Maxwell's Diary [EP.18][END]

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Mon 20 Apr 2015, 00:34

Maxwell's Diary

Horror • Investigative • Drama




EP.01

'ตึก ตึก ตึก ครืดด'
"เพื่อน ฉันถามอะไรอย่างได้ไหม?"

ประโยคคำถามดังมาจากเด็กหนุ่มตาตี่ผู้มีกลิ่นอายคล้ายพระเอกเกาหลี
เขาคือ จิณณ์ เด็กหนุ่มม.ห้าวัยว้าวุ่น ผู้ที่ตอนนี้กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ข้าง
สนามฟุตบอล ตรงข้ามเขามีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันอีกคนนั่งอยู่

"อะไรเหรอ?"

เสียงที่ได้รับกลับเป็นน้ำเสียงสบายๆฟังดูเปี่ยมสุขและแสนไร้เดียงสา
ไม่พูดเปล่า เขาขยับมือโยนก้อนหินก้อนเล็กในมือขึ้นเบาๆ

"แม็ก ทำไมเราต้องมาเล่นหมากเก็บกันด้วย"
"หืม ไม่สนุกเหรอ?"
"ไม่ใช่อย่างนั้น แต่นายไม่คิดว่าการที่เรามานั่งเล่นหมากเก็บหลังเลิก
เรียนแบบนี้มันแปลกๆบ้างเรอะ พวกเราเป็นนักเรียนม.ปลายแล้วนะ!!"
"ไมอะ สนุกออก ฮ่าๆๆ"

จิณณ์ส่ายหัวกับอาการไม่รู้ร้อนของเพื่อน ถึงจะขมวดคิ้วอยู่แต่สุดท้าย
เขาก็เผยยิ้มมุมปากเบาบาง หนุ่มหูหนวกจ้องมองเพื่อนของเขา แม็กเวล
ผู้ที่ตอนนี้ยิ้มร่าจนปากแทบฉีก หนุ่มต่างชาติขยี้เรือนผมสีทองชี้ฟูของตน
พลางจัดหมุนหูฟังสีแดงอันใหญ่บนคอให้เข้าที่ เขาโยนก้อนหินให้หนุ่มผม
ดำเป็นเชิงบอกว่าถึงตาของจิณณ์แล้ว จิณณ์ที่ถึงจะบ่นแต่ก็รับก้อนหินมาโยน
และเก็บอย่างคล่องแคล่ว แม้สีหน้าจะออกไปทางเรียบเฉย แต่ดูจากท่าที
แล้วคงจะสนุกไม่น้อย

"เด็กๆ ทำอะไรกันอยู่ครับ?"

หลังจากที่เพลิดเพลินไปกับโลกแห่งหมากเก็บไปได้สักพักก็มีบุคคลที่สาม
เข้ามาเยี่ยมเยียน ผู้มาเยือนคือชายหนุ่มเจ้าของรอยยิ้มอบอุ่นและทรงผม
ุยุ่งเหยิงที่ไม่แน่ใจว่าจงใจเซ็ตให้เป็นเช่นนั้นหรือยุ่งจนไม่ว่างหวีผมกันแน่
เขาคือผู้อำนวยการแห่งโรงเรียนแห่งนี้ ผอ.นรินทร์

"สวัสดีฮะผอ. เรากำลังเล่นหมากเก็บกันอยู่"
"ผอ.มาเล่นด้วยกันสิครับ"
"แม็ก!!.. ผอ.เขา.."

จิณณ์กระตุกแขนเสื้อเพื่อนพลางกร่นกระซิบเบาๆเมื่อเห็นอีกฝ่ายชวน
คนตาบอดเล่นหมากเก็บ

"เห๋?~ งั้นผมขออนุญาตนะครับ"

ผู้อำนวยการตอบเสียงนุ่มก่อนควานแตะไหล่แม็กเวล จากนั้นจึงล้ม
ตัวลงนั่งข้างๆ จิณณ์ทำสีหน้าลำบากใจเล็กน้อยเพราะกลัวว่านรินทร์
จะรู้สึกไม่ดี ส่วนแม็กเวลผู้ร่าเริงนั้นก็ยังคงร่าเริงต่อไป

"แล้วมันเล่นยังไงเหรอครับ? ช่วยสอนผมหน่อยได้ไหม"
"คืออย่างนี้นะครับ.."

แม็กเวลอธิบายวิธีเล่นอย่างละเอียดให้กับผู้อำนวยการโดยที่มีจิณณ์
เป็นผู้สังเกตุการณ์ นรินทร์พยักหน้าเข้าใจด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอยู่
ตลอด ระหว่างที่ฟังเขาก็เดาะโยนก้อนหินก้อนเล็กที่ได้รับมาเบามือ
ชายผู้มาเยือนเดาะก้อนหินอยู่เป็นนาทีก่อนจะเริ่มลองเล่น

"โอ้โห~"

จิณณ์ที่นั่งดูอยู่ถึงกับร้องว้าว สายตาของเขาจดจ้องอยู่กับมือชาย
ตาบอดผู้หยิบรับก้อนหินได้อย่างเร็วไว ถึงแม้จะเก็บไม่ได้ทุกอัน
แต่ก็มือแม่นเกินขอบเขตของคนมองไม่เห็นไปหลายขุม

"เห็นมะ นายน่ะห่วงมากไป"
"ผอ.รับก้อนหินได้ยังไงเหรอฮะ? สุดยอดเลย"
"ผมฟังเสียงกระทบกับลองโยนด้วยน้ำหนักเท่าๆกันซ้ำๆเพื่อคำนวน
เวลาที่จะตกน่ะครับ"
"จิณณ์ นายจะดูถูก Echolocation ของผอ.ไม่ได้เชียวนะ"

แม็กเวลกอดอกยืดตัวอย่างภาคภูมิใจ หากได้รับสายตาเอือมระลากลับคืน

"ไม่มีใครชมนายซะหน่อยแม็ก"
"อ้าวเหรอ ฮ่าๆๆๆ"

นรินทร์ยิ้มหวานฟังเสียงเด็กๆหยอกล้อกัน พวกเขาพลัดกันโยนเล่น
สนุกกสนานกันอยู่พักหนึ่ง จากนั้นผู้อำนวยการจึงขอตัวไปทำงานต่อ

"เด็กๆกลับหอกันได้แล้วนะครับ ค่ำแล้ว"
"ฮะ/ครับ~"

เด็กหนุ่มสองคนประสานเสียงตอบพร้อมกัน พวกเขาโบกมือลาคนที่
เดินห่างออกไปเล็กน้อย ชายผู้เดินออกไปได้ไม่ไกลหันหลังกลับมา
อีกครั้งก่อนเปรยเสียงเรียบย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นเล็กน้อย

"กลับหอได้แล้วนะครับแม็ก"
"เข้าใจแล้วครับ"

ผู้อำนวยการคลี่ยิ้มบอกลาและค่อยๆเดินห่างออกไปจากทั้งสอง

"ทำไมผอ.ย้ำชื่อนายแต่ไม่เห็นย้ำชื่อเราบ้างเลย"
"อะไร น้อยใจรึไง หัดเป็นคนขี้น้อยใจตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"

แม็กเวลกระทุ้งศอกหยอกล้อ จากนั้นจึงนำก้อนหินที่หยิบมาจาก
ข้างสนามฟุตบอลกลับไปวางที่เดิม

"เปล่า ก็แค่สงสัย"
"ฉันอยู่กับผอ.มาก่อนที่จะเข้ามาเรียนจริงน่ะ ก็เลยพอจะสนิทกัน
อยู่บ้าง แต่นายก็น่าจะเหมือนกันนี่?"
"แม็ก นายพูดเรื่องอะไรอยู่?"
"นายไม่มีคาบปรับพื้นฐานและวิสัยทัศน์ส่วนตัวกับผอ.เหรอ?
ก่อนที่จะได้เข้าเรียน?"
"ฉันก็พึ่งเคยได้ยินอะไรแบบนี้จากนายคนแรกเนี่ยแหละเพื่อน"
"เหรอ.. ช่างเหอะ หิวข้าวแล้วเนี่ย"

เด็กชายหัวทองลุกขึ้นปัดฝุ่นที่กางเกง เขาสูดลมหายใจฟุดฟิด

"เย็นนี้มีอะไรกินน้า~"
"มันคงจะได้กลิ่นจากตรงนี้หรอก ไป กลับหอ!!"

จิณณ์ยกขาถีบยันเพื่อนเบาๆด้วยความหมั่นไส้ เขาเดินตามหลัง
เพื่อนไปโดยไม่พูดอะไรมากนัก ดวงตาสีดำจ้องมองเด็กหนุ่ม
ผมทองอย่างพินิจพิจารณา เขาไม่เคยได้ยินเรื่องคอร์สส่วนตัว
ที่แม็กเวลพูดมาก่อนเลย...

'จ็อก~'

เสียงท้องของคนวัยกำลังโตร้องบอกว่าต้องการอาหาร จิณณ์
จับท้องตัวเองเบาๆก่อนจะยักไหล่ยกเรื่องน่าสงสัยทิ้งไป

"ไม่มีอะไรหรอกมั้ง"





TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Fri 17 Jun 2016, 16:50, ทั้งหมด 17 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  EinZ on Mon 20 Apr 2015, 00:52

ผมแวะมาปักครับ


Signature ------------------------------------------------>
Blind can't hide your Heart
--Can you hear my heart?---

เป็นปู่นี่มันหล่อจริงๆ ( ͡° ͜ʖ ͡°)



EinZ

INFO. Isara Pattanasak
ผช.ศ.ภาควิชาภาษาเบรลล์
ชมรม : สภานักเรียน (★)
-10% Grade Exp.

Ore Ore : 299
Spirit Point : 98451509
CHIPS +63 M 48 K 764

สามารถ สวมใส่-ถอด เข็มกลัดชิ้นนี้ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไอเทม | ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
436/1720  (436/1720)

ดูข้อมูลส่วนตัว http://dongseng23.deviantart.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Fri 12 Jun 2015, 01:51

EP.02

ณ.โรงอาหารกว้างยามเที่ยงวันซึ่งเป็นเวลารับประทานอาหารของ
เหล่านักเรียนชาวควิ้นท์ ภายใต้โรงอาหารแห่งนั้นมีกลุ่มเด็กผู้ชาย
กลุ่มหนึ่งนั่งรวมตัวกันอยู่ที่โต๊ะประจำของพวกเขา

"เพลงนี้เพราะแฮะ.."

