รัตติกาล ซีรีย์ [Ep.17][END]

หน้า 2 จาก 2 Previous  1, 2

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: รัตติกาล ซีรีย์ [Ep.17][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Thu 12 Mar 2015, 19:43

EP.13

เช้าวันใหม่เริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง หากเป็นเช้าที่แปลกไปกว่าปกติ
แปลกกว่าการที่ผู้อำนวยการยืนเฉยๆในการปราศัย คือการที่เขาหายตัว
ไปอย่างไร้ร่องรอยสร้างความแปลกใจให้เหล่านักเรียนเป็นอย่างมาก
แม้คุณครูจะบอกว่าวันนี้ผอ.ของพวกเขาเป็นจอมอู้ตื่นสาย หากมันก็
ไม่ได้ทำให้สบายใจขุึ้นนัก เด็กๆรู้ดีว่านรินทร์ให้ความสำคัญกับการ
ปราศัยยามเช้ามากเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นจอมอู้ตื่นสายแค่ไหนสุดท้าย
เขาก็จะกระเสือกกระสนลงมาปราศัย แม้ว่าจะมาทั้งชุดนอนก็ตามแต่

"แคลว่ามันแปลกๆไหม" อนันดากระซิบกับรูมเมทที่ยืนอยู่แถวข้างๆ
"นั่นสิคะ.. รู้สึกไม่ดีเลย.." แคโรไลน์ขมวดคิ้วมองลานที่ไร้ซึ่งคนปราศัย
"ผอ.จอมอู้" เสียงสังเคราะห์ดังมาจากอุปกรณ์เครื่องเล็กในมือเซย์
ทว่าเจ้าเครื่องนี้มันไม่สามารถหรี่เสียงกระซิบได้ จึงทำให้ครูได้ยินเข้า
"ห้ามพูดระหว่างเข้าแถวนะคะ" คุณครูเนฟเอ่ยเสียงนิ่งเรียบ หากในดวงตานั้น
ฉายแววเป็นห่วงไม่แพ้กัน เธอหลบหน้าหันไปทางอื่นเพื่อไม่ให้ใครเห็น
การเข้าแถววันนี้ผ่านพ้นไปโดยไร้ผู้อำนวยการ อันที่จริงแล้วนรินทร์ก็
ไม้ได้ทั้งร้องเพลงนำเคารพธงชาติหรือนำสวดมนต์ แต่ทำไมกันนะ
ทำไมการหายไปของเขาถึงได้กระทบดวงใจทุกคนกันถ้วนหน้า

.
.
.

"ลิน!! ผอ.เป็นยังไงบ้าง?" รัตติกาลรีบตรงมายังห้องพยาบาลทันทีที่
ส่งนักเรียนขึ้นห้องเรียบร้อยแล้ว เกลินที่มักช่วยยืนคุมแถววันนี้กลับ
นั่งอยู่ในห้องพยาบาลกว้าง สถานที่ทำงานของเธอ ทันทีที่รัตติกาล
เดินมาเกลินก็ลุกขึ้นเดินนำไปยังห้องคนไข้ส่วนตัวห้องหนึ่ง
"ผอ.ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วค่ะ โชคดีจริงๆที่มีแค่แผลถลอก จะน่า
เป็นห่วงก็แค่ว่าเขาไม่ตื่นขึ้นมาเลย แต่คลื่นสมองปกติดีจริงๆนะคะ!!"
หมอสาวพยายามพูดปลอบใจเลขา เธอเปิดประตูเพื่อให้สาวผมดำ
เข้าเยี่ยมเจ้านายของตน ในห้องผู้ป่วยนั้นมีร่างชายหนุ่มผู้อำนวยการ
นอนหลับแน่นิ่งอยู่ หน้าผากของเขาถูกพันด้วยผ้าพันแผลสีขาว

"รัตขอนั่งเฝ้าผอ.หน่อยนะ ลินทำงานของลินไปเถอะ" เลขาสาวยิ้ม
บางๆให้กับคนเป็นหมอ เกลินพยักหน้ารับ แม้จะเป็นห่วงแต่เธอก็
ตัดสินใจก้าวขาออกจากห้องไปเงียบๆ เธอเข้าใจว่ารัตติกาลคงจะ
ช็อคไม่น้อยเลยกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงไม่อยากทำตัวให้ห่วงเพิ่มอีกคน
หลังจากประตูห้องถูกปิดลงแล้วรัตติกาลจึงนั่งมองมองหน้านรินทร์
อยู่เงียบๆ จากนั้นจึงเหลียวตามองเครื่องวัดชีพจรที่เต้นช้าๆดูเป็น
ระเบียบ แสดงถึงความสงบในจิตใจคนนอนหลับ รัตติกาลขยับเก้าอี้
เข้าไปนั่งใกล้ๆชายหนุ่มก่อนเลื่อนหลังมือไล้ใบหน้าเขาเบามือ

"ขอโทษนะคะ.." เธอรู้สึกผิดมากที่ปล่อยให้ผู้อำนวยการตกบันได
ไม่ได้รู้สึกผิดในฐานะของหมอ แต่รู้สึกผิดในฐานะของเลขา ถึงจะได้
ทำงานร่วมกันมาไม่นานแต่รัตติกาลก็รู้สึกสนุกกับงานเลขา รู้สึกผูกพัน
กับเจ้านายหนุ่มผู้อ่อนโยนคนนี้ ทว่าในฐานะจิตแพทย์แล้วเธอยังไม่
สามารถปลอบโยนเขาได้ ยังมีอีกเรื่องสองเรื่องที่เธอต้องรู้ก่อนจะสรุปผล
"อดทนนะคะ ต้องผ่านมันไปให้ได้นะ.." เธอเลื่อนมือมากุมมือใหญ่อัน
หยาบกระด้าง นรินทร์ที่เธอรู้จักนั้นเป็นคนนั่งๆนอนๆไม่ค่อยได้ทำอะไร
งานของเขาส่วนใหญ่ใช้สมองมากกว่าใช้กำลัง แต่ทำไมมือคู่นี้ถึงได้
หยาบกระด้างได้ถึงเพียงนี้กันนะ..

"ใครเหรอ?..." เสียงทุ้มพึมพำแผ่วเบา มือหยาบที่สัมผัสอยู่กระตุกเบาๆ
เลขาสาวค่อยๆดึงมือตนออกเชื่องช้า ไม่ให้ดูเหมือนการปฏิเสธ
ชายหนุ่มบนเตียงกระพริบตาย้ำๆอยู่หลายที โดยปกติแล้วเขาจะไม่ลืมตา
ต่อหน้าใคร แต่ตอนนี้เขากลับกรอกดวงตาสีหม่นไปมาโดยไม่สนใจว่า
มีคนนั่งอยู่ในห้อง รัตติกาลกลืนน้ำลายเบาๆให้ภาพที่กำลังเห็น ดวงตา
สีเทาคู่นั้นไม่ใช่สิ่งที่น่ามอง มันให้ความรู้สึกเหมือนบ่อโคลนที่พร้อม
จะกลืนดูดสิ่งรอบตัวเข้าไป นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกกลัวนรินทร์
แต่ถึงอย่างไรหน้าที่ก็ต้องมาก่อน

"ดิฉันเองค่ะ ผอ.เป็นยังไงบ้างคะ!!" รัตติกาลบอกโดยไม่เอ่ยชื่อเพราะ
รู้ว่าคนตาบอดคนนี้แยกแยะเสียงได้อย่างชำนาน ถึงจะถามด้วยความ
เป็นห่วงแต่ร่างบางก็ลุกถอยออกมาจากเตียงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
"...." เมื่อได้ยินเสียงก้าวถอยผู้อำนวยการจึงระลึกได้ว่ากำลังลืมตา
เขากระพริบตาเน้นย้ำสองสามทีก่อนจะปิดเปลือกตาลงถาวร
"คุณรัต..ตอนที่ผมหลับอยู่ผมฝันด้วยล่ะ" เสียงทุ้มเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง
"ฝันว่าอะไรเหรอคะ?" เลขาสาวยืนพิงกำแพงและตั้งใจฟังเต็มที่
"ผมฝัน'เห็น'สวนหลังบ้านที่ผมชอบนั่งวาดรูปสมัยเด็กๆ ผม'เห็น'ต้นไม้
ต้นใหญ่ที่ผมชอบไปหลบแดด คุณรัต.. ผมมองเห็น.. ในความฝัน"
เสียงนั้นเอ่ยสั่นคลอน จากนั้นไม่นานน้ำตาก็เริ่มไหลคลอเปลือกตา
ชายหนุ่มตาบอด

รัตติกาลไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี เธอไม่เคยทำงานกับคนพิการ
ทางสายตามาก่อน ได้แต่เดาว่าคงจะมองเห็นในฝันชั่วคราวเพราะศรีษะ
โดนกระทบอย่างรุนแรง นรินทร์ปัดน้ำตาที่คลอเบ้าอยู่ทันทีที่รู้ตัว
"แล้วตอนนี้เห็นอะไรบ้างไหมคะ" มือเล็กโบกไปมาเพื่อทดสอบสายตา
คนตาบอดส่ายหน้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีรอยยิ้มติดอยู่ที่มุมปาก
"ผมดีใจจัง.. เจ้านายอยู่ไหนเหรอ? เธอคงจะรีบมาเยี่ยมผมทันทีเลย
ใช่ไหม? ผมไม่น่าทำให้เธอเป็นห่วงเลย.. แต่ผมก็อยากจะเล่าเรื่องที่
ผมมองเห็นในฝันจะแย่แล้ว เธออยู่ไหนเหรอครับ?" อยู่ๆชายหนุ่มบนเตียง
ก็พูดออกมาเป็นชุดด้วยน้ำเสียงดีใจ ในสายตาเลขาแล้วเขาช่างดูเหมือน
กับเด็กที่รอคุณแม่มารับกลับบ้านเพื่อที่จะได้เล่าว่าวันนี้เล่นอะไรกับเพื่อน
ที่โรงเรียนมาบ้าง...

"คุณเรเน่ไม่ได้อยู่ที่นี่ค่ะ.. เธอคงจะงานยุ่งมาก" รัตติกาลตอบเสียงเรียบ
"ทำไมล่ะ!! เธอไม่เป็นห่วงผมเหรอ!!" เสียงทุ้มกระแทกเสียงผิดหวังชัดเจน
"ต้องห่วงสิคะ..." เลขาสาวเม้มปากมองชายหนุ่มผู้แสดงสีหน้าทรมานใจ
"ผมตื่นมาก็มองไม่เห็นแล้ว.. เจ้านายก็ไม่อยู่กับผม.. เด็กที่ผมเอ็นดูก็
กำลังมีความสุข.. อีกไม่นานเธอคงจะทิ้งผมไป.. ผมไม่เหลือใครแล้ว.."
"ดิฉันอยู่นี่นะคะ"เลขาตอบโดยที่ยังยืนมองอยู่ห่างๆเพียงแค่นั้น
"จับผมหน่อยได้ไหม.. ไม่มีใครสัมผัสผมมาตั้งนานแล้ว ผมไม่รู้สึกถึง
ใครเลย.. ทำไมอยู่ๆทุกคนถึงได้ปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวล่ะ?"
เขาพูดพลางแบมือเอื้อมไปยังทิศทางเสียงของหญิงสาว หากเธอก็
ไม่ได้ตอบรับในสิ่งที่เขาปรารถนา รัตติกาลยังคงยืนดูเฉยๆอยู่เช่นนั้น
"ขออภัยค่ะ ดิฉันไม่สามารถทำเช่นนั้นได้"

"ทำไมล่ะครับ.. ผมแค่อยากจับมือ.." มือที่ยื่นมากำลังสั่นระริก
"ดิฉันทำไม่ได้ค่ะ แต่ดิฉันยืนอยู่กับผอ.ตรงนี้นะคะ" เสียงเรียบตอบกลับ
"ได้โปรด.. ตื่นมาผมก็มองไม่เห็นอะไร ขอแค่แป็ปเดียวก็ได้ ให้ผมได้.."
"ผอ.ตื่นแล้วดิฉันก็โล่งใจ ถ้าเช่นนั้นดิฉันจะปล่อยให้ท่านได้พักผ่อนนะคะ"
เลขาสาวเปลี่ยนเรื่องพูดก่อนหันหลังก้าวขาทำท่าจะออกจากห้องไป
"ได้โปรดเถอะ!! แค่แป็ปเดียวก็ได้... ผมมองไม่เห็นใครเลย ไม่รู้สึกถึง
ใครเลย.." คำสุดท้ายของประโยคดังขึ้นพร้อมกับเสียงประตูที่ปิดลง
นรินทร์กอดลูบแขนตัวเองก่อนพลิกตัวนอนหันข้างและขดขาเข้าหาตัว
"สู้นอนหลับฝันต่อไปยังจะดีซะกว่า.. ในฝันยังมองเห็นและมีความสุขกว่านี้"
น้ำตาไหลผ่านดวงแก้มไหลลงไปยังหมอนที่มีกลิ่นสะอาดของยาฆ่าเชื้อติดอยู่

"สู้ไม่ตื่นมาอีกเลยคงจะดีซะกว่า.."



TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Sun 06 Mar 2016, 17:12, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รัตติกาล ซีรีย์ [Ep.17][END]

ตั้งหัวข้อ  Randel on Thu 12 Mar 2015, 22:25

ปักหมุดเจ้าค่ะ

Randel

INFO. Randel Waller Donovan
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3
ช่วยลดค่า Grade Exp. สูงสุด 2%

Ore Ore : 79
Spirit Point : 59733757
CHIPS +1 M 803 K



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
1340/1350  (1340/1350)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รัตติกาล ซีรีย์ [Ep.17][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Thu 12 Mar 2015, 22:44

EP.14

ในดึกคืนนั้นเอง ภายในอาณาเขตโรงเรียนควิ้นท์ที่เงียบสงบ
อยู่ๆก็มีรถคันหนึ่งขับเข้ามาจอดหน้าที่กั้นไม้เคียงข้างป้อมยาม
"ขอโทษครับ นี่เกินเวลารับนักเรียนไปนานแล้วนะครับ"
ถึงยามจะไม่บอกแต่ท้องฟ้าสีดำสนิทก็เป็นตัวบอกเวลาได้อย่างดี
ทางโรงเรียนมีเวลารับส่งนักเรียนที่เคร่งครัด และไม่อนุญาตให้
ผู้ปกครองเข้าออกนอกเหนือจากเวลาที่กำหนดไว้

ยามใช้ไฟฉายส่องรอดเข้าไปในรถเพื่อสำรวจผู้มาเยือน ส่องยังไม่ทัน
เห็นหน้าคนขับดีกระจกรถก็เลื่อนลงช้าๆ เผยให้เห็นผู้หญิงผมสั้นสีครีม
คนหนึ่ง ทันทีที่เห็นคนเป็นยามก็ยกมือทำความเคารพด้วยท่าทีลนลาน
"เจ้านาย ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ ไม่มีใครรายงานว่าคุณจะมาวันนี้"
"ไม่เป็นไรค่ะ เป็นความผิดของฉันเองที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า ขอเข้า
โรงเรียนหน่อยจะได้รึเปล่าคะ" เจ้าของยิ้มหวานให้ยามกะดึก
"ต้องได้สิครับ!!" ยามรีบกดปุ่มเปิดที่กั้นไม้ก่อนยกมือทำความ
เคารพด้วยท่าทางขึงขัง เรเน่ขับรถมาจอดก่อนเดินเข้าตึกเรียน
ในยามวิกาล รอยยิ้มที่มีเมื่อครู่เรือนหายไปจนหมดสิ้น เธอสาวเท้า
เดินตรงไปยังพยาบาลอย่างชำนานการแม้ทางจะมืดสลัว ซึ่งไม่ใช่
เรื่องแปลกอะไรสำหรับเจ้าของโรงเรียน

หน้าห้องพยาบาลเปิดไฟสลัว สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่แห่งเดียว
ในโรงเรียนที่เปิดทำการและมีคนเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง เพราะนักเรียน
ส่วนหนึ่งต้องพักค้างคืนในห้องพยาบาล ผู้มาเยือนเดินตรงเข้าไปเร็วไว
"คิดไว้แล้วเชียวว่าคุณต้องมา" เสียงหนึ่งเอ่ยทักทันทีที่เห็นเจ้าของ
โรงเรียน เรเน่เหลียวตามองคนที่ไม่ควรมาอยู่ตรงนี้ในเวลาวิกาลเช่นนี้
"จำได้ว่าจ้างมาเป็นเลขา ทำไมถึงได้มานั่งเฝ้าห้องพยาบาลซะได้ละคะ"
"ก็ผอ.นอนอยู่ด้านใน ดิฉันก็ต้องเฝ้าสิคะ" เลขาสาวสวนกลับนิ่งเรียบ
หญิงสาวชาวสวิตหยุดเหลียวมองซ้ายขวาสำรวจผู้คนรอบข้าง

