าฝืนให้ก่อนจะเอ่ยถาม

"ออกไปเดินเล่นด้วยกันมั้ยครับ? แดดร่มแล้ว"
"ไปค่า~"

หญิงสาวกระโดดลงจากเตียงด้วยท่าทีแสนร่าเริง ชายหนุ่มบอกให้
เธอออกไปรอหน้าอาคาร หากเขาทำธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วจะ
ตามออกไป ทันทีที่บุคคลที่สามออกไปจากห้องรอยยิ้มเฝื่อนๆ
ก็หายไปจากใบหน้าคนเก็บความลับไม่เก่ง

"อย่าพึ่งด่วนตัดสินใจไปเลยนะคะ ลินยังไม่ได้ตรวจร่างกายเธอเลย"
"ผมทำใจบอกเธอไม่ได้.."
"ไม่เป็นไรค่ะ มันไม่ใช่ความผิดผอ. ต้องไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอนค่ะ
ผอ.เองก็ออกไปสูดอากาศเป็นเพื่อนบอสซะหน่อยเถอะนะคะ"
"ครับ..."

ผู้อำนวยการเดินคอตกออกไปจากตึกเรียน รอบข้างมีเสียงเดิน
ของเด็กนักเรียนที่คาดว่ากำลังเดินกลับบ้านและเสียงกระทบกัน
ของใบไม้ที่เกิดจากแรงลมยามเย็น ชายหนุ่มเรียกหาเรเน่เพราะ
ไม่สามารถจำแนกเสียงหรือรับรู้ถึงการคงอยู่ของเธอได้ เสียงใส
ตอบรับก่อนเดินเข้ามากระตุกแขนเสื้อเชิ๊ตเพื่อเป็นการบอกว่า
กำลังยืนอยู่เคียงข้าง นรินทร์เผยยิ้มเพียงบางเบาก่อนจะก้าวขา
เดินออกไป

หญิงสาวผู้เริงร่ามองซ้ายขวาเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศหลังเลิกเรียน
ดวงตาสีมะนาวจ้องมองเหล่านักเรียนที่กำลังพูดคุยเรื่องไร้สาระ
เสียงหัวเราะของคนไม่รู้จักทำให้รอยยิ้มเผยบนใบหน้าเนียนใส
เธอกำลังมีความสุขมากกับการเดินเล่นที่แสนจะธรรมดา ความสุข
นั้นก็ส่งไปถึงคนเคยสนิทที่เดินตามหลังอยู่ไม่ไกล ทำไมเขาจะไม่ล่วงรู้
ความรู้สึกของเจ้านายที่ทำงานร่วมกันมาหลายปี แต่สำหรับผู้อำนวยการ
แล้วนี่เป็นสถานการณ์ปกติที่เกิดขึ้นทุกวัน เขาไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเรเน่
กำลังมีความสุขกับอะไร จึงได้แต่เดินตามหลังไปเงียบๆ

'ครึกๆๆๆๆ'

เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นจากไกลๆและดูเหมือนท่าจะเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อตั้งใจฟังก็สามารถรับรู้เพิ่มเติมได้ว่ามันคือเสียงล้อกระทบกับพื้นปูน
โดยมีเครื่องยนต์เป็นตัวขับเคลื่อนด้วยความเร็วที่ไม่ธรรมดาทีเดียว
ผู้อำนวยการถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะเปล่งเสียงขึ้น

"ริแอร์ครับ"
"อึ๋ยย!!"

เสียงเครื่องยนต์ค่อยๆชะลอช้าและหยุดตัวลง มันคือเสียงเครื่องยนต์
ขับเคลื่อนอัตโนมัติของรถเข็นผู้ป่วย คนบนรถเข็นคือสาวน้อยผมเปีย
สีทองที่ยาวไปถึงสะโพก เจ้าของขนตาสีทองแพสวยหันมองผู้อำนวย
การด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ดวงตาสีมรกตล่อกแล่กไปมา เด็กสาวฝืนส่ง
รอยยิ้มแห้งหืดให้ผู้อำนวยการ ร่างบางในชุดนักเรียนสีม่วงห่อตัว
ราวกับอยากจะหายไปจากตรงนั้น

"ข ขอโทษค่ะ.. ซิ่งไปหน่อย.. แฮะๆ..."