อิสราพึมพำกับตัวเองเบาๆระหว่างที่ฟังเสียงเพลงบรรเลงที่ดัง
ปะปนกับเสียงเจี๊ยวจ้าวของเด็กนักเรียน ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้
ทำลายความไพเราะของท่วงทำนองแต่อย่างใด จิณณ์ที่นั่งอยู่
ข้างๆถามต่ออย่างอดไม่ได้ ถึงแม้ตัวเองจะไม่ได้ยินก็ตาม

"เพลงอะไรอ่ะ?"
"ไม่รู้สิ..น่าจะ.."
"จบไปแล้วกับเพลงสุดท้ายในช่วงของผม ผมขอให้ทุกคน
มีช่วงเวลาที่ดีในวันนี้ ใครที่ยังไม่อิ่มผมขอแนะนำเมนูของ
หวานประจำวันของ La Cafe อย่างพุดดิ้งมะม่วงกันไปเลย!!
สำหรับวันนี้ผม แม็กเวล คงต้องขอตัวลาไปก่อนนะครับ!!"

เสียงจากลำโพงดังแทรกเรียกความสนใจของอิสรา

"รุ่นพี่ นี่น้ำค่ะ ขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยากนะคะ"

รายการที่ควรจะจบไปแล้วหากยังคงมีเสียงสนทนาดังอยู่

"ซู๊ดดดด~ ซวบบบบ ซู๊ดดดด~ ฮ่าห์"

เสียงดูดน้ำดังสนั่นที่ลั่นลำโพงออกมานั้นทำเอาทั้งโรงอาหาร
ผลันเงียบกริบ เหล่านักเรียนหันมองลำโพงเป็นตาเดียวกัน

"เป็นอะไรไปเหรอ?"

จิณณ์หันมองคนในโรงอาหารที่ราวกับถูกแช่แข็งเวลาเอาไว้
จากนั้นจึงหันกลับไปมองอิสราที่นั่งกุมหน้าผากท่าทางกลุ้มใจ

"แม็กเวลลืมปิดไมค์... แล้วเขาก็ดูดน้ำเสียงดังมาก"
"เอิ่ม..."
"ฮ่าๆๆๆ สมกับเป็นแม็กซะมัด"

เพื่อนร่วมห้องอีกคนพูดเสริมแถมยังหัวเราะชอบใจยกใหญ่

"นั่นไง นินทาปุ๊บก็มาปั๊บเลย วาร์ปมารึไงนั่นถึงได้เร็วนัก"
"ก็คนมันหิวนี่หว่า"

เหล่าชายหนุ่มหันไปมองแม็กเวลที่ค่อยๆเดินโซเซมาทางโต๊ะ

"ไอน์บอกว่านายลืมปิดไมค์หลังออกอากาศเสร็จ"
"ห๊ะ จริงดิ!!"

แม็กเวลส่งเสียงตกใจ จิณณ์หรี่ตามองเพื่อนด้วยความเอือมระอา

"ให้ตายสิ ทำตัวให้สมกับเป็นหัวหน้าชมรมโสตหน่อยสิ
เดี๋ยวเขาก็ยึดตำแหน่งคืนหรอก พ่อดีเจแม็กเวล"
"แฮะๆๆ... งั้นฉันขอตัวไปเอาข้าว..."
"รุ่นพี่แม็กเวลคะ.."

ยังไม่ทันได้หันหลังกลับก็มีสาวน้อยคนหนึ่งมาหยุดอยู่ข้างแม็กเวล
จิณณ์ผิวปากทีหนึ่งระหว่างที่อิสรานั่งซดน้ำซุปฟังอยู่เงียบๆ

"ว่ายังไงเอ่ย?"

แม็กเวลถามอย่างเป็นมิตร ท่าทีเอียงคอไร้เดียงสาที่ดูไม่เข้ากับ
ร่างกายสูงโปร่งกลับเข้าท่าดูดีกับแม็กเวลอย่างน่าประหลาด
จะเรียกว่าอย่างไรดี.. เป็นพวกทำอะไรก็ดูดีกระมัง?

"อ เอ่อ.. หนูมาจากชมรมคหกรรมค่ะ พอดีวันนี้ทำคัทสึด้ง
เลยอยากให้รุ่นพี่ลองชิมดู.."

สาวน้อยไม่พูดเปล่า เธอยื่นกล่องข้าวที่มีกลิ่นหอมฟุ้งมาทาง
ชายหนุ่ม แม็กเวลดมสูดกลิ่นหอมด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

"ขอบคุณมากนะ ผมจะทานไม่ให้เหลือซักเม็ดเลย"

สาวน้อยชมรมคหกรรมหันหน้าหลบรอยยิ้มแสนร่าเริง
ด้วยใบหน้าแดงก่ำ หลังจากนั้นจึงหันหลังวิ่งเตาะแตะจากไป
แม็กเวลยืนมองเธอจนลับสายตาไป หลังจากนั้นจึงดันตัวจิณณ์
และเบียดตัวเข้าไปนั่งแทรกระหว่างจิณณ์และอิสรา

"ที่นั่งมีเยอะแยะทำไมไม่นั่งฟะ?"
"ตรงนี้ดูอบอุ่นดี"

แม็กเวลพูดเสียงเรียบด้วยท่าทางทองไม่รู้ร้อน จากนั้นจึงเปิด
ข้าวกล่องฝีมือสาวน้อยคหกรรม ในกล่องใบสวยนั้นบรรจุหมู
ทอดที่สุกเหลืองกรอบกำลังดี บนหน้าหมูถูกราดด้วยไข่สีทอง
สว่าง ช่างเป็นข้าวกล่องที่เจิดจ้าน่ารับประทานจนไร้ที่ติ

"ป๊าดดด ถ้านายจะโชคดีขนาดนี้ ข้าวก็ไม่ต้องซื้อกิน
แถมนี่มันยังน่ากินสุดๆไปเลยอีกต่างหาก"

จิณณ์เช็ดน้ำลายก่อนจะยื่นส้อมไปทางข้าวกล่องคัทสึด้ง
แต่ถูกแม็กเวลขยับกล่องเลื่อนหนีปกป้องข้าวกล่องไว้ทัน

"ช่วยไม่ได้ คนมันป๊อป ฮี่ๆๆ"
"ถ้าป๊อปแล้วจะได้กินข้าวฟรีสินะ.."
"เดี๋ยวๆๆ ไอน์ นายเองก็เป็นถึงประธานนักเรียนนะ
อย่ามาทำตัวอดอยากแบบนี้เซ่!!"

ไม่ว่าจะมองทางไหนก็เห็นแต่พวกเพื่อนที่ดูไม่เต็มร้อยเท่าไหร่
จิณณ์จึงได้แต่ถอนหายใจทำเป็นไม่สนใจและกินข้าวของตัวเอง
ต่อไป ถึงอย่างนั้นรอยยิ้มบางๆก็เผยขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม

"แม็ก เย็นนี้มีคิวจัดรายการอีกเปล่า?"
"ไม่มีอะ ไมเหรอ?"
"งั้นเราเจอกันที่โรงอาหารหอเวลาเดิมนะ"
"อะไรกัน? นั่งกินข้าวเที่ยงอยู่ก็คิดไปถึงข้าวเย็นซะแล้ว"

แม็กเวลหัวเราะในลำคอจงใจหยอกล้อ

"เออน่า ไอน์ก็เหมือนกัน ถ้าว่างก็มากินข้าวเย็นด้วยกันนะ
แต่อย่างนายนี่พอเย็นทีไรก็หายตัวไปทุกที"

อิสราพยักหน้าหงึกๆให้รับรู้ว่าได้ยินแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขา
ก็ไม่ได้เอ่ยปากตอบรับแต่อย่างใด เพราะเขาเองก็มีงาน
ประธานนักเรียนที่ต้องสะสางไม่น้อยเลยทีเดียว

"เย็นนี้จิณณ์ต้องสั่งคัทสึด้งกินแหงๆ แม็กสัมพัสได้"
"จะกินอะไรก็เรื่องของฉันน่า ไม่ได้มีสาวๆมาประเคนให้แบบ
นายนี่หว่า"

จิณณ์ยิ้มหวานประชดประชันอย่างที่เขามักจะทำเวลาที่
ไม่ชอบใจอะไรบางอย่าง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็มีแต่จะเรียก
เสียงหัวเราะจากเพื่อนร่วมโต๊ะคนอื่นๆ ถึงจิณณ์กับแม็กเวล
จะกัดกันเป็นปกติแต่ใครๆก็ต่างรู้ดีว่าพวกเขาเป็นเพื่อนรัก
ที่สนิทกันยิ่งกว่าใคร





TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Sat 05 Mar 2016, 03:04, ทั้งหมด 4 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  EUR on Fri 12 Jun 2015, 10:25

จากนั้นจึงเปิดข้าวกล่องฝีมือสาวน้อยคหกรรม ในกล่องใบสวยนั้น
บรรจุหมูทอดที่สุกเหลืองกรอบกำลังดี บนหน้าหมูถูกราดด้วยไข่
สีทองสว่าง ช่างเป็นข้าวกล่องที่เจิดจ้าน่ารับประทานจนไร้ที่ดี

 วินาทีที่อ่านการบรรยายของคัทสึด้ง ฉากกินจะต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ...