"เกลินไม่อยู่หรอกค่ะ เธอทำงานแค่กะกลางวัน แล้วฉันก็กำชับให้เธอ
นอนไปแล้ว เพราะฉันรู้ว่าคุณไม่อยากพบพนักงานเก่าๆของคุณ"
"คุณควรจะขอบคุณดิฉันนะคะ" เลขาสาวพลิกขาไขว่ห้างสบายใจ
ดวงตาสีมะนาวเหลือบมองคนที่นั่งอยู่ต่ำกว่าด้วยแววตาไม่พอใจชัดเจน
"เราควรจะเปลี่ยนที่คุยกันนะคะ อย่างน้อยก็สงสารคนไข้ที่กำลังหลับอยู่"
รัตติกาลเอ่ยก่อนลุกขึ้นนำไปยังห้องตรวจของเกลิน ที่ตอนนี้เจ้าตัวไม่อยู่
เธอทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ฝั่งของหมอโดยผายมือให้อีกฝ่ายนั่งเก้าอี้คนไข้
เรเน่ไม่ได้นั่งตามคำเชื้อเชิญ เธอเพียงแต่ยืนอยู่ใกล้ประตูที่ถูกปิดอย่างดี

"การที่คุณมาถึงที่นี่ก็แปลว่าคุณยอมรับแล้วว่าคุณมีความรู้สึกรักผอ."
"คนป่วยก็ต้องมาเยี่ยมอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องมีเหตุผลรอบรับขนาดนั้น"
"แต่เราตกลงกันไว้อย่างนั้น ถ้าคุณมาที่นี่จะแปลว่าคุณ'รัก'ผอ."
เรเน่กระตุกคิ้วทุกครั้งที่ได้ยินคำว่ารัก ทั้งรู้สึกปั่นป่วนและสับสน
"เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนได้ไหม นรินทร์อยู่ที่ไหน แล้วเขาเป็นยังไงบ้าง?"
"ดิฉันตอบไม่ได้จนกว่าคุณจะตอบรับว่า'รัก'ผอ.มากจนอยู่เฉยไม่ได้"
"เลิกพูดคำว่ารักสักทีได้ไหม!!" เรเน่ไม่ชอบอยู่ใกล้รัตติกาลอย่างมาก
มันทำให้เธอรู้สึกหัวเสียและเหมือนโดนปั่นหัวอยู่ตลอดเวลา

"ฉันปล่อยให้คนที่ไม่ได้'รัก'ผอ.เข้าไปได้หรอกค่ะ ตอนนี้เขากำลัง
ต้องการกำลังใจจากคนที่รัก" เลขาสาวหันหน้าหนีทำเป็นไม่ใส่ใจฟัง
"เลิกเล่นลิ้นได้แล้ว เพราะเธอทำรุนแรงเกินไปนรินทร์ถึงได้เป็นแบบนี้!!
ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมาฉันจะไม่มีวันยกโทษให้เธอแน่!!"
"ทำไมละคะ? ในเมื่อคุณไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา แล้วคุณจะเดือดร้อนทำไม?"
'ครืดดด!!' คอเสื้อของจิตแพทย์สาวถูกยกขึ้นเร็วไว ผู้มาเยือนพุ่งมากระชาก
คอเสื้อรัตติกาลและยื่นหน้าเข้าใกล้ทำให้หมอสาวมองเห็นแววตาดาดเดือลชัดเจน
"นรินทร์อยู่ที่ไหน... บอกมาสิ นี่เป็นคำสั่ง" มือที่กำเสื้ออยู่นั้นสั่นระริก
ีรัตติกาลเอ่ยตอบโดยปล่อยให้โดนดึงเสื้อจนคอจะหลุดอยู่เช่นนั้น

"เสียงของคุณตอนนี้มันสั่งใครไม่ได้หรอกค่ะ มันเป็นแค่น้ำเสียงอ่อนแอ
ของคนที่ห่วงคนรักจนแทบบ้า" เธอจ้องมองหน้าที่อยู่เกือบประชิดไม่วางตา
"โอ๊ยยย คำก็รัก สองคำก็รัก!! ถ้ารักแล้วมันจะทำไมล่ะ!!" เรเน่ตะคอกโวยวาย
ทันทีที่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไปก็รีบปล่อยมือจากเสื้อและปิดปากตัวเองทันใด
"ก็ไม่ทำไมนี่คะ" รัตติกาลเผยยิ้มบางๆก่อนยักไหล่สบายๆ ดวงหน้าเนียนสวย
ของเจ้าของโรงเรียนแดงก่ำไปทั่วหน้า ไม่รู้ว่าเพราะความโกรธหรืออายกันแน่
"ถ้าคุณมานั่งพูดกันดีๆดิฉันจะเลิกพูดเรื่องที่คุณ'รัก'เขามากจนตะคอกใส่หน้า
ฉันก็ได้นะคะ" ครั้งสุดท้ายก็ยังไม่วายแขวะอีกรอบ คนมาเยือนทิ้งตัวลงนั่ง
อย่างช่วยไม่ได้

"ให้ตายเถอะ.. เป็นเด็กประถมรึยังไง ถึงได้โวยวายเวลามีคนล้อ" รัตติกาลจงใจ
พึมพำให้ได้ยินขณะกำลังคลำหาเอกสารในกระเป๋า เรเน่ได้แต่ส่งสายตาค้อน
เคืองเงียบๆ จิตแพทย์สาวหยิบกระดาษสองสามแผ่นอออกมาวางบนโต๊ะทำงาน
"สิ่งแรกที่ต้องบอกคือร่างกายผอ.ไม่ได้เป็นอะไรมาก ซึ่งถือเป็นพรของพระเจ้า"
"จริงเหรอ!! ถ้าอย่างนั้น!!..." เจ้าของโรงเรียนทำท่าจะพูดแต่ถูกเบรกไว้ก่อน
"ถึงอย่างนั้นดิฉันก็ยังให้คุณเข้าพบเขาไม่ได้จนกว่าที่จะประเมินขั้นสุดท้ายเสร็จ"
"จากการคาดเดาจนมาถึงตอนนี้ ผอ.มีสิทธิ์เป็น 'ฮิสทีเรีย' สูงมาก ฮิสทีเรีย
ไม่ใช่โรคแต่เป็นกลุ่มอาการ เป็นอาการขาดรัก ขาดความอบอุ่น โดยรวมแล้ว
เขาจะยังถือเป็นคนไม่สบายอยู่ดี เขาจะต้องได้รับการบำบัดที่ถูกต้อง"

"แล้วทำไมถึงไม่ให้ฉันเข้าพบเขา เขาจะรู้สึกอุ่นใจขึ้นถ้ามีฉันอยู่ด้วย"
"เพราะคุณบำบัดเขาผิดวิธีอย่างโหดร้าย คุณสอนให้เขาจำว่าเขาจะได้รับ
ความรักตราบใดที่ทำตัวเป็นคนอื่น ดิฉันไม่อยากเชื่อว่าคุณรักเขาจริงๆด้วยซ้ำ"
"ฉันพูดไปแล้วว่าฉันรู้สึกยังไงกับเขา.." เรเน่ตอบเสียงต่ำเหมือนไม่อยากพูด
"ดิฉันฟังเรื่องของคุณของมาจากบอดิการ์ดของคุณแล้ว เพราะคุณไม่ยอมเล่า"
"ราย..." เสียงใสกดน้ำเสียงขุ่นเขือง ตาเคืองโกรธคล้ายกำลังพูดว่า 'กลับไปโดนแน่'
"ผู้ชายคนแรกที่คุณรักคือคุณ บอร์น รอยด์ ซึ่งเป็นคนที่ฆ่าพ่อแม่ของคุณ
ุคุณรอยด์เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว ความรักครั้งใหม่ของคุณเกิดขึ้นกับผอ.
ซึ่งเป็นผู้ชายที่พรากความบริสุทธิ์ของคุณไปโดยที่คุณไม่ได้เต็มใจ..
แต่ยังไงก็ตาม ตอนนี้คุณก็รักเขา ดิฉันเข้าใจถูกต้องหรือเปล่า?"