ผู้อำนวยการเดินเข้าไปยังต้นเสียงที่อยู่ห่างออกไประยะหนึ่ง

'แกรก'

เสียงไม้เท้าอลูมิเนียมกระทบกับขารถเข็นที่เป็นอลุมิเนียมเช่นกัน
เมื่อระบุตำแหน่งได้แล้วชายหนุ่มจึงยกปลายไม้เท้าขึ้นตีที่เรียวขา
อย่างเบามือทีสองที

"จะรีบไปไหนฮึ? แม่สาวนักซิ่ง"
"แฮะๆๆ ขอโทษค่า"

เด็กสาวหัวเราะแห้งๆตอบพลางยกมือขึ้นเกาท้ายทอย เธอเบี่ยง
สายตาไปทางอื่นเพื่อหลบหนีความผิดที่กำลังเสียดแทงหัวใจ
ถึงผู้อำนวยการจะไม่ได้ใช้น้ำเสียงดุดันหรือวาจารุนแรง แต่เธอ
รู้ดีว่าความเป็นห่วงของชายคนนี้สามารถทำให้เขายืนบ่นนักเรียน
ได้เป็นชั่วโมงๆ ซึ่งแน่นอนว่าเธอมีประสบการณ์ใกล้ชิดกับเรื่องนี้
ริแอร์มองซ้ายมองขวาหาทางเอาตัวรอด หากทันใดนั้นเองที่
ดวงตามรกดสบเข้ากับอะไรบางอย่าง อะไรบางอย่างที่ทำให้
ถึงกับต้องอ้าปากค้าง

"น นั่นมัน..."
"ริแอร์ กำลังฟังผมอยู่รึเปล่า? ที่ผมต้องพูดก็เพื่อความปลอดภัย
ของคุณเองนะครับ"
"ผอ.คะ... นั่น... นั่นมัน..."

เด็กสาวชี้ไปทางอะไรบางอย่าง แต่นึกขึ้นได้ว่าไม่สามารถสื่อสาร
กับชายหนุ่มได้ด้วยภาษากาย เพราะฉะนั้นเธอจึงเปลี่ยนภาษากาย
เป็นภาษาพูดแทน

"คนๆนั้น..."

ทันใดนั้นเองที่นรินทร์สามารถคิดตามได้ถึงความตื่นตกใจของนักเรียน
เพราะริแอร์กำลังเห็นบางสิ่งที่เธอมั่นใจว่าจะไม่มีวันเห็นภายในรั้ว
โรงเรียนแห่งนี้ ดวงตาสีมรกตจ้องมองหญิงสาวผมสั้นในชุดกระโปรง
ผู้กำลังเริงระบำไปกับบทเพลงของธรรมชาติโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังเป็น
หัวข้อการสนทนาของผู้อื่น ริแอร์ไม่ได้เพียงประหลาดใจกับการ
ปรากฏตัวของผู้หญิงคนนั้น หากเธอตกตะลึงกับท่าทางแสนสุขใจ
อย่างไร้เดียงสา สาวกับเป็นเพียงแค่เด็กสาวผู้มีความสุขคนหนึ่ง
ดวงตาของสองสาวสบประสานกัน หญิงสาวผู้มีอายุกายมากกว่า
คลี่ยิ้มหวานให้ระหว่างที่ร่างกายยังคงเคลื่อนไหว

"ริแอร์.."
"คะ!?!"

ร่างบางสะดุ้ง เธอหันกลับมองเจ้าของเสียงทุ้มด้วยสีหน้างุนงง
เสียงที่เอ่ยนั้นดูนิ่งขึ้นเพื่อบอกถึงความจริงของของสถานการณ์

"ขึ้นไปรอผมที่ห้อง เราคงต้องคุยกันเรื่องการควบคุมความเร็วรถเข็น"
"อ เอ๊ะะ!!!"

แม้ริแอร์จะชอบขับเคลื่อนรถเข็นด้วยความเร็วราวขับเฟอรารี่จน
ทำเอานักเรียนคนอื่นหลบแทบไม่ทันมาหลายหน แต่เธอก็เพียง
เล่นสนุกตามประสา ไม่คิดว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้
ผู้อำนวยการเดินเข้าใกล้ร่างบางยิ่งขึ้นก่อนที่จะโน้มตัวลงเอ่ย
ด้วยน้ำเสียงที่แผ่วลง

"ขึ้นไปรอผมที่ห้อง พอส่งเรเน่ที่หอเสร็จแล้วจะตามขึ้นไป"





TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>
avatar
Suspended Identity
Suspended Identity
INFO.Napassawan Budwat
อ.ฝึกสอนคหกรรม
-5% Grade Exp.