สปอยล์นะจ๊ะ:


ปล. ขอบคุณคัทสึด้งจากทาโดโคโระสาวน้อยจากคหกรรม

EUR
Chairman's Club
NOBLEMAN (EST.1990)

Chairman's ClubNOBLEMAN (EST.1990)

INFO. Elite Urban Royle
รักษาการณ์ประธานปกครอง
ชมรม : โสตทัศนศึกษา (★)
ได้รับโบนัสเงินฝาก (CHIPS) ในอัตรา 5.0% ต่อเดือน

Ore Ore : 526
Spirit Point : 33999779
CHIPS +403 M 279 K 180

+2.0% อัตราดอกเบี้ย CHIPS | ได้รับ ทุนการศึกษา/เงินเดือน เพิ่ม 100% ของฐานปัจจุบัน | มีโอกาสเพิ่ม +5% Spirit Point (BONUS) ที่ได้รับจากภารกิจหลัก

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
44172/54000  (44172/54000)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  dedog on Fri 12 Jun 2015, 12:21

@EUR พิมพ์ว่า:
จากนั้นจึงเปิดข้าวกล่องฝีมือสาวน้อยคหกรรม ในกล่องใบสวยนั้น
บรรจุหมูทอดที่สุกเหลืองกรอบกำลังดี บนหน้าหมูถูกราดด้วยไข่
สีทองสว่าง ช่างเป็นข้าวกล่องที่เจิดจ้าน่ารับประทานจนไร้ที่ดี

 วินาทีที่อ่านการบรรยายของคัทสึด้ง ฉากกินจะต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ...

สปอยล์นะจ๊ะ:


ปล. ขอบคุณคัทสึด้งจากทาโดโคโระสาวน้อยจากคหกรรม
 
จินตนาการได้น่ากลัวมากกกกกกกกกกกก 5555555

ปล.ไร้ที่ดี = ไม่มีดี??? 
ต้องไร้ที่ติมั้ยฮะตรงนี้

dedog

INFO. Jinn
ร.ศ. ภาควิชาศิลปะ
ชมรม : โสตทัศนศึกษา (★)
-7% Grade Exp.

Ore Ore : 568
Spirit Point : 95769037
CHIPS +50 M 722 K 109

CHIPS +3.0%/เดือน | ได้รับ ทุนการศึกษา/เงินเดือน เพิ่ม 100% ของฐานปัจจุบัน | ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
402/3430  (402/3430)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Sat 13 Jun 2015, 02:03

@dedog พิมพ์ว่า:
@EUR พิมพ์ว่า:
จากนั้นจึงเปิดข้าวกล่องฝีมือสาวน้อยคหกรรม ในกล่องใบสวยนั้น
บรรจุหมูทอดที่สุกเหลืองกรอบกำลังดี บนหน้าหมูถูกราดด้วยไข่
สีทองสว่าง ช่างเป็นข้าวกล่องที่เจิดจ้าน่ารับประทานจนไร้ที่ดี

 วินาทีที่อ่านการบรรยายของคัทสึด้ง ฉากกินจะต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ...

สปอยล์นะจ๊ะ:


ปล. ขอบคุณคัทสึด้งจากทาโดโคโระสาวน้อยจากคหกรรม
 
จินตนาการได้น่ากลัวมากกกกกกกกกกกก 5555555

ปล.ไร้ที่ดี = ไม่มีดี??? 
ต้องไร้ที่ติมั้ยฮะตรงนี้

#ขำหนักมาก เป็นการคอมเม้นท์ที่ทุ่มทุนสร้างมากขนาดบรรจงไปถึงลายผ้ากันเปื้อน
ถึงเมีย..จิน //แก้คำผิดเรียบร้อยแล้วคับ

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  Randel on Sat 13 Jun 2015, 02:19

ลินนี่ลั่นเม้นท์คุณระบบเลยค่ะ ฮ่าๆๆ

Randel

INFO. Randel Waller Donovan
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3
ช่วยลดค่า Grade Exp. สูงสุด 2%

Ore Ore : 79
Spirit Point : 59733757
CHIPS +1 M 803 K



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
1340/1350  (1340/1350)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Fri 04 Mar 2016, 02:51

คนเขียน :
เกิดอาการเอียนคนแก่ชั่วคราว ขอแวะมาแต่งเรื่องของเด็กๆบ้าง

EP.03

คาบเรียนหลังพักเที่ยงถือเป็นหนึ่งในอุปสรรค์ของชีวิตนักเรียน
หนังท้องที่ตึงแน่นทำให้เสียงการสอนของสูตรทางคณิตศาสตร์
กลายเป็นทำนองกล่อมเด็กที่แสนดีเยี่ยม มันคือสงครามการ
แข่งขันถ่างตาของเหล่าเด็กนักเรียนชั้นมัธยมการศึกษาปีที่ห้า
ที่พึ่งเรียนพละมาเมื่อคาบเช้า เด็กนักเรียนหลายคนพยายาม
เปิดตากว้างทั้งๆที่สายตาไม่ได้โฟกัสสิ่งใดทั้งสิ้น บ้างนั่งผงกหัว
ดูเหมือนพยักหน้าเข้าใจ แต่จริงๆแล้วไม่สามารถประคองสติไว้ได้
และหนึ่งในนั้นได้แพ้จากการแข่งขันไปเรียบร้อยแล้ว

"แม็ก!!.. ตื่นสิ!!"

เสียงกระซิบดังจากคนนั่งโต๊ะที่ถัดออกไปไม่ไกล มีเพียงพื้นที่
ช่องว่างเล็กๆที่ถูกเว้นไว้เป็นทางเดินระหว่างโต๊ะทั้งสอง เพื่อนผู้
แสนหวังดีพยายามปลุกเด็กหนุ่มผมทองให้ตื่นจากห้วงนิทรา
แต่เป็นเพราะจิณณ์ไม่ได้ยินเสียงของตัวเอง เขาจึงเอ่ยด้วย
น้ำเสียงเบาที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคุณครูจับได้ ทว่าน้ำเสียง
ที่หลุดออกมานั้นเบาบางจนไปไม่ถึงอีกฝ่าย แม้แต่คนที่ยังตื่นดี
ก็อาจจะพลาดเสียงนั้นด้วยซ้ำไป

คุณครูหันหน้าออกจากกระดานและกรอกสายตาไปทั่วห้องเพื่อ
หาเหยื่อที่จะมาตอบคำถามข้อต่อไป ทันใดนั้นเองที่ดวงตาสบ
เข้ากับร่างสูงที่หัวติดโต๊ะทั้งๆที่มือสองข้างยังปล่อยแนบข้างลำตัว
หญิงสาววัยกลางคันขยับแว่นกรอบเหลี่ยมก่อนจะเดินมายังข้าง
โต๊ะผู้ก่อเหตุ บรรยากาศภายในห้องผลันเงียบสนิท ทุกสายตา
ภายในห้องหันจ้องเป็นตาเดียวกันด้วยดวงใจที่เต้นตุบตับ ส่วน
เพื่อนสนิทนั้นได้ยกมือสวดบทแผ่เมตตาให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เธอบีบไหล่เด็กชายชุดนักเรียนด้วยน้ำหนักที่ไม่รุนแรงแต่ก็ไม่
อ่อนโยนซะทีเดียว

"หลับสบายมากมั้ย?"
"งืม... สบายม๊ากมาก..."
"จ.. จงเป็นสุขเป็นสุขเถิดนะเพื่อน..."

จิณณ์พึมพำระหว่างมองสายตาที่โกรธกร้าวราวมีเพลิงลุกโชน
อยู่ภายในดวงตาคมเข้ม และทันใดนั้นเอง..

'โป๊ก!!'
"โอ๊ย!!"

เด็กชายผู้โดนเขกศีรษะเด้งตัวขึ้นนั่งหลังตรง เขารีบหันมอง
ซ้ายขวาก่อนที่จะเห็นร่างหญิงสาวชุดสูทสุภาพที่ยืนอยู่ระยะ
ประชิด แม็กเวลค่อยๆเงยหน้ามองอย่างเชื่องช้าและถึงกับ
ต้องกลืนน้ำลายทันทีที่ได้สบตากับดวงตาที่ลุกโชนด้วยโทสะ
สีหน้าของเด็กชายมากรอยยิ้มบัดนี้เจื่อนไปสนิทตา

"อุแย๊กกกกก!!!"

เสียงอุทานประหลาดดังลั่น ทำเอาเพื่อนสาวที่นั่งด้านหลัง
ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา และเสียงหัวเราะน้อยๆนั้นก็ส่งผล
ให้คนอื่นๆเริ่มหัวเราะตามไปด้วย ห้องเงียบถูกกลบด้วยเสียง
หัวเราะขบขัน เสียงหัวเราะนั้นดังเสียจนทำให้คิ้วที่ผูกเป็นโบว์
ของคุณครูคลายออกจากกันในที่สุด หญิงสาวถอนหายใจ
หน่ายจิตก่อนจะเอ่ยปากตักเตือน

"ตั้งใจเรียนหน่อยสิ"
"แฮะๆๆ ขอโทษค๊าบ~"

เด็กหนุ่มฉีกยิ้มแหยๆระหว่างยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เก้อ
คุณครูส่ายหน้าอย่างขอไปทีก่อนจะบอกเอ่ยหยุดความโกลาหล
และคาบเรียนคณิตศาสตร์ก็ได้เริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง...

.

.

.

"ให้ตายสิ ลุ้นระทึกเป็นบ้า"
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ"

เสียงหัวเราะไม่รู้ร้อนดังขึ้นในลิฟต์ภายในอาคารหอพักนักเรียนที่
กำลังปิดตัวลง ภายในลิฟตัวใหญ่มีเพียงร่างของเด็กหนุ่มมอปลาย
สองคนกำลังยืนพิงข้างลิฟต์คนละฝั่ง ประตูลิฟต์ชั้นล่างค่อยๆปิดลง
ระหว่างที่เสียงบอกระดับชั้นดังขึ้นตามประสาลิฟต์ที่ถูกออกแบบมา
เพื่อผู้พิการ

"ทำผิดแล้วยังจะทำหน้าระรื่นอีก"
"ก็ฉันไม่เก่งเลขนี่หว่า ก็น่าจะรู้อยู่"

แม็กเวลเบ้ปากเบื่อหน่ายเมื่อคิดถึงตัวเลขและสูตรมากมายแสนปวดหัว

"ไม่เก่งแล้วทำไมไม่หาคนสอนล่ะ?"

