Duende [EP.01]

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Duende [EP.01]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Thu 23 Jun 2016, 02:00

Duende
With love and regards
ด้วยรักและปรารถนาดี


เรื่องราวดังต่อไปนี้เป็นเรื่องสมมุติที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง
ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องจริงหรือสถานที่จริงแต่อย่างใด





EP.01

หลังจากที่ได้รับอนุญาตให้ผ่านจากป้อมรักษาความปลอดภัย
ฉันก็ขับรถเข้ามาในสวนกว้างร่มรื่นแห่งหนึ่ง ด้านหน้าคือคฤหาสน์
สีขาวหลังใหญ่ที่แม้จะมองไกลๆก็ยังเห็นรายละเอียดงดงาม
จนรู้สึกว่าเฟอรารีสีแดงที่ขับอยู่นี้ไม่ได้เข้ากับสถานที่เลยสักนิด

'กึก กึก กึก'

ฉันเคาะพวงมาลัยหวังคลายความกังวลในจิตใจ ไม่ชินกับสถานที่
เป็นทางการแบบนี้เลยแฮะ หวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีนะ
ฉันให้กำลังใจตัวเองพลางขับรถมุ่งไปยังตัวคฤหาสน์

.
.
.

"คุณ 'เรเน่ กิลเล็ต' สินะครับ"

ทันทีที่รถจอดก็มีผู้ชายชุดสุภาพคนหนึ่งออกมาต้อนรับ เขาเป็น
ผู้ชายวัยกลางคนรูปร่างมีเนื้อ ใบหน้าติดรอยยิ้มบางตามมารยาท
ฉันพยักหน้ารับก่อนจะลงจากรถเพื่อจับมือทักทายกับเจ้าสถานที่

"ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมชื่อ 'เบอร์นาร์ด' จะมาเป็นคนนำทาง
ให้คุณเองนะครับ"

น้ำเสียงนั้นเป็นน้ำเสียงเรียบง่ายไม่ได้ดูยินดียินร้ายอะไรเป็นพิเศษ
ราวกับเป็นประโยคที่ใช้เป็นประจำ เขาคงจะทำงานที่นี่มานานแล้ว
ต่างจากฉันที่เหงื่อแอบผุดอยู่ตามขมับทั้งๆที่บรรยากาศดีมีลมพัด

"ยินดีต้อนรับเข้าสู่สถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทยครับ"

นี่แหละคือตัวการของความกังวล เพราะครั้งนี้ฉันตัดสินใจรับงาน
ให้กับ 'สถานทูต' ที่ทั้งเป็นทางการและเคร่งครัดแบบสุดๆ
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อรวบรวมความมั่นใจก่อนจะเดินตาม
เข้าไปยังตัวคฤหาสน์

"ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ท่านทูตท่านติดธุระสำคัญกะทันหัน
ผมจะเป็นคนคุยกับคุณไปพลางๆก่อน"
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจ"

ก็ดีเหมือนกัน บอกตามตรงตอนนี้ใจยังไม่พร้อมจะพบบุคคล
สำคัญระดับประเทศขนาดนั้นสักเท่าไหร่ คุณเบอร์นาร์ดพาฉัน
มายังห้องรับรองแขกที่ทั้งกว้างขวางสบายตา หน้าต่างบานกว้าง
ถูกเปิดรับลมยามเย็น เพราะมีต้นไม้ล้อมรอบบริเวณถึงได้อากาศ
สดชื่นสินะ ทั้งๆที่ตัวสถานที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่มีแต่ควันรถแท้ๆ

ฉันทิ้งตัวลงบนโซฟาพลางคุยเรื่องเรื่อยเปื่อยตามประสาคนมีเวลา
ว่าแต่ฉันจะต้องรอนานขนาดไหนกันนะ? บอกนรินทร์ไว้ว่าจะกลับ
ไปทานข้าวด้วยซะด้วยสิ

"ไม่ทราบว่าท่านทูตจะสะดวกอีกทีเมื่อไหร่หรือคะ?"
"เช้ามืดของวันพรุ่งนี้ก่อนที่ตารางงานของท่านจะเริ่มครับ"
"ขอทราบได้ไหมคะว่าเช้ามืดนี่ประมาณกี่โมง?"
"ตีห้าครับ"
'เช้าเวอร์!'