Star Piece403
CHIPS+15 M 234 K 89

ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
45/480  (45/480)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Re: Whirl The Series

on Tue 29 Mar 2016, 15:32
ริแอร์มาแล้ว~~~

Signature ------------------------------------------------>
You can see me near the window o3o

Dear        
avatar
Quaint Foundation
Quaint Foundation
ClassLv.50
INFO.Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Star Piece1012
CHIPS+89 M 451 K 798



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Re: Whirl The Series

on Tue 29 Mar 2016, 17:14
EP.34

ณ.ดาดฟ้าของโรงเรียน มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งมองวิวทิวทัศน์
โรงเรียนจากมุมบน มือเล็กจับรั้วดาดฟ้าไว้ขณะที่มองนักเรียนคนอื่นๆ
กำลังเดินกลับหอ บ้างก็กำลังเดินไปขึ้นรถกลับบ้านกับผู้ปกครอง
สายลมยามเย็นพัดเรือนผมสีทองพริ้วไหว ดวงตาสีมรกตที่มองผอง-
เพื่อนนั้นแฝงไปด้วยความอ่อนโยน

'ตึก ตึก ตึก'

เสียงเดินของใครบางคนหยุดลงที่หลังรถเข็นผู้ป่วย

"ผ่านมาครึ่งปีแล้วสินะคะ.. สำหรับ 'เหตุการณ์นั้น'"

เสียงใสเปรยโดยไม่ได้หันหลังมอง แต่ก็มั่นใจดีว่ากำลังพูดอยู่กับใคร

"มันไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกนะ"

คนที่อยู่ด้านหลังตอบน้ำเสียงอ่อนนุ่ม มันเป็นเสียงของผู้ชายคนหนึ่ง

"แต่ถ้าหนูทำอะไรสักอย่าง.. เรื่องแบบนั้นคงไม่เกิดขึ้น มันทำให้หนู
รู้สึกแย่ทุกครั้งที่ต้องอยู่ที่ดาดฟ้าแห่งนี้"

มือหนาแตะลงบนบ่าเล็กที่กำลังสั่นคลอน เขาบีบกระชับไหล่เล็กนั้นไว้

"ริแอร์ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ตอนนี้เธอก็อยู่ม.หกแล้ว โตแล้วนะ
คนที่โตแล้วเขาไม่มานั่งยึดติดกับอดีตหรอกนะครับ"
"ผอ..."

เด็กสาวหันมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าเจ็บปวด แต่ดวงหน้าแสนอารีของ
ชายผู้เป็นผู้อำนวยการก็อดทำให้ยิ้มตามไม่ได้

"เข้าไปคุยต่อข้างในเถอะนะ เรามีเรื่องสำคัญต้องคุยกันไม่ใช่หรือ?"

นรินทร์จับคันจับรถเข็นและขยับเปลี่ยนทิศทางก่อนจะเข็นไปยัง
ทางห้องทำงานส่วนตัวของเขา เจ้าของห้องกรอกรหัสเข้าห้อง
อย่างคล่องแคล่ว

'แกร๊ก'

เสียงกลอนประตูอัตโนมัติดังขึ้น เด็กสาวเข็นรถเข็นเข้าห้องโดยที่
มีเจ้าของห้องเป็นคนเปิดประตูค้างไว้ให้ แม้จะไม่ได้มาที่นี่บ่อยนัก
แต่ริแอร์ก็มีความคุ้นชินกับห้องทำงานกว้างแห่งนี้ระดับหนึ่ง หลังจาก
ที่ร่างเล็กเข้ามาแล้วนรินทร์จึงปล่อยมือจากประตูหนักเพื่อปล่อยให้
มันปิดตัวลงด้วยตัวเอง

"นี่มันเรื่องอะไรกันเหรอคะ?"

แม้คำถามจะดูจริงจังแต่น้ำเสียงที่เอ่ยก็ทำให้เข้าใจว่ามันคือคำถามใคร่รู้

"เรื่องไหนครับ?"
"ก็พี่สาว.. พี่สาวมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?"

