นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

หน้า 2 จาก 3 Previous  1, 2, 3  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Wed 19 Nov 2014, 04:40

@EinZ พิมพ์ว่า:ปักครับ


สิ่งนี้คืออาร๊ายยย ช่วยบอกผมที๊!!!!!

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  EinZ on Wed 19 Nov 2014, 04:45

@Nearmoki-2b พิมพ์ว่า:
@EinZ พิมพ์ว่า:ปักครับ


สิ่งนี้คืออาร๊ายยย ช่วยบอกผมที๊!!!!!

พอดีพิมพแค่ปักแล้วมันสั้นไปน่ะครับ
:(นรินทร์).:

Signature ------------------------------------------------>
Blind can't hide your Heart
--Can you hear my heart?---

เป็นปู่นี่มันหล่อจริงๆ ( ͡° ͜ʖ ͡°)



EinZ

INFO. Isara Pattanasak
ผช.ศ.ภาควิชาภาษาเบรลล์
ชมรม : สภานักเรียน (★)
-10% Grade Exp.

Ore Ore : 299
Spirit Point : 98451509
CHIPS +63 M 48 K 764

สามารถ สวมใส่-ถอด เข็มกลัดชิ้นนี้ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไอเทม | ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
436/1720  (436/1720)

ดูข้อมูลส่วนตัว http://dongseng23.deviantart.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Thu 20 Nov 2014, 04:31

EP.10

ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่เรเน่พูดจริงๆ เพราะผมสามารถผ่านด่านตรวจ
เข้าประเทศมาได้โดยง่ายไร้ซึ่งการกักกันสอบถามของเหล่าพนักงาน
ถึงจริงๆแล้วผมจะร่างใหญ่กว่าคุณรอยด์จนทำให้ใส่เสื้อของเขาไม่พอดี
ตัวอยู่บ้าง แต่มันคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดที่คนอื่นสัมผัสได้ ช่างโชคดีที่
เราสองคนสามารถบึ่งมายังสนามบินและออกนอกประเทศได้อย่าง
ปลอดภัย

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสได้นั่งเครื่องบิน มันน่ากลัวกว่า
การนั่งรถสุดซิ่งเมื่อครู่ไม่รู้ตั้งกี่เท่า ในระหว่างที่ผมกำลังหวาดกลัว
เสียงใสข้างกายยังคงพร่ำบอกว่าเธออยู่ตรงนั้น อยู่ใกล้เพียงแค่
เอื้อมมือหา เสียงนั้นทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจและทนนั่งเครื่องบินมาจน
ถึงประเทศเขตหนาว 'สวิตเซอร์แลนด์'

ทันทีที่ออกมาจากเกทก็มีเสียงฝีเท้ามากมายเดินตามพวกเรามา
ผมรีบสาวเท้าเข้าประชิดหญิงสาวเพื่อนร่วมทางด้วยความหวาดใจ
"นายหญิง ยินดีต้อนรับกลับสวิตเซอร์แลนด์ครับ" เสียงแปลกหู
กล่าวด้วยภาษาแปลกถิ่น ผมเองก็ไม่ได้แข็งอังกฤษสักเท่าไหร่ด้วยสิ
"ไม่ทราบว่าท่านผู้นี้คือใครหรือคะ?" อีกเสียงหนึ่งแทรกถามเร็วไว
ตอนนี้ผมรู้สึกราวกับเป็นดาราฮอรีวูดผู้ถูกรุมสัมภาษณ์ไม่จบสิ้น

"เขาเป็นแขกคนสำคัญของฉัน กรุณาคุ้มกันเขาอย่างสุดกำลังด้วย"
เรเน่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งหากจริงจัง มันต่างจากน้ำเสียงขี้เล่น
ที่ผมมักได้ยินพอตัว แต่ก็ยังรับรู้ได้ว่าคนพูดเป็นคนเดียวกัน
"รับทราบค่ะ" เธอขานรับชัดเจนในระหว่างที่คนอีกคนพยายาม
ดึงกระเป๋าออกจากหลังผม.. ข.ขโมยงั้นเหรอ!!

"นรินทร์คะ ส่งกระเป๋าให้เหล่าบอดิการ์ดถือก็ได้ค่ะ" เรเน่เปรย
อ่อ.. บอดิการ์ดหรอกเหรอ.. อะไรนะ!! บอดิการ์ด!! นี่กำลังมี
คนเดินรุมล้อมคอยปกป้องผมอยู่อย่างนั้นเรอะ นี่มันยิ่งกว่าดารา
อีกนะ!! ผมถอดกระเป๋ายื่นให้คนข้างกายด้วยมือสั่นๆ แม่เจ้า..
หลังจากที่ชีวิตผมตกถังข้าวสาร จากนั้นก็ต้องมาเล่นหนังบู้ต่อ
งั้นเหรอเนี่ย อะไรมันจะเอ็กไซติ้งได้ขนาดนี้!!

ผมเดินตามพวกเขาออกจากสถามบินเพื่อขึ้นรถคันหนึ่ง คราวนี้
เรเน่ไม่ใช่คนขับเช่นคราวก่อน หากเธอกลับนั่งอยู่ข้างผมที่เบาะหลัง
"นายหญิง.. พักผ่อนสักหน่อยเถอะค่ะ ท่านถึงสวิตและถึงมือ
พวกเราแล้ว ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วละค่ะ ตอนอยู่บนเครื่องบิน
ก็ไม่ได้พักผ่อนเลยไม่ใช่หรือคะ?" ผมมัวแต่หลับเลยไม่ทันสังเกต
ว่าคนที่นั่งเงียบกริบอยู่ข้างกายนั้นไม่ได้พักผ่อนเลย นี่เธอนั่งถ่างตา
อยู่เฉยๆได้ยังไงตั้งเกือบสิบชั่วโมง ต้องมีญาติเป็นนกฮูกแน่ๆ...

"เราจะนิ่งนอนใจไม่ได้จนกว่าจะเข้าเขตกิลเล็ต" เรเน่ตอบเสียงเรียบ
ที่เธอต้องนั่งระแวงอยู่ตอนนี้ก็เพราะผม เพราะกลัวว่าใครจะมาทำอะไรผม
"เขตกิลเล็ตคืออะไรเหรอครับ?" ผมสวนถามเป็นภาษาไทย อย่าได้ให้ผม
พูดภาษาอังกฤษเลยเถอะครับ มันยิ่งกว่าสเนกๆฟิชๆเสียอีก
"อาณาเขตตัวบ้านของตระกูลกิลเล็ตน่ะค่ะ ชื่อเต็มของเน่คือ เรเน่ กิลเล็ต"
ผมนั่งรถมาหลายชั่วโมงกว่าจะเข้าอาณาเขตที่ว่านั่น และที่แปลกกว่านั้น
คือถึงแม้ว่าจะเข้า 'อาณาเขตเขตกิเล็ต' ที่ว่านั้นมาครึ่งชั่วโมงกว่าๆแล้ว
แต่กลับไม่มีวี่แววว่าจะถึงบ้านของเรเน่เลยแม้แต่นิดเดียว!!

อ๊ะ.. บ่นปุ๊บก็ถึงปั๊บเลยแฮะ.. ในที่สุดรถก็จอดลง มีเพียงผมและเรเน่ที่
ลงมาจากรถก่อนที่รถจะเคลื่อนไปอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเห็นว่ารถผ่านตาไป
แล้วหญิงสาวเจ้าของสถานที่จึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งใจ
"เอาล่ะ ถึงบ้านเน่แล้วค่ะ จากนี้ก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้วนะ" เสียงอ่อนล้า
พยายามดัดน้ำเสียงให้สดใส แต่ถึงอย่างนั้นความเหนื่อยอ่อนก็ยังแผ่
ออกมาอย่างชัดเจนอยู่ดี เจ้าของบ้านค่อยๆเดินผ่านสวนหย่อมเลาะ
เข้าไปยังบ้านหลังหนึ่ง จากแสงที่ผมพอมองเห็น ดูเหมือนว่ามันจะ
เป็นบ้านสองชั้น ทันทีที่เดินเข้าไปในตัวบ้านก็สัมผัสได้กับกลิ่นฝุ่น
ฟุ้งกระจายทำเอาคัดจมูก ผมเผลอจามเสียงดังทันทีที่เดินเข้าไป

"ขอโทษนะคะ.. เน่เองก็ไม่ได้กลับมาที่นี่พักใหญ่ๆแล้ว เลยไม่มีใคร
ทำความสะอาด" ไม่ว่าจะจับทางไหนก็ฝุ่นไปทุกที่เลยแฮะ
"ไม่มีคนอื่นอยู่ที่นี่แล้วเหรอครับ แล้วคุณพ่อคุณแม่คุณไปไหนซะล่ะ?"
คนถูกถามเงียบไปพักหนึ่งก่อนเอ่ยปากตอบอีกครั้งด้วยเสียงนิ่งเรียบ
"พวกท่านเสียไปแล้วค่ะ.." ไม่จริงน่า... นี่ผมถามออกไปได้ยังไงกัน!!
"ขอโทษนะครับ ต้องขอโทษด้วย ผมไม่รู้จริงๆ" ผมรีบขอโทษยกใหญ่
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณมีสิทธิ์ที่จะถามทุกอย่าง เพราะที่คุณต้องมา
ลำบากหนีตายแบบนี้ก็เพราะเน่"

"ร..เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะครับ ตอนนี้คุณควรจะพักผ่อนสักหน่อยนะ"
"เดินต่อไปอีกสักห้าก้าวจะมีโซฟาวางอยู่นะคะ" เธอพูดก่อนเดินนำไป
ยังโซฟาตัวใหญ่ ช่างน่าแปลกที่เพียงเพราะผมพูดในตอนนั้นว่าไม่สะดวก
ใจให้ใครจูงนำทาง จากนั้นเธอก็ไม่ทำในสิ่งที่ผมไม่ชอบอีกเลย ผมเดิน
ตามไปทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างกายเจ้าของบ้านโดยเว้นระยะห่างพอตัว
"ถ้าผมถามได้ ผมก็มีสิ่งหนึ่งที่อยากจะรู้ ผมอยากรู้ว่าทำไมผมต้องมา
วิ่งสู้ฟัดหนีตายแบบนี้ด้วย คุณรอยด์เค้าไปทำอะไรมางั้นเหรอครับ?"
ดูเหมือนว่าคำถามของผมจะสร้างความลำบากใจให้ผู้ตอบเป็นอย่างมาก
มากเสียจนต้องกัดฟันตอบเช่นนี้

"บรัช... เคยเป็นฆาตกรมาก่อนน่ะค่ะ"



TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Tue 28 Jun 2016, 16:15, ทั้งหมด 2 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Sat 22 Nov 2014, 18:15

EP.11

"ห๊ะ!?! ฆาตกร!!" น..นี่ผมกำลังหลุดเข้ามาในโลกอะไรกันแน่เนี่ย!!
"ก็แค่อดีตเท่านั้นแหละค่ะ.." เสียงที่ตอบกลับมาดูขุ่นมัวเล็กน้อย
จะอดีตหรือปัจจุบันแต่ชีวิตที่คลาดไปแล้วก็ไม่กลับมาหรอกครับบ!!
ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมผมถึงโดนตามจองล้างจองผลาญ ไม่ว่าจะ
ดูยังไงมันก็เป็นความผิดฝั่งเราชัดๆ คนที่กำลังตามผมอยู่คงไม่พ้น
ญาติหรือคนรู้จักของเหล่าผู้ตาย แล้วคนที่ต้องรับเคราะห์ก็คือผม!!

"แล้วคุณคิดจะทำยังไงต่อไปเหรอครับ?" ผมจะได้เตรียมใจทัน..
"ก็คงต้องให้คุณอยู่ที่นี่จนกว่าเราจะหาตัวคนร้ายเจอน่ะค่ะ"
คนร้ายน่ะ.. มันตัวผมไม่ใช่เหรอ? ไม่สิ หมายถึงคุณรอยด์ต่างหาก
"ถ้าเจอตัวคุณร้ายแล้วคุณจะทำยังไง? ในเมื่อเราส่งให้ตำรวจไม่ได้"
"ก็ต้อง'กำจัด'ทิ้งอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ?" คำตอบที่ได้กลับมาเป็น
เพียงน้ำเสียงเรียบเฉยธรรมดา ผมได้แต่กลืนน้ำลายเอือกใหญ่ให้
กับท่าทีนิ่งเรียบนั้น

"นี่ถ้าผมทำให้คุณไม่พอใจ.. คุณจะกำจัดผมเหมือนกันหรือเปล่านะ?"
เหงื่อที่ผุดอยู่บนหน้าทำให้ผมอดถามหาความปลอดภัยให้ตัวเองไม่ได้
"พูดอะไรน่ะคะ? ที่เน่ต้องใช้วิธีเด็ดขาดแบบนี้ก็เพื่อตัวคุณเองนะ
ไม่ใช่ว่าอยากทำหรือไม่ได้รู้สึกอะไรสักหน่อย.. ว่าแต่คุณเถอะ หน้าที่
ของคุณคืออะไร ทำไมเรามาอยู่ด้วยกัน เน่ยังไม่รู้เลย?" เรเน่ถามสงสัย
"เอ่อ.. เอาตามตรงผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมต้องทำอะไร คุณเก็บผมมา
จากข้างถนนบอกว่าจะจ้างผมเดือนละ xx,xxx เพื่อให้อยู่ด้วยกัน"
"อะไรนะ!! xx,xxx!! บ้าไปแล้วแน่ๆ ราคานั้นเน่ไม่จ่ายแน่นอนค่ะ"
เสียงใสฟังดูไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

"นี่คุณจะบ้ารึเปล่าคะ อยู่ๆก็ให้ใครไม่รู้พาตัวไปไหนต่อไหน แล้วถ้า
เกิดเป็นพวกค้ามนุษย์ไปจะทำยังไงคะ พวกนั้นยิ่งชอบจับคนข้างถนน.."
"คุณห่วงผมอย่างนั้นเหรอ?" ถึงจะฟังดูเหมือนต่อว่า แต่ผมจับความเป็น
ห่วงในน้ำเสียงได้เจือจาง ทว่าผมอาจจะคิดไปเองก็ได้..
"ตอนนี้คุณอยู่ในความรับผิดชอบของเน่ ก็แค่นั้น" เธอตอบเสียงอ่อน
"แล้วสรุปเน่จ่ายเงินขนาดนั้นให้คุณเพื่ออะไรกันคะ?"
"เพื่อให้ผมนอนกับคุณ" ผมไม่รู้จะตอบยังไงเพราะผมได้ทำแค่นี้จริงๆ
"ห๊ะ นอน!!!" หญิงสาวเด้งตัวลุกขึ้นยืนจากโซฟาทันใด
"เอ่อ.. ผมหมายถึงนอนเฉยๆครับ นอนหลับ ไม่ใช่ในเชิงแปลกๆ"

"จ.จ..จ..จ.จจะนอนแบบไหนมันก็แปลกทั้งนั้นแหละค่ะ!!!"
เรเน่ส่งเสียงเชิงโวยวายก่อนจะรีบสงบคำรวมถึงสงบใจตัวเองลง
"ให้ตายเถอะ แล้วคุณก็ตอบรับนี่นะคะ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ
ไหนจะเรื่องที่เกิดขึ้นอีก.." เจ้าของบ้านถอนหายใจเฮือกใหญ่
"เรื่องที่เกิดขึ้น.. ผมต้องขอโทษจริงๆ ถึงจะรู้ว่าคำขอโทษมัน
คงไม่พอก็ตาม" ถึงจะเคยบอกว่าจะรับผิดชอบก็เถอะ แต่เอาเข้า
จริงแล้วคนไม่มีอะไรเลยอย่างผมจะมีปัญญาที่ไหนรับผิดชอบเธอ
"เอาเป็นว่าอย่าพูดถึงมันอีกเลยก็พอค่ะ" เรเน่ตอบเบาๆก่อนจะ
เดินจากผมไปโดยทิ้งบทสนทนาให้จบลงเพียงเท่านั้น

.
.
.