เหมือนกับว่าเขาสัมผัสได้ถึงความลำบากใจของฉัน เขาจึงพูดขึ้นต่อ

"ถ้าไม่รังเกียจคืนนี้อยากจะพักผ่อนที่นี่ไหมครับ? พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้อง
เดินทางมาแต่เช้า ทางเราจะจัดห้องรับรองแขกให้เป็นอย่างดี"

ฮึ่มม ไม่ค่อยอยากนอนนอกสถานที่เลยแฮะ แต่ถ้ามีนัดตอนตีห้า
ก็แปลว่าอาจจะต้องตื่นตั้งแต่ตีสาม ตามนิสัยแล้วถ้านรินทร์เห็น
ฉันลุกเขาก็จะต้องตื่นตามแน่ๆ เขาเองก็ทำงานเหนื่อยไม่แพ้กัน
มันคงจะดีกว่าถ้าฉันไม่รบกวนเวลานอนของเขา

"ถ้าเช่นนั้นก็รบกวนด้วยนะคะ"

ฉันตอบตกลงอย่างช่วยไม่ได้ ยังไงซะนี่ก็เป็นงานชิ้นแรกๆของ
บริษัทเวิร์ล เพื่อความก้าวหน้าของบริษัทฉันจะไม่เลือกงานและ
ไม่ทำตัวเรื่องมาก บริษัทเวิร์ลเป็นบริษัทรับวางแผนเชิงธุรกิจ
และหน้าที่ในวันนี้ของฉันก็คือการจัดตารางงานอันยุ่งเหยิงของ
ท่านทูตอเมริกาประจำประเทศไทยเสียใหม่ แม้จะฟังดูง่ายแต่
ประเด็นอยู่ที่อีกฝ่ายเป็นถึงคนระดับสูง ถ้าฉันพลาดขึ้นมาก็
อาจจะส่งผลเสียระดับประเทศได้ โอ้พระเจ้า นี่ฉันคงจะไม่
สร้างสงครามหรอกใช่ไหม...

"คุณรเน่ครับ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?"

ตายแล้ว นี่ฉันแสดงสีหน้าแบบไหนออกไปเนี่ย ฉันจะไหวม๊ายย
นี่สินะที่เขาบอกว่า

'With great power comes great responsibility'

พลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง นี่ก็เพื่อ
บริษัทเวิร์ลนะเรเน่ เธอต้องทำให้เวิร์ลได้รับความไว้วางใจ เพื่อที่
บริษัทของเราจะเดินหน้าต่อไปได้!! ทว่าต่อให้บริษัทเดินหน้าไป
ไกลเพียงใดแต่ขาที่สั่นอยู่ตอนนี้ก็ไม่มีเรียวแรงจะเดินแล้ว...

"ขออนุญาตไปห้องน้ำนะคะ"

ฉันลุกขึ้นก่อนจะเดินคอตกออกจากห้องรับแขก น่าอายเหลือเกิน
เขาจะเห็นไหมนะว่าฉันกำลังกลัวจนตัวสั่นไปหมด สุดท้ายจึง
ตัดสินใจใช้เรี่ยวแรงที่พอเหลือในการปลีกตัวออกมา ฉันนี่มัน
อ่อนแอจริงๆ ก่อนหน้านี้ก็เอาแต่ใช้ชีวิตด้วยการหลบอยู่หลังบรัช
ต้องให้บรัชคอยปกป้อง พอตอนนี้คิดจะทำอะไรด้วยตัวเองขึ้นมา
ก็กลายเป็นซะแบบนี้ ได้แต่เดินไปเรื่อยๆโดยไม่เห็นเส้นทาง...