เสียงอัตโนมัติร้องบอกว่าลิฟต์ได้เลื่อนขึ้นมายังชั้นสองอันเป็นที่ตั้ง
ของห้องพักส่วนตัวของจิณณ์ แต่เจ้าตัวกลับกดปิดประตูลิฟต์อีกครั้ง
เด็กหนุ่มผมทองเลิกคิ้วถามสงสัย หากไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร

"ยังคุยไม่จบ ไปส่งละกัน"

เขาปล่อยให้ลิฟต์เลื่อนขึ้นต่อไป

"นายไม่ให้ไอน์สอนล่ะ ไอน์เก่งเลขจะตาย"
"เพื่อน นายเคยหาตัวไอน์หลังเวลาเลิกเรียนเจอด้วยเหรอ?"
"เออ จะว่าไปก็จริง"
"มันมีตัวตนจริงๆเปล่ายังไม่รู้เลย อาจจะเป็นภาพหลอนก็ได้"
"นายก็พูดไป"
"เอ้า ลองคิดดูสิ นอกจากเวลาอธิบายข้อมูลต่างๆจากฝ่ายธุรการ
แล้วนายเคยเห็นไอน์พูดบ้างไหมล่ะ"
"ก็นานๆที..."
"เห็นมั้ย บางทีไอน์อาจจะเป็นฑูตวิญญาณประจำโรงเรียนก็ได้"
"เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว"

ลิฟต์จอดตัวที่ชั้นห้าก่อนที่ประตูเงาจะเลื่อนเปิดออก เด็กหนุ่ม
ผมทองก้าวขาออกจากลิฟต์ก่อนจะหันกลับมาคุยกับคนที่ด้านใน

"ระวังอาถรรพ์ 207 ของนายไว้ให้ดีแล้วกัน"

รอยยิ้มเยาะเย้ยเผยขึ้นที่มุมปากของแม็กเวล เด็กหอภายใน
จะล้วนรู้กันดีว่าห้อง 207 ที่จิณณ์พักอาศัยอยู่นั้นมีตำนานเล่า
มากมาย ทั้งเวอร์ชั้นที่ออกจากปากคนห้องข้างเคียง และผู้ที่
เคยได้เข้าไปภายในห้องแห่งนั้น รวมถึงเวอร์ชั่นที่โดนดัดแปลง
ต่างๆนานาตามประสาเรื่องเล่าปากต่อปาก จะมีก็แต่เจ้าของ
ห้องเนี่ยแหละที่ไม่สะทกสะท้านอะไรต่อความอาถรรพ์นั้นเลย
แม้จะมีเหตุการณ์ประหลาดชวนพิศวงเกิดขึ้นสักเพียงใดเจ้าตัว
ก็จะโยงเหตุการณ์เหล่านั้นเข้ากับตรรกะและหลักเหตุผลทาง
วิทยาศาสตร์ในทุกๆครั้งจนแม็กเวลรู้สึกเหนื่อยใจที่จะเถียง
และเชื่อว่าถ้ามีสิ่งลึกลับอยู่จริง สิ่งๆนั้นก็คงเหนื่อยที่จะหลอก
เด็กหนุ่มผู้มองโลกในแง่ดี(?)คนนี้แล้ว

"พูดเรื่องผีตอนกลางวันใครเขาจะกลัว"

แม็กเวลแสดงสีหน้าผิดหวังที่แกล้งไม่สำเร็จ ประตูลิฟต์ที่
เคลื่อนปิดตัวทำให้ใบหน้าเซ็งๆถูกบดบังมากขึ้นทีละน้อย
สุดท้ายจึงเหลือเด็กหนุ่มผมดำเพียงลำพัง เขาเลื่อนตัวมาพิง
ผนังลิฟต์ดังเดิม เขาคิดไตร่ตรองถึงเหตุการณ์ที่เกิดและรู้สึก
ตัวแทบจะทันที

'เดี๋ยวนะ.. นี่พาเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากเรียนเลขใช่มั้ยเนี่ย'

จิณณ์ส่ายหน้าหน่ายใจ เขากอดอกครุ่นคิดถึงเรื่องต่างๆ
เกี่ยวกับเพื่อนสนิทไป เดิมทีแล้วแม็กเวลไม่ใช่คนซับซ้อน
เข้าใจยาก บวกกับการที่จิณณ์เป็นคนช่างสังเกตด้วยแล้ว
ทำให้เขาสามารถคาดเดาความคิดของเพื่อนสนิทได้ไม่ยาก
แม้พวกเขาจะยังสนิทกันไม่ได้นาน แต่จิณณ์ก็คิดว่าเขามี
ความเข้าใจในตัวเพื่อนดี คิดเพลินๆอยู่ได้ไม่นานลิฟต์ก็
ลงมาจอดที่ชั้นสองอีกครั้งหนึ่ง ดวงตาคู่คมจ้องมองปุ่ม
ลิฟต์อย่างตั้งใจ เพราะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

"เมื่อครั้งก่อนแม็กไม่ได้ลงลิฟต์ที่ชั้นห้านี่นา..."






TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Sat 05 Mar 2016, 01:13, ทั้งหมด 2 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  Dear on Fri 04 Mar 2016, 09:29

บรื๋อ~~~

ปูเสื่อค่ะ


Dear

INFO. Napassawan Budwat
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6
ชมรม : ตะหลิวทองคำ
-5% Grade Exp.

Ore Ore : 297
Spirit Point : 51154700
CHIPS +12 M 904 K 163

ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
200/1410  (200/1410)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Sat 05 Mar 2016, 02:23

Edit:
- แก้ไขคำเรียกแทนตัวละครจาก 'เรา' เป็น 'ฉัน'
- แก้ไขเนื้อเรื่องช่วงท้ายของ EP.03

เนื่องจากตัวเอกของนิยายเรื่องนี้ คือ จิณณ์
ซึ่งเป็นตัวละครที่ผมไม่เคยมีโอกาสได้คลุกคลีด้วยมาก่อน
จึงอาจมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเนื้อหาบ่อยครั้งเพื่อให้
ตรงกับคาแรคเตอร์ตัวละครมากยิ่งขึ้น แต่ผมจะแจ้งทุกการ
แก้ไขให้ทราบเสมอนะครับ สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณเจ้าของ
ตัวละคร 'จิณณ์' ที่ให้ผมได้ยืมตัวละครมาใช้แต่งนิยายในครั้งนี้

ปล. ผมแต่งแก้เอียนซีรีย์เวิร์ลนะครับ ถ้าหายเอียนแล้วจะ
กลับไปแต่งเวิร์ลต่อ เพราะจริงๆคิวของเรื่องนี้คือตั้งใจไว้ว่า
จะแต่งหลังจากที่แต่งเวิร์ลจบ






EP.04

"แม็กเลววววว!!!"

สิ่งแรกที่จิณณ์ทำหลังจากเห็นเพื่อนผมทองผู้กำลังนั่งประจำที่
คือการเข้าไปล็อคคอแล้วงัดขึ้น

"โอ๊ยๆๆๆ อะไรเนี่ย แค่กๆๆ ปล่อยน๊าา!!"

ร่างสูงดิ้นพรากพยายามดึงเรียวแขนออกจากลำคอ ด้วยแรงที่
มากกว่าทำให้ดันออกสำเร็จในที่สุด เขารีบหันหน้าหาจิณณ์
เพื่อให้อีกฝ่ายสามารถอ่านปากได้

"อะไรของนายเนี่ย!! แล้วฉันก็ไม่ได้ชื่อแม็กเลวสักหน่อย
อ่านปากณัชชานะ 'แม็กเวล' ต่างหาก 'แม็กเวล'!!"
"แม็กเลวนั่นแหละถูกแล้ว เพราะนายมันผิดนัด เป็นลูกผู้ชาย
เขาต้องรักษาคำพูดสิ"
"นัดอะไร?"
"ยังมีหน้ามาถามอีก ก็เรานัดกันไว้ว่าจะไปกินข้าวเย็นด้วยกันไง
นายปล่อยให้ฉันต้องจองเก้าอี้เก้อ แถมนั่งกินข้าวกับสายลม"

สีหน้าเด็กหนุ่มเจื่อนไปถนัดตา ดวงตาสีเทาเบิกกว้าง มันฉายแวว
หม่นหมองเพียงชั่วครู่ ก่อนที่เสียงโวยวายจะดังขึ้น

"ลืมไปซะสนิทเลย!!!"

เด็กหนุ่มผมดำหรี่ตาใส่พร้อมทั้งกอดอกแสดงท่าทีไม่ชอบใจ
เขาออกจะเป็นคนขี้เหงาอยู่บ้างจึงไม่ชอบถูกปล่อยให้อยู่คนเดียว
ยิ่งนัดแล้วกลับโดนทิ้งไว้กลางทางนี่ยิ่งคดีหนักเข้าไปใหญ่

"โวยวายกันแต่เช้าเลย..."

เสียงที่สามแทรกขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของเด็กหนุ่มผู้ถือไม้เท้า
แม้จะพูดด้วยแต่กลับไม่ได้หันมองมาทางคู่สนทนาแม้แต่น้อย

"อรุณสวัสดิ์ไอน์"

คนทักทายกลับคือแม็กเวลผู้ได้ยินเสียงทักทาย จิณณ์ที่อ่าน
ปากได้ความจึงหันกลับไปมองผู้มาเยือนบ้าง เขายื่นมือแตะ
ไหล่และแขนของเด็กชายผู้ไร้ซึ่งการมองเห็น ไอน์สะดุ้ง
เล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ปัดมือออกแต่อย่างใด เมื่อสัมผัสจนพอใจ
แล้วจึงหันไปพูดกับเพื่อนอีกคนที่นั่งอยู่

"เห็นมะ ไอน์มีตัวตนจับต้องได้เห็นๆ"
"พูดเรื่องอะไรกัน?..."