ตามที่ตกลงกันเอาไว้แล้ว ผมจะต้องอยู่ที่นี่ไปจนกว่าเรเน่จะจัดการ
กับคนที่กำลังไล่ล่าผมอยู่ได้ จากนั้นเธอจะส่งผมกลับไปยังที่ๆผม
จากมา และหลังจากนั้น.. เราจะกลับไปเป็นคนไม่รู้จักกันเช่นเคย
"นรินทร์... นรินทร์คะ?... น้ารีนนนน" เสียงใสเอ่ยชื่อซ้ำไปมา
"อ๊ะ?..เอ๊อะ?? เรียกผมอยู่เหรอครับ" ผมลืมไปสนิทเลยว่าตอนนี้
กำลังใช้ชื่อชั่วคราวอยู่ เธอจะโกรธที่ถูกเมินหรือเปล่านะ?

"เป็นอะไรไปรึคะ?" ตอนนี้ผมกำลังยืนเกาะประตูบ้านเพื่อส่งหญิงสาว
ไปทำงานในเช้าวันใหม่ เพราะความเร่งรีบและตื่นกลัวจึงทำให้ผมไม่
ทันสังเกตตอนที่มาถึงว่าที่นี่หนาวกว่าเมืองไทยพอสมควรเลย ยังไง
ซะก็สวิตเซอร์แลนด์ก็เป็นประเทศในเขตหนาวอย่างยุโรปนี่นะ ผมเป่า
ลมหายใจเล่นกับควันที่ออกมาจากปากอยู่พักหนึ่ง

"หนาวอย่างนั้นเหรอคะ?" ร่างบางที่เดินห่างออกไปแล้ววกกลับมาที่
ประตูบ้านอีกครั้งหนึ่งก่อนนำผ้าผืนหนึ่งคล้องลงบนคอของผม ไออุ่น
ที่อยู่บนผืนผ้าทำให้รู้ว่ามันพึ่งถูกถอดออกมาจากคอของเธอ เรเน่จัด
ผ้าพันคอผืนอุ่นให้เข้าที่ก่อนหันเดินจากไปอีกรอบโดยไม่พูดอะไร
"แล้วคุณไม่หนาวเหรอครับ?" ผมรู้สึกเกรงใจที่ไปเอาของๆเธอมา
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวก็ขึ้นรถแล้ว" เสียงใสตอบสุภาพและใจเย็น

"เน่ทำงานเสร็จแล้วจะรีบกลับนะคะ ถ้านรินทร์อยู่บ้านเบื่อๆก็สามารถ
ออกไปเดินเล่นได้ตามสะดวกเลยนะ แถวนี้เป็นอาณาเขตของกิลเล็ต
ทั้งหมดจึงไม่มีใครเข้ามาได้โดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะฉะนั้นปลอดภัย
หายห่วงค่ะ" ผมรู้สึกได้ถึงรอยยิ้มของผู้พูด จึงได้แต่พยักหน้ารับเรียบง่าย
เสียงฝีเท้าค่อยๆดังจางหายไปพร้อมกับเสียงรถที่ออกเคลื่อนไหว ผมยืน
ฟังเสียงรถอยู่สักพักพลางกระชับผ้าพันคอหวังคลายหนาว

"กลิ่นหอมจังเลยแฮะ" กลิ่นหอมที่ติดอยู่กับผ้าทำให้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก



TBC ๐ ๐ ๐


Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  dedog on Sat 22 Nov 2014, 19:53

<--นั่งรออ่านตอนต่อไป

dedog

INFO. Jinn
ร.ศ. ภาควิชาศิลปะ
ชมรม : โสตทัศนศึกษา (★)
-7% Grade Exp.

Ore Ore : 577
Spirit Point : 95769537
CHIPS +50 M 222 K 109

CHIPS +3.0%/เดือน | ได้รับ ทุนการศึกษา/เงินเดือน เพิ่ม 100% ของฐานปัจจุบัน | ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
402/3430  (402/3430)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  EinZ on Sat 22 Nov 2014, 20:43

มาเป็นสั้นๆ อีกละผอ.
ปักครับ

Spoiler:
คราวนี้สปอยของจริงละ

Signature ------------------------------------------------>
Blind can't hide your Heart
--Can you hear my heart?---

เป็นปู่นี่มันหล่อจริงๆ ( ͡° ͜ʖ ͡°)



EinZ

INFO. Isara Pattanasak
ผช.ศ.ภาควิชาภาษาเบรลล์
ชมรม : สภานักเรียน (★)
-10% Grade Exp.

Ore Ore : 299
Spirit Point : 98451509
CHIPS +63 M 48 K 764

สามารถ สวมใส่-ถอด เข็มกลัดชิ้นนี้ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไอเทม | ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
436/1720  (436/1720)

ดูข้อมูลส่วนตัว http://dongseng23.deviantart.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Sat 22 Nov 2014, 21:08

EP.12

เฮ้อ~ น่าเบื่อจังเลยนะ ถึงบ้านหลังนี้จะใหญ่โตแต่กลับไม่มี
อะไรสนุกๆให้ทำเลยแม้แต่อย่างเดียว แถมยังฝุ่นจับหนาเตอะ
บวกกับบรรยากาศวังเวงไร้ผู้คนด้วยแล้ว สถานที่แห่งนี้ให้
บรรยากาศราวกับบ้านผีสิง ใครจะไปกล้าอยู่คนเดียวกันล่ะ!!
ผมนั่งอยู่ในบ้านได้ไม่นานก็ต้องรีบเผ่นออกมาข้างนอก
ด้วยความกลัว ด้วยความที่ไม่รู้เส้นทางจึงได้แต่เดินเล่น
ไปเรื่อยๆตามซอย ระหว่างซอยนั้นมีบ้านเล็กใหญ่ตั้งเรียง
รายสองฝั่ง หากยังไม่พบเห็นผู้คนเลยแม้แต่คนเดียว

ผมเดินสำรวจสถานที่ด้วยความสนใจใคร่รู้ ดูจากระยะทาง
ที่เรานั่งรถเข้ามากันแล้ว ต่อให้ผมเดินไม่หยุดจนสุดวันก็คง
ยังไม่หลุดออกจากอาณาเขต เรเน่บอกว่าตราบใดที่อยู่ใน
เขตตัวบ้านก็ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย
จะเชื่อได้แค่ไหนกันนะ..

"ลุงงงงงง!!!~~" 'ปึกก!!' อยู่ๆผมก็ถูกผลักโดยไม่ตั้งตัว
ไม่สิ ความจริงมันต้องเรียกว่ากระโดดถีบขาคู่เสียมากกว่า
หัวใจผมสั่นสะท้านเพราะความตื่นตระหนก เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!?!
หรือว่าคนร้ายจะลักลอบเข้ามาได้.. นี่ผมกำลังจะตายงั้นเหรอ!!
"เย้ย ลุง!! เป็นไรเปล่าวะ? ปกติก็หลบได้ตลอดนี่หว่า"
"โห่~ ไม่มันส์เลย" เสียงที่ไม่คุ้นเคยพูดพร่ำอยู่คนเดียว
ถึงจะตกใจที่โดนทำร้ายแต่กลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว
ถึงผมจะไม่รู้จักเสียงที่กำลังพูดนี่ หากดูเหมือนว่าคนพูด
จะรู้จักผมเป็นอย่างดี.. ไม่สิ ผมหมายถึงรู้จักคุณรอยด์ต่างหาก

"คือผมไม่ใช่..." ประโยคยอดฮิตประจำเดือนนี้ของผมคือ
การอธิบายว่าตัวเองไม่ใช่ บอร์น รอยด์ ผมยันตัวลุกขึ้นจากพื้น
ก่อนหยิบไม้เท้าขาวเพื่อพยุงตัวเองลุกขึ้นยืน ทันทีที่สังเกตเห็น
ไม้เท้าขาวคนข้างกายก็สามารถรับรู้ถึงความผิดปกติ
"ตาลุงเป็นไรอะ!! เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ!!" เขาถามตกใจ
ว่าแต่นี่ผมเป็นลุงของเขางั้นหรือ ฟังจากเสียงทุ้มห้าวนั่น
ก็ไม่น่าอายุห่างกันขนาดนั้นเลยนี่นา ว่าแล้วเขาพูดภาษาไทย
ด้วยสำเนียงฝรั่งจ๋าจนน่าเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูกแฮะ ถึงแม้จะพูดจา
ห้วนไปหน่อยก็เถอะ

"เอ่อ..." เอาล่ะ ได้เวลาอธิบายตัวตนรอบที่ล้านแล้ว
"นายไม่ใช่ลุงนี่นา?" ผมเงยหน้าหาคนข้างหน้า ขอบคุณที่รับรู้ได้
ด้วยตนเองครับ ผมนี่ดีใจจนน้ำตาจะไหล เพราะความดีใจทำให้
ผมรีบพยักหน้ารับรัวๆ คนเบื้องหน้าดูสับสนนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร
"เหวยย โทษที ไม่รู้จริงๆ นายเป็นญาติของลุงงั้นเหรอ มาทำไรที่นี่?"
"ก็แค่คนที่บังเอิญหน้าคล้ายกันน่ะครับ" ผมอธิบายสั้นๆพอได้ใจความ
"จริงด้วย.. ลุงไม่มีทางพูดเพราะแถมเสียงเย็นขนาดนี้หรอก แปลกหูจัง"
เขาพูดก่อนทำเสียงขนลุกหยอกล้อ แน่นอนว่าไม่ได้หยอกล้อตัวผม

"แล้วคุณเป็นญาติของคุณรอยด์งั้นเหรอครับ?" ผมถามกลับสงสัย
"หืม? ไม่ใช่หรอก ก็แค่คนรู้จักน่ะ ที่เรียกว่าลุงเพราะหมอนั่นมันขี้
บ่นอย่างกับคนแก่ โทษทีนะที่จำผิด ฉันก็ลืมไปว่าหมอนั่น..."
ชายแปลกหน้าเว้นเรื่องความตายให้เป็นเพียงความว่างเปล่า
"งั้นยัยเรเน่คงจะก่อเรื่องอีกแล้วใช่มั้ย? เจ้าตัวไปไหนซะล่ะ?"
หัวใจผมกระตุกเมื่อได้ยินชื่อคนรู้จัก นี่พวกเขารู้จักกันด้วยเหรอ?
"ไปทำงานน่ะครับ ผมไม่ยักรู้ว่าพวกคุณรู้จักกันด้วย.."

"ฮึ่มม ฉันไม่ใช่คนชอบอธิบายซะด้วยสิ เอาเป็นว่าฉันเป็น
บอดิการ์ดส่วนตัวของยัยนั่นก็แล้วกัน" เขารวบรัดจับใจความ
"แล้วทำไมไม่อยู่กับเธอเหรอครับ ผมไม่เห็นคุณที่สนามบินด้วยแฮะ"
"นายไม่ได้ตาบอดหรอกเหรอ?" ชายหนุ่มถามแปลกใจ
"ครับ แต่ผมไม่เคยได้ยินเสียงกับวิธีการเดินของคุณมาก่อน.."
"เจ๋งว่ะ!! ฉันชอบๆ นายชื่ออะไรอ่ะ!!" เขาตบไหล่ผมท่าทางชอบใจสุดๆ
"เอ่อ..." ผมพยายามนึกชื่อชั่วคราวที่กำลังใช้อยู่ นี่ผมชื่ออะไรนะ..

"เอ้อ!! นรินทร์ครับ ผมชื่อนรินทร์" เรานี่นะ ลืมได้แม้กระทั่งชื่อตัวเอง
"ฉัน'ราย'นะ ราย เกร์ดีน" เขาพูดด้วยน้ำเสียงยินดี เจ้าตัวคงกำลังยิ้มอยู่
"แล้วทำไมคุณถึงไม่อยู่กับคุณเรเน่เหรอครับ?" ผมถามคำถามเดิมอีกครั้ง
"อ่า.. ฉันโดนไล่ออกน่ะ ถึงจริงๆจะไม่ใช่แค่ฉันก็เถอะ" คนตอบดูหนักใจชอบกล
"นายไปที่บ้านมายังล่ะ ยัยนั่นไล่ออกครบเซ็ตไม่ว่าจะเป็นคนทำความสะอาด
คนดูแลเรื่องต่างๆ แม้แต่ฉันก็ยังโดนลูกหลงไปด้วยเลยเนี่ย"

"เอ๋?.. ทำไมล่ะครับ!!" ก็ว่าทำไมบ้านหลังใหญ่นจึงเต็มไปด้วยฝุ่นขนาดนั้น
"ไม่รู้สิ ตั้งแต่ลุงตายยัยนั่นก็สติรวนๆไป ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าหล่อนจะทำอะไร
โดนกักบริเวณก็แล้วก็ยังจะอุส่าห์หนีกลับไปไทยได้ นอกจากลุงแล้วไม่มีใคร
เอาเรเน่อยู่หรอก ยัยนั่นไม่ยอมเปิดใจกับใครนอกจากลุง" เขาพูดเสียงหน่ายใจ
"แต่ตามกฏจริงๆแล้วฉันถูกไล่ออกไม่ได้ มันเป็นตำแหน่งถาวรจนกว่าเราคนใด
คนหนึ่งจะตาย ฉันก็แค่ทำงานอยู่ห่างๆโดยไม่ไปให้เธอเห็นหน้าก็เท่านั้น
ได้ยินมาว่างานล่าสุดคือการคุ้มกันแขกคนสำคัญของเรเน่.. คงจะเป็นนายสินะ?"