แม้จะไม่เคยบอกใครเรื่องนี้ แต่ริแอร์หรือที่มีชื่อเต็มว่า ริแอร์ กิลเล็ต
นั้นคือน้องสาวซึ่งเป็นญาติของเจ้าของโรงเรียนเพื่อผู้พิการในนาม
ของควิ้นท์เรเน่ กิลเล็ต เด็กสาวไม่เคยคิดบอกเรื่องนี้กับเพื่อนหรือ
ครูคนไหนเพราะไม่อยากถูกปฏิบัติอย่างพิเศษหรือแปลกแยกจาก
คนอื่นๆ เธอปรารถนาที่จะใช้ชีวิตนักเรียนเฉกเช่นเพื่อนๆ
ซึ่งผู้นำนวยการเองก็ยินดีที่จะไม่เปิดปากบอกความจริงนี้กับใคร

"เธอไม่สบายเลยต้องมารักษาตัวที่นี่น่ะครับ"
"แต่.. พี่ก็ดูสบายดีนี่คะ? ถึงจะดีจนไม่คุ้นตาก็เถอะ"

ถึงจะตั้งใจบอกความจริงแต่พอถึงเวลาขึ้นมาผู้อำนวยการกลับรู้สึก
ลำบากใจที่จะพูด เพราะตัวเขาเองไม่ได้อยากนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
กับเรเน่ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเสียเท่าไหร่ ชายหนุ่มหายใจเข้าเพื่อ
รวบรวมความกล้า เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าเพื่อให้อยู่ในระดับสายตา
เดียวกับคู่สนทนาหวังให้ริแอร์เห็นสีหน้าของตนชัดเจนขึ้น

"ฟังนะครับ ถึงจะกะทันหันไปหน่อย แต่มีเรื่องร้ายแรงบางอย่าง
เกิดขึ้นกับพี่สาวของเธอจนขนาดทำให้เธอความทรงจำย้อนกลับ
เรเน่คนที่เธอพบเมื่อสักครู่เป็นเรเน่ที่มีอายุจิตใจเท่าๆกับเธอ หรือ
เผลอๆอาจจะน้อยกว่า"

ผู้อำนวยเว้นระยะการพูดเพื่อรอฟังปฏิกริยาที่ได้รับ เสียงใสเงียบ
ไปพักใหญ่ ซึ่งเขาเข้าใจดีและไม่ได้คาดหวังให้ริแอร์เชื่อในสิ่งที่พูด

"ถ้าอย่างนั้นพี่ก็คงจะลำบากอยู่สินะคะ..."

นรินทร์เลิกคิ้วประหลาดใจ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดว่าจะได้ยิน

"เชื่อด้วยเหรอครับ?"
"ค่ะ"
"ทำไมถึงเชื่อล่ะ?"

ถึงริแอร์จะเป็นเด็กสาวที่อ่อนต่อโลกและมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ
แต่ชายหนุ่มรู้ตัวดีว่าเรื่องที่พูดนั้นมันฟังดูเกินจริงอย่างเหลือเชื่อ
เด็กสาวกลั้วหัวเราะน้อยๆให้กับสีหน้าสงสัยที่ถูกแสดงออกชัดเจน

"ตอนที่พี่สาวมองหนู มันเหมือนว่าพี่ไม่เคยรู้จักหนูมาก่อน
หนูมีพี่ชายท่านหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องความทรงจำ แววตาของ
พี่สาวในตอนนั้นมันเหมือนกับแววตาของพี่ชายไม่มีผิด
หนูพบพี่ชายบ่อยจนสามารถมองออกว่าเวลาไหนท่านจำ
หนูได้หรือเวลาไหนจำไม่ได้"

นรินทร์พยักหน้ารับรู้ เขาคลี่ยิ้มบางๆเป็นการขอบคุณที่เข้าใจ
มือเล็กประสานกันไว้แน่น ดวงหน้าที่มักสดใสหม่นหมองลงเล็กน้อย

"อีกอย่าง.. พี่สาวที่หนูรู้จักน่ะ.. เธอไม่เคยยิ้มแบบนั้นหรอก
ครั้งสุดท้ายที่พี่สาวยิ้มออกมาจากใจมันผ่านมานานมากแล้ว
นานจนหนูไม่สามารถจำได้"