'~~~♫'

เสียงทำนองอะไรนะ? เมื่อเงยหน้าขึ้นจากห้วงความคิดอีกที
จึงเห็นว่าตัวเองอยู่ในสถานที่แปลกตาไม่คุ้นเคย ราวกับโดน
มนต์สะกด ขาเริ่มก้าวเดินตามเสียงทำนองที่ไม่เคยได้ยิน
ท่วงทำนองช้าๆให้ความรู้สึกหม่นหมองทว่ากลับฟังดูน่าค้นหา
อย่างประหลาด อีกใจก็คิดว่าเสียงนั้นอาจจะทำให้หลุดออก
จากโถงระเบียงยาวที่ดูจะไม่มีที่สิ้นสุดนี้ เสียงเพลงนำพาเดิน
ออกจากโถงมายังระเบียงเปิดกว้างที่มีฉากหลังเป็นต้นไม้
สีเขียวสบายตา

ที่ระเบียงปรากฏร่างของเด็กผู้ชายคนหนึ่งกับกีต้าร์หนึ่งตัว
เสียงเพลงดังมาจากกีต้าร์ตัวนี้เองสินะ กีต้าร์ตัวเดียวสามารถ
ดังกังวาลได้ขนาดนี้เชียวหรือ? ภาพเด็กผู้ชายริมระเบียง
สะกดสายตาให้จ้องมอง เรือนผมสีทองพลิ้วไสวตามสายลม
ยามเย็น หน้าตาของผู้บรรเลงไม่แสดงออกซึ่งอารมณ์ใดๆ
ดวงตาสีเทาหม่นหมองดูว่างเปล่าไร้ซึ่งจิตวิญญาณ ทั้งๆที่
มือกำลังดีดสายกีต้าร์สร้างทำนองที่เปี่ยมไปด้วยห้วงอารมณ์
แต่ตัวคนเล่นกลับไม่สะท้อนอารมณ์ใดๆ ราวกับเป็นเพียง
ตุ๊กตาในกล่องเพลงที่ถูกไขลานให้เล่นเพียงเท่านั้น

ทว่าไม่รู้ทำไม... ถึงหยุดมองตุ๊กตาตัวนี้ไม่ได้เลย...
ราวกับเป็นภาพวาดศิลปะอันตราตรึงใจ...

'แกร๊ก'

เพราะเผลอเหยียบกิ่งไม้เข้าจึงทำให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงตัวตน
ดวงตาหม่นหมองชำเลืองมองแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไป
มองหมู่ไม้ เสียงดนตรีเศร้าสร้อยยังคงเล่นต่อไปราวกับ
ตั้งใจทำเป็นไม่เห็น ร่างเล็กค่อยๆขยับตัวหันหลังให้เป็น
เชิงสื่อไม่อยากยุ่งเกี่ยว ยิ่งมองแผ่นหลังเล็กๆนั่นยิ่งทำให้
รู้สึกถึงน้ำหนักของความรู้สึกบางอย่างที่กดทับไหล่บางเอาไว้
ถึงแม้ฉันจะเปิดโรงเรียนเพื่อคนพิการแต่ฉันก็สามารถพูด
ได้อย่างเต็มปากกว่า

'เกิดมายังไม่เคยเห็นเด็กคนไหนมืดมนขนาดนี้มาก่อน'

และนั่นก็จุดประกายความสนใจทำให้ตัดสินใจเดินเข้าใกล้
ฉันเดินไปนั่งยองๆอยู่เบื้องหน้าเด็กชายตัวเล็ก

"ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย แต่งเองเหรอคะ?"

ฉันเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า แต่อีกฝ่ายกลับเมินสนิทใจ
ด้วยความที่เปิดโรงเรียนเพื่อผู้พิการจึงทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่าเขา
อาจจะพิการทางการฟัง แต่คนหูพิการจะเล่นทำนองได้เสนาะหู
ถึงเพียงนี้เชียวหรือ? หรือเขาจะฟังภาษาไทยไม่ออกกันนะ?

"ชื่ออะไรเหรอคะ?"