ผมยักไหล่ไม่แน่ใจ แต่นอกจากผมแล้วผมก็ไม่เห็นเธออยู่กับใครจริงๆ ทำไมกันนะ?
ทำไมถึงเป็นผม?.. คงเพราะผมหน้าเหมือนคุณรอยด์ละมัง ผมรู้ดีว่าตัวเองไม่ควร
หวังความสนใจจากคนแปลกหน้า แต่ทุกครั้งที่นึกว่าตัวเองเป็นตัวแทนของคนอื่น
ก็อดรู้สึกหวั่นใจไม่ได้ แต่นี่น่าหวั่นใจกว่านั้นคือผมจะอยู่รอดได้อีกนานหรือเปล่า
ถึงขนาดมีบอดิการ์ดส่วนตัวคอยดูแลนี่มันไม่ใช่สถานการณ์เล่นๆแล้วนะเนี่ย
"คุณจะคอยตามคุ้มกันผมเหรอครับ?" ผมถามตื่นเต้น นี่มันเหมือนในหนังเลยนะ!!
"อ้อ เปล่าหรอก บ้านฉันอยู่แถวนี้แล้วบังเอิญเดินเจอเฉยๆ" อ..อ้าว ความฝันผม..
"ไม่ต้องห่วงหรอก ตราบใดที่อยู่ในเขตกิลเล็ตก็ไม่มีอะไรหรอก" รายตบไหล่ผม
ดังป๊าบเป็นการปลอบโยนให้กำลังใจ

"ยังไงก็ฝากดูยัยนั่นด้วยแล้วกัน.. ถ้าหายป่วยไวๆก็คงดี"



TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Sat 22 Nov 2014, 23:27

EP.13

"กลับมาแล้วเหรอคะนรินทร์" เสียงหวานเอ่ยทักทายทันทีที่ผมกลับ
เข้าไปในบ้าน เพราะคุณรายพาผมเดินชมบรรยากาศกับแนะนำทาง
ต่างๆภายในอาณาเขต พอรู้ตัวอีกทีก็เย็นค่ำขนาดนี้เสียแล้ว
หืม?.. กลิ่นฝุ่นหายไปแล้วแฮะ มันถูกทดแทนด้วยกลิ่นสะอาดของ
น้ำยาทำความสะอาด กลิ่นสะอาดทำให้บรรยากาศในบ้านดูดีขึ้นมาก
"เน่ให้แม่บ้านแวะมาทำความสะอาดให้เมื่อกลางวันน่ะค่ะ" เจ้าของ
บ้านอธิบาย ฟังจากเสียงแล้วคงกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟา

"นรินทร์ไปไหนมาคะ?" ผมเดินตามไปนั่งบนโซฟาตัวนุ่มที่ตอนนี้
สะอาดเอี่ยมอ่อง ก่อนจะล้มตัวลงนั่งข้างหญิงสาวที่พึ่งกลับมาจากทำงาน
"ก็แค่เดินเล่นเรื่อยเปื่อยน่ะครับ ที่นี่กว้างมากจริงๆ" คุณรายกำชับไม่ให้
ผมบอกกับเรเน่ว่าเราได้พบกัน ผมจึงช่วยเขาปิดเป็นความลับ แต่ความลับ
นั้นก็แลกมาด้วยข้อมูลมากมายเกี่ยวกับเรเน่ที่ผมไม่เคยรู้....
"ตายแล้ว เน่ลืมหาเสื้อกันหนาวให้นรินทร์นี่นา ออกไปอย่างนี้หนาวแย่เลย"
ผมก็ว่าว่าทำไมรู้สึกหนาวๆตอนเดินข้างนอก แต่เพราะไม่รู้ว่ามันถึงฤดูที่
ควรใส่เสื้อกันหนาวหรือยัง ก็เลยไม่ได้ท้วงอะไร

"ไว้พรุ่งนี้จะไปหาซื้อให้นะคะ สำหรับคืนนี้เน่ซื้ออะไรมาด้วยล่ะ~"
"อะไรเหรอครับ?" ผมได้ยินเสียงเปิดหนังสือ... อย่าบอกนะว่า..
"เน่ซื้อหนังสือมา กะว่าจะอ่านให้นรินทร์ฟังน่ะค่ะ" นั่นไง ว่าแล้วเชียว
ผมควรจะบอกเธอไหมว่าเธออ่านหนังสือได้ชวนง่วงนอนสุดๆ
"เห็นว่าอยู่บ้านคนเดียวน่าจะเหงาๆน่ะค่ะ เน่กลับมาทั้งทีก็เลย
อยากจะใช้เวลาอยู่เป็นเพื่อน" พูดแบบนี้แล้วใครจะปฏิเสธลงละครับ T-T

เรเน่เริ่มอ่านหนังสือให้ผมฟัง คราวนี้มันเป็นหนังสือเกี่ยวกับการผจญภัย
หนีตายของพระเอกหนุ่มดวงซวยที่ชนแจกันของราชินีแตก ฟังดูเหมือน
เรื่องของผมชอบกลแฮะ.. เพียงแต่ผมบังเอิญซวยเพราะหน้าเหมือน
ฆาตกรแทน ช่างน่าแปลกที่เรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดจากเสียงใสนั้นช่าง
น่าตื่นเต้นและทำให้ลุ้นตามอยู่ตลอดเวลา เธอเล่าออกมาได้น่าสนใจมาก
มันสนุกมากกว่าการดูหนังดีๆสักเรื่อง สนุกจนแทบไม่เชื่อว่าเรเน่เป็นคนเล่า

"คืนนี้จบเท่านี้ก่อนแล้วกันนะคะ เน่ง่วงแล้วล่ะ" เธอปิดหนังสือลงเบามือ
"ว้าว คุณอ่านหนังสือเก่งมากๆ อยากกับพวกนักบรรยายมืออาชีพแหนะ"
"ฮะๆๆ ไม่หรอกค่ะ นรินทร์คงชอบเนื้อเรื่องมากกว่ามั้ง" เธอปฏิเสธ
"ไม่หรอก คุณเก่งจริงๆ ทำได้ยังไงเหรอ เด็กๆต้องชอบคุณมากแน่ๆ"
"อืม.. ตอนอ่านเน่จินตนาการว่าตัวเองอยู่ในเรื่อง แล้วถ่ายทอดออกมา
ด้วยอารมณ์เหมือนว่าเราเจอเหตุการณ์นั้นจริงๆ อะไรประมาณนั้นมั้งคะ
นรินทร์เองก็ลองทำตามดูสิคะ ไม่ยากเลยนะ" เรเน่อธิบายใจเย็น
"ครับ ถ้ามีโอกาสผมจะเอาไปใช้นะ" ผมพยักหน้าอารมณ์ดี มันสนุกมาก
จนทำให้ผมอดยิ้มและรอให้ถึงพรุ่งนี้ไม่ได้

"งั้นก็ไปนอนกันเถอะค่ะ" เมื่อเห็นหญิงสาวลุกขึ้นจากโซฟาผมจึงลุก
เดินตามไปเงียบๆเป็นปกติ แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่คิดว่ามันปกติเท่าไหร่
"เดินตามมาทำไมเหรอคะ?" บางทีเรเน่ก็ชอบถามอะไรแปลกๆแฮะ
"ก็ไปนอนกับคุณไงครับ ปกติเรานอนด้วยกันทุกคืน ผมบอกแล้วนี่นา"
"ม..ม.ม ไม่ต้องค่ะ!! ต่อจากนี้ไม่ต้องแล้ว" เธอรีบปฏิเสธเสียงสั่น
"แต่ถ้าผมไม่..แค่ก.. แค่กๆๆ" โอย ทำไมอยู่ๆไม่สบายขึ้นมาละเนี่ย
"นรินทร์ไม่สบายเหรอคะ... เพราะว่าเน่ลืมหาเสื้อหนาวให้ใส่แท้ๆเลย
ก้มลงมานี่หน่อยสิคะ" ผมก้มหน้าเข้าหาเจ้าของบ้านตามคำสั่ง

เรเน่เขย่งตัวขึ้นเอาหน้าผากตัวเองแนบเข้ากับหน้าผากผมเพื่อวัดไข้
"ตัวร้อนจริงๆด้วย" เสียงใสแฝงความกังวลชัดเจน เป็นเวลาเดียวกับที่
ผมเริ่มรู้ตัวเองว่ารู้สึกหน้ามืดไม่สบาย คงเป็นเพราะอากาศเปลี่ยนกะทันหัน
"นรินทร์ นรินทร์!! ได้ยินมั้ยคะ?" ด้วยความหน้ามืดทำให้ผมเบลอไปบ้าง
เจ้าของร่างบางถูจมูกไปมากับปลายจมูกกับผม หวังให้ผมรู้สึกถึงการเรียก
"รู้สึกดีจัง.." มันทำให้ผมรู้สักจั๊กจี้และมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ผมชอบ
ให้เธอทำแบบนี้ มันทั้งอบอุ่น...ทั้งชิดใกล้ ทำให้รู้สึกสบายใจ

"วันหลังถ้ารู้สึกไม่ดีต้องบอกนะคะรู้มั้ย ไม่ต้องเกรงใจไปหรอกนะ"
ผมโน้มตัวลงไปกอดร่างบางนั้นไว้ เจ้าของร่างต่อต้านด้วยการดันออกเบาๆ
"ผมหนาวจัง.. แล้วก็รู้สึกไม่ดีด้วย คุณมักจะนอนร้องไห้ในตอนกลางคืน
ถ้าผมไม่กอดคุณ.. คุณก็จะไม่หยุดร้อง ผมรู้สึกไม่ดีถ้าคุณต้องนอนคนเดียว"
"เน่ทำอย่างนั้นเหรอคะ?" เสียงหวานถามครุ่นคิด ผมรู้ว่าเธอคงจำมันไม่ได้
ผมพยักหน้ารับรู้โดยที่ยังกอดเธออยู่เช่นนั้น นี่ผมกำลังทำตัวเป็นเด็กๆหรือ
เปล่านะ?

"เฮ้อ เข้าใจแล้วค่ะ คืนนี้จะให้นอนข้างๆก็ได้ จะได้เห็นว่าเน่สบายดีแล้ว"
ผมปล่อยมือออกจากพันธนาการก่อนจะหัวเราะชอบใจ แพ้ลูกอ้อนสินะ?
"แต่ไม่ต้องมาจับเน่นะคะ โอเคไหม?" เจ้าของบ้านกำชับเสียงเข้มก่อน
เดินนำหน้าขึ้นไปยังห้องนอน ผมตอบส่งๆระหว่างเดินตามเธอไปติดๆ
พอถึงห้องนอนแล้วสิ่งแรกที่เจ้าของห้องทำคือการนำหมอนข้างและ
หมอนใบใหญ่มาวางกั้นกลางเตียงเป็นการกั้นอาณาเขต
"ถ้าเกินเขตมาเน่จะปล่อยให้โดนฆ่าตายจริงๆด้วยนะคะ" เสียงใสกล่าว
เง้องอนดูทีเล่นทีจริง

"ว่าแล้วเรื่องตามสืบไปถึงไหนแล้วเหรอครับ?" ผมถามอัพเดทเหตุการณ์
"กำลังไล่รายชื่อลูกค้าทั้งหมดที่บรัชเคยทำงานให้อยู่น่ะค่ะ คงใช้เวลาเป็น
อาทิตย์อยู่ หวังว่านรินทร์คงจะทนอยู่ที่นี่ได้ไปอีกสักพักหนึ่ง"
"ก็ไม่ถึงกับทนอยู่หรอกครับ ว่าแต่คุณไม่นอนเหรอ ไหนบอกง่วงไงครับ?"
ผมถามต่อเพราะเห็นคนบ่นง่วงเปิดหนังสือนั่งอ่านอยู่บนเตียง
"อ่า.. ก็นิดหน่อยน่ะค่ะ นี่อีกเล่มนึง อยากอ่านให้จบไวๆ" เรเน่อธิบาย
"หนังสืออะไรครับ สนุกไหม?" ผมเริ่มถามซอกแซกชวนคุย
"ก็แค่หนังสืออ่านเล่นทั่วไปน่ะค่ะ นรินทร์นอนไปก่อนเถอะ"

"ฝันดีนะคะ"


TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Sun 23 Nov 2014, 02:48

EP.14

"นรินทร์~ ไปทำงานกับเน่กันเถอะค่ะ" ผมตื่นเพราะเสียงสดใสที่เอ่ยทัก
กันตั้งแต่ไก่ยังไม่ตื่น รู้สึกเวียนหัวยังไงก็ไม่รู้แฮะ คงจะยังไม่สบายอยู่
"อาการเป็นยังไงบ้างคะ?" เธอเอ่ยถามระหว่างทีเดินวนไปวนมารอบเตียง
ฟังจากเสียงแล้วน่าจะกำลังแต่งตัวอยู่

"วัดไข้ให้หน่อยได้ไหมครับ?" ผมคงตอบได้ไม่ดีว่าตัวเองตัวร้อนหรือเปล่า
หญิงสาวเดินเอามือมาแตะลงบนหน้าผากผม แต่ผมสะบัดหน้าเบี่ยงไปอีกทาง
"วัดแบบเมื่อวาน.. ไม่ได้เหรอ?" ผมได้ยินว่าตัวเองกำลังพูดอะไร แต่ไม่คิด
ว่าจะพูดแบบนั้นออกไป นี่ผมมึนขนาดคุมสติตัวเองไม่ได้เชียวเหรอ
เจ้าของห้องอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนก้มตัวลงเอาหน้าผากแตะกับหน้าผากผมเบาๆ
ผมถูจมูกไปมากับปลายจมูกเธอ อา.. ชอบจังเลย

"ฮึ่มม ตัวยังร้อนอยู่เลยแฮะ" เธอถอนตัวออกห่างหลังเอ่ยครุ่นคิด
"เน่ไม่อยากปล่อยนรินทร์ไว้บ้านคนเดียวน่ะค่ะ กลัวจะเป็นลมเป็นแล้งไป
เลยว่าจะพาไปที่ทำงานด้วย เป็นอะไรไปจะได้มีคนดูแล" เรเน่อธิบายพลาง
เร่งให้ผมลุกออกจากเตียง สุดท้ายผมเลยต้องออกจากบ้านมาด้วยจนได้
ระหว่างที่นั่งรถอยู่นั้นเรเน่ก็ยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่เช่นเคย เธอดูตั้งใจกับ
มันมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ลืมหันมาดูอาการผมเป็นพักๆ

หลังจากผ่านไปพักใหญ่ๆผมก็เริ่มได้ยินเสียงรถราและผู้คนริมฝั่งถนนอีกครั้ง
นี่เราออกมาจากอาณาเขตกิลเล็ตแล้วงั้นเหรอ? รถวิ่งต่อไปอีกพักหนึ่งก่อน
จะหยุดลงหน้าตึกใหญ่แห่งหนึ่ง ผมไม่แน่ใจว่ามันใหญ่ขนาดไหน แต่เอาเป็น
ว่าเงยคอจนเมื่อยแล้วถึงจะเห็นยอดตึกก็แล้วกัน ผมเดินตามเรเน่เข้าไปในตึก
ใหญ่ด้วยความประหม่า

"%๑_+*฿" ภาษาแปลกๆถูกเอ่ยขึ้นทันทีที่พวกเราย่างก้าวเข้าตัวตึก
ผมตกใจได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เพราะรู้ว่าเธอกำลังพูดกับพวกเราแน่นอน
"เอ่อ..วันนี้รบกวนพูดภาษาอังกฤษกันด้วยนะคะ" เรเน่เอ่ยระหว่างจับแขน
ผมเป็นการบอกว่าไม่เป็นไร พร้อมทั้งอธิบายว่าปกติแล้วแถวนี้เค้าพูดภาษา
ฝรั่งเศษกัน

"รับทราบค่ะท่านประธาน" ค่อยยังชั่ว.. ในที่สุดผมก็เข้าใจแล้ว ..เอ๋??
เรเน่เป็นประธานของที่แห่งนี้งั้นเหรอ สถานที่แบบนี้ดูไม่เข้ากับบุคลิคเธอเลย
ประธานบริษัทเดินตรงขึ้นลิฟไปยังห้องทำงานของตัวเองโดยปล่อยให้ผมนั่ง
อยู่ที่ห้องรับแขก โดยไม่ลืมให้พนักงานแวะมาเยี่ยมเยียนดูอาการผมเป็นระยะ
"เป็นอย่างไรบ้างคะ?" เสียงคนแปลกหน้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพถ่อมตน
"I'm Ok, just boring" ผมตอบด้วยภาษาสเนคๆฟิชๆที่ยังพอจำได้สมัยเรียน
อยู่คนเดียวในห้องว่างๆแบบนี้จะให้ไม่เบื่อได้ยังไง ผมพูดพลางค้นของใน
กระเป๋าที่เรเน่ฝากผมไว้หวังว่าจะเจออะไรที่พอทำให้แก้เบื่อได้บ้าง

ทันใดนั้นเองที่มือสัมผัสเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่ง มันคงจะเป็นหนังสือเล่มที่
เธออ่านมาตั้งแต่เมื่อคืน ด้วยความสงสัยผมจึงได้หยิบมันขึ้นถามคุณพนักงาน
"หนังสือเล่มนี้ชื่อเรื่องว่าอะไรเหรอครับ?" ผมถามด้วยภาษาที่ไม่คุ้นเคย
พนักงานหยิบหนังสือเล่มหนาไปดูก่อนที่ผมจะสัมผัสได้ถึงรอยยิ้มของเธอ
"ความรู้เบื้องต้นและวิธีปฏิบัติต่อผู้พิการทางสายตาน่ะค่ะ" ชื่อที่ได้ยินทำเอา
ผมอึ้งไปทันใด.. นี่เรเน่อ่านหนังสือเล่มนี้... เพื่อผมอย่างนั้นเหรอ?