คิ้วหนาเลิกขึ้นด้วยความสงสัย พอเข้ามาถึงห้องก็โดนสัมผัส
แถมอีกฝ่ายยังพูดเรื่องแปลกๆ ไอน์คิดว่ามันคงเช้าเกินไป
เขาถึงไม่สามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ชัดเจนนัก

"เรื่องไร้สาระน่ะ"

จิณณ์ยักไหล่โดยไม่ลงรายละเอียด

"ว่าแต่ทำไมฉันลืมนัดแล้วนายไม่ไปกินข้าวกับไอน์แทนล่ะ?"
"นายเป็นคนพูดเองนี่ว่าเราไม่สามารถหาไอน์พบหลังเวลา
เลิกเรียน"

ไอน์เหงื่อตกเล็กน้อยด้วยความสงสัยว่าทำไมตนถึงกลาย
เป็นหัวข้อการสนทนาของเพื่อนไปเสียได้

"งานสภานักเรียนมันยุ่งน่ะ"

นั่นคือคำอธิบายทั้งหมดที่เขามีต่อตำนานการหายตัวของตน
ตามประสาคนพูดน้อย เมื่อพูดเสร็จแล้วเขาจึงขอตัวเดินไป
โต๊ะแถวหน้าสุดซึ่งเป็นที่นั่งของตัวเองและปล่อยให้อีกสองคน
โวยวายกันต่อไปโดยไม่คิดห้าม

"La Pastel!!"
"อะไรอีกล่ะ?"
"ฉันขอโทษที่ผิดนัด ลืมจริงๆ เอาเป็นว่าฉันจะเลี้ยงอะไรก็ได้
ใน La Pastel แทนคำขอโทษ"
"นี่นายเห็นเพื่อนนายเป็นคนเห็นแก่กินรึไง?"
"จะเอาไม่เอา?"
"เอา"

เมื่อความขุ่นเคืองถูกทำให้จางลงด้วยของหวานแล้ว จิณณ์จึง
เดินมาทิ้งตัวลงที่โต๊ะเรียนประจำของตนซึ่งตั้งอยู่ข้างโต๊ะแม็กเวล

"ว่าแต่เมื่อคืนฉันก็ลงไปกินข้าวช่วงค่ำอยู่นะ ถ้านายไม่ลงมาตอน
นั้นแล้วลงมาตอนไหน? ได้กินข้าวรึเปล่านั่น?"
"แฮะๆๆ.. ลืมง่ะ"

จิณณ์ส่ายหน้าเอือมระอา หากในใจกำลังคิดสงสัยว่าอะไรกัน
คือสิ่งที่ทำให้เพื่อนถึงกับลืมทั้งนัด ลืมทั้งข้าว แต่สิ่งนั้นก็เป็น
ได้เพียงความสงสัยที่ถูกเก็บเอาไว้ในใจ...

.
.
.

คาบเรียนแรกเริ่มต้นด้วยวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งต้องบอกว่า
หลักสูตรวิชาวิทยาศาสต์ของโรงเรียนควิ้นท์นั้นหฤโหดใช่เล่น
จิณณ์ก้มๆเงยๆพยายามตามจดเนื้อหาบนกระดานลงในสมุด
แม้สิ่งที่อยู่ในสมุดจะเหมือนอักษรรูนโบราณแต่จิณณ์ก็หา
ได้ใส่ใจไม่ ขอให้เขาอ่านออกก็เพียงพอแล้ว ในระหว่าง
ที่กำลังเร่งจดนั้นเองเขาก็นึกห่วงขึ้นมาว่าเพื่อนจะจดทัน
หรือไม่ หากสิ่งที่เห็นคือร่างสูงที่ฟุบนอนอยู่บนโต๊ะรูปแบบ
เดียวกับเมื่อวานราวกับเดจาวู

แต่ครั้งนี้กำลังง่วนอยู่กับการจดจึงทำให้จิณณ์ไม่ทันได้ปลุก
และคุณครูผู้กำลังเร่งสอนเองก็ไม่ทันได้ใส่ใจคนหลับเช่นกัน

.

.

.

"นายไปอดหลับอดนอนจากไหนมานั่น?"

จิณณ์ถามระหว่างที่กำลังเดินเอื่อยเชื่อยไปยังคาเฟ่
ประจำโรงเรียนอย่าง La Pastel ข้างกายคือคนร่างสูงกว่า
ผู้กำลังขยี้ตางัวเงียหลังจากการตื่น พวกเขากำลังอยู่ในช่วง
พักเบรกระหว่างคาบเรียน โรงเรียนควิ้นท์มีนโยบายให้เวลา
กับช่วงพักต่างๆนานกว่าโรงเรียนอื่นๆนิดหน่อยเพราะถือคติ
'เรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่น พักเป็นพัก' เพราะฉะนั้นพวกเขา
จึงมีเวลาพอที่จะมานั่งทานขนมหวานระหว่างรอเข้าเรียน
คาบถัดไป

"ไปสู้กับปีศาจมา"
"มาติดเกมส์อะไรช่วงใกล้สอบเนี่ย"

เด็กหนุ่มผมทองหัวเราะแห้งๆระหว่างยกมือขึ้นเกาท้ายทอย
ทันใดนั้นเองที่มีเสียงบุคคลที่สามร้องเรียกจากเบื้องหลัง
คนมีความสามารถทางการได้ยินเป็นคนหันตามเสียงนั้น

"พี่โสตๆ"

จิณณ์หันตามเพื่อนผู้หยุดเดินกะทันหัน สิ่งที่เห็นคือเด็กชาย
ตัวเล็กและเนกไทสีแดง ดูจากท่าทางแล้วดูไม่เหมือนคนรู้จัก
ของแม็กเวล แต่ก็ดูไม่เลื่อมใสคลั่งไคล้ดั่งแฟนคลับเช่นกัน
เขาคือรุ่นน้องภายในชมรมโสตทัศนศึกษาที่พึ่งเข้ามาได้ไม่นาน

"ถึงพี่จะโสดก็จริง แต่รบกวนอย่าเรียกแบบนั้นได้มั้ย!!"
"ผมไม่ได้หมายถึงโสดสักหน่อยฮะ หมายถึงโสตต่างหาก"

น่าเสียดายที่ในภาษาพูดแล้วมันไม่ได้ฟังแตกต่างกันเท่าไหร่

"มันต่างกันยังไงเนี่ย!!"
"ผมก็หมายถึงว่าพี่โสตเป็นพี่โสตแต่ไม่ได้เป็นพี่โสดไงฮะ"

แม็กเวลมองด้วยสายตางงงวย ยิ่งฟังก็เหมือนยิ่งโดนเยาะเย้ย
แถมคิดอีกทีก็ไม่แน่ใจว่าคนที่อธิบายความได้ยอดแย่ขนาดนี้
สอบเข้ามาในชมรมโสตได้อย่างไร แต่ถึงอย่างนั้นด้วยความ
เป็นรุ่นพี่และหัวหน้าชมรม เขาจึงฉีกยิ้มรับไม่ถือสา

"มันชื่อแม็กเลวน่ะ"
"แม็กเวลต่างหาก!!"
"เอ้อใช่ จริงด้วย เพราะพี่เป็นผู้ชายผมเลยไม่ได้ใส่ใจจำ"

ช่างเป็นคำพูดซื่อตรงไร้เดียงสาที่เสียดแทงใจเสียจริง

"แล้วมีอะไรล่ะ?"
"พี่ช่วยเปลี่ยนกะการจัดรายการกับผมหน่อยได้มั้ย?
ตอนกลางวันนี้ผมไม่ว่างจริงๆ"

แม็กเวลแสดงสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย เขาเหล่หางตามอง
เพื่อนที่ส่งเสริมมาว่า 'ไปทำตัวให้เป็นประโยชน์บ้างก็น่าจะดี'
ด้วยเหตุนั้นแม็กเวลจึงตอบตกลงไปในที่สุด

"ขอบคุณฮะพี่โสต"






TBC ๐ ๐ ๐

ผมจบตอนแบบไม่ค้างคาเพราะว่าจะกลับไปแต่งเวิร์ลต่อนะครับ

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Sun 29 May 2016, 21:11

EP.05

La Pastel ในช่วงเวลาพักระหว่างคาบเรียนมีคนไม่มาก
จิณณ์และแม็กเวลถือแก้วน้ำของตนไปนั่งที่โต๊ะสำหรับ
สองคน ทันทีที่นั่งลงเด็กผมดำก็หยิบมือถือขึ้นมาหามุม
ถ่ายรูปน้ำสตอเบอรี่ปั่นของตน เมื่อหามุมที่พอใจได้แล้ว
เขาก็ง่วนอยู่กับการนั่งจิ้มมือถือต่อกแต่ก

"ทำอะไรอยู่เหรอ?"

แม็กเวลถามระหว่างยกแก้วมิลค์เชคขึ้นดื่ม เพราะคนหูหนวก
กำลังตั้งอกตั้งใจอยู่กับการพิมพ์จึงทำให้ไม่ทันสังเกตว่า
เพื่อนกำลังขยับปากพูด รอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนใบหน้าทำให้
แม็กเวลตัดสินใจปล่อยให้อีกฝ่ายเข้าโลกของตัวเองต่อไป
เวลาผ่านไปสักพักกว่าที่จิณณ์จะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง
ซึ่งในตอนนั้นมิลค์เชคของคนตรงข้ามก็พร่องไปครึ่งแก้วแล้ว

"สนุกใหญ่เลยนะ"

เด็กหนุ่มเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง

"ฉันส่งรูปน้ำปั่นฟรีไปป๊ากับม๊าดูน่ะ"

จิณณ์ตอบก่อนจะก้มลงดูดน้ำสตอเบอรี่ปั่นที่ละลายไป
เล็กน้อย สีหน้าและน้ำเสียงอารมณ์ดีทำให้แม็กเวลรู้สึก
โล่งใจ ดูเหมือนจะหายงอนแล้วสินะ

"นายคุยกับพ่อแม่เรื่องสตอเบอรี่ปั่นเหรอ?"

แม็กเวลขมวดคิ้วสงสัย เขาหยิบแก้วมิลเชคขึ้นมองครุ่นคิด

"ใช่ มันแปลกเหรอ? ฉันเล่าว่านายเลี้ยงสตอเบอรี่ปั่น
เพราะว่านายผิดนัด"
"อ อย่าฟ้องคุณพ่อกับคุณแม่สิ!!"
"ฮะๆๆๆ"

เนื่องจากแม็กเวลเคยพบกับครอบครัวของจิณณ์ในวัน
ประชุมผู้ปกครองรวมทั้งงานกิจกรรมต่างๆของโรงเรียน
จึงทำให้ทางบ้านของจิณณ์รู้จักพ่อเด็กผมทองที่มักจะ
ตัวติดกันกับลูกชายพวกเขาอยู่บ้าง

"งั้นนายคุยเรื่องอะไรกับพ่อแม่ของนายบ้างล่ะ?"