ผู้อำนวยการที่สัมผัสได้ถึงความโศกเศร้าได้ยื่นมือเข้าไปควานหา
มือเล็กและกุมมันไว้หลวมๆ

"ผมต้องการให้เรเน่ความทรงจำกลับมาโดยไวที่สุด เรามีหลายๆเรื่อง
จะต้องคุยกับเธอ จิตแพทย์บอกว่าที่เธอเป็นแบบนี้เพราะความจริง
มันโหดร้ายเกินกว่าที่เธอจะรับไหว ผมจึงคิดว่าถ้าทำให้เธอมีความสุข
ได้แล้วละก็ เธอคงอยากจะกลับมาอยู่กับความจริงอีกครั้งหนึ่ง"

มือน้อยกระชับมือตอบ เด็กสาวเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างเชื่องช้า
เสียงใสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นไหว

"พี่สาวอยากมีโอกาสได้ใช้ชีวิตนักเรียนภายในโรงเรียนเช่นคนอื่นๆ
แต่ไม่เหมือนกับหนู พี่ไม่เคยได้รับโอกาสให้เข้าโรงเรียน ถ้าพี่ได้รับ
โอกาสนั้นจากคุณสักครั้งในชีวิต นั่นคงจะทำให้เธอมีความสุขมาก"

.
.
.

"เฮ้ยยย นั่นใครอ่ะ"

เด็กชายชุดนักเรียนเหลียวหลังกลับมองอย่างรวดเร็ว เพื่อนชาย
ที่ยืนอยู่เคียงข้างรีบหันตามเสียงโวยวาย

"ไม่รู้สิ ไม่เห็นคุ้นหน้าเลย เจ้าหล่อนไม่ผูกโบว์ที่เสื้อซะด้วยสิ"

พวกเขามองผู้หญิงในชุดนักเรียนอย่างพินิจพิจารนา นักเรียน
ทุกคนภายในโรงเรียนแห่งนี้จะใส่เนกไทหรือโบว์ต่างสีสัน
เพื่อแบ่งแยกชั้นเรียนกันชัดเจน แต่สาวน้อยที่พึ่งเดินผ่าน
ไปนั้นกลับไม่ได้ใส่โบว์ประจำชั้นแต่อย่างใด

"รุ่นพี่มั้ง ดูจากรูปร่างแล้ว"

ร่างบางในชุดนักเรียนมีรูปร่างสมส่วนน่าเชยชม ผมสีครีมตัดสั้น
เผยให้เห็นต้นคอเนียนขาว สองหนุ่มยังคงจ้องมองแม้ร่างนั้นจะ
เดินผ่านไปได้สักระยะแล้ว ขาเรียวยาวก้าวเดินอยู่บนระเบียงยาว
อันเงียบสงบ เพราะช่วงเวลาพักเที่ยงเช่นนี้คือเวลาทานข้าวของ
เหล่านักเรียนจึงทำให้ประชากรส่วนใหญ่ของโรงเรียนรวมตัวกัน
อยู่ในโรงอาหาร

สาวน้อยแปลกหน้าเลี้ยวเข้าไปยังห้องที่อยู่สุดทางเดินระเบียง
มันคือห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือมากมายที่หลากหลายไปด้วย
ภาษาและความรู้ในแขนงต่างๆ ภายในห้องแห่งนี้มีคนอยู่เพียง
ไม่กี่คน ส่วนใหญ่เป็นบรรณารักษ์ที่กำลังจัดเรียงหนังสือเข้าที่
ส่วนที่เหลือนั่งอ่านหนังสือกันอยู่เงียบเชียบ นอกจากเสียงแอร์
แล้วก็ไม่มีเสียงอื่นใดอีก เรเน่เดินวนตามชั้นหนังสือไปเรื่อยๆ
ในมือถือขนมปังที่พึ่งซื้อมาจากโรงอาหาร

'ตึก ตึก ตึก'

เสียงเดินดังขึ้นเชื่องช้า และบ้างก็เงียบหายไปสักระยะ นิ้วเรียว
ลากสัมผัสตามสันหนังสือระหว่างก้าวเดิน ดวงตาสีมะนาว
ไล่สายตามองหนังสือตามชั้นหนังสือไม้อย่างตั้งอกตั้งใจ

'ปึก'

เพราะมัวแต่มองหนังสือจึงทำให้เดินชนอะไรบ่างอย่างโดย
ไม่ตั้งใจ ร่างบางรีบเด้งตัวถอยหลังตามสัญชาตญาณ เธอหัน
มองวัตถุปริศนาเร็วไว

"ข ขอโทษนะคะ!!"