ดวงตาสีมะนาวเบิกกว้างมองจิตแพทย์ของเธอ นี่มันไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาเล่า..
"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ดิฉันเป็นหมอมีจรรยาบรรณ เรื่องพวกนี้จะไม่มีวันหลุดไปไหน"
"ดิฉันเพียงต้องการยืนยันว่าคุณรักผอ.จริงหรือเปล่า มันมีผลต่อการวางแผนการรักษา"
"ชีวิตของคุณมันเป็นอย่างนั้นจริงๆน่ะหรือ.. เรเน่ กิลเล็ต?" รัตติกาลเอ่ยถามครั้ง
สุดท้ายด้วยน้ำเสียงจริงจัง ครั้งนี้เธอไม่ได้หยอดล้อหรือประชดประชันเสียดสี
ในดวงตาสีไม้มีเพียงแต่ความซื่อตรงจริงใจ เธอคือหมอที่ต้องรักษาผู้คน
เรเน่ที่หัวเสียมาตั้งแต่ต้นเริ่มถอนหายใจและคลายคิ้วที่เป็นปมให้เป็นปกติ
สีหน้าของเธอกลับมาสงบนิ่งอย่างที่เคย เธอช้อนมองหมอสาวด้วยแววตา
แน่วแน่ มันเต็มไปด้วยความเข็มแข็งและอำนาจอย่างที่ตัวเธอปกติมี
น้ำเสียงหวานเอ่ยโทนเสียงนิ่งเรียบ หากแฝงไปด้วยความอบอุ่น

"ฉันรักนรินทร์"



TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Tue 28 Jun 2016, 17:30, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รัตติกาล ซีรีย์ [Ep.17][END]

ตั้งหัวข้อ  EinZ on Thu 12 Mar 2015, 23:46

ผมนี่นั่ง F5 รออ่านต่อเลย

Signature ------------------------------------------------>
Blind can't hide your Heart
--Can you hear my heart?---

เป็นปู่นี่มันหล่อจริงๆ ( ͡° ͜ʖ ͡°)



EinZ

INFO. Isara Pattanasak
ผช.ศ.ภาควิชาภาษาเบรลล์
ชมรม : สภานักเรียน (★)
-10% Grade Exp.

Ore Ore : 299
Spirit Point : 98451509
CHIPS +63 M 48 K 764

สามารถ สวมใส่-ถอด เข็มกลัดชิ้นนี้ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไอเทม | ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
436/1720  (436/1720)

ดูข้อมูลส่วนตัว http://dongseng23.deviantart.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รัตติกาล ซีรีย์ [Ep.17][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Fri 13 Mar 2015, 00:14

EP.15

"สรุปนั่งพูดกันมาทั้งคืน สุดท้ายเราก็ต้องมานั่งดูนรินทร์กันทางกล้อง
วงจรปิดอยู่ดีน่ะเหรอคะ" เรเน่ถอนหายใจระหว่างนั่งเท้าคางมองจอ
โน็ตบุ๊คของรัตติกาล พวกเขาทั้งสองนั่งคุยกันทั้งคืนจนต่างฝ่าย
ต่างหลับคาโต็ะทำงานของหมอเกลิน เมื่อใกล้รุ่งสางรัตติกาล
จึงปลุกคนไข้ให้กลับขึ้นไปบนห้องของผู้อำนวยการ ทั้งสอง
แยกย้ายกันอาบน้ำทานข้าว ผ่านไปสักพักเลขาสาวจึงขึ้นมา
บนห้องผู้อำนวยการด้วยชุดใหม่และเรือนผมที่หอมกลิ่นแชมพู

"วันนี้เราจะสรุปผลกันค่ะ หลังจากนี้ดิฉันจะเซ็นกระดาษยืนยัน
ให้แล้วว่าผอ.ท่านไม่สบายหรือไม่" รัตติกาลเอ่ยหลังล้มตัวลง
นั่งบนโซฟาใกล้ๆเจ้าของโรงเรียน มือถือแซนวิสกัดรองท้อง
"แล้วเราจะประมวลผลยังไง ในเมื่อเราทั้งสองนั่งอยู่ตรงนี้?"
"ตอนนี้สภาพจิตใจของผอ.อยู่ในจุดวิกฤต ถ้าเขาไม่สบาย
ในตอนนี้เขาจะมีความต้องการ ความอยากได้ อยากสัมผัส
ทุกคนที่เข้าใกล้ ใครเข้าไปเยี่ยมตอนนี้มีสิทธิ์โดนข่มขืนได้
ดิฉันถึงบอกนักบอกหนาว่าคุณยังเข้าไปไม่ได้.. หรือบางที
คุณอาจจะอยากเข้าไปเยี่ยม.." หมอสาวทิ้งท้ายหยอกล้อ
"ล้อได้ล้อไปนะคะ" เรเน่พองแก้มตอบงอนๆ

"เพราะฉะนั้นดิฉันจึงคิดไว้ว่าจะส่งนักเรียนเข้าไปแทน
อย่างน้อยผอ.ก็ต้องมีจรรยาบรรณต่อนักเรียนบ้าง คุณรู้จัก
แคโรไลน์ไหม ฉันสัมผัสได้ว่าพวกเขาสนิทกันเป็นพิเศษ?"
"เดี๋ยวๆๆ ตะกี้เธอพูดว่ามีความเสี่ยงที่จะโดนทำเรื่องไม่ดี
ไม่ใช่เหรอ แล้วจะส่งนักเรียนเข้าไปเนี่ยนะคะ แคโรไลน์
เค้าเป็นนักเรียนอุปถัมป์ในชื่อของนรินทร์เองนะ ถ้าเกิด
พลาดขึ้นมานรินทร์ไม่สติแตกยิ่งไปกว่าเดิมงั้นเหรอคะ!!"
เรเน่โบกไม้โบกมือลนลาน แคโรไลน์เป็นเด็กอุปถัมป์
ที่เธอออกค่าเทอมให้อยู่เสมอ เป็นเด็กที่เธอรู้ว่านรินทร์
ทั้งรักทั้งเอ็นดูมากขนาดนั้น แล้วจะให้เธอยอมได้ยังไง!!

"ไม่ได้ค่ะ ไม่ว่ายังไงก็ใช้แคโลไล์เป็นคนทดสอบไม่ได้!!"
เจ้าของโรงเรียนออกคำสั่งเสียงแข็ง รัตติกาลเบ้ปากน้อยๆ
เพราะโดนทำแผนล่ม เธอกรอกตาคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี
"คุณว่าผอ.ปฏิบัติกับชายหญิงแตกต่างกันไหม" หมอสาวถาม
"แตกต่างกันชัดเจนนะคะ ทำไมหรือ?" คนตอบเอียงคอน้อยๆ
"งั้นดิฉันจะลองใช้ผู้ชายในการทดสอบครั้งนี้ จะได้สบายใจกัน
ทุกฝ่าย อย่างน้อยผอ.ของพวกเราก็คงไม่หน้ามืดขนาดทำอะไร
ผู้ชาย คุณว่าไหม?" สีหน้าของหมอติดความสนุกอยู่เล็กน้อย
"ก็หวังว่านะคะ" เรเน่ตอบเสียงแห้งๆ

.
.
.

พอวางแผนกันใหม่แล้วรัตติกาลจึงจัดการไหว้วานนักเรียนชาย
คนหนึ่งให้นำเอกสารไปให้ผู้อำนวยการผู้ยังนอนอยู่ในห้องพักคนไข้
ทั้งสองรอเวลาที่นักเรียนชายจะเดินไปถึงห้อง ดูเหมือนว่าเขาจะใช้
เวลามากกว่าคนอื่นนิดหน่อย แต่นั่นเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้สำหรับเขา
เหล่านักเรียนเริ่มรู้แล้วว่าผู้อำนวยการประสบอุบัติเหตุตกบันได
แต่ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยม นอกซะจากชายหนุ่มผู้กำลัง
นำเอกสารไปให้ในตอนนี้

.
.
.

เกลินค่อยๆนำทางชายหนุ่มมายังห้องพักของนรินทร์ จากนั้นจึงเปิด
ประตูให้โดยไม่ได้เคาะก่อนเพราะคาดว่าคนในห้องคงกำลังหลับอยู่
"ถ้ามีเรื่องสำคัญจริงๆก็ปลุกผอ.ได้นะคะ สงสัยเขาจะยังเพลียอยู่
ก็เลยหลับยาวไปหน่อย แต่ผอ.ไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องห่วงนะคะ"
เกลินพูดคลายความไม่สบายใจให้กับชายหนุ่มก่อนขอตัวจากไป
ชายหนุ่มค่อยๆเดินเข้ามาในห้องก่อนมาหยุดอยู่ข้างเตียงคนไข้

"ผอ.ครับ ผมอิสรา เอาเอกสารของคุณรัตติกาลมาส่งให้ครับ"
อิสราเอ่ยกับคนที่นอนหลับตาอยู่บนเตียง อีกฝ่ายเริ่มขยับตัวช้าๆ
"คุณอิสรา.." คนไข้ยิ้มหวานแม้จะรู้ว่าคู่สนทนามองไม่เห็น
"ผอ.เป็นยังไงบ้างครับ" เขาถามพลางยื่นเอกสารภาษาเบลล์
ไปยังคนบนเตียง นรินทร์หยิบไว้และวางมันลงบนโต๊ะข้างเตียง
โดยที่ไม่ได้สนใจอ่านแม้แต่น้อย เขาสนใจเพียงคนที่อยู่ตรงหน้า
"เข้าแถวช่วงเช้าเป็นยังไงบ้างเหรอ ทุกคนอยู่กันได้โอเคดีใช่ไหม"
"เรียบร้อยดีครับ" นักเรียนหนุ่มตอบสั้นๆ

"แล้วปราศัยล่ะ? ใครเป็นคนพูดกับทุกคนในตอนเช้าๆเหรอครับ?"
"คุณรัตติกาลครับ" เขาตอบตรงคำถามและหยุดประโยคเพียงแค่นั้น
"แล้ว.. แล้วคุณล่ะครับ ผมขอโทษนะที่ช่วงนี้อาจจะงานหนักหน่อย"
"ผมทำได้ครับ" นรินทร์เริ่มกระอักกระอ่วนเพราะอีกฝ่ายตอบสั้นเสีย
อย่างกับหุ่นยนต์ เพราะไม่รู้จะถามอะไรต่อจึงได้แต่นั่งอ้าปากพะงาบๆ
"งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ" อิสราโค้งน้อยๆก่อนหันหลังคิดจากไป
"ด เดี๋ยว!!.." ผู้อำนวยการจับข้อมือรั้งนักเรียนชายไว้ สำหรับคน
ตาบอดแล้วเรื่องหนึ่งที่ใครๆก็ชมนรินทร์ก็คือความมือแม่นของเขา

.
.
.