แม็กเวลกรอกตาไปมาระหว่างคิดหาคำตอบ

"อืมมม.. เรื่องสุขภาพ แล้วก็เรื่องการเรียน"

จิณณ์ตั้งใจมองริมฝีปากอีกฝ่าย ทว่าริมฝีปากเรียวไม่ได้
ขยับมากไปกว่านั้น

"แค่นี้เองเหรอ?"
"อืม แค่นี้แหละ"

แม็กเวลยักไหล่ทีหนึ่งด้วยท่าทีไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะหยิบ
แก้วสตอเบอรี่ปั่นของเพื่อนมาดูดอย่างสบายใจ

"ฮ่า~ สดชื่นจัง"
"เอ้ย นั่นมันของฉันนะ!!"
"อย่าขี้งกน่า~"

ไม่พูดเปล่า เขาดันหลอดมิลค์เชคเข้าปากเพื่อนเร็วไว
ดวงตาที่เหลือกตกใจทำให้อดขำออกมาไม่ได้

"ฮ่าๆๆๆๆ อร่อยมะ?"
"ก ก็ดี.."
"ฮี่ๆๆๆๆ แบ่งกันแบบนี้อร่อยกว่าเห็นๆ"
"ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหนเลย"

แม็กเวลกลั้วหัวเราะชอบใจในขณะที่เพื่อนจ้องมอง
อย่างพิจารณา จิณณ์ไม่แน่ใจว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า
ว่าเพื่อนกำลังหัวเราะกลบเกลื่อนอะไรสักอย่างที่ไม่
ต้องการเอ่ยถึง...

.

.

.

"จบไปแล้วกับเพลงคลาสสิกที่คุ้นหูกันดี ตอนนนี้กลับมา
พบกับผม แม็กเวล ซอนเนอร์ กับช่วงตอบคำถามกันนะครับ"

ผู้จัดรายการเสียงตามสายสุ่มหยิบจดหมายฉบับหนึ่งจากใน
กองจดหมายก่อนที่จะเปิดขึ้นอ่าน

"สวัสดีค่ะรุ่นพี่แม็กเวล หนูมีปัญหาอยากจะปรึกษาค่ะ
หนูแอบชอบรุ่นพี่คนนึงแต่ว่าหนูไม่มีความกล้าจะสารภาพรัก
เพราะว่าตัวหนูทั้งมืดมนแล้วก็ไม่สวยด้วย หนูกลัวรุ่นพี่จะ
ไม่ชอบหนู หนูควรทำอย่างไรดีคะ?"

เสียงนั้นได้ถ่ายทอดผ่านลำโพงไปยังทั่วอาณาเขตโรงเรียน
รวมถึงโรงอาหารที่เต็มไปด้วยนักเรียนมากมายหลายระดับชั้น
ไอน์เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงตั้งใจฟัง เขานั่งอยู่ที่โต๊ะประจำ
ของแก๊งค์หนุ่มชั้นมอห้าที่มีเด็กหนุ่มเนกไทน้ำเงินนั่งรวมตัว
กันอยู่ประมาณห้าหกคน เสียงในลำโพงเงียบไปสักพักราว
กำลังครุ่นคิดหาคำตอบ จากนั้นเสียงจึงดังขึ้นอีกครั้ง

"ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องไม่จริงเลยที่เธอบอกว่าตัวเองเป็นคน
ไม่มีความกล้า เพราะการที่เธอส่งจดหมายมาในวันนี้แสดงถึง
ความกล้าที่ยิ่งใหญ่ ผมเห็นถึงแสงแห่งความหวังที่เปล่งประกาย
ในตัวเธอ ถ้าเธอสามารถพูดกับรุ่นพี่เหมือนกับที่เขียนจดหมาย
มาให้ผมได้แล้วละก็ ผมเชื่อว่ารุ่นพี่จะต้องเห็นในสิ่งที่ผมเห็น
อย่างแน่นอน สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เธอควรจะเคารพในตัวเอง
และความรู้สึกของตัวเอง ถ้าเราไม่เชื่อมั่นใจตัวเองแล้วละก็
มันคงจะเป็นเรื่องยากที่จะให้ผู้อื่นมาเชื่อถือเรา แต่ถึงอย่างไร-
ก็ตามถ้าหากรุ่นพี่ไม่รับรักแล้วละก็ ก็ยังมีผมอยู่นะ ฮ่าๆๆๆๆ"

รอยยิ้มบางเผยขึ้นบนใบหน้าของประธานนักเรียน จิณณ์ผู้นั่ง
อยู่ตรงข้ามสังเกตเห็นรอยยิ้มนั้นจึงเอ่ยถามสงสัย

"มีอะไรเหรอ?"
"แม็กน่ะ.."
"คราวนี้อะไรอีกล่ะ คงไม่ได้ทำน้ำหกใส่เครื่องจัดรายการใช่ไหม?"

ไอน์กลั้วหัวเราะชอบใจ เขาส่ายหน้ายิ้มๆก่อนเอ่ยตอบ

"แม็กพูดให้กำลังใจน้องที่ส่งจดหมายเข้ามาในรายการน่ะ
ฉันเชื่อว่าคำพูดนั้นจะให้กำลังใจน้องได้อย่างแน่นอน"
"ขนาดนั้นเลยเหรอ? แม็กเนี่ยนะพูดให้กำลังใจ?"

เพื่อนร่วมโต๊ะอีกคนที่ได้ยินถือโอกาสตอบขึ้นบ้าง

"เอ้อ เพราะไม่ได้ยินนายเลยไม่เคยได้ฟังรายการ
ที่แม็กเป็นคนจัดนี่นา แม็กมันพูดจัดรายการดีเกินคาดเลยนะ
ถ้าฉันเป็นผู้หญิงฉันคงจะหลงด้านนี้ของมันมากกว่าหน้าตา
หล่อๆที่น่าหมั่นไส้ของมัน บางทีก็พูดดีซะไม่น่าเชื่อว่า
หน้าอย่างมันจะคิดอะไรแบบนี้ได้ด้วย"

จิณณ์ขมวดคิ้วพลางพยายามคิดตามภาพที่เพื่อนพูด

"จริง ลิงแม็กที่ฉันรู้จักเอาแต่โดดโหยงๆไปวันๆ"

เพื่อนๆหัวเราะให้กับสีหน้าฉงนของจิณณ์ผู้เป็นเพื่อนสนิท
ไอน์กลืนข้าวลงคอคำหนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยเสียงต่อการสนทนา

"คนเราก็ต้องมีด้านที่ไม่มีใครรู้จักกันบ้างแหละนะ"

เพื่อนร่วมโต๊ะต่างพยักหน้าเห็นด้วยก่อนที่ต่างคนจะต่าง
ตั้งหน้าตั้งตาทานข้าวกันต่อ มีเพียงคนเดียวที่ยังคงก้มหน้า
ถือช้อนค้างไว้ที่ปลายจาน สีหน้าของจิณณ์เปลี่ยนไปโดย
ไม่มีใครทันสังเกต

"........"


.

.

.

"แม็ก"
"หืม?"

จิณณ์เหลือบมองร่างสูงผู้ยืนพิงกำลังลิฟท์อีกฝั่ง ภายในลิฟท์
กว้างมีแค่พวกเขาสองคนเช่นเมื่อวาน

"วันนี้ฉันจะไปรับนายที่ห้องนะ จะได้ไปกินข้าวเย็นพร้อมกัน"
"ไม่ต้องหรอก เจอกันที่โรงอาหารก็ได้"

ดวงตาทีดำสนิทเหลือบมองปุ่มลิฟท์ที่มีแสงเรืองสว่างขึ้นที่
ปุ่มชั้นสองซึ่งเป็นชั้นที่เขาอยู่ อีกปุ่มที่เรืองแสงคือปุ่มชั้นสาม
ซึ่งแม็กเวลเป็นคนกดมันเมื่อไม่นานนี้

"แต่ถ้าวันนี้นายเบี้ยวอีกฉันจะไม่จบที่สตอเบอรี่ปั่นแล้วนะ"

อันที่จริงเขาก็ไม่ใช่คนเจ้ากี้เจ้าการหรือแสดงออกอย่างซื่อตรง
แต่อะไรบางอย่างในใจบอกว่าแม็กเวลนั้นไม่เหมือนเดิม
และมันก็กวนใจเพื่อนอย่างเขาเป็นอย่างมาก

"โอเคๆ"

แม็กเวลหาววอดก่อนที่เจ้าตัวจะยืดตัวบิดขี้เกียจ

"ง่วงอีกแล้วเหรอ?"
"ใช่ ว่าจะกลับห้องไปนอนสักงีบ"

'Second floor'

ประตูลิฟท์เปิดออกเผยให้เห็นระเบียงชั้นสอง แม็กเวลโบกมือลา
ด้วยรอยยิ้มกว้างอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัว แต่ทำไมนะคนมอง
ถึงไม่รู้สึกไม่เหมือนเคย อะไรกันนะที่แปลกไป? เขามองร่างสูง
เบื้องหน้าด้วยสายตาพินิจพิจารณา จนอีกฝ่ายเอียงคอเป็นเชิงถาม
ว่ามีอะไรหรือเปล่า จิณณ์มองอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจส่ายหน้า
ให้เป็นคำตอบ เขาก้าวขาออกจากลิฟท์

'คิดมากไปเองมั้ง...'






TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Mon 30 May 2016, 13:57

EP.06

'กึก กึก กึก'

เสียงเคาะโต๊ะดังขึ้นจากเด็กหนุ่มผมดำหน้ามุ่ยผู้กำลังนั่ง
อยู่ในโรงอาหารประจำหอพักนักเรียน ทั้งๆที่รุ่นน้องโต๊ะ
ข้างๆกำลังสนทนาร่วมกันอย่างสนุกสนานแท้ๆ แต่ทำไม
เขาถึงต้องมานั่งรอรากงอกอยู่คนเดียวด้วยนะ ให้ตายสิ

เวลาล่วงเลยไปจนเด็กสาวโต๊ะข้างๆพากันกลับห้องพัก
เมื่อนั้นเองที่จิณณ์ตัดสินใจลุกขึ้นบ้าง แต่การลุกพรวด
ในครั้งนี้หาได้เกิดจากความขุ่นเคืองใจ จริงอยู่ที่เขา
หงุดหงิดที่เพื่อนเบี้ยวนัด แต่ความรู้สึกที่มากกว่านั้น
คือความกังวลใจ ดวงใจที่เคยสงบผลันเต้นเร็วขึ้น
เขารีบสาวเท้าหวังไปตามเพื่อนที่ห้องพัก

'ว่าแต่ห้องแม็กอยู่ไหนหว่า'

นึกๆแล้วแต่ไหนแต่ไรมาแม็กเวลก็มักจะเป็นฝ่ายมาเที่ยวเล่น
ที่ห้องของเขา เขาจึงไม่เคยนึกถามว่าห้องเพื่อนอยู่ที่ไหน
แถมแม็กเวลก็มักจะลงลิฟท์ชั้นต่างกันในแต่ละครั้งอีกด้วย
เขาอาจจะแวะไปหาเพื่อนคนอื่นก่อนที่จะกลับห้องตัวเอง
หรืออาจจะแวะโรงอาหารก่อนที่จะเข้าห้อง แต่ด้วยเหตุนั้น
จึงทำให้จิณณ์ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าห้องพักของเพื่อน
อยู่ชั้นไหนกันแน่

ระหว่างที่กำลังรีบเดินอยู่นั้นเขาก็สวนกับเด็กสาวคนหนึ่ง
ที่คุ้นหน้าคาดตากันเป็นอย่างดี จิณณ์รีบคว้าแขนเธอเอาไว้
ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปไกลกว่านี้

"อ๊ะ พี่จิณณ์ มีอะไรเหรอคะ?"

เสียงใสถามงุนงง ดวงตาภายใต้แว่นเต็มไปด้วยความสงสัย

"แคล เห็นแม็กมั้ย?"

แคโรไลน์กะพริบตาปริบๆให้กับท่าทีร้อนใจของรุ่นพี่

"อ้อ เดินสวนกันตอนจะเข้าหอค่ะ แคลทักทายแต่พี่แม็ก
ไม่ตอบ สงสัยจะไม่ได้ยินนะคะ"
"แล้วแม็กไปที่ไหน?"
"เห็นเดินไปทางโรงเรียนค่ะ"
"โรงเรียน? ตอนนี้เนี่ยนะ?"
"ค่ะ สักพักนี้เอง"
"ขอบใจมาก"

จิณณ์ตบไหล่รุ่นน้องทีสองทีก่อนจะปลีกตัวออกมา
เขารีบลงลิฟท์มายังชั้นล่างและเร่งฝีเท้าออกจากหอพัก
ดวงตาสีดำสบมองท้องฟ้าสีพลบค่ำ เมื่อยกนาฬิกาข้อมือ
ขึ้นดูจึงพบว่าเวลาล่วงเลยไปเกือบทุ่มแล้ว ซึ่งเป็นเรื่อง
น่าแปลกเพราะปกติแล้วชมรมโสตมีกิจกรรมแค่ช่วง
เวลาเรียน ถ้าไม่มีนักเรียนอยู่แล้วพวกเขาจะเปิดเพลง
ให้ใครฟังกันเล่า?

ระหว่างที่รีบเดินเขาก็นึกขึ้นได้ว่าโลกนี้ได้คิดค้น
เทคโนโลยีเครื่องมือสื่อสารอันแสนสะดวกสบายขึ้นมา
ตั้งนานแล้ว ถึงแม้จะไม่สามารถโทรหาเพื่อนได้เพราะ
ไม่ได้ยิน แต่อย่างน้อยเขาก็สามารถส่งข้อความได้
จิณณ์ไม่รอช้ารีบกดข้อความส่งหาแม็กเวล หยุดยืน
ส่งข้อความเพียงชั่วครู่เขาก็รีบสาวเท้าเดินต่อเร็วไว
มือกำมือถือไว้แน่นเพราะกลัวว่าจะไม่รับรู้การสั่นเตือน
ใจหนึ่งก็คิดว่าตัวเองช่างบ้าบอที่ต้องเร่งรีบเสียขนาดนี้
แม็กเวลอาจจะแค่กำลังนั่งหลีสาวอยู่แถวนี้ก็ได้
แต่อีกใจหนึ่งก็ช่างใจไม่ดีเหลือเกิน ลางสังหรณ์
เป็นสิ่งขับเคลื่อนให้ยิ่งเร่งฝีเท้าเร็วไวขึ้น

จิณณ์เดินมาถึงบริเวณหน้าตึกเรียน เขาตัดสินใจเดิน
วนรอบนอกก่อนเข้าตึกเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้สวนกัน
มือก็ยกมือถือขึ้นดูเป็นระยะเพราะกลัวจะพลาด
ข้อความตอบกลับ ช่างน่าแปลกที่ไม่มีข้อความใดๆ
ตอบกลับมา ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ที่ข้างสนามฟุตบอล
ที่ครั้งหนึ่งเคยนั่งเล่นหมากเก็บกับแม็กเวล

"แม็ก!!"

เสียงร้องเรียกดังขึ้นโดยที่คนเรียกเองก็ไม่รู้ว่าเสียงนั้น
ดังขนาดไหน เพราะเช่นนั้นเขาจึงทดลองอีกครั้งด้วย
เสียงที่คาดการณ์ว่าน่าจะดังกว่าเดิม

"แม็ก!!"

เสียงตะโกนดังระหว่างที่เจ้าของร่างยังคงก้าวเดินไป
ทันใดนั้นเองที่เขาสัมผัสได้ถึงลมแรงพัดวูบ เหล่าใบ้ไม้
พากันปลิวหล่นรอบกาย เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นบางอย่าง
ที่ไม่คุ้นเคย

'กลิ่นอะไรน่ะ?..'
'เปะ'

หยดน้ำหยดกระทบหน้าผากทำเอาสะดุ้งเล็กน้อย

'ฝนตกงั้นเหรอ?..'

เขาคิดพลางปาดน้ำบนหน้าผากออก หากทันทีที่เห็นของเหลว
บนมือดวงตาก็ผลันเบิกกว้าง ดวงตาสีดำเบิกมอง 'ของเหลวสีแดง'
ที่อยู่บนมืออันสั่นคลอน วินาทีที่สมองประมวนผลได้ว่ามันคือ
'เลือด' ร่างก็ผลันสั่นไปทั้งกายา เขากลืนน้ำลายพยายาม
รวบรวมความกล้า ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองที่มาของเลือด
ภายในดวงตาสีดำสะท้อนภาพร่างคนในชุดนักเรียนที่ติดอยู่
ด้านบนของต้นไม้ต้นหนึ่ง กิ่งไม้เสียบทะลุร่างที่นอนแน่นิ่ง
โลหิตไหลอาบย้อมใบ้ไม้สีเขียวขจีจนกลายเป็นสีแดงสด
ในขณะที่กำลังตกใจอยู่นั้นดวงตาก็หันไปสบเห็นเงาของใคร
สักคนที่บนดาดฟ้า ทว่าด้วยสภาพท้องฟ้าจางแสงทำให้
เขาไม่สามารถเห็นได้ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร

เลือดยังคงไหลหยดลงหน้าของเด็กหนุ่ม สายเลือดไหลลง
ขอบตาและค่อยๆไหลผ่านแก้มราวกับว่าเขากำลังร้องไห้
เป็นสายเลือด แต่เขาหาได้ใส่ใจไม่ ดวงตายังคงจ้องค้าง
อยู่กับภาพที่เห็น ภาพของเพื่อน.. ที่เขารู้จักดี..

.

.

.

อีกฝั่งหนึ่งทางด้านประตูทางเข้าตึกเรียน ผู้อำนวยการกำลัง
เดินออกมาส่งเลขากลับหอพักนักเรียนหลังจากที่รั้งตัวเธอ
ไว้ช่วยงานจนฟ้ามืดค่ำ พวกเขาเดินเคียงข้างกันไปก่อนที่
ผู้อำนวยการจะหยุดนิ่งยืนอยู่กับที่ รัตติกาลที่เดินล่วงหน้าไป
หันกลับมาถามด้วยสีหน้าสงสัย

"มีอะไรเหรอคะ?"

เธอสังเกตได้ถึงสีหน้าที่ซีดเซียวลงของชายผู้อำนวยการ

"คุณรัต.. ได้ยินเสียงอะไรไหม?"

เหงื่อผุดขึ้นที่ขมับของชายหนุ่ม เมื่อนั้นเองที่รัตติกาลหลับตา
ตั้งใจฟังเสียงรอบข้าง

"ไม่เห็นมีเสียงอะไรเลยค่ะ?"

เธอรู้ว่าด้วยความหูดีของนรินทร์ทำให้บางครั้งเขาก็ได้ยินสิ่งที่
คนอื่นไม่ได้ยิน คำตอบนั้นทำเอาชายหนุ่มขวัญผวาหนักกว่าเก่า
เขามั่นใจว่ากำลังได้ยินเสียงพึมพำไม่ได้ศัพย์ของใครสักคน
นี่ 'รูมเมท' ของเขาตามมาถึงข้างนอกเลยเหรอเนี่ย...

รัตติกาลกวาดสายตามองหาต้นเหตุของเสียง ทว่ารอบข้าง
ไม่มีใครเลยยกเว้นเด็กหนุ่มนักเรียนคนหนึ่งผู้ยืนไกลตา

"อ๊ะ ผอ.หมายถึงเสียงคุณจิณณ์รึเปล่าคะ? เขายืนอยู่ตรงนู้น"

ว่าแล้วเธอก็สาวเท้าหวังเข้าไปทักทายนักเรียนผู้สนิทสนมกันดี
ทว่าจิณณ์กลับไม่สนใจเสียงเรียกของเลขาสาว เขาเพียงยืนนิ่ง
อยู่เช่นนั้น เมื่อเข้าใกล้เธอจึงเห็นว่าเจ้าเด็กที่มักร่าเริงตอนนี้
กลับยืนนิ่งแข็งราวกับไร้ซึ่งจิตใจ ดวงตาสีดำเบิกกว้างจดจ้อง
บางสิ่งค้างอยู่เช่นนั้น ผู้อำนวยการเดินตามมาหยุดอยู่ด้านหลัง

"ไม่จริงใช่มั้ย.. ไม่จริงใช่มั้ย.. มันไม่จริงใช่มั้ย.. ไม่จริง...
มันต้องไม่จริง... ไม่จริงใช่มั้ย นี่มันไม่จริงใช่มั้ย..."