ครั้งนี้ฉันลองเปลี่ยนวาจาเอ่ยภาษาอังกฤษดูบ้าง ระหว่างที่ชวนคุยใจ
ก็เริ่มนึกโทษตัวเองที่ไม่เคยคลุกคลีกับเด็กนักเรียนในโรงเรียนของ
ตัวเองเลย ถ้าเป็นนรินทร์เขาคงจะทำให้เด็กคนนี้ยิ้มได้ในชั่วอึดใจ
เจ้าเด็กน้อยไม่มองฉันเลยแม้แต่น้อย และถึงแม้จะเรียก 'เจ้าเด็กน้อย'
แต่เขาก็น่าจะอยู่รุ่นราวคราวมัธยมต้นแล้ว

"เพราะจังเลยนะคะ"

เจ้าเด็กน้อยชะงักหยุดมือจากการดีดกีต้าร์ ในที่สุดก็ทำให้สนใจ
ได้แล้วสินะ ถึงฉันจะไม่ได้ตั้งใจรบกวนการเล่นเพลงของเขาก็เถอะ
ดวงตาสีเทาที่มองมาไร้ซึ่งแววตาความรู้สึก ราวกับถูกมองโดยตุ๊กตา
ที่ไร้ซึ่งจิตใจ แววตานิ่งเรียบที่มองมาทำให้นึกคำพูดต่อไม่ออก
เพราะโดยปกติแล้วคนเรามักไม่พูดกับตุ๊กตา ฉันไม่สามารถสัมผัส
ได้ถึง 'ชีวิต' ภายในมนุษย์ไขลานคนนี้

'~~~♫'

เด็กไขลานมองฉันอยู่เงียบๆสักพักก่อนที่เสียงกีต้าร์จะดังขึ้นอีกคราว
หากคราวนี้เสียงที่เคยติดโทนเศร้าหมองฟังดูอบอุ่นขึ้นมากกว่าเก่า
ระหว่างที่เล่นดวงตาสีเทาก็จ้องมองที่มือของฉัน.. มือของฉันงั้นเหรอ?
เมื่อก้มมองตามสายตาจึงเห็นว่ามือของตัวเองกำลังสั่นคลอนเห็นได้ชัด
จริงสิ ฉันกำลังกลัวกับงานครั้งนี้ หวาดกลัวในความผิดพลาดและสิ่งที่
ยังไม่เกิดขึ้น หากท่วงทำนองสบายหูนี้กลับทำให้รู้สึกอุ่นใจอย่างน่า
ประหลาด ราวกับว่ากำลังถูกห่อหุ้มปลอบประโลมด้วยเสียงเพลง
ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะไม่ได้ไร้จิตใจอย่างที่คิดสินะ

"ขอบคุณนะคะ"

ฉันยิ้มขอบคุณพลางมองมือที่ค่อยๆหยุดสั่นจนกลับมาเป็นปกติ
เจ้าเด็กหน้านิ่งมองฉันด้วยท่าทีอึกอักเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นวิ่ง
กอดกีต้าร์หนีจากไป อ้าว.. ไปซะแล้ว ฉันยิ้มน้อยๆกับตัวเอง
จากนั้นจึงลุกขึ้นเดินออกจากระเบียงหลังคฤหาสน์

.
.
.

"ขอโทษนะคะที่หายไปนาน"

คุณเบอร์นาร์ดเงยหน้าขึ้นมองฉันที่พึ่งกลับมา ทันทีที่เห็นเขาก็
เผยรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อย

"สีหน้าดูดีขึ้นนะครับ"

คำทักทายนั้นทำเอาประหลาดใจพอตัว แสดงว่าฉันคงประหม่าอย่าง
เห็นได้ชัดจริงๆ แต่เพราะเสียงเพลงเสนาะหูทำให้ลืมความกังวลไป
ชั่วขณะ คงต้องขอบคุณเจ้าเด็กไขลานคนนั้นละนะ

"ฉันไปเจอเด็กคนนึงที่เล่นกีต้าร์เพราะมากๆ แต่เขาไม่ยอมพูดด้วยเลย"
"อ้อ.."

ึคุณเบอร์นาร์ดหลบสายตาแสดงให้เห็นถึงความลำบากใจ จากนั้นจึง
เปล่งน้ำเสียงแห้งๆบอกอธิบาย

"ต้องขอโทษในความเสียมารยาทด้วยนะครับ แต่แก 'พูดไม่ได้' น่ะครับ"






TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
QUAINT & NOBLEMAN (EST.1990) © Copyright 2015, All Rights Reserved.