"เย้ยยยย!!!" เรเน่ร้องตกใจ เธอทำแซนวิสที่รัตติกาลแบ่งให้ตกลงเบาะโซฟา
"เอาแล้วววว!!" รัตติกาลเสริมระหว่างมองจอภาพวงจรปิดไม่วางตา ดวงตา
ของเธอฉายประกายวาววับ อาจเพราะคุยเปิดใจกันมาทั้งคืนจึงทำให้บรรยากาศ
ระหว่างทั้งสองดูผ่อนคลายขึ้นบ้าง ทั้งสองเอาหน้าเข้าใกล้จอมากขึ้นพร้อมกัน
โดยมิได้นัดหมาย

.
.
.

"ผอ.มีอะไรให้ผมช่วยงั้นหรือครับ?" อิสราถามน้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย
ไร้ซึ่งคำตอบ ผู้อำนวยการยันตัวขึ้นนั่งรวดเร็วก่อนดึงร่างผู้มาเยือนเข้ามาสวมกอด
ด้วยความตกใจจึงทำให้นักเรียนชายดิ้นเบาๆ ที่ผ่านมานั้นผู้อำนวยการก็ดูเป็นคน
นุ่มนวล ไม่ว่ายังไงก็ไม่ดูคล้ายคนใช้ความรุนแรง อ้อมกอดแน่นและความเจ็บที่
ข้อมือนี้จึงเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้รับ แต่ก็ยังนิ่งยืนให้กอดอยู่เช่นนั้น
"ช่วยอยู่แบบนี้ให้ผมกอดสักพักได้ไหม.." นรินทร์เอ่ยแผ่วเบาระหว่างที่หน้า
กำลังเกยไหล่นักเรียนชาย เขากดหลังอิสราเข้าแนบตัวเพื่อสัมผัสไออุ่นชิดใกล้
"ดีจัง.. ดีจังเลยที่ยังมีคนอยู่.."

.
.
.

เรเน่และรัตติกาลถลึงตามองหน้ากันโดยไร้บทสนทนา นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเธอคิดเอาไว้
และบทสรุปอาการของผู้อำนวยการก็ออกผลเป็นเอกฉันท์ในที่สุด..



TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รัตติกาล ซีรีย์ [Ep.17][END]

ตั้งหัวข้อ  EinZ on Fri 13 Mar 2015, 00:39



เอื้อออ
ป ปักครับ

ปล.ผอ.ไม่สบายจริงๆด้วย

Spoiler:

Signature ------------------------------------------------>
Blind can't hide your Heart
--Can you hear my heart?---

เป็นปู่นี่มันหล่อจริงๆ ( ͡° ͜ʖ ͡°)



EinZ

INFO. Isara Pattanasak
ผช.ศ.ภาควิชาภาษาเบรลล์
ชมรม : สภานักเรียน (★)
-10% Grade Exp.

Ore Ore : 299
Spirit Point : 98451509
CHIPS +63 M 48 K 764

สามารถ สวมใส่-ถอด เข็มกลัดชิ้นนี้ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไอเทม | ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
436/1720  (436/1720)

ดูข้อมูลส่วนตัว http://dongseng23.deviantart.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รัตติกาล ซีรีย์ [Ep.17][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Fri 13 Mar 2015, 03:19

EP.16

"ฉันจะต้องทำยังไงนรินทร์ถึงจะหาย ฉันไม่อยากเห็นเขาเป็นแบบนี้.." เรเน่รำพึง
"ข้อแรกเลยคือคุณต้องเลิกมองเขาเป็นตัวแทนคนอื่น เลิกใช้เขาเป็นตัวแทนใคร
เพราะนั่นคือการกดทับไม่ให้เขาเห็นค่าในตัวเองและรู้สึกไม่เป็นที่รัก แม้คุณจะรัก
เขาแค่ไหนแต่ตราบใดที่คุณยังปฏิบัติกับเขาเหมือนเป็น'คนอื่น' เขาก็จะไม่ม่มีวัน
ได้รับความรักที่คุณส่งไปให้ มันเป็นตัวแปรหลักที่ทำให้ผอ.ไม่สบาย"
"อึก.." คนฟังหน้าเสีย เจ้าของโรงเรียนเบือนหน้าหนีด้วยความละอายใจ

"ข้อสอง เพื่อที่จะมีความสามารถในการปฏิบัติตามกฏการรักษาข้อแรก
คุณเรเน่จะต้องทานยาที่ดิฉันให้ให้ครบทุกตัว ในทุกวันๆโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
โรคของคุณรักษาได้ด้วยยา ส่วนผอ.ยังเป็นอาการที่สามารถเติบโตเป็นโรคได้
ถ้าไม่รีบแก้กันตั้งแต่ตอนนี้เขาจะกลายเป็นโรคซึมเศร้า และต้องทานยาแบบคุณ"
"ถ้านั่นจะทำให้ช่วยนรินทร์ได้จริงๆฉันจะยอมกินยาให้ก็ได้.." เธอตอบเสียงอ่อน
"ในที่สุดก็ยอมฟังแล้วสินะคะ" รัตติกาลเผยยิ้มโล่งใจ

"ข้อสาม ต่อจากนี้ไปผอ.จะต้องออกไปเข้าคอร์สบำบัดเป็นระยะๆ และเขาจำเป็น
จะต้องได้ออกไปข้างนอกอาณาเขตโรงเรียนบ้าง นั่นเป็นเรื่องที่ทำให้เขามีความสุข"
"ข้างนอกโรงเรียนมันอันตรายสำหรับนรินทร์ค่ะ เขาถึงกับโดนลักพาตัวไปแล้วรอบนึง"
"ถ้าเช่นนั้นดิฉันจะรอบคอบเรื่องนี้เป็นพิเศษค่ะ" จิตแพทย์สาวเอ่ยคำมั่นสัญญา
"ก็ได้ค่ะ ยังไงซะเราก็รักษานรินทร์ในโรงเรียนไม่ได้ เรื่องนี้จะต้องไม่หลุดถึงหูใครทั้งนั้น"
"รับทราบค่ะ" รัตติกาลเอ่ยเข้าใจก่อนจะช้อนตามองคนไข้ผู้มีศักดิ์เป็นเจ้านาย

"ถ้าอย่างนั้น.. ตอนนี้ก็เหลือแค่บอกเรื่องทั้งหมดให้ผอ.ทราบค่ะ"

.
.
.