"ก็ถึงว่าทำไมพักนี้ท่านประธานถึงได้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา ที่แท้ก็เพราะมีคน
อยู่ด้วยนี่เอง" พนักงานสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งยินดีกึ่งแซว
"เธอไม่เคยพาคนนอกเข้าบริษัทมาก่อนเลยนะคะ คุณเป็นคนแรกเลย
แถมช่วงนี้เธอก็สั่งเด็ดขาดไม่ให้คนงานเข้าไปในบ้าน ฉันก็นึกว่าเธอจะ
อยู่คนเดียวซะอีก.. ที่ไหนได้.. แอบซ่อนหนุ่มหล่อเอาไว้นี่เอง ฮิๆๆ"
พนักงานเอ่ยชอบใจ อันที่จริงเรเน่สั่งให้คนออกไปก่อนที่ผมจะเข้าไปใน
บ้านหลังนั้นซะอีก.. ผมได้แต่หัวเราะแห้งๆให้กับคุณพนักงาน

พนักงานสาวยื่นหนังสือกลับให้ ผมรับหนังสือมากอดไว้ในอกด้วย
ปลื้มปิติอย่างไม่สามารถอธิบายได้ ผมดีใจที่เธอใส่ใจเรื่องของผม
"ท่านประธานใจดีใช่ไหมละคะ?" อยู่ๆพนักงานสาวก็โผล่งถามขึ้น
ผมพยักหน้าให้เป็นคำตอบ คาดว่าเธอคงถามเพราะเห็นรอยยิ้มของผม
"ฉันเองก็ดีใจเหมือนกันที่ได้ท่านประธานมาเป็นประธาน ท่านประธาน
ให้ความใส่ใจกับพนักงานทุกคน ทำให้พวกเราสบายใจกับงานที่ทำ
มอบหมายเฉพาะหน้าที่ที่เหมาะสมกับพวกเรา ท่านดูแลเราดีมากจริงๆ"

"แต่ถึงท่านจะดูแลพวกเราดีสักแค่ไหน ทว่ากลับไม่ยอมดูแลตัวเองเลย
แล้วก็ไม่ค่อยยอมให้พวกเราดูแลด้วย หลายครั้งก็ต้องลำบากกันอยู่"
ดูจากลักษณะการพูดแล้วเธอคงจะผูกพันธ์กับเจ้านายจากใจจริง
"แต่ตอนนี้ท่านมีคุณแล้วนี่นะ ดูแลเธอแทนพวกเราด้วยนะคะ"
ผมพยักหน้าตอบตกลง ตั้งแต่มาที่นี่เรเน่ก็ทำนู้นทำนี่ให้ผมมาตลอด
มันคงจะไม่ผิดแปลกอะไรที่ผมอยากตอบแทนเธอบ้าง

"อ๊ะ ขอโทษที่เอาแต่บ่นยาวพร่ำเพ้อนะคะ ทำไมท่านไม่ลองออก
ไปเดินสูดอากาศด้านนอกดูบ้างล่ะคะ เผื่อจะหายเบื่อได้บ้าง"
ถึงผมจะมองไม่เห็นแต่ผมก็ชอบการเดินเล่นอยู่พอตัว ชอบมากกว่า
การนั่งแช่อยู่เฉยๆก็แล้วกัน ผมคิดว่าเป็นไอเดียที่ดีจึงขอตัวตีจาก
และออกมาเดินเล่นด้านนอกตัวบริษัท อันที่จริงแล้วผมไม่ค่อยเหมาะ
กับสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนและเสียงรอบข้างมากมายสักเท่าไหร่
เพราะมันทำให้ผมไม่ได้ยินเสียงของสถานที่ แถมยังไม่ได้ยินเสียง
เวลาที่ตัวเองเดินส่งผลให้จับทิศทางยากกว่าปกติ

ผมเดินมาด้านหลังบริษัทในสถานที่อันไร้ผู้คน ว่าแล้วเชียว อยู่แบบนี้
สดชื่นและสบายใจกว่าเป็นไหนๆ เสียงน้ำกระทบฝั่งดังเจือจาง
ตัวบริษัทคงอยู่ใกล้ทะเลสาบสินะ ผมสูดอากาศเย็นชื่นพลาง
ฟังเสียงบรรยากาศร่มรื่นระหว่างเดินเล่นอยู่เพียงลำพัง หากทันใด-
นั้นเองที่ได้ยินเสียงคนกลุ่มหนึ่งวิ่งมาจากด้านหลัง ยังตกใจได้
ไม่ทันไรก็ถูกผ้าผืนหนึ่งโปะหน้าเข้าอย่างรุนแรง นี่ไม่ใช่กลิ่น
อากาศธรรมดา กลิ่นอะไรกันนะ.. ยา?? ยาอะไร??

ยังไม่ทันวิเคราะห์ได้เป็นรูปร่าง สติของผมก็หมดลงเสียก่อน...



TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Sun 23 Nov 2014, 20:24

EP.15

ที่นี่ที่ไหน?... เมื่อรู้ตัวอีกทีผมก็อยู่ในสถานที่ที่แปลกออกไป
หากเมื่อคิดจะเดินสำรวจก็พบว่าร่างกายไม่ได้อยู่ในสภาพพร้อม
ที่จะเคลื่อนไหวขนาดนั้น แขนทั้งสองข้างถูกมัดติดไว้กับด้าน
พนักพิงเก้าอี้ ส่วนขาก็ถูกพันธนการไว้กับขาเก้าอี้อย่างแน่นหนา
นี่ชีวิตผมกำลังเข้าสู่ช่วงบทแอคชั่นอีกแล้วเหรอเนี่ย น่าเสียดาย
จริงๆที่ผมตาบอดเลยรับบทพระเอกไม่ได้ แถมตอนนี้ยังถูกมัดไว้อีก

เมื่อฟังเสียงลมที่กระทบผ่านจึงทำให้รู้ได้ว่าที่นี่คือห้องโถงกว้าง
ที่เต็มไปด้วยวัตถุที่ทำมาจากสังกะสี มันน่าจะเป็นโกดังละมั้ง?
นั่งวิเคราะห์อยู่ไม่นานก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้าใกล้ ผมหันหน้า
หาต้นเสียงเพื่อที่จะฟังให้ถนัดขึ้น.. เดินแบบนี้น่าจะเป็นผู้ชาย
"ตื่นแล้วเหรอไอฆาตกร.." ให้ตายเถอะ คนขี้กลัวอย่างผมจะ
ไปเป็นฆาตกรได้ยังไงกัน ไม่เห็นจริงๆเหรอว่าผมสั่นไปหมด
แล้วเนี่ย!!

"ในที่สุดฉันก็ตามตัวแกเจอจนได้ หนีมาซะค่อนโลกเชียวนะ
แถมยังจัดงานศพปลอมๆนั่นอีก" มันเป็นงานศพจริงแท้แน่นอน
เลยละครับ เพราะถ้าคุณรอยด์ยังอยู่ละก็ ผมสาบานได้ว่าผมจะ
เอาเรื่องเขาคนแรก ในฐานที่ทำให้ผมต้องเดือดร้อนแทนขนาดนี้
"ผมไม่ใช่คุณรอยด์.." อันที่จริงก็ไม่ได้หวังให้เชื่อหรอกนะ
เพราะขนาดเรเน่เองก็ต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะแยกผมออก
โดยสมบูรณ์ แต่ขอแก้ตัวไว้หน่อยก็ดี...

"ไม่ต้องมาตอแหลเล่นลิ้น!!" นั่นไง.. ไม่เชื่อแถมโดนด่าอีกด้วย
มีอะไรที่ผมพอจะทำได้หรือเปล่านะ หรือว่าทำได้เพียงแค่นั่งรอ
ความตาย? จะมีใครสักคนหาผมเจอแล้วมาช่วยผมไหมนะ
"อย่าคิดล่ะว่าจะมีใครหาแกเจอ แกจะได้นอนตายอยู่ที่นี่นั่นแหละ"
พี่ครับ พี่เป็นเอสเปอร์หรือนี่ ถึงได้อ่านใจผมได้ด้วย!!
"ผมไปทำอะไรให้คุณเหรอ?.." ผมไม่ได้ถามกวนเล่นนะ ผมไม่รู้จริงๆง่ะ
"นี่แกคงจะฆ่าไปมากจนจำหน้าคนที่ฆ่าไม่ได้เลยสินะ ไอ้สารเลว!!"
เอ๊าา!! ก็คนเค้าตาบอดจะไปเห็นได้ยังไง อีกอย่างผมไม่ได้ท๊ามม!!

ฮือ.. ใครก็ได้มาช่วยผมที ไม่ก็ปล่อยผมนอนตายอยู่ตรงนี้นั่นแหละ
ผมไม่อยากโดนยัดเยียดความผิดแล้ว ทั้งๆที่อุส่าห์ทำตัวเป็นคนดี
ไม่เป็นภาระต่อคนอื่นมาตลอดแท้ๆ ทันใดนั้นเองที่วัตถุบางอย่าง
ถูกจ่อกระทบศีรษะ วัดจากขนาดแล้วมันคงจะเป็นปืนสินะ?
"ไม่ต้องห่วงหรอกนะ แกไม่ได้ตายเร็วๆนี้แน่นอน ไม่จนกว่าเลือด
จะไหลออกหมดตัวแน่ๆ" ไม่ฆ่ากันธรรมดา มาในโหมด SM อีกด้วย..
ผมข่มตาแน่นเพื่อสงบดวงใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะนี้

'ปัง!!!!' เสียงกระแทกประตูผลันดังสนั่น เสียงเดินแบบนั้นมัน!!
"นรินทร์!!" เรเน่!! เรเน่จริงๆด้วย เธอมาช่วยผมแล้วสินะ!!
"นรินทร์เห็นหนังสือของเน่มั้ยคะ? หายไปไหนนะ ยังอ่านไม่จบเลย"
"เอ๊ะ??" ห..ห๊ะ?? มาบุกรังโจรเพื่อตามหาหนังสือเนี่ยนะ!?!
"อ้อ อยู่นั่นนี่เอง~" เสียงใสกล่าวระหว่างเดินเข้ามาเรียบง่าย
"นรินทร์ไม่ควรเอาหนังสือเน่ไปโดยไม่ได้รับอนุญาตนะคะ"
เธอเอ่ยเตือนติดสำเนียงดุเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยพูดกับอีกคน
"คุณก็เหมือนกัน.. ไม่ควรเอาคนของคนอื่นไปโดยไม่ได้รับ
อนุญาตนะคะ" น้ำเสียงของเธอฟังดูจริงจังขึ้นระดับหนึ่ง

"แกเป็นใครกัน!!!!" ชายแปลกหน้าถามกรรโชก
"เรเน่ กิลเล็ตค่ะ" เธอตอบเสียงเรียบระหว่างก้มลงหยิบกระเป๋า
"กิลเล็ต? ตระกูลนักการเมืองของสวิต.. ไปเกี่ยวข้องกับฆาตกร
ได้ยังไงกัน? คงไม่ได้จะปกป้องมันหรอกใช่มั้ย?" บ้านของเรเน่
เป็นตระกูลนักการเมืองงั้นหรือนี่ ก็ว่าทำไมทุกอย่างถึงได้ดูอลัง-
การงานสร้างไปหมด ผมก็เริ่มสงสัยเหมือนกันว่านักการเมืองกับ
ฆาตกรไปลงเอยอยู่ด้วยกันได้ยังไง?

"ก็ไม่ได้คิดจะปกป้องหรอกค่ะ เพียงแต่ว่าคุณจับคนมาผิด
บอร์น รอยด์เสียชีวิตไปแล้วจริงๆ" เธออธิบายซ้ำอีกรอบหนึ่ง
"ไม่จริง ฉันไม่เคยลืมหน้าคนที่ฆ่าภรรยาตัวเองได้ลงหรอก!!"
"ถ้าคุณจับมาถูกคนจริงๆ.. คุณคิดว่าคุณยังจะได้หายใจอยู่อีกเหรอ?"
"กรอด.. ดูถูกกันนักนะ" เขายกปืนขึ้นหันไปทางฝั่งผู้มาเยือนแทน
"แค่บังเอิญตามหาฉันเจอแค่นี้ อย่ามาทำเป็นได้ใจไปหน่อยเลยดีกว่า"
"ก็ไม่ได้บอกว่าบังเอิญนี่คะ" เสียงค้นกระเป๋าดังขึ้นก่อนที่เจ้าของ
กระเป๋าจะเอาอะไรบางอย่างออกมา

"เป็นปลาที่จับง่ายจังเลยนะคะ แค่มีเหยื่อสีสวยหน่อยก็ออกมากินแล้ว"
"นั่นมัน... เครื่องจับสัญญาณ GPS!?!" เอ๊ะ? มีของไฮเทคแบบนั้น
อยู่กับผมตั้งแต่เมื่อไหร่กัน นี่เป็นเหตุผลที่เธอฝากกระเป๋าไว้งั้นเหรอ!!
"ในเมื่อบอกชื่อจริงแถมยังเผยไต๋ให้ฟังแบบนี้ แปลว่าไม่ฉันก็เธอจะ
ต้องตายอยู่ตรงนี้แล้วสินะ" ไร้คำตอบจากหญิงสาว เธอกำลังทำหน้า
แบบไหนอยู่นะ อยากเห็นจังเลย เธอจะกลัวเหมือนผมหรือเปล่า

"น่าเสียดายหน่อยนะสาวน้อย มาคนเดียวแถมยังตัวเปล่าแบบนี้
ถ้าจะมาขัดขวางละก็ ฉันก็คงปล่อยเธอไปไม่ได้เหมือนกัน"
"เอ๋?... ขอโทษนะคะ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกค่ะ" เสียงหวาน
เอ่ยจงใจยียวน เธอเดินเข้าใกล้ผมก่อนเอ่ยกระซิบข้างหู
"นรินทร์.. เน่มีอะไรต้องจัดการนิดหน่อย ช่วยพักผ่อนรอไปก่อนนะคะ"

'ปึก!!!!' ทันทีที่ประโยคจบลงผมก็ถูกวัตถุเหล็กแข็งกระแทกเข้า
หลังศีรษะอย่างจังส่งผลให้สลบไปในทันใด



TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Sun 23 Nov 2014, 21:03, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  ผู้มาเยือน on Sun 23 Nov 2014, 20:34

ผอ.น่าสงสาร ถูกดึงเข้าไปเอี้ยวเรือยเลย


ขอความซวยจงอยู่กับคุณตลอดไป อาเมน

ผู้มาเยือน
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  Randel on Sun 23 Nov 2014, 21:39

กร๊ากกก กว่าจะเป็น ผอ. นรินทร์นี่ไม่ง่ายเลยนะคะ บู้ซะ

Randel

INFO. Randel Waller Donovan
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3
ช่วยลดค่า Grade Exp. สูงสุด 2%

Ore Ore : 79
Spirit Point : 59733757
CHIPS +1 M 803 K



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
1340/1350  (1340/1350)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Sat 29 Nov 2014, 23:19