เสียงใสลนลานรีบเอ่ยปากทันทีที่เห็นว่าวัตถุปริศนานั้นคือ
ชายในชุดนักเรียนคนหนึ่ง

"ไม่เป็นไรครับ"

คำตอบที่ได้เป็นน้ำเสียงเรียบง่าย คนพูดไม่แม้แต่จะหัน
หน้ามอง เรเน่ผงกหัวหงึกๆเป็นการขอโทษอีกหลายหน
ก่อนจะรีบหันหลังและสาวท้าวเร็วไวด้วยความที่ไม่อยาก
รบกวน

"เดี๋ยวก่อน..."

เสียงชายแปลกหน้าทำให้ร่างบางหยุดชะงัก เธอหันกลับ
มองต้นเสียงด้วยแววตาหวาดหวั่น กลัวว่าจะถูกติเตียน

"กำลังหาอะไรอยู่หรือเปล่าครับ?"
"เอ๋?"

สาวน้อยเลิกคิ้วเล็กน้อยเนื่องจากได้ยินสิ่งที่ไม่คาดคิดไว้

"กำลังหาอะไรอยู่หรือเปล่าครับ?.. รึว่าจะมีปัญหาด้าน
การฟังนะ.."

ประโยคหลังเป็นประโยคพึมพำแผ่วเบากับตัวเอง แต่ด้วย
ความทีที่นี่เป็นห้องสมุดอันเงียบงัน จึงทำให้ได้ยินเสียง
กันและกันได้ดีกว่าปกติ

"ป เปล่าค่ะ.. ฉันได้ยิน"

สาวน้อยรีบแก้ตัว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังยืนอยู่ที่เดิม
อีกฝ่ายเองก็หาได้เดินเข้าหาเช่นกัน เมื่อเทียบกับระยะ
ห่างการยืนสนทนาทั่วไปแล้ว ระยะความห่างที่พวกเขา
ยืนคุยกันอยู่ตอนนี้ก็ถือว่าแปลกพอตัว

"ฉันได้ยินเสียงเดินวนไปวนมาของเธอมาสักพักแล้ว"
"ขอโทษนะคะ.. รบกวนสินะคะ..."
"เปล่า แค่อยากช่วย"
"อ่อ...."

การสนทนาปล่อยช่วงเงียบสงัด คนแปลกหน้าต่างไม่รู้
จะทำตัวอย่างไรต่อกันและกัน

"ฉันกำลังหาหนังสืออยู่น่ะค่ะ หนังสือข้อมูลเกี่ยวกับ
ผู้พิการทางสายตา หรือจะเป็นพวกแนวทางปฏิบัติต่อ
ผู้พิการทางสายตาก็ได้"

คราวนี้เป็นตาของชายหนุ่มที่จะเลิกคิ้วแปลกใจ เขาหันหน้า
หาต้นเสียงเป็นครั้งแรก แต่ช่างน่าแปลกที่สาวน้อยกลับไม่ได้
รู้สึกว่ากำลังถูกมองอยู่ เธอเหลียวหลังมองกระจกหน้าต่างใส
เบื้องหลังเพื่อมองหาว่าชายคนนั้นกำลังมองสิ่งใดอยู่ แต่ภาย
นอกหน้าต่างไม่มีอะไรนอกจากก้อนเมฆสีบริสุทธิ์ เธอจึงได้
แต่หันกลับมองเขาอีกครั้งด้วยแววตาสงสัย เด็กชายตัวสูงกว่า
เกาคางครุ่นคิดก่อนจะหันหลังเดินไปอีกทาง

"อ๊ะ รอเดี๋ยวสิคะ"