เรเน่เดินวนไปวนมาหน้าห้องผู้อำนวยการระหว่างนึกทบทวนเรื่องที่พูดกับรัตติกาลเมื่อ
สามวันก่อน ตอนนี้นรินทร์ได้รับอนุญาตให้ออกจากห้องพักฟื้นแล้ว โชคดีจริงๆที่นอก
จากแผลถลอกบนหน้าผากแล้วเขาก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรอีกเลย ช่างอึดเสียจริง
เจ้าของโรงเรียนเดินวนหน้าประตูห้องอยู่นาน สุดท้ายจึงตัดสินใจอินเตอร์โฟนเข้าห้อง
"เอ่อ.. นรินทร์คะ.. นี่เน่เองนะคะ.." โดยปกติแล้วเจ้าตัวจะกดโค้ทเข้าห้องเองโดย
ไม่สนใจเคาะประตู แต่ครั้งนี้เธอกลับรู้สึกประหม่าและใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก
เสียงฝีเท้าดังโครมครามในห้องก่อนที่ประตูจะเปิดออกรวดเร็ว

"ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ค่ะ เดี๋ยวก็ล้มหัวฟาดไปอีกรอ..ว้าย!!" ร่างบางถูกฉุด
เข้าไปในห้อง เขาเหวี่ยงเธอไปยังพนังข้างบันไดก่อนที่ตัวเองจะปิดประตูล็อคห้อง
จากนั้นจึงเดินมาจับเอวหญิงสาวเอาไว้ เรเน่ดิ้นพลิกตัวออกจากมุมห้อง
"นรินทร์ใจเย็นค่ะ เน่มีเรื่องสำคัญจะต้องบอก" เสียงใสฟังดูสั่นคลอนชัดเจน
"ผมไม่ฟังอะไรทั้งนั้น คุณหายไปไหนมา!!" เขาหันตามต้นเสียงก่อนคลำคว้า
ต้นแขนร่างบางและดึงกลับไปที่มุมห้องตามเดิม ร่างสูงกระแทกตัวเจ้าของโรงเรียน
เข้ากับพนังห้องเต็มแรง เสียงร้องเจ็บปวดดังขึ้นตามมาด้วยเลือดที่ไหลจากขมับ
ลงมาที่แก้มเนียนขาวของหญิงสาว

"ผ ผมขอโทษนะ เป็นอะไรมากมั้ย!!" หลังจากเสียงชนกระแทกดังขึ้น สติของ
เจ้าของห้องก็กลับมา เขารีบเข้าไปดูอาการผู้มาเยือนที่มาได้ไม่ทันไรก็โชกเลือดเสียแล้ว
"ไม่เป็นไรค่ะ.. ความเจ็บปวดแค่นี้มันยังน้อยถ้าเทียบกับเรื่องที่เน่ทำกับนรินทร์ไป.."
ดวงตาสีมีมะนาวหันกลับมองผู้อำนวยการด้วยแววตาเจ็บปวด เพราะเธอเขาถึงเป็นแบบนี้..
"นรินทร์คะ.. วันนี้เน่มาเพื่อที่จะบอกว่าต่อจากนี้นรินทร์ไม่ต้อง 'ทำงาน' อีกแล้วนะ"
"ทำไมล่ะ!! เพราะว่าผมทำตัวไม่ดีเหรอ!! เพราะว่าผมแต่งตัวไม่เหมือน หรือว่ากลิ่นไม่ใช่!!"
นรินทร์รีบตบเสื้อผ้าว่าติดกระดุมครบทุกเม็ดหรือไม่ ดมข้อมือว่าใส่น้ำหอมหรือยัง ทำไมล่ะ?
เขาก็ทำทุกอย่างให้เหมือน บอร์น รอยด์ แล้ว แล้วทำไมเธอถึงบอกว่าไม่ต้องการเขาล่ะ!!

"ผมไม่'ทำงาน'.. คุณก็จะไม่อยู่กับผม แบบนั้นผมไม่เอาหรอก ผมไม่อยากอยู่คนเดียว!!"
นรินทร์ก้มลงประกบบดขยี้ริมฝีปากหญิงสาว เธอพยายามดิ้นหนีแต่แรงไม่สามารถสู้ได้
"ทำไมล่ะ? เธอไม่รักฉันแล้วเหรอ? ทำไมถึงคิดจากฉันไป ฉันไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้น.."
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยลักษณะการพูดที่แตกต่างไป มันคือลักษณะการพูดของ บอร์น รอยด์
"นรินทร์ อย่า!! อย่าทำเสียงแบบนั้นนะ!! เน่กำลังพูดกับนรินทร์อยู่นะ!!" เธอยกมือขึ้น
ปิดหูไว้แน่น ถ้อยคำที่อ่อนหวานและลักษณะที่เหมือนบอร์นรอยด์มักจะทำให้สติเธอเพี้ยนไป
เขาจุมพิตประกบปากอีกรอบ มือทั้งสองดึงมือที่ปิดหูขึ้นตรึงกับพนังและกำเอาไว้แน่น
"ไม่!! ผมไม่ให้คุณไป!! ผม'ทำงาน'ได้ดีไม่พอใช่มั้ย ให้โอกาสผมแก้ตัวเถอะนะ!!"
"ไม่ใช่อย่างน...อื้ออ!!" ไม่ทันได้พูดอธิบายเธอก็ถูกเล้าโลมด้วยจูบอันหอมหวาน
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้อยคำบอกรักแสนหวานถูกกระซิบเอ่ยข้างหู ทว่ามันไม่ใช่น้ำเสียง
ของนรินทร์ ทั้งคำแทนตัวและลักษณะการพูดก็ไม่ใช่ของเขา ร่างบางถูกกระทำ
อย่างอ่อนหวานซ้ำๆจนสตินั้นได้เลือนหายไป...

"บรัชคะ.. พอก่อนได้มั้ย" ทันทีที่ได้ยินชื่อที่ต่างออกไปนรินทร์ก็ปล่อยพันธนาการออก
เรเน่เบือนหน้าหนี ดวงตาสีมะนาวเหม่อลอยไม่เป็นตัวเอง นรินทร์โอบกอดเธอไว้เบามือ
"เป็นอะไรเหรอ ไม่สบายใจอะไร?" เขาเอ่ยยิ้มๆด้วยความสบายใจที่อีกฝ่ายเลิกขัดขืน
"เน่ทำให้คนๆนึงไม่สบายเพราะเน่ เน่จะต้องรับผิดชอบ.." เธอกล่าวน้ำเสียงเจ็บปวด
"ไม่สบายเป็นอะไรมากรึเปล่า กินยาจะหายไหม? ฉันมียาสามัญอยู่ในตู้นะ?"
"ไม่หายค่ะ.. กินยาไม่หาย.. เขาเป็นฮิสทีเรีย ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะเน่..."
ชายหนุ่มลูบหลังปลอบประโลมร่างเล็กที่กำลังสั่นระริก เขาไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพูด
"เธอกำลังพูดถึงใครอยู่เหรอ? ฉันไม่เคยเห็นได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย?"
"นรินทร์.. เน่กำลังพูดถึงนรินทร์อยู่.." คนตาบอดลืมตาขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว
เรเน่กำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ เขาเนี่ยนะไม่สบาย? นอกจากตกบันไดแล้ว
เกลินก็ยืนยันว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรนะ?


"บรัช..." เสียงเรียกทำให้นรินทร์หลุดจากภวังค์สับสนและสนใจคนตรงหน้าอีกครั้ง
"เน่น่ะ.. ทำร้ายคนที่เน่รัก.. ทำให้เขาไม่สบาย ถ้ารู้ตัวสายอีกนิดเขาก็คงบ้าเหมือนเน่เแล้ว.."
ผู้อำนวยการขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจสิ่งที่เรเน่พูด มีเพียงความวุ่นวายที่ตีกันไปมาอยู่ในหัว
"หมอบอกว่าเน่ไม่ควรอยู่กับเขาบ่อยๆ เพราะเน่เป็นตัวกระดุ้นความคิดด้านลบของเขา"
"หมอไหน?" เขาจำได้ชัดเจนว่านอกจากตรวจกระโหลกร้าวแล้วเกลินก็ไม่ได้ถามอะไรเขา
"รัตติกาล.. เธอเป็นจิตแพทย์ที่เน่ส่งมาที่โรงเรียนเพื่อตรวจวิเคราะห์นรินทร์โดยฉพาะ"
"คุณรัต?..." ก็ว่าว่าทำไมเขาถึงรู้สึกแปลกๆและรู้สึกเหมือนโดนจ้องจับผิดอยู่เสมอ
"แล้วก็นะ.. บรัชคะ.." เรเน่เอื้อมมือคล้องคอร่างสูงก่อนกดแรงดึงเบาๆ ชายหนุ่มก้มลง
เอาหน้าเข้าใกล้ เธอขยับจุมพิตค้างบนริมฝีปากเรียวยาวแผ่วเบา แต่เนิ่นนานอ่อนหวาน
ผ่านไปครู่หนึ่งเธอจึงถอนจูบออก ไอลมหายใจอุ่นกระทบใบหน้าของกันและกัน