EP.16

"ตื่นแล้วเหรอคะ?" สิ่งแรกที่ได้ยินเมื่อได้สติอีกครั้งคือเสียงใสเจือความเป็นห่วง
"เรเน่?.. ที่นี่ที่ไหน?.." ผมสับสนเกินกว่าจะวิเคราะห์สถานที่ จึงเอ่ยปากถามแทน
"บ้านเน่ค่ะ ไม่เป็นไรแล้วนะคะ" เจ้าของบ้านแตะแขนผมเพื่อให้รู้ว่าตัวเองอยู่ไม่ไกล
"แล้วคนที่ตามผม?" ความทรงจำล่าสุดที่มีอยู่คือการที่ถูกจับมัดอยู่บนเก้าอี้ พอรู้ตัว
อีกทีก็มานอนบนเตียงที่บ้านแล้ว.. ถ้าไม่ฝันไปผมก็คงเดินทางข้ามเวลาได้

"ทุกอย่างจบลงแล้วค่ะ ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วนะคะ" เธอไม่ได้ตอบว่าเกิดอะไรขึ้น
หรือเกิดอะไรขึ้นกับตัวคนร้าย ทั้งหมดที่พูดมีเพียงแค่การปลอบโยนคลายกังวล
"ต้องขอโทษจริงๆนะคะที่เน่พานรินทร์ออกไปเสี่ยงแบบนั้น เน่แค่อยากให้ทุกอย่าง
จบลงไวที่สุดเท่าที่ทำได้" เสียงที่เอ่ยนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
"คุณจะขอโทษทำไมกัน มันไม่ใช่ความผิดของคุณสักหน่อย" ผมยิ้มปลอบประโลม
"มันเป็นความผิดที่เกิดจากความตั้งใจของเน่เองค่ะ เน่ตั้งใจพานรินทร์ออกไปด้วย
เพื่อล้อให้อีกฝ่ายปรากฏตัว.. เน่ขอโทษนะคะ" ผมอึ้งไปทันทีที่ได้ยิน ความสับสน
ถูกสกัดออกมาเป็นเม็ดเหงื่อที่ผุดอยู่บนใบหน้า

"ไม่เป็นไรหรอก.. อย่างน้อยคุณก็บอกผมนี่นะ" ถ้าสถานการณ์กลับกันผมก็ไม่แน่ใจ
ว่าจะกล้าบอกเธอหรือไม่ เพราะฉะนั้นเธอจึงควรได้รับการยกย่องในฐานของความซื่อตรง
"ก็ถ้าไม่บอกก็คงจะมองหน้าไม่ติดน่ะค่ะ อย่างน้อยก่อนที่นรินทร์จะกลับเน่ก็อยากจะให้
เราได้มีช่วงเวลาที่ดีร่วมกัน" ไม่ว่าจะตอนไหนเธอก็พูดสิ่งที่คิดอย่างตรงไปตรงมาเสมอ
"เอ๊ะ? กลับไปไหนเหรอครับ?" ช่วงนี้ผมเดินทางระหกระเหินยังไม่หยุดเลยนะ ฮืออ
"ก็กลับบ้านนรินทร์ไงคะ เน่บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าต้องให้นรินทร์อยู่ที่นี่จนกว่าเรื่องจะจบ
แล้วจากนั้นเน่จะพากลับไปส่งที่ที่นรินทร์จากมา แล้วเราจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก.."

ไม่รู้ทำไมประโยคที่ได้ยินถึงทำให้ใจหายอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆที่ผมไม่ชอบการที่ตัวเอง
้ต้องมาพัวพันกับเรื่องที่ไม่ได้ก่อแท้ๆ ทั้งๆที่คิดว่าคงจะดีถ้าได้กลับไปใช้ชีวิตธรรมดาๆ..
"ย..ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับ ที่อุส่าห์ไปช่วยผม" พอตื่นได้สักพักความทรงจำก็เริ่ม
กลับมาทีละส่วน เรเน่เข้ามาช่วยผมโดยไม่มีความเกรงกลัวเลยสักนิด เธอทั้งกล้าหาญ
ทั้งใจดีและมากไปด้วยอำนาจ บางทีผมอาจจะไม่คู่ควรที่จะอยู่ร่วมกับเธอต่อไปจริงๆ
"ไม่ต้องคิดมากแล้วก็พักผ่อนซะนะคะ เน่จองตั๋วเครื่องบินไว้ให้แล้วในอีกสองวัน
ระหว่างนั้นก็พักผ่อนให้สบายนะ" เธออธิบายก่อนจะเดินออกจากห้องไปเงียบๆ
ดูจากเวลาแล้วคงจะไปทำงานตามปกติ

.
.
.

ผมนอนกลิ้งอยู่สักพักก่อนจะลุกขึ้นแต่งตัวออกไปเดินเล่นนอกบ้านด้วยความเบื่อหน่าย
นี่ผมกำลังจะต้องกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมจริงๆงั้นเหรอ ในระหว่างที่คิดอยู่นั้นเอง..
'ฝุบ' เสียงลมพัดผ่านรวดเร็วทำให้ผมรีบเยื้องตัวหลบไปอีกฝั่งตามสัญชาตญาณ
"ว้าวว เก่งว่ะ หลบลูกถีบฉันได้ด้วย!!" เสียงฝรั่งจ๋าแบบนี้คงจะไม่พ้นคุณรายสินะ
ว่าแต่ปกติคุณทักทายคุณรอยด์ด้วยการกระโดดขาคู่ตลอดเลยเร้อ พวกคุณเป็นอะไรก๊านน!!
"อ..เอ่อ ผมได้ยินเสียงลมน่ะครับ" ผมตอบบอดิการ์ดส่วนตัวของเรเน่ตามความเป็นจริง
"ว่าแต่เป็นไงบ้างวะ เห็นพวกคนงานบอกว่านายโดนจับไป นึกว่าจะไม่รอดแล้วซะอีก"
"ฮะๆๆ น่าเสียดายนะครับที่ผมยังหายใจอยู่" ผมตอบหยอกล้อไปตามประสา

"ดีๆๆ ยังอยู่ก็ดี อาทิตย์หน้าเราไปตกปลากันปะ? ฉันรู้ที่ดีๆอยู่นะ" นี่เขาเห็นผมเป็นเพื่อน
เล่นไปซะแล้วหรือนี่.. แต่เรเน่ไม่ให้เขาโผล่ไปให้เห็นหน้า การที่เขาจะว่างงานก็ไม่แปลก
"ผมจะต้องกลับไทยในอีกสองวันนี้แล้วน่ะครับ ขอโทษด้วยนะครับที่คงอยู่ด้วยไม่ได้"
"เห๋~ แม้แต่นายก็ถูกถีบส่งเหมือนกันรึนี่... ฉันนึกว่านายจะพอช่วยเรเน่ได้ซะอีก..."
'ถีบส่ง' ว่าแล้วผมก็พึ่งนึกได้ เรเน่ไล่พนักงานทุกคนออกจากบ้าน ไม่ยอมให้ใครเข้าหา
นอกจากผมที่หน้าเหมือนคุณรอยด์ แต่ตอนนี้เธอกำลังจะไล่ผมไปเช่นกัน..

"อันที่จริงผมก็แอบใจหายเหมือนกันนะ แต่ผมคงทำให้เรเน่ต้องลำบากมามาก
เธอช่วยผมต่างๆนาๆทั้งๆที่ผมทำไม่ดีกับเธอไว้ แล้วเธอเองก็ทั้งเก่งแล้วใจดี ดูต่างจาก
ผมราวกับฟ้าและเหว มันก็ถูกแล้วที่เธอจะไม่อยากอยู่กับผม" ผมถือโอกาสระบายความในใจ
"นายคิดว่ายัยนั่นเฟอร์เฟคหนักหนาเหรอ? นายเชื่อว่าคนแบบนั้นมีอยู่จริงๆเหรอ?" คุณรายถาม
"คนแบบนั้น?" ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด ถึงอย่างนั้นก็สามารถจับได้ถึงความจริงจัง
"เรเน่ไม่ได้เป็นอย่างที่นายเห็นตอนที่เธอยังมีพ่อแม่อยู่ ตอนที่พ่อแม่ถูกฆ่าไปต่อหน้า
แล้วก็ตอนที่ต้องไปอยู่กับบรัช.. อะไรบางอย่างในสมองของเธอมันก็ผิดเพี้ยนไป"

เรเน่ไม่เคยบอกผมว่าพ่อแม่ของเธอถูกฆ่าต่อหน้า มันทำให้ผมช็อคจนเงียบไปพักใหญ่ๆ
ลูกสาวตระกูลนักการเมือง พ่อแม่ถูกฆาตกรรม อาศัยอยู่กับฆาตกร.. อยู่ๆคำมากมายที่มี
อยู่ในหัวก็เริ่มเรียงตัวกันเป็นประโยค แต่ผมไม่เชื่อว่าสิ่งที่กำลังคิดอยู่จะสามารถเป็นจริงได้
"ผมพอรู้มาบ้างว่าเธอไม่สบาย.." เพราะผมนี่แหละที่ต้องรับชะตากับเรเน่ที่ไม่สบายมาพักใหญ่ๆ
แต่ผมคิดว่าเธอแค่ช็อคที่คุณรอยด์เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ไม่นึกว่าจะเป็นอยู่แต่ก่อนหน้านี้แล้ว
"ฉันไม่อยากพูดหรอกนะ แต่ใช้เวลาสองวันของนายให้คุ้มค่าละกัน เพราะนั่นอาจจะเป็นครั้ง
สุดท้ายที่นายได้เห็นเธอแล้วก็ได้" ถึงจะไม่รู้ความหมายแน่ชัดแต่ก็ไม่ชอบใจที่ได้ยินเอาซะเลย

"ทำไมละครับ?" วันนี้คุณรายพูดจาแปลกๆตลอดเลยแฮะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ?
"อันที่จริงฉันกับเรเน่เคยเป็นเพื่อนสนิทกัน แล้วเธอก็คงมีคนสนิทอีกหลายๆคน เช่นคนในบริษัท
หรือบุคคลอื่นๆ แต่อยู่มาวันนึงเธอก็เริ่มตัดสัมพันธ์กับพวกเราทีละคนสองคน จนไม่เหลือใครเลย"
"และระยะหลังมานี่ยัยนั่นก็ขยันทำงานเกินจำเป็นอยู่ตลอดเวลา ทำทุกอย่างให้เรียบร้อยอยู่เสมอ"
"ตั้งใจทำงานมันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอครับ?" ผมถามอีกครั้งด้วยความสงสัย อะไรคือสิ่งที่เขาไม่พอใจ?
"นายไม่เห็นจริงๆเหรอว่าทั้งหมดนั่นมันคือการตัดพันธะรอบตัวทั้งหมดออกไป?" คุณรายถาม
"แล้วคุณคิดว่าเรเน่จะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร?"

"นายไม่เห็นจริงๆเหรอว่ามันเป็นแผนการ'ฆ่าตัวตาย'..ที่ถูกวางแผนมาเป็นอย่างดี"


TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  dedog on Sat 29 Nov 2014, 23:35

กรี๊ดและปัก

คุณเรเน่~~~~

dedog

INFO. Jinn
ร.ศ. ภาควิชาศิลปะ
ชมรม : โสตทัศนศึกษา (★)
-7% Grade Exp.

Ore Ore : 577
Spirit Point : 95769537
CHIPS +50 M 222 K 109

CHIPS +3.0%/เดือน | ได้รับ ทุนการศึกษา/เงินเดือน เพิ่ม 100% ของฐานปัจจุบัน | ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
402/3430  (402/3430)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Fri 05 Dec 2014, 03:02

EP.17

'ถึงเรเน่จะเป็นยังไงมันก็ไม่ใช่ธุระของนาย ไม่จำเป็นต้องสนใจหรอก'

นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่คุณรายทิ้งให้ผมก่อนที่เราจะแยกกัน
ให้ตายเถอะ มันไม่ต่างกับการบังคับให้ทำอะไรสักอย่างเลยไม่ใช่
รึยังไงกัน? ถึงคุณรายไม่บังคับผมก็อยู่เฉยๆไม่ได้อยู่ดี.. ถึงผมกับ
เรเน่จะพึ่งเจอกันไม่นานถ้านับเวลาตามที่เธอจำผมได้ แต่ผมก็ได้ทำ
เรื่องโหดร้ายกับเธอ.. ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เคยกล่าวโทษกับผมเลย
สักครั้ง ไม่เคยที่จะเกลียดแค้นผม ไม่เคยที่จะต่อว่าทั้งๆที่สิ่งที่ผม
ช่วงชิงมานั้นเป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้

ผมไม่เคยคิดว่าเรเน่มีแผนการฆ่าตัวตายมาก่อน สำหรับผมแล้วเธอ
เป็นคนร่าเริงแจ่มใส ทั้งใจดีและกล้าหาญ เป็นคนที่ช่วยผมอยู่เสมอ
ผมแทบไม่เชื่อว่าเธอมีแผนการแบบนั้น จนกระทั่งนึกอะไรบางอย่างได้
เรเน่'คนแรก'ที่ผมเจอ.. คือคนที่หมดหวังที่จะมีชีวิตอยู่โดยแท้จริง
เพราะว่าผมไม่เคยได้เจอ'เธอ'อีกเลยตั้งแต่วันที่ผมมีอะไรกับเธอ
จึงทำให้ผมลืมคิดเรื่องนี้ไปสนิทใจ มันต้องเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน

ผมรีบกลับมารอเรเน่ที่บ้านด้วยความกระวนกระวายใจ ทำไมผมถึง
ไม่เคยรู้สึกอะไรเลยนะ ผมเอาแต่หลบหลังให้เธอช่วยมาโดยตลอด
"กลับมาแล้วค่า~" เสียงใสดังหลังจากที่เสียงประตูบ้านดังขึ้น
ผมรีบเดินเข้าหาเจ้าของบ้านด้วยความร้อนใจ
"นรินทร์.. เป็นอะไรไปเหรอคะ? รีบร้อนเชียว?" เรเน่ถามสงสัย
"เรเน่.. ก่อนผมกลับไทย..ผมขออะไรสักอย่างได้ไหม?"
อันที่จริงก็พอรู้ตัวอยู่หรอกว่าไม่ได้อยู่ในฐานะที่สามารถต่อรองได้
แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องลองดูสักตั้ง

"ถ้าทำได้ก็จะทำให้ค่ะ" เจ้าของบ้านตอบเสียงเรียบใสเช่นปกติ
"พรุ่งนี้พาผมออกไปข้างนอกหน่อยได้ไหม ผมอยากเที่ยวชมสวิต
ให้มากกว่านี้" อันที่จริงผมก็แค่หาทางถ่วงเวลาไม่ให้เรเน่ออกไป
ทำงานและใช้เวลาอยู่กับผมแทน เพื่อที่ผมจะหาทำอะไรสักอย่าง
"ฮึ่ม.." ประธานบริษัทใหญ่แลดูชั่งใจ เธอคงจะงานยุ่งไม่น้อยเลย
"นะครับ นะๆๆ ผมคงไม่มีปัญญามาต่างประเทศแบบนี้อีกแล้ว"
"ก..ก็ได้ค่ะ.. ยังไงอีกสองวันนรินทร์ก็ต้องกลับแล้วนี่นะ"

"แล้วจะได้หมดหน้าที่สักที.." ถึงมันจะเป็นเพียงถ้อยคำแผ่วเบา
แต่ผมกลับได้ยินอย่างชัดเจน.. เจ็บหน้าอกจัง.. ไม่อยากฟังเลย

.
.
.