ร่างบางที่ยืนอยู่ห่างๆรีบสาวท้าวเดินตาม เมื่อนั้นเองที่เธอสังเกต
ได้ว่าเด็กนักเรียนแปลกหน้าเดินโดยใช้ไม้เท้าอันยาวปัดแกว่ง
ไปด้านหน้า เป็นลักษณะที่เธอคุ้นตาเป็นอย่างดี หากยังไม่ทัน
ได้เอ่ยปากถามก็มีหนังสือเล่มหนึ่งถูกยื่นมาใกล้ มันคือหนังสือ
เล่มหนาที่เขียนประทับหน้าปกไว้ว่า 'แนวทางการปฏิบัติต่อ
ผู้พิการทางสายตาเบื้องต้น' ดวงตาสีมะนาวประกายระยิบระยับ
ทั้งๆที่เธอเดินหาตั้งนานแต่ก็มีแต่จะหลงอยู่ในคลังความรู้แห่งนี้
แต่เขาที่ 'มองไม่เห็น' กลับหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างเร็วไว

"ว้าววว ขอบคุณมากนะคะ ฉันหาอยู่ตั้งนานไม่เห็นจะเจอ
นึกว่าจะไม่มีหนังสือแบบนี้อยู่ในห้องสมุดแล้วเสียอีก"
"ห้องสมุดแห่งนี้มีหนังสือหลากหลายรูปแบบมากเลยหายาก
นิดหน่อยน่ะ หนังสือความรู้เฉพาะทางแบบนี้บางส่วนก็มีผู้บริจาก
เข้ามา ทางโรงเรียนได้ขอบคุณด้วยการประทับชื่อผู้บริจาคอยู่
บนหน้าหลังสุดของหนังสือ"

นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินประโยคยาวๆจากปากชายหนุ่มแปลกหน้า
เรเน่คลี่ยิ้มให้พลางเอ่ยปากขอบคุณ เธอรับหนังสือมาถือไว้ในมือ
หนุ่มนักเรียนผงกหัวให้เล็กน้อยเป็นการรับคำขอบคุณ จากนั้นจึง
หันหลังหวังเดินจากไป

"อ๊ะ เดี๋ยวก่อนค่ะ"

สาวน้อยเดินตามไปและวางห่อขนมปังให้บนมือผู้ช่วยเหลือ

"ขอบคุณมากนะคะ ช่วยได้มากจริงๆ อย่าลืมทานข้าวกลางวันนะคะ"
"ครับ"

เขาเผยยิ้มบางเบาแต่ก็ส่งความรู้สึกได้อย่างชัดเจน ชายหนุ่ม
ยกมือเกาหลังคอเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไปอีกครั้ง ทันใดนั้นเอง
ที่เสียงดังขึ้นจากหน้าประตูห้องสมุด

"ไอ้ประธาน ไปกินข้าวโว้ยย กินกระดาษเป็นอาหารรึไง
เอ็งเป็นเครื่องเครื่องบดกระดาษเรอะะ"
"เป็นแม่รึยังไง.."
"ไปบ่นจิณณ์นู้นน มันสั่งให้ฉันมาตาม ไปเดี๋ยวนี้เลยนะ"
"โอ๊ยๆๆๆ"

ร่างบางสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความขบขัน แต่ถึงเช่นนั้นเธอก็
ไม่ได้ใส่ใจออกไปดูเพราะเห็นว่าเป็นเพียงการเล่นกันของเพื่อนฝูง
สาวน้อยชุดนักเรียนถือหนังสือเล่มหนาไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวนุ่ม
เพื่อหวังอ่านหนังสือที่ตามหาเสียนาน แต่คำพูดที่เพื่อนร่วมโรงเรียน
พูดขึ้นทำให้เธอเกิดสนใจในเรื่องผู้บริจาค เพราะหนังสือเล่มนี้เอง
ก็ดูเป็นหนังสือเฉพาะทางที่ไม่สามารถหาได้ในร้านหนังสือทั่วไป
มือเล็กกลับหนังสือไปด้านหลังและเปิดหนังสือขึ้นจากปกด้านหลัง
หากทันใดนั้นเองที่ดวงตาสีมะนาวเบิกกว้าง...

'ขอขอบคุณผู้บริจาค Reine Guillet'




TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>
avatar
Suspended Identity
Suspended Identity
INFO.Napassawan Budwat
อ.ฝึกสอนคหกรรม
-5% Grade Exp.

Star Piece403
CHIPS+15 M 234 K 89

ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
45/480  (45/480)
ดูข้อมูลส่วนตัว

Re: Whirl The Series

on Tue 29 Mar 2016, 20:08

Signature ------------------------------------------------>
You can see me near the window o3o

Dear        
ขึ้นไปข้างบน
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
2012 © QUAINT | Powered by THE NOBLEMAN ®