"บรัชน่ะ.. ตายไปแล้วนะ" นรินทร์ชะงักเบิกตากว้าง เหมือนสมองมันชาไปกะทันหัน
"เน่รักบรัชมากนะคะ บรัชจะเป็นความทรงจำที่เน่ไม่เคยลืม แต่มันถึงเวลาที่เน่จะต้อง
เดินต่อไปข้างหน้าแล้ว.. เพราะฉะนั้น.. คืนนรินทร์ คืนคนที่เน่รักกลับมาให้เน่ได้มั้ยคะ?"
เสียงใสดังฟังชัด หากคนหูดีก็ยังสามารถได้ยินเสียงสะอื้นที่อีกฝ่ายพยายามเก็บเอาไว้
"นรินทร์.. พอแล้ว.. ต่อจากนี้ไม่ต้องทำงานบ้าๆนี่แล้ว ไม่ต้องทำตัวเป็นคนอื่นอีกแล้วนะ"
"ค คุณพูดเรื่องอะไรอยู่ คุณไม่ควรจะมีสติหรือรู้ตัว คุณไม่รู้หรอกว่าคุณกำลังพูดอะไรอยู่!!"
"เน่ทานยาแก้ประสาทหลอนไปตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว.. ขอโทษนะคะที่โกหกว่าไม่รู้สึกตัว"
"คุณเนี่ยนะครับทานยา?" เขารู้ดีว่าเรเน่ปฏิเสธการพบหมอหรือทานยามาตลอด
"เน่ต้องทานยาเพื่อไม่ให้มีเรื่องบ้าๆแบบนี้เกิดขึ้นอีก" เธอกล่าวขึงขังเอาจริง

"นรินทร์.. เน่ขอโทษนะคะ ทั้งๆที่พระเจ้าประทานโอกาสให้เน่อยู่กับนรินทร์มาตั้งนาน
แต่เน่ก็ใช้มันทำร้ายนรินทร์ ตอนนี้เน่ไม่มีโอกาสแล้วล่ะ เน่ไม่ควรอยู่กับนรินทร์มากๆจน
กว่านรินทร์จะ'หายดี'" ชายหนุ่มผงะก้าวถอยออกจากร่างบางโดยไม่รู้ตัว นี่มันเรื่องอะไรกัน?
"เน่รักนรินทร์นะคะ.. ถึงจะอยู่ด้วยไม่ได้มากแล้ว แต่ก็ขอบอกให้รู้สักหน่อยแล้วกัน"
น้ำตาไหลรินเอ่อร้นเบ้าตานรินทร์ ความรู้สึกหลายอย่างมันตีกันจนเอ่อล้นออกมา

"คุณรักผมเหรอ?.."
"ใช่ค่ะ"

"เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบที่เคยอยู่แล้วเหรอ?.."
"ใช่ค่ะ"

"เพราะผมเป็นฮิสทีเรียเหรอ?.."
"ใช่ค่ะ..."

สุดท้ายแล้วคำพูดและคำถามทั้งหมดก็จบสิ้นลง เหลือเพียงน้ำตาและเสียงร้องไห้ที่
ดังก้องอยู่ในห้องกว้าง ทั้งเขาและเธอก็ต่างส่งเสียงร้องไห้กันโดยไม่ปกปิด..

ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป..



TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รัตติกาล ซีรีย์ [Ep.17][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Fri 13 Mar 2015, 04:52

EP.17

"อ้าว รัต แบกกล่องอะไรมาห้องพยาบาลกันคะ?" เกลินเอ่ยถามหญิงสาว
ผู้ถือกล่องกระดาษลังใหญ่เดินเข้ามาในห้องพยาบาล รัตติกาลยิ้มทักทายเพื่อนสาว
"อรุณสวัสดิ์ลิน จากนี้ไปก็ฝากตัวด้วยนะ" เธอพูดขณะเดินเข้าไปในห้องทำงานข้าง
ห้องเกลินก่อนจะวางกล่องลงบนโต๊ะ เกลินรีบเดินตามไปด้วยความประหลาดใจ
"อ เอ๋ นี่มันเรื่องอะไรกันเหรอคะ!!" หน้าตาของสาวชาวอังกฤษดูเลิกลั่กตกใจ
"รัตย้ายโต๊ะนั่งน่ะ รู้สึกว่านั่งในห้องพยาบาลมันคุ้ยเคยกว่า แล้วจะได้อยู่ใกล้ลินด้วย"
"ล แล้วอยู่ๆย้ายมาแบบนี้ผอ.ไม่ว่าเหรอคะ? ก็รัตไม่ได้ทำงานแผนกนี้นี่นา!!"
"เหรอ.. งั้นจะช่วยเท่าที่ทำได้ละกัน ถ้ามีอะไรก็มาให้ช่วยได้ตลอดเลยนะ"
เธอพูดเสียงเรียบพลางจัดของลงบนชั้นวางหนังสือ

"ช่วย? ทำอะไรเหรอคะ?" เธอมองเลขาด้วยความสงสัยไม่เข้าใจความ
"รัตเป็นจิตแพทย์นะ ไม่เชื่อไปดูหน้าห้องสิ" เกลินรีบก้าวเท้าถอยหลังไป
หน้าห้องทำงานที่อยู่ข้างห้องเธอ หน้าห้องมีป้ายสีทองแปะชื่อไว้ว่า

รัตติกาล นิทระนัน
ิจิตแพทย์


"เห๋!!!!!!!" เสียงใสดังลั่นมาจากหน้าห้องทำเอาคนในห้องต้องปิดหู
"ลิน ตะโกนแบบนี้มันรบกวนคนไข้นะ" รัตติกาลโวยกลับมาติเตือน
"ต ต แต่รัตเป็นถึงจิตแพทย์เลยนะ นี่ลินมีเพื่อนเป็นจิตแพทย์เหรอนี่!!"
"รัตว่ารัตพูดเปรยๆกับลินหลายรอบแล้วนะ แล้วรัตก็ค่อนข้างดังใน
วงการแพทย์สตรีด้วย" จิตแพทย์เท้าเอวพองแก้มแกล้งงอนน้อยๆ
"ก ก็ลินไม่รู้นี่คะ ลินจบแพทย์มาจากอังกฤษนี่นา จะรู้จักรัตได้ยังไง"
"งั้นรู้จักเคสคนไข้ของคุณนายเอดิสันไหม?" เลขาสาวเอ่ยถาม
"คุณนายเอดิสันที่เป็นโรคประสาทหลอน ได้ยินเสียงเพลงที่ไม่มี
จริงอยู่ตลอดเวลาเหรอคะ? มันเป็นเคสที่ดังมากในปีสุดท้ายที่ลินเรียน"
"นั่นคนไข้เคสของรัตเอง เธอหายสนิทแล้ว"

"เห๋!!!!! อะไรน๊าาา กรี๊ดดด!! ลินขอลายเซ็นหน่อยสิรัตตต
ลินจะเอาไปขาดตลาดมืดดด!!" เกลินหยิบกระดาษของอีกฝ่ายยื่นให้
รัตติกาลกระตุกกระดาษเอกสารตนกลับคืนก่อนโขกหัวเพื่อนทีนึง
"ไม่ต้องเลยลิน ว่างมากก็มาช่วยกันจัดของนี่" หมอสาวชาวอังกฤษ
เบ้ปากหงอยก่อนจะเริ่มหยิบของในลังกระดาษวางลงบนชั้นหนังสือ
"งั้นตอนนี้รัตกำลังรักษาใครอยู่เหรอ? จิตแพทย์ชื่อดังอย่างรัตคง
ไม่มาสมัครเป็นเลขาจริงๆหรอกใช่ไหม?" เกลินถามเสียงตื่นเต้น
"ลินอย่ารู้เลย รัตสาบานว่าต้องมีคนมาไล่ตัดคอเราสองคนแน่ๆ
ถ้ารัตพูดออกไป ฮ่าๆๆ" รัตติกาลพูดติดตลก

"ต ตัดคอเลยเหรอ ไม่เอานะ!!" หมอสาวกลืนน้ำลายพลางลูบคอ
ตัวเองด้วยท่าทีหวาดเสียว เธอสะดีดสะดิ้งไปมาด้วยความหวาดกลัว
"งั้นลินกลับขอกลับห้องก่อนนะ ต้องเตรียมตัวรับคนไข้เร็วๆนี้"
รัตติกาลยิ้มมองเกลินที่เดินโยกตัวอารมณ์ดีออกจากห้องก่อนนึกอะไรได้
"เอ้อ ลิน!!" เจ้าของชื่อหันมายิ้มสดใสพลางเอียงคอให้เล็กน้อย
"อย่าไปถูกเนื้อต้องตัวกับผอ.มากนักนะ เลี่ยงพบส่วนตัวได้ก็เลี่ยง"
"ทำไมคะ? รัตหวงลินเหรอ?" เกลินหยอกเย้าอารมณ์ดี จิตแพทย์
ยักไหล่ก่อนพยักหน้าเอือมๆแบบขอไปที

รัตติกาลจัดเรียงของไปเรื่อยๆหลังจากที่เกลินกลับไปทำงานที่ห้อง
"อ๊ะ นี่มันกล้องวงจรปิดในห้องผอ.นี่นา.. ไม่ต้องใช้แล้วนี่นะ"
เธอคลี่ยิ้มบางๆให้กับความสำเร็จของตัวเอง เธอสามารถวินิจฉัย
อาการของผอ.ได้ชัดเจน อีกทั้งยังทำให้เรเน่ยอมกินยาได้
จากนี้ไปหน้าที่ของเธอก็คือการพาผอ.ออกไปบำบัดนอกสถานที่
เป็นระยะ และเป็นเลขาที่แสนขยันต่อไป...