"เป็นยังไงคะ ชอบไหม?" เรเน่ถามระหว่างที่เรายืนอยู่ในสถานที่
แปลกใหม่ เธอพาผมออกมาจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ในวันรุ่งขึ้น
ด้วยอากาศยามเช้าที่หนาวกว่าปกติทำให้ผมพันผ้าพันคอหนาเตอะ
อย่างน้อยตอนนี้ผมก็มีเสื้อกันหนาวเป็นของตัวเองแล้ว ถึงจะได้ใช้
มันไปอีกไม่นานก็เถอะ.. สถานที่ที่ผมยืนอยู่คือริมทะเลสาบแห่งหนึ่ง
"คิดยังไงถึงได้พาผมมาทะเลสาบเหรอครับ?" ปกติเวลาที่คนเขาไป
เที่ยวกันเขาก็มักจะเดินชมเมืองกับสถานที่แปลกไม่ใช่รึไงนะ

"เน่อ่านมาจากหนังสือ ว่าคนตาบอดส่วนใหญ่ไม่ชอบที่ชุกชุมผู้คน
เพราะจะทำให้แยกเสียงต่างๆออกจากกันได้ยาก" นั่นไม่ใช่คำตอบ
ที่คาดเอาไว้ เธอใส่ใจผมอยู่เสมอ.. แต่กลับไม่เคยใส่ใจตัวเอง
นั่นเป็นคำล่ำลือที่เคยได้ยินมาก่อน ตอนนี้ผมเข้าใจความหมายของมันแล้ว
"เน่คิดว่าถึงจะเป็นที่นี่ เราสองคนก็สามารถดื่มด่ำบรรยากาศไปพร้อม
กันได้น่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้องของนกที่มีเพียงที่นี่ หรือจะเป็นเสียง
ของของน้ำที่กระทบฝั่งนี้.. อีกอย่างสวิตก็ขึ้นชื่อเรื่องภูเขามากเลยนะคะ
ริมฝั่งทะเลสาบนี่มีภูเขารายล้อมอยู่เต็มไปหมดเลยแหละ"

"ถ้านรินทร์ว่าเน่ขี้โกงงั้นเน่จะปิดตาเป็นเพื่อนด้วยก็ได้เอ้า!!"
เพราะผมเอาแต่ยืนเงียบใช้ความคิดจึงทำให้เธอคิดว่าผมไม่พอใจ
ดูเหมือนว่าเรเน่จะหลับตาลงเป็นเพื่อนผม ผมจึงปล่อยให้เธอได้
สัมผัสกับเสียงธรรมชาติอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะเอื้อมมือควานหามือเล็ก
คนถูกจับสะดุ้งเฮือกเหมือนจะกระตุกหนี แต่ผมไม่ยอมปล่อยเธอไป
ผมไม่อยากปล่อยเธอไป..

ผมไม่ทำอะไรนอกจากยืนจับมือเธอดื่มด่ำธรรมชาติอยู่เช่นนั้น
อะไรบางอย่างในใจมันบอกว่าถ้าผมไม่จับไว้.. เธออาจจะหายไปก็ได้
เธออาจจะกระโดดลงไปในทะเลสาบและจมลงไปสู่เบื้องลึกอันดำมืด....
"ฮึก..." หืม? เสียงร้องไห้งั้นเหรอ? แถมมือยังสั่นไปหมดเลยด้วย..
"เป็นอะไรไปเหรอครับ?" ผมถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจทำอะไรไม่ถูก
"ขอโทษนะคะ.. ไม่ได้เสียใจหรอกค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงเน่นะคะ"
"ถ้าอย่างนั้นคุณเป็นอะไร คุณช่วยบอกผมหน่อยได้ไหม?"
"ก็แค่ดีใจน่ะค่ะ.. อย่าสนใจเน่เลยนะคะ ก็แค่ดีใจมากไปหน่อย"

"ดีใจเรื่องอะไรเหรอ?" น้ำเสียงสั่นที่ได้ยินไม่เหมือนคนดีใจเลยสักนิด
มันเป็นน้ำเสียงทรมานที่กรีดลึกลงไปกลางใจ ผมไม่อยากฟังมันเลย
"เน่ไม่สามารถจับมือกับบรัชแบบนี้ได้น่ะค่ะ เพราะนรินทร์หน้าเหมือน
บรัชมากก็เลยเผลอคิดว่าเป็นบรัช ทั้งๆที่บอกว่าจะนรินทร์ไม่ใช่ตัวแทนใครแท้ๆ"
"เพราะคุณรอยด์เสียไปแล้วสินะครับ.. ผมเสียใจด้วยจริงๆนะครับ"
"ไม่ใช่.. เน่จับบรัชไม่ได้อยู่ตั้งแต่ที่เขามีชีวิตอยู่แล้ว เราสัมผัสกันไม่ได้"
ผมขมวดคิ้วกับสิ่งที่ได้ยิน พวกเขาสองคนมีอะไรแปลกๆ.. ผมสงสัย
มาตั้งแต่ที่รู้ว่าพวกเขาอยู่ด้วยกันแล้ว ลูกสาวนักการเมืองกับฆาตกรเนี่ยนะ?

"ทำไมคุณถึงไปอยู่กับคุณรอยด์ล่ะ?" ด้วยความสับสนทำให้พลั้งปากถาม
คนถูกถามสะอึกไปทันทีที่ได้ยิน ตามมาด้วยเสียงกัดฟันขมขื่น ร่างบางสั่น-
สะท้านด้วยความปวดร้าว ผมได้แต่กำมือของเธอไว้ให้แน่นกว่าเดิม
"จำได้หรือเปล่าคะ? ว่าพ่อแม่ของเน่เสียชีวิต..ด้วยเหตุฆาตกรรม"
อันที่จริงผมฟังเรื่องนี้มาจากคุณราย แต่มันก็เป็นสิ่งที่ผมลืมไม่ได้เลย
ผมพนักหน้าตอบเป็นอันเข้าใจ เธอคนนี้ต้องเห็นภาพการตายของพ่อแม่ตัวเอง
มันทำให้ผมคิดโชคดีเป็นครั้งแรก โชคดีเหลือเกินที่มองไม่เห็น ถ้ามองเห็น
แล้วอาจต้องเห็นภาพแบบนั้นก็สู้มองไม่เห็นซะแต่แรกเลยดีกว่า...

"คนที่ฆ่าพ่อแม่ของเน่ก็คือ....บรัช"


TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Fri 05 Dec 2014, 04:18

EP.18

"คนที่ฆ่าพ่อแม่ของเน่ก็คือ....บรัช" สิ่งที่ผมครั้งหนึ่งเคยคิด
ตอนนี้ปรากฏขึ้นในสมองอีกครั้ง ผมเคยคิดเล่นๆว่าคุณรอยด์
มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อแม่เรเน่ เพราะฉะนั้นพวกเขา
เลยต้องลงเอยอยู่ด้วยกันในที่สุด ที่ผมไม่เคยคิดว่าคุณรอยด์
จะเป็นฆาตกรด้วยตัวเองเพราะพวกเขาดูรักกันจะเป็นจะตาย
"ผมไม่เข้าใจ..." มันจะเป็นไปได้ได้ยังไงกัน

"มันเป็นไปแล้ว.. บรัชฆ่าพ่อแม่เน่.. แล้วลักพาตัวเน่ออกมา
บรัชรู้สึกผิดที่ทุกอย่างมันกลายเป็นแบบนั้น ก็เลยพยายาม
ดูแลเน่มาอย่างดี เราอยู่ด้วยกันมาตลอด ทั้งความผูกพันธ์
และทุกอย่างที่เน่ที่เน่ได้มา.. มันทำให้เน่รักบรัชในที่สุด"
เสียงสั่นพยายามอธิบายแต่เสียงสะอึกสะอื้นนั้นก็ทำให้ฟัง
ยากไม่น้อยเลย

"เน่รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ผิด แต่ก็รักไปแล้ว จะให้ทำยังไงได้
เราสองคนได้แต่ทำเป็นลืมเรื่องนั้นและอยู่ด้วยกันเรื่อยมา.."
"นรินทร์.. นรินทร์มีความปรารถนามั้ย ไม่ก็สิ่งที่อยากได้"
ผมพยักหน้าให้เป็นคำตอบ ความปรารถนาของผมคือการ
ได้เป็นที่ต้องการสำหรับใครสักคน คือการได้เป็นคนสำคัญ
ชนิดที่ว่าถ้าไม่มีผมละก็เธอคนนั้นอาจจะต้องตายก็ได้
มันเป็นความปรารถนาที่ผมได้แต่เก็บไว้ในใจตลอดมา

"เน่ก็มีความปรารถนาเหมือนกัน ความปรารถนาหนึ่งเดียว
ของเน่คือการได้สัมผัสกับบรัชแบบนี้ แบบที่ทำอยู่ตอนนี้"
เธอบีบมือผมด้วยหมดกำลังที่มี แต่แรงของผู้หญิงบอบบาง
อย่างเธอไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย น้ำเสียงสั่นคลอน
นั่นต่างหากที่กำลังทำร้ายผมอย่างโหดร้าย
"ทำไมล่ะ? ทำไมคุณถึงสัมผัสกับเขาไม่ได้?"

"ดูเหมือนว่าถึงใจเน่จะรักบรัชแค่ไหน แต่สมองกลับคิดตรงข้าม
สมองของเน่ไม่เคยลืมภาพมือของบรัชที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด
ในวันที่เขาปลิดชีวิตพ่อกับแม่ เพราะฉะนั้นเวลาที่บรัชเอามือมา
สัมผัสเน่ มันจึงทำให้เน่รู้สึกแย่มากๆ ยิ่งจับนานก็ยิ่งทำให้รู้สึก
พะอืดพะอม สุดท้ายเน่ก็ได้แต่อ้วก เน่อ้วกทุกครั้งที่เราสัมผัสกัน
มันไม่จำเป็นต้องเป็นการสัมผัสในเชิงรักใคร่ด้วยซ้ำ"

"แค่เน่จับมือกับบรัชเหมือนที่ทำอยู่กับนรินทร์ในตอนนี้ มันก็เกิน
กว่าที่สมองจะรับไหวแล้ว" ถึงจะไม่ได้ยินเสียงแต่ผมก็รับรู้ได้ว่า
น้ำตากำลังอาบไหลรินดวงแก้มใสนั้น เสียงที่กำลังพูดอยุ่นั้นฟัง
ดูจะขาดใจให้ได้ นอกจากจับมือเธอแล้วผมจะพอทำอะไรได้บ้าง?
"ทั้งๆที่เน่ไม่เคยต้องการอะไรเลยแท้ๆ เน่ก็แค่อยากจะจับมือกับ
คนที่รักเหมือนกับคนอื่นๆ"

"นรินทร์รู้มั้ย.. เน่ไม่เคยเอาแต่ใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยทำตัว
งี่เง่า ไม่เคยงอนหรือโทษบรัชเลยสักครั้ง เน่ทำตัวดีอยู่ตลอดเวลา
เน่เป็นคนดีอยู่เสมอ ไม่เคยเรียกร้อง ไม่เคยต้องการอะไรเลยสักอย่าง
เน่หวังว่าถ้าทำตัวให้ดีละก็.. พระเจ้าท่านคงจะรักเน่ ท่านคงจะให้พร
กับเน่ ทำให้ความปรารถนาหนึ่งเดียวนี้เป็นจริง" สิ่งที่เธอพูดคือตัวเธอ
ที่ผมรู้จักเช่นกัน แต่ผมไม่รู้ว่าเธอทำไปเพื่อขอความเห็นใจจากพระเจ้า

"แล้วนรินทร์เคยได้ยินมั้ย.. ถ้าคนเราตั้งใจทำอะไรครบหมื่นชั่วโมงละก็
เราจะประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นๆ ไม่ว่าจะมีพรสวรรค์หรือไม่ก็ตาม.."
"เน่ยพยายามตัวตัวให้ดีอยู่เสมอ พยายามทำตัวไม่มีปัญหาต่อผู้อื่น
พยายามทำให้ทุกอย่างดูดีอยู่ตลอดเวลา.. ทั้งตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน
ทำทุกอย่างให้ดีเพื่อหวังว่าสุดท้ายทุกอย่างก็จะดีเอง แต่นรินทร์รู้มั้ย..
เน่พยายามมาเกินหมื่นชั่วโมงแล้ว..." ผมทนฟังไม่ไหวจึงดึงร่างบาง
เข้ากอด ผมไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรหรือต้องทำยังไง รู้แค่ว่าไม่อยาก
ฟังแล้ว ผมอยากจะหยุดเสียงแสนทรมานนั้นลง

"นี่!! เน่ยังทำได้ไม่ดีงั้นเหรอ!! ตอบเน่สิ เน่ก็แค่อยากจับมือกับบรัช
เน่ผิดด้วยเหรอ!! เน่ก็แค่อยากใช้ชีวิตปกติ มันผิดมากนักเหรอ!!"
เรเน่ทุบมือลงบนแผ่นอกผม ทั้งๆที่แรงที่สัมผัสมานั้นไม่ได้รุนแรงเท่าไหร่
แต่ผมกลับเจ็บปวดมาก มันรู้สึกเจ็บมากๆ ผมกระชับกอดเธอให้แน่นกว่าเก่า
"เน่ทำทุกอย่างแล้ว!! ถึงจะทุ่มสุดทั้งแรงกายใจที่มีแล้วแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร
ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่สุดท้ายร่างกายบ้านี่ก็ยังอ้วกออกมาอยู่ดี ถึงหัวใจเน่จะ
รักบรัชสักขนาดไหนแต่ร่างกายนี้มันปฏิเสธตัวตนของบรัช!!"

"เน่ทำให้บรัชต้องลำบากมาตลอด.. บรัชพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อที่จะให้เน่
ลืมอดีตและสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถึงให้เรียกว่า'บรัช' แทนชื่อจริงๆของเขา
บรัชเลิกเป็นฆาตกรและมาเปิดบริษัท บรัชเองก็คงเหนื่อยมามากแล้ว แต่ทุก-
อย่างก็ไม่ได้ดีขึ้น ไม่มียาตัวไหนรักษาเน่ได้ ไม่มีอะไรที่ทำให้เน่หายเป็นปกติได้
ทั้งๆที่มันเป็นความปรารถนาอย่างเดียวที่เน่มีอยู่ แล้วมันก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเลย
ทำไมมันถึงได้ยากหนักหนาขนาดนี้นะ..."

"พอแล้ว... เน่พอแล้ว"


TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  EinZ on Fri 05 Dec 2014, 04:54

ปักครับ
อะเฮือกกก ดราม่า....

Signature ------------------------------------------------>
Blind can't hide your Heart
--Can you hear my heart?---

เป็นปู่นี่มันหล่อจริงๆ ( ͡° ͜ʖ ͡°)



EinZ

INFO. Isara Pattanasak
ผช.ศ.ภาควิชาภาษาเบรลล์
ชมรม : สภานักเรียน (★)
-10% Grade Exp.

Ore Ore : 299
Spirit Point : 98451509
CHIPS +63 M 48 K 764

สามารถ สวมใส่-ถอด เข็มกลัดชิ้นนี้ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไอเทม | ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
436/1720  (436/1720)

ดูข้อมูลส่วนตัว http://dongseng23.deviantart.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Fri 05 Dec 2014, 23:13

warning : พิศาลเบาๆ

EP.19

เมื่อผมเห็นเรเน่ร้องไห้ฟูมฟายดูเหมือนคนจะขาดใจ ผมจึงขอร้อง
ให้เราเดินทางกลับบ้านกันเพราะยังไงซะการเที่ยวครั้งนี้ก็หมดสนุก
ไปนานแล้ว ถึงผมจะดีใจที่เธอพูดระบายเรื่องราวกับผมบ้าง แต่นั่น
ก็ไม่ใช่สิ่งที่คาดคิดเอาไว้ ผมแค่อยากให้เธอยิ้ม ให้ได้มีความสุข
โชคดีที่ทะเลสาบที่เราเดินทางไปนั้นยังอยู่ภายในอาณาเขตกิลเล็ต
และไม่ได้ไกลไปจากตัวบ้านมากนัก (ที่นี่กว้างขนาดไหนกันแน่เนี่ย!!)
เราจึงกลับถึงบ้านได้ในเวลาไม่นานนัก

เรเน่เปิดประตูรั้วเดินเข้าไปในสวนนิ่งเงียบไม่พูดจา เธอคงกำลังปรับ
อารมณ์ให้เข้าที่เข้าทาง ส่วนตัวผมกำลังคิดว่าควรทำอะไรต่อไป
ความปรารถนาของเรเน่คือการได้สัมผัสกับคุณรอยด์ เธอพยายาม
ทุกอย่างเพื่อที่จะทำความปรารถนานั้นให้เป็นจริง แต่ตอนนี้คุณรอยด์
เสียชีวิตไปแล้ว เธอก็คงรู้สึกเหมือนกับขาดเป้าหมายในชีวิต
เลยรู้สึกอยากทิ้งโลกใบนี้ไป เธอต้องการที่จะสัมผัสกับคุณรอยด์
ถ้าเช่นนั้นผมคงไม่สามารถทำอะไรให้เธอได้ เพราะผมไม่ใช่คุณรอยด์..

ไม่สิ...ผมสามารถเป็นคุณรอยด์ได้นี่นา...

ผมเดินตามร่างบางเข้าบ้านและรอจนกว่าประตูบ้านจะปิดลงอีกครั้ง
ทันทีที่ประตูปิดลงผมก็ควานหาร่างเจ้าของบ้านก่อนจะจับกระแทก
เข้ากับประตู อันที่จริงก็ไม่ได้ตั้งใจจะเหวี่ยงแต่ดันกะระยะผิดซะได้..
"น..นรินทร์??" เสียงสั่นร้องตกใจ ผมล็อคข้อมือเล็กข้างหนึ่ง
ไว้เหนือศรีษะก่อนก่อนเข้าประกบริมฝีปากเข้ากับริมฝีปากบางนั้น
"อื้อ!?!" คนถูกจูบตกใจพยายามเบี่ยงหน้าหนีแต่ผมก็จับพลิกกลับมา
"นรินทร์ ทำอะไรน่ะ!!" เสียงพูดเริ่มกระเส่าหลังจากถูกเล้าโลม

"พูดชื่อใครอยู่น่ะ? นี่ฉันต่างหาก บรัชไง.." ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียง
ไม่เป็นตัวเอง ไม่รู้ว่ามันจะสำเร็จตามที่คิดหรือเปล่าแต่ก็ต้องลองดู
"นรินทร์!! อย่า!! ไม่เอาสิคะ!!" คำขอร้องของเธอหาได้ถูกสนอง
ผมยังคงละเลงรักบนริมฝีปากนั้นเนียนนุ่มนั้นต่อไป
"นี่ฉันไง.. จะโวยวายไปถึงไหน พอได้แล้ว.. มองดีๆสิ" เร็วๆเข้าสิ
ใช่ว่าผมอยากทำแบบนี้ซะเมื่อไหร่ ผมก็แค่อยากให้เธอได้พบคุณรอยด์
ถึงแม้มันจะเป็นแค่ความฝันและเรื่องจอมปลอมก็ตาม

"อย่า..อย่าทำแบบนี้!!" เสียงใสร้องทรมาน.. ช่วยอดทนอีกนิดเถอะนะ
ผมเพิ่มระดับความรุนแรงของการกระทำ แต่ก็ไม่ไดถลำลึกจนเกินไป
เพราะเกรงว่าตัวเองจะลืมเป้าหมายของการกระทำไปเสียก่อน ถึงร่างกาย
จะตอบสนองแต่น้ำตาก็ยังคงไหลไม่หยุด ร่างบางที่กำลังสั่นสะท้านเป็น
ตัวเตือนว่าสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ไม่ได้ต่างอะไรไปจากการคุกคามทางเพศ
"นี่...ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะไปทำร้ายเธอได้ยังไง" ผมกระซิบข้างใบหูเธอ
ได้โปรดเถอะ... สำเร็จสักทีสิ!!

"บรัช?..." และแล้วสิ่งที่ผมกำลังรออยู่ก็ดังขึ้น ทั้งผมและเธอต่างก็
หอบเหนื่อยล้าพอๆกัน อันที่จริงแล้วหัวใจผมก็ไม่ได้เต้นช้าไปกว่าเธอเท่าไหร่
ร่างบางผู้เคยดื้อรั้นปฏิเสธตอนนี้กลับยืนสงบนิ่ง มีเพียงเสียงหอบเบาๆที่แสดง
ให้รู้ถึงการมีตัวตน ผมปล่อยข้อมือบางออกจากการพันธนาการเบามือ
"นี่เน่ฝันอีกแล้วเหรอ.. เน่เคยฝันแบบนี้มาก่อน ฝันว่าบรัชสัมผัสเน่ได้"
"ถึงมันจะเป็นฝัน แต่ก็ไม่ใช่ฝันร้ายซะทีเดียวไม่ใช่เหรอ" ผมพูดก่อนจุมพิต
เธออีกคราว ครั้งนี้เป็นเพียงการจุมพิตเบาๆเพื่อให้รับรู้ถึงไออุ่นของร่างกาย

ร่างบางค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ากอดผมเชื่องช้าด้วยท่าทีไม่ค่อยมั่นใจ ผมดัน
แผ่นหลังเล็กเข้าหาตัวเบาๆเพื่อยืนยันให้มั่นใจว่าเราสัมผัสกันได้
ก็แหงล่ะ ผมไม่ใช่คุณรอยด์นี่นา มันจะไปมีปัญหาได้ยังไงกัน
ร่างที่กำลังโอบกอดผมอยู่เริ่มกระตุกสั่นคลอน เธอจะรู้สึกยังไงบ้างนะ?
"บรัช.. เน่เหนื่อยจัง ขอเน่อยู่อย่างนี้สักพักได้ไหมคะ?" ผมลูบหลัง
เธอเป็นการอนุญาต เรเน่ซุกไซร้ใบหน้ากับเสื้อผมราวลูกแมวที่หาไออุ่น
"เน่เครียร์งานทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว เหลือก็แค่ส่งนรินทร์กลับไปยังที่ของเขา"

"เธอไม่อยากให้เขาอยู่ด้วยเหรอ?" ผมถามด้วยน้ำเสียงของคนอื่น
"ก็ไม่ได้ว่าไม่ชอบนรินทร์หรอกค่ะ.. แต่เน่ว่าจะพอแล้ว เน่เหนื่อยมากแล้ว"
"พอ?" อันที่จริงผมก็พอรู้ความหมาย แต่อยากฟังจากปากเจ้าตัวสักครั้ง
"เน่อยากตาย... เน่พอแล้ว เน่พอใจกับทุกสิ่งแล้ว" เธอพูดด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์
"ทำไมล่ะ? ทำไมถึงพูดอย่างนั้นล่ะ!?!" เธอพูดเรื่องแบบนั้นด้วยน้ำเสียงปกติได้ยังไง
"ในหัวเน่มันมีแต่คำพวกนี้วนไปวนมาเต็มไปหมด มันไม่ใช่ความคิดของตัวเน่เองด้วยซ้ำ
มันเอาแต่บอกว่า 'พอแล้ว เหนื่อยแล้ว' ซ้ำๆอยู่อย่างนั้น เน่ไม่ไหวที่จะฟังแล้ว.."
เสียงนิ่งเริ่มกัดฟันพูดตะกุกตะกักขึ้นทีละน้อย เธอคงกำลังฝืนตัวเองอยู่สินะ

"ถ้าอยากจะร้องไห้หรืออยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ ยังไงซะนี่ก็เป็นแค่ฝัน
ขอแค่ไม่ตายได้ไหม?" ผมต้องทำยังไงถึงจะรั้งเธอเอาไว้ได้นะ...
"บรัชปล่อยให้เน่พักเถอะค่ะ นะ?" คำขอร้องนั้นถูกเอ่ยอย่างปวดร้าว
ผมก้มลงจูบคนตรงหน้าอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เธอไม่ได้ปฏิเสธอย่างคราวแรก
ริมฝีปากนุ่มตอบสนองกลับมาเป็นอย่างดี ดีเสียจนสติผมเริ่มเรือนลาง
"แฮ่กๆ.. ถ้านี่เป็นฝันละก็มันก็คงจะไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ? ถ้าเน่อยากจะ
มีความสุขบ้าง.. มันคงไม่เป็นไรใช่มั้ย?"

...เธอพูดว่า'ความสุข'งั้นเหรอ? ผมก็แค่ลองทำตัวเป็นคุณรอยด์เผื่อว่า
เธอจะได้ระบายความในใจได้เต็มที่ เผื่อมันจะสบายใจกว่าการพูดกับคน
แปลกหน้าอย่างผม.. แต่เรเน่พูดว่าเธอมีความสุข.. ผมควรจะทำยังไง
ผมควรจะมอบความสุขให้เธอมากกว่านี้งั้นเหรอ? แต่มันจะไม่กลาย
เป็นแค่ข้ออ้างในการทำร้ายเธองั้นเหรอ? ในเมื่อตอนนี้เธอไม่มีสติ
ถึงเธอตรงหน้าผมจะยินยอมแต่ก็ไม่ได้แปลว่าเรเน่จะเห็นดีด้วยสักหน่อย
"บรัช?..." เสียงหอบกระเส่าดังเรียกความสนใจกลับคืน ผมหันกลับหา
ร่างเบื้องหน้าด้วยความสับสน เอายังไงดี.. ถ้าทำต่อก็คงหยุดไม่ได้แล้ว

ผมไม่อยากทำร้ายเรเน่ แต่มันเป็นสิ่งที่เธอผู้อยากตายพูดว่าเป็นความสุข
เธอปรารถนาที่จะสัมผัสกับคนที่รักมาตลอด มันควรจะเป็นเพียงเรื่องง่ายๆ
แต่สำหรับเธอแล้วไม่ใช่ แล้วถ้าผมไม่ทำอะไรสักอย่างเธอก็จะฆ่าตัวตาย
หลังจากที่ส่งผมกลับไทย.. ทำไมสถานการณ์มันบังคับขนาดนี้นะ
ผมจะไม่ยอมปล่อยให้เรื่องไหลไปตามสถานการณ์เหมือนครั้งที่แล้วอีก
ผมจะตัดสินใจด้วยตัวผมเอง และรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวเอง
ว่าแล้วผมก็ช้อนร่างบางขึ้นอุ้มเดินเข้าไปในบ้าน..

"ผมขอโทษนะ.. ไปที่เตียงเถอะ"


TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Sun 07 Dec 2014, 04:15

EP.20

"อืม.." เสียงครางงัวเงียดังขึ้นข้างกายก่อนที่เจ้าของบ้านในชุดนอน
จะลุกขึ้นนั่งบนเตียง.. ดูเหมือนเราจะหลับไปแบบข้ามวันข้ามคืนกัน
เลยทีเดียว หลังจากที่เสร็จกิจทั้งหมดผมก็บอกให้เจ้าตัวไปใส่ชุดนอน
ให้เรียบร้อยจะได้นอนอุ่นๆ แต่จริงๆแล้วผมต้องกำชับให้เธอใส่เสื้อผ้า
เพื่อที่จะไม่ตื่นมาแบบสติแตกอย่างที่เป็นครั้งแรกอีก ผมรู้สึกลุ้นระทึก
กับสถานการณ์เบื้องหน้ามาก เพราะไม่สามารถคาดเดาได้จริงๆว่าจะ
ไปทางไหน ผมรู้แค่ว่าผมจะยอมรับและรับผิดชอบทั้งหมดที่เกิดขึ้น

"อรุณสวัสดิ์ค่ะนรินทร์" เสียงใสหาวเบาๆก่อนเอ่ยทักทายสดใสเช่นปกติ
"โถ่~ แอบมานอนกับเน่อีกแล้วเหรอคะ จะกลัวผีไปถึงไหนกัน หืม?"
เธอหัวเราะหยอกล้อผมราวเช่นปกติ เสียงนั้นช่างดูสดใสเป็นกันเอง
หากเธอคือเรเน่โหมดปกติที่เจออยู่ทุกวัน ถ้าอิงตามทฤษฏีที่เคยเกิดขึ้นแล้ว
'เธอจะจำอะไรไม่ได้เลย' ผมจะเริ่มยังไงดีนะ..

"นรินทร์เช้านี้อยากทานอะไรเหรอคะ ฮิๆๆ" เสียงใสเอ่ยคิกคักอารมณ์ดี
"อะไรก็ได้ครับ.. ว่าแต่คุณดูอารมณ์ดีมากๆเลยนะครับ" ผมถามสงสัย
"งั้นเหรอคะ? เน่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่รู้สึกสดชื่นมากเลยค่ะ
ไม่ได้ตื่นมาแล้วรู้สึกดีแบบนี้มานานมากๆแล้ว นานซะจนจำไม่ได้เลย"
ถึงจะมองไม่เห็นแต่ก็รู้สึกได้เลยว่าคนตรงหน้ากำลังยิ้มอยู่ แถมยังเป็น
รอยยิ้มที่สดใสมากเสียด้วย น้ำเสียงของเธอทั้งผ่อนคลายและสบายใจ
ร่างบางเคลื่อนตัวขยับลงจากเตียงก่อนที่จะ..

"โอ๊ย!!" เสียงใสร้องสะดุ้ง เธอส่งเสียงครวญครางพลางบ่น
"เจ็บสะโพกจังเลย เมื่อคืนนอนผิดท่ารึยังไงนะ.." มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ..
"เรเน่ ผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณ" ผมเอ่ยจริงจังเพื่อให้รับรู้ถึงสถานการณ์
"อะไรเหรอคะ?" เธอหันกลับหาผมด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ยิ้มแย้มเหมือนเก่า
ผมยันตัวขึ้นนั่งบนเตียงสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่เพื่อลดความตื่นกลัวและขลาดเขลา
"เมื่อคืนคุณมีอะไรกับผม ผมเป็นคนทำให้คุณเจ็บแบบนั้น" ผมเอ่ยตามความจริง
"พูดเรื่องอะไรน่ะคะ เน่ไม่เห็นจำได้เลย?" เสียงใสฟังดูตะคิดตะควงไปบ้าง
"คุณจำไม่ได้เพราะคุณไม่มีสติพอ.."