"ห้องนี่ก็ดีแฮะ.. เป็นส่วนตัวดี นอนกลางวันได้ด้วย"

.
.
.

"ผอ.คะ มาทานข้าวกลางวันด้วยกันเถอะค่ะ" เสียงอินเตอร์โฟน
ดังเข้าไปในห้องผู้อำนวยการ เจ้าของห้องเดินออกมาเปิดประตูทักทาย
"ว่าไงครับแคล ลมอะไรพัดเรามาเนี่ย ถึงขนาดมาชวนผมทานข้าวด้วย
แล้วเพื่อนๆไปไหนกันซะละครับ?" นรินทร์ถามไถ่อารมณ์ดี
"ดากับเซย์ทานอยู่ที่โรงอาหารค่ะ ก็วันนี้หนูอยากทานกับผอ.นี่คะ"
"แล้วไม่กลัวเพื่อนๆแซวแล้วเหรอครับ หายตัวมาหาผมแบบนี้?"
"ผอ.คะ วันนี้หนูเรียนสุภาษิตไทยมาจากในคาบคำนึงแหละค่ะ"
"คำว่าอะไรเหรอครับ?" ผู้อำนวยการยิ้มถามอย่างสุภาพ

"ด้านได้ อายอด ค่ะ" แคโรไลน์พูดด้วยน้ำเสียงกลั้นหัวเราะ
ก่อนจะก้าวขาเข้าห้องผู้อำนวยการด้วยท่าทีสดใส นรินทร์
อ้าปากค้างมองเด็กสาวแสนสุภาพของเขา สมัยนี้เด็กมันโต
ไวจนตามไม่ทันจริงๆ เขาส่ายหน้ายิ้มๆและปิดประตูลงเบามือ
"ไหน ซื้ออะไรมาทานเอ่ย" ชายหนุ่มเปิดถุงดมกลิ่นอาหาร
ที่อยู่ในกล่อง แต่กลิ่นที่สัมผัสได้กลับเป็นกลิ่นหวานน้ำตาล
"แฮะๆ หนูเอาของว่างมาน่ะค่ะ เพราะคิดว่าผอ.คงจะทำข้าว
ทานเองอยู่แล้ว อีกอย่างกับข้าวผอ.ก็อร่อยกว่าโรงอาหารอีก"
"แหม ชมเกินจริงไปผมก็ไม่มีอะไรให้หรอกนะครับ ฮะๆๆ"
"มีสิคะ" แคโรไลน์กระตุกเสื้อชายหนุ่มพลางยื่นหน้าให้
หวังให้เขาจุ๊บหน้าผากเช่นปกติ

นรินทร์เอื้อมมือลูบเรือนผมสีน้ำตาลด้วยความเอ็นดูเพียง
ครู่เดียวก็รีบถอนมือออก สาวน้อยถอนหายใจผิดหวังเบาๆ
ดวงตาสีมรกตใต้กรอบแว่นใสมองร่างสูงผู้เดินไปเค้าเตอร์ครัว
"ผมยังไม่ได้เริ่มทำอาหารเที่ยงเลย คงต้องรอนิดนึงนะครับ
ผมจะชงชาร้อนที่แคลชอบให้ดื่มรอไปก่อน วันนี้เอิร์นเกรย์
ดีมั้ยครับ?" เขาเลื่อนมือคลำภาษาเบลล์หน้ากระปุกบนชั้น
แคโรไลน์ยิ้มมองผู้อำนวยการที่นึกใส่ใจเธออยู่เสมอ
"ว่าจะทักอยู่ว่าวันนี้ผอ.ดูแปลกไป ไม่ค่อยเคยเห็นใส่ขาสั้นเลย"
"มันดูโอเครึเปล่าครับ? ผมร้อนๆ วันนี้ก็ไม่ได้มีแขกคนสำคัญอะไร"
"ดูสบายๆเป็นผอ.ดีค่ะ ปกติผอ.แต่งตัวทางการตลอดเวลาเลย"
นรินทร์ยิ้มรับคำชม การเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆของเขาผ่านไปด้วยดี
ร่างบางเดินเข้าไปสวมกอดเจ้าของห้องด้วยรัก แต่ทันใดนั้นเอง...

'ปึก!!' ร่างของสาวน้อยถูกปัดออกห่างกายชายหนุ่มเร็วไว
นรินทร์รีบถอยออกห่างจนสุดกำแพง ร่างสูงสั่นสะท้านไปทั่วกาย
"แคล!! ห้ามเข้ามากอดผมแบบนี้อีกนะครับ ไม่สิ ห้ามจับผมนะ!!"
"ข ขอโทษค่ะ.." ถึงจะไม่เข้าใจแต่ก็เอ่ยขอโทษก่อนตามนิสัย
แคโรไลน์ขมวดคิ้วมองชายผู้ที่ปกติชอบการสัมผัสยิ่งกว่าอะไร
"ผอ.เป็นอะไรรึเปล่าคะ ไม่สบายตรงไหน.. ตัวร้อนรึเปล่าคะ?"
"อย่าเข้ามา!!" เขาเร่งเสียงเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้าใกล้
ร่างบางสะดุ้งโหยงยืนค้างอยู่เช่นนั้น เธอไม่ได้รู้สึกกลัว แต่รู้สึก
ตกใจและเป็นห่วง เธอไม่เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

"ใช่.. ผมไม่สบาย.. เพราะฉะนั้นแคลห้ามมาจับผมอีกนะครับ"
มือหยาบเลื่อนลูบแขนตัวเองไปมา เขาฟังรัตติกาลอธิบาย
มาแล้วว่าอาการไม่สบายของเขาเป็นอย่างไร บางครั้งที่สติขาด
หายจะทำให้เขากระหายไอรักและติดสัมผัสอย่างไม่รู้จักพอ
นรินทร์รู้ดีว่าตัวเองรักและเอ็นดูสาวน้อยเบื้องหน้ามากขนาดไหน
เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่กล้าจับต้องเธอ ไม่กล้าให้เธอเข้าใกล้
"แคล.. ผมขอโทษที่ตะคอกใส่นะครับเด็กดี ไม่มีอะไรนะ"
เสียงทุ้มนุ่มนวลถูกส่งมาจากไกลๆ แคโรไลน์ได้แต่มองภาพ
ชายหนุ่มผู้หวาดกลัวโดยไม่เข้าใจความ

"ผอ...."

สาวน้อยขยับแว่นด้วยความกังวลใจโดยที่ยังไม่รู้ว่า ผู้อำนวยการ
ของเธอได้เปลี่ยนไปแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
และพายุลูกใหม่ที่กำลังโหมเข้ามาในชีวิตของเธอ..



- END -

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รัตติกาล ซีรีย์ [Ep.17][END]

ตั้งหัวข้อ  EinZ on Fri 13 Mar 2015, 13:42

จบเหมือนไม่จบนะครับผอ.
แหมๆๆ

ถ้ามีซีรี่ส์ใหม่ก็จะติดตามนะครับ

Signature ------------------------------------------------>
Blind can't hide your Heart
--Can you hear my heart?---

เป็นปู่นี่มันหล่อจริงๆ ( ͡° ͜ʖ ͡°)



EinZ

INFO. Isara Pattanasak
ผช.ศ.ภาควิชาภาษาเบรลล์
ชมรม : สภานักเรียน (★)
-10% Grade Exp.

Ore Ore : 299
Spirit Point : 98451509
CHIPS +63 M 48 K 764

สามารถ สวมใส่-ถอด เข็มกลัดชิ้นนี้ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไอเทม | ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
436/1720  (436/1720)

ดูข้อมูลส่วนตัว http://dongseng23.deviantart.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รัตติกาล ซีรีย์ [Ep.17][END]

ตั้งหัวข้อ  Randel on Fri 13 Mar 2015, 14:02

กรี๊ดดด แอบค้างแฮะ ปล.ลินมีเพื่อนมานั่งทำงานด้วยแล้ว > < จะไม่เหงาแล้วสินะ TvT

Randel

INFO. Randel Waller Donovan
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3
ช่วยลดค่า Grade Exp. สูงสุด 2%

Ore Ore : 79
Spirit Point : 59733757
CHIPS +1 M 803 K



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
1340/1350  (1340/1350)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 2 จาก 2 Previous  1, 2

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
QUAINT & NOBLEMAN (EST.1990) © Copyright 2015, All Rights Reserved.