'เพี๊ยะ!!' พูดยังไม่ทันจบประโยคดีผมก็ถูกตบเสียจนหน้าหัน
"ทั้งๆที่เน่อุส่าห์ไว้ใจแท้ๆ!! ทั้งๆที่ไม่เคยถือสาเอาเรื่องครั้งที่แล้ว แล้วทำไม
นรินทร์กลับต้องทำให้มันมีครั้งที่สองด้วย!!" เสียงนั้นฟังดูลนลานตื่นตระหนก
"ผมทำเพราะผมพยายามจะช่วยคุณนะ ช่วยฟังก่อนได้ไหม!!"
"เน่ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น!!" เจ้าของบ้านตะคอกเสียงดังทำเอาสะดุ้ง
ทุกอย่างผลันเงียบลงหลังจากนั้น เสียงหอบตกใจของเรเน่ดังอยู่พักหนึ่ง
ก่อนจะเงียบลง

"ขอโทษที่ทำตัวไม่ดีค่ะ.. เก็บของซะนะคะ อีกสักพักจะได้เวลาไปสนามบินแล้ว"
เรเน่พูดก่อนที่จะทำท่าเดินออกจากห้อง ถึงแม้ว่าอารมณ์จะคลุคลั่งอยู่ภายใน
แต่เธอก็ยังข่มอารมณ์เช่นปกติ ผมคิดไว้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์แบบนี้จะต้องเกิดขึ้น..
เสียงเดินดังไปยังไม่สุดทางประตูก็ผลันหยุดลงกะทันหัน อยู่ๆทำไมถึงหยุดนะ?
"ราย?.." เสียงใสเอ่ยเรียกชายอีกคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง
"ราย.. เน่บอกแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าให้ทำหน้าที่ไปโดยที่เราไม่ต้องพบหน้ากัน"
"ฉันก็ไม่ได้มาหาเธอสักหน่อย มาหานายที่อยู่บนเตียงนั่นต่างหาก"
เขาพูดก่อนโยนปึกกระดาษบางอย่างลงบนเตียง เอ๊ะ?.. ให้ผมเหรอ?

"นี่มันเรื่องอะไรกันคะ?" เสียงเจ้าของบ้านดูคาดเคืองไม่น้อยเลย
"หมอนั่นไม่จำเป็นต้องกลับไปไหนแล้ว ต่อไปนี้เขาจะต้องอยู่ที่นี่กับเธอ"
"ห๋าา!?!" ทั้งผมและเรเน่ประสานเสียงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
"ทำไมเน่ต้องอยู่กับนรินทร์ด้วย เขาทำร้ายเน่นะคะ!!" เรเน่ปฏิเสธเสียงแข็ง
"นรินทร์กำลังรักษาเธอ ไม่ใช่ทำร้ายเธอ ไม่เข้าใจรึยังไง?" คุณรายอธิบาย
"เน่จะไปเข้าใจได้ยังไง รายไม่รู้หรอกว่าเขาทำอะไรกับเน่บ้าง!!"

"รู้สิ.. ก็ฉันเป็นคนสนับสนุนให้เขาทำเองนี่" ชายแปลกถิ่นเอ่ยเสียงเรียบ
"ราย!! เราเป็นเพื่อนสนิทกันนะ รายทำอย่างนี้กับเน่ได้ยังไง!!"
"ก็เพราะสนิทกันน่ะสิถึงได้ทนเห็นเพื่อนกำลังจะตายไม่ได้!!"
คุณรายตะคอกกลับด้วยเสียงที่ดังกว่า เล่นเอาผมตกใจไปอีกคน
"ทำไมนายไม่อธิบายการกระทำตัวเองซะหน่อยล่ะ บอกจะรับผิดชอบนี่?"
คุณรายโยนบทพูดกลับมาหาผมอีกครั้ง ก..ก็เล่นตะโกนโวยวายกันซะ
ขนาดนี้แล้วผมจะไปแทรกกลางยังไงละครับ..

"เน่ไม่ฟัง!! ยังไงซะมันก็เป็นแค่ข้อแก้ตัวอยู่ดี" เจ้าตัวยังคงปฏิเสธคำเดิม
"ฉันรายงานสถานการณ์ทั้งหมดไปยังบ้านใหญ่แล้ว ถ้าเธอไม่ให้ความร่วมมือ
เลยทางเราก็ต้องจำเป็นกักบริเวณให้เธออยู่ภายในประเทศเท่านั้น เพราะเธอ
ก็คงจะรู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้มีสติพอที่จะไปไหนไกล" คุณรายยื่นคำขาด
"ถ..ถ้างั้นเน่ก็กลับไปเยี่ยมหลุมศพบรัชที่ไทยไม่ได้สิ ทำไมต้องเอาทุกอย่าง
ไปจากเน่ด้วย ไม่เห็นหรือไงว่าเน่ไม่เหลืออะไรแล้ว!!"

"เหลือสิ.. นั่งอยู่นั่นไง" ถึงจะมองไม่เห็นแต่ก็รับรู้ได้ว่าคุณรายชี้มาทางผม
เพราะฉะนั้นผมจึงถือโอกาสนี้ในการแทรกกลางเพื่ออธิบายการกระทำของตน
"ผมรู้ว่าคุณกำลังวางแผนอะไรอยู่.. และผมก็คิดว่าผมมีวิธีที่จะช่วยคุณ
เลยทำเรื่องโหดร้ายนั่นเพื่อที่จะช่วยคุณ ผมอยากจะให้คุณมีความสุข
กับชีวิตบ้าง แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี เพื่อที่จะให้คุณอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป
ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้น ผมทำเพราะต้องการที่จะทำด้วยตัวเอง"
"ช่วย?... ช่วยอะไร? อธิบายให้เน่เข้าใจทีเถอะ.."

"เรื่องมันมีอยู่ว่า.."


TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นรินทร์ ซีรีย์ [ย้อนรอยอดีตนรินทร์][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Tue 09 Dec 2014, 20:55

EP.21

"ถึงเรเน่จะเป็นยังไงมันก็ไม่ใช่ธุระของนาย ไม่จำเป็นต้องสนใจหรอก"
คุณรายเอ่ยหลังจากที่เล่าเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับเรเน่จบแล้ว นี่มันบังคับกันชัดๆ!!
เขาคงไม่ได้หวังให้ผมฟังเรื่องโหดร้ายทั้งหมดนั่นแล้วปล่อยผ่านไปเฉยๆหรอกใช่มั้ย?
"ถ..ถ้าผมบอกว่าผมอาจจะมีวิธีรักษาเธอได้ล่ะ?" ผมถามท่าทีไม่มั่นใจ
"นายเคยเป็นหมอมาก่อนเหรอ?" คุณรายถามน้ำเสียงสนใจ

"ม..ไม่เคยหรอกครับ ผมก็เป็นแค่คนขายล็อตเตอรี่ริมทางธรรมดาๆ"
"แล้วถ้าอย่างนั้นนายคิดจะรักษาเธอยังไง อีกอย่างยัยนั่นไม่มีทางยอมหาหมอหรอก
ให้ตายก็เถียงชนฝาว่าตัวเองสบายดี" ถ้าคนอย่างเรเน่เรียกสบายดีงั้นคนอื่นในโลกนี้
คงต้องเรียกว่าเป็นคนสุขภาพดีระดับmax แค่นึกถึงความหัวดื้อของเรเน่ผมก็เริ่ม
ปวดหัวแล้ว แต่อะไรบางอย่างในใจมันบอกผมให้ทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้
ใบหน้าจริงจังของผมทำให้คุณรายตัดสินใจเปลี่ยนคำพูดในที่สุด
"เฮ้อ ถ้านายยืนยันจะช่วยก็ตามมา.. ฉันจะพาไปหาแพทย์ประจำตระกูล"

.
.
.

คุณรายพาผมนั่งรถมาสักพักหนึ่งก็ถึงสถานที่ที่แปลกออกไป สถานที่นี้เป็นสถานที่
ที่มีกลิ่นยากับน้ำยาทำความสะอาดลอยคละคลุ้ง ถึงอย่างนั้นก็ให้บรรยากาศบ้าน
มากกว่าที่จะเป็นโรงพยาบาล ผมเดินตามคุณรายเข้าไปในห้องๆหนึ่งที่เต็มไปด้วย
กลิ่นหนังสือ มันคงจะเป็นห้องทำงานของคุณหมอละมัง ทันทีที่เข้าไปในห้องผม
ก็สามารถสัมผัสได้ถึงตัวตนของอีกคนหนึ่ง เสียงที่เอ่ยทักทายมานั้นเป็นเสียงสูงวัย
ในภาษาที่แตกต่าง รายดันไหล่ให้ผมนั่งบนเก้าอี้ก่อนจะเริ่มเปิดการสนทนา

"หมออยากให้นายเล่าในสิ่งที่นายรู้เกี่ยวกับอาการของเรเน่ เพราะอย่างที่ว่าไว้
ยัยนั่นไม่ยอมมาหาหมอเลย เราไม่ได้อัพเดทอาการของเธอมาพักใหญ่ๆแล้ว"
ผมเริ่มเล่าทุกสิ่งให้คุณหมอฟัง โดยมีคุณรายเป็นคนช่วยแปลภาษาระหว่างเรา
ผมเล่าเรื่องราวตั้งแต่ที่เราพึ่งพบกันจนมาถึงปัจจุบัน คุณหมอจดทุกอย่างลงบน
กระดาษก่อนจะนั่งวิเคราะห์อยู่พักใหญ่ๆ จากนั้นจึงถึงคราวของหมอที่จะอธิบายบ้าง
ศัพท์ที่คุณหมอใช้ทำเอาคุณรายถึงกับต้องนั่งอึ้งนึกศัพท์ภาษาไทยอยู่ครู่ใหญ่

"หมอบอกว่าการที่เรเน่สัมผัสกับลุงแล้วอาเจียรนั้นเกิดมาจากอาการ PTSD
มันเป็นความผิดปกติทางอารมณ์ที่เกิดจากเหตุการณ์สะเทือนใจ เธอเครียด
และจดจ่อกับอาการ PTSD มากจนทำให้เป็นโรคซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว
และด้วยความที่ไม่ยอมพบแพทย์หรือทานยาเลยจึงทำให้ทุกอย่างแย่ลงเรื่อยๆ
หลังจากที่ลุงเสียชีวิตไปเธอก็เริ่มประสาทหลอนจำนายสลับกับลุง สุดท้าย
พอสับสนเข้ามากๆก็เลยพยายามที่จะวางแผนฆ่าตัวตาย มันมักเป็นสเต็ปสุดท้าย
ของคนที่ป่วยแบบนี้" ถึงจะหยุดนึกคำศัพท์เป็นช่วงๆแต่คุณรายก็อธิบายจนจบ

"ประเด็นที่น่าหนักใจคือไม่มีใครในนี้สามารถสั่งเรเน่ได้ เธอมีอำนาจสูงกว่าฉัน
แถมถ้าจะรักษากันอย่างจริงจังก็จำเป็นจะต้องให้เธอพักในโรงพยาบาล และ
รับยาในระดับสูงพอตัว สูงในชนิดที่ว่าอาจจะไม่สามารถใช้ชีวิตปกติไปได้สักพัก
ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ทางบ้านใหญ่ไม่มีทางอนุญาต ช่างน่าโชคร้ายที่เรเน่ดันเกิดมา
มีเซ้นส์หัวธุรกิจ ไม่มีทางที่พวกเขาจะยอมให้เธอหยุดทำงาน" คุณรายอธิบายต่อ
"ทางบ้านใหญ่นี่ไม่ใช่ครอบครัวของเรเน่เหรอครับ?" อะไรกัน คนไม่สบายก็ต้อง
ให้พักผ่อนสิ ผมไม่เห็นเข้าใจเลย

"ถึงจะนามสกุลกิลเล็ตเหมือนกันแต่ก็ไม่ได้ถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกันมากนัก ตระกูล
กิลเล็ตเป็นตระกูลที่ใหญ่มาก เพราะฉะนั้นเราจึงแบ่งออกเป็นครอบครัวเล็กๆอีกทีหนึ่ง
และครอบครัวของเรเน่ก็ถูกฆ่าไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นถึงจะมีคนสนใจเธอ แต่ก็ไม่มี
ใครห่วงใยเธอหรอก ก็แค่ว่ายัยนั่นดันทำงานดีและสามารถใช้ประโยชน์ได้"
คุณรายเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก มีแค่ครั้งนี้ที่เขาดูตั้งใจพูดภาษาไทยเพื่อให้
คุณหมอไม่สามารถรับรู้เรื่องราว

"เพราะฉะนั้นถึงเรเน่จะยอมมาหาหมอ ก็ใช่ว่าเธอจะได้รับการรักษาอย่างเต็มรูปแบบ"
"แล้วถ้าผมบอกว่าผมสามารถรักษาเรเน่ได้ด้วยตัวเองล่ะ?" ผมถามเรียกความสนใจ
"นายหมายความว่ายังไง?" คุณรายหันไปพูดบางอย่างกับคุณหมอทำให้คุณหมอวาง
ปากกาในมือลงและให้ความสนใจกับผมเช่นกัน ผมกลืนน้ำลายทีหนึ่งก่อนเริ่มว่ากล่าว
"บางครั้งเรเน่ก็มองผมเป็นคุณรอยด์ ไม่ใช่ว่าเผลอมองผิด แต่เธอเข้าใจเช่นนั้นจริงๆ
ความปรารถนาของเรเน่ไม่มีอะไรมากไปกว่าการได้สัมผัสกับคุณรอยด์ เพราะอาการ
PTSD ทำให้เธอสัมผัสกับคุณรอยด์ไม่ได้ และเริ่มโรคซึมเศร้าเพราะเหตุนั้น"

"แล้วถ้าผมอาศัยอาการประสาทหลอนในการบำบัดโรคซึมเศร้าล่ะ จะเป็นยังไง?"
คำถามของผมทำให้คุณรายชะงักครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะแปลให้คุณหมอต่อ
"ผมไม่ได้แน่ใจนัก แต่ผมคิดว่าผมสามารถควบคุมอาการประสาทหลอนของเธอได้
ผมสามารถคุมได้ว่าจะให้เธอปกติหรือสติเสียในตอนไหน ถ้าเราพลิกวิกฤตให้เป็น
โอกาสโดยการนำอาการประสาทหลอนของเธอมาใช้เป็นยารักษาล่ะ?"

"นายหมายถึงว่านายจะเป็นบรัชตัวปลอมเพื่อให้เรเน่ได้สมความปรารถนา
เพื่อหวังให้เธอหายจากโรคซึมเศร้าน่ะเหรอ?" คุณรายสวนคำถามแทบจะทันที
"จะเรียกว่ารักษาก็ไม่ได้หรอกครับ ผมไม่สามารถทำในสิ่งที่ทดแทนกับยาได้
ผมทำได้อย่างมากก็บำบัด เพื่อหวังให้เธออยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสักหน่อย"
คุณรายหันไปพูดอะไรกับคุณหมออยู่พักใหญ่ หลังจากนั้นจึงกลับมาอีกที
"หมอถามว่านายเคยเป็นหมอมาก่อนหรือเปล่า เขาไม่เคยนึกถึงอะไรแบบนี้มาก่อน?"

"ฮ่าๆๆ ผมไม่เคยเป็นหมอจริงๆ ผมก็แค่นึกหาทางแก้ปัญหาจากสิ่งที่มีอยู่ก็แค่นั้น"
"หมอบอกว่านายฉลาดมาก ขนาดฉันเองยังอึ้งไปด้วยเลย" คุณรายเอ่ยชมผม
"แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมไม่แน่ใจว่าผมสามารถคุมเธอได้จริงๆหรือไม่ ผมต้องทดลองทำ
เรื่องโหดร้ายกับเธอเพื่อทดสอบ และเรเน่ก็คงจะไม่อภัยให้ผมอย่างแน่นอน"
"ถ้านายจะช่วยจริงๆฉันจะสนับสนุนเอง.. แต่ทำไมนายต้องทุ่มเทขนาดนี้ให้
คนที่พึ่งรู้จักกันด้วย?"

"ถ้าผมไม่ทำ.. แล้วใครจะทำ?"


TBC ๐ ๐ ๐

ข้อมูลเพิ่มเติมเบื้องต้นเกี่ยวกับ PTSD
http://health.kapook.com/view97511.html


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Tue 28 Jun 2016, 16:51, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 2 จาก 3 Previous  1, 2, 3  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
QUAINT & NOBLEMAN (EST.1990) © Copyright 2015, All Rights Reserved.