จิณณ์พึมพำแผ่วเบาซ้ำไปซ้ำมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังไม่เป็นศัพย์
มีเพียงนรินทร์ที่สามารถฟังจับคำได้ว่าเขากำลังพูดอะไรอยู่

"เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?"

นรินทร์ควานหาร่างนักเรียนที่สูงเท่ากัน ไม่นานที่เขาสัมผัสได้ถึง
ร่างที่สั่นสะท้าน ผู้อำนวยตัดสินใจโน้มตัวนักเรียนมาโอบกอดไว้แน่น
เขาเองก็ตกใจไม่แพ้กัน จิณณ์มักจะเป็นเด็กร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ
เขาไม่เคยเห็นเด็กคนนี้ในอารมณ์เช่นนี้มาก่อน ร่างในมือตอนนี้
สั่นราวกับกำลังจะชักได้ทุกเมื่อ นรินทร์เพิ่มแรงกอดแน่นขึ้น

"ค่อยๆหายใจนะครับ ผมอยู่นี่แล้วนะ ว่าแต่นี่มันกลิ่นอะไรกัน?..."

ผู้อำนวยการสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวไม่คุ้นจมูก เรียวปากของเด็กหนุ่ม
ขยับเหมือนกำลังพูดหลายๆอย่าง หากไม่มีถ้อยคำใดๆหลุดออกมา
ภาพที่เห็นมันเกินกว่าที่จิตใจเด็กคนหนึ่งจะรับไหว นรินทร์จึงตัดสินใจ
หันไปถามรัตติกาลด้วยคำถามเดียวกันแทน

"ผอ.คะ.. ทำใจดีๆไว้นะคะ..."

ดวงตาสีรัตติกาลจับจ้องภาพบนต้นไม้ แม้แต่หญิงสาวที่ขึ้นชื่อด้าน
ความสุขุมก็ถึงกับเข่าอ่อนกับภาพเบื้องหน้า เธอเอ่ยเล่าภาพที่เห็น
ด้วยน้ำเสียงสั่นคลอนไม่เป็นตัวเอง ทันทีที่ได้ยินผู้อำนวยการผู้มัก
หลับตาก็ผลันเบิกตากว้าง เขารีบกดศีรษะนักเรียนแนบอกหวังไม่
ให้จิณณ์ต้องมองภาพนั้นอีก ผู้อำนวยการยืนค้างนิ่งอยู่ชั่วครู่
ราวกับเวลาหยุดลง หรือหัวใจเขาอาจจะหยุดเต้นไปชั่วคราว..

"คุณรัต!! โทรไปตามหมอมาที ระหว่างนั้นวิ่งไปบอกธุรการให้
ประกาศให้นักเรียนทุกคนกลับหอพักนักเรียน ห้ามให้ใครออกมา
บอกให้เอลิทโทรเรียกตำรวจด้วย!!"

รัตติกาลยังคงยืนนิ่งสนิทราวกับสารไม่ได้ถูกส่งเข้าสมอง

"คุณรัต!!"

ร่างบางสะดุ้งเฮือก เธอหันมาตอบรับผู้อำนวยการด้วยท่าที
ตะกุกตะกักไม่เป็นงาน

"ค ค่ะ!!"

เสียงสั่นตอบรับก่อนจะรีบออกตัววิ่งไปยังห้องธุรการ
นรินทร์หยิบมือถือขึ้นจากกระเป๋ากางเกงและใช้ระบบสั่งการ
เสียงในการโทรหาใครบางคน เขาแนบมือถือกับหูขณะที่ใช้
มือข้างที่ว่างในการลูบศีรษะปลอบประโลมจิณณ์

"สวัสดีครับ ผมต้องการเรียนสายคุณ '....' ครับ"

ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงผู้ใช้ถ้อยคำสุภาพและ
น้ำเสียงนิ่งเรียบราวเป็นเครื่องตอบรับอัตโนมัติ

"ตอนนี้ท่านไม่ว่างนะคะ ไม่ทราบว่าอยากจะบุ๊คเวลา
ไว้ไหมคะ? สามารถบุ๊คเวลาได้เร็วสุดอาทิตย์หน้า"
"แต่ผมต้องการคุยกับท่านตอนนี้!!"
"ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะคะ แต่ทางเราต้องทำทุกอย่าง
ตามกฏระเบียบที่มี ช่วยกรุณารอจนถึงเวลานัดได้ไหมคะ?"

นรินทร์ในตอนนี้กำลังโกรธเป็นอย่างมาก ทั้งๆที่ปกติแล้ว
เขาจะให้เกียรติผู้หญิงอยู่เสมอ แต่ด้วยโทสะที่มีทำให้
ตะคอกใส่ปลายสายเสียงดังอย่างไม่ยั้งคิด

"แต่ผมไม่รู้ว่า แม็กเวล ซอนเนอร์ ลูกชายของเขาจะ
มีลมหายใจไปถึงตอนนั้นหรือเปล่า ต่อสายให้ผมเดี๋ยวนี้!!"






TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Wed 12 Oct 2016, 16:40, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Thu 02 Jun 2016, 02:51

EP.07

"เธอๆ คาบต่อไปเรียนอะไรอ่ะ?"
"พละไง"

สองสาวนักเรียนกำลังยืนคุยอยู่กันในห้องเรียนประจำชั้นม.5
ห้องเรียนในวันนี้บรรยากาศแปลกไปกว่าทุกวัน จากที่เคย
เจี๊ยวจ๊าวไปด้วยเสียงหัวเราะพูดคุย วันนี้กลับนิ่งเงียบกว่าทุกที
เหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อคืนถูกเล่าผ่านการปราศัยยามเช้า
โดยผู้อำนวยการ ซึ่งทุกคนต่างเห็นร่วมกันว่าผู้อำนวยการต้อง
ทรมานมากเพียงใดที่ต้องบอกเล่าเหตุการณ์น่าสลดให้ทุกคน
รับรู้ เสียงตอบรับที่ได้นั้นแตกต่างกันออกไป เหล่าเด็กสาว
แฟนรายการเสียงตามสายถึงกับร่ำไห้กลางแถว บางคนส่ายหน้า
เหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน บางคนไม่ได้สนใจยินดียินร้ายอะไร
และบางคนที่เคยร่าเริงสดใส... ก็ผลันนิ่งเงียบซึมกระทือ

"จิณณ์ ไปเรียนพละกันเถอะ"

เพื่อนร่วมห้องสาวคนหนึ่งย่อตัวลงก่อนจะท้าวแขนที่โต๊ะเด็กหนุ่ม
ส่วนหนึ่งที่บรรยากาศห้องเงียบไปเพราะวันนี้ไม่มีเจ้าคนขี้โวยวาย
อย่างแม็กเวลอยู่ และคนที่มักจะตบมุกเฮฮาอย่างจิณณ์ก็เซื่องซึม
ไปอย่างเห็นได้ชัด เพื่อนร่วมห้องต่างพากันเป็นห่วงและเข้ามา
พูดคุยด้วยหวังให้ใบหน้านั้นสดใสขึ้นมาบ้าง แต่สิ่งที่ได้มีเพียง
รอยยิ้มเจือจางบนใบหน้าพร้อมกับการพยักหน้าตอบตกลง

"วันนี้คงไม่มีเรียนพละหรอก จะลืมกฏสำคัญกันไปไม่ได้นะ"

เสียงนั้นดังขึ้นจากประธานนักเรียน เพื่อนสาวทำท่านึกคิดชั่วครู่
ก่อนจะเอ่ยตอบ

"อ้อ จริงด้วย... ผอ.สั่งห้ามไม่ให้ใครขึ้นไปบนดาดฟ้า
เพราะกลัวว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุแบบนั้นขึ้นอีก..."
"มันไม่ใช่อุบัติเหตุ...."

จิณณ์พึมพำแผ่วเบา แต่มันก็ดังพอที่จะให้คนที่อยู่ไม่ไกลได้ยิน

"หมายความว่าไง?"

คนถามคือเด็กหนุ่มตาบอดผู้หูดีกว่าปกติ ระหว่างถามก็เดิน
เข้าใกล้เพื่อนที่นั่งอยู่

"มันไม่ใช่อุบัติเหตุ...."
"แต่ผอ.บอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ เขาเลยห้ามไม่ให้พวกเรา
ขึ้นไปบนดาดฟ้า"

แม้จะแย้งแต่ไอน์ก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เขารู้ว่าเพื่อนคงจะ
ตกใจมาก เพราะเขาเองก็ตกใจไม่แพ้กัน

"......."

จิณณ์ไม่ได้เล่ารายละเอียดเรื่องที่เขาเห็นร่างของแม็กเวลบน
ต้นไม้ให้ใครฟัง หาใช่ว่าเขาตั้งใจปิดบัง เพียงแต่ไม่ต้องการ
ที่จะนึกถึงเท่านั้นเอง

"นายคิดว่าอยู่ๆรั้วดาดฟ้ามันก็พังขึ้นมาจริงๆน่ะเหรอ?..."

ไร้ซึ่งคำตอบจากไอน์ เขาเพียงเอื้อมมือควานหาและจับไหล่
ของจิณณ์เอาไว้แน่น

"เพื่อน.. ฉันเข้าใจว่ามันทำใจลำบาก แต่ปล่อยเรื่องนี้ให้
พวกผู้ใหญ่เขาจัดการเถอะนะ"
"จะให้ฉันใจเย็นได้ยังไง...."

ในเมื่อตอนนี้แม็กเวลยังคงอยู่ในห้อง ICU และไม่มีใคร
บอกได้ว่าเขาจะได้ออกมาอีกหรือไม่ ถึงจะรู้ว่าเพื่อนคงจะ
หนังเหนียวตายยาก แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะร้อนใจ

"ทั้งหมดที่เราทำได้คือการส่งกำลังใจให้กับแม็ก ในฐานะ
ประธานนักเรียนฉันมีหน้าที่ต้องดูแลนักเรียนทุกคน
และนั่นก็รวมถึงนายด้วย ช่วยเข้าใจฉันหน่อยเถอะนะ"

การสนทนาเงียบไปพักใหญ่ก่อนที่จิณณ์จะส่งเสียงในลำคอ
เป็นการตอบรับ ไอน์ถอนหายใจโล่งอกที่เพื่อนยอมรับฟัง
โดยไม่รู้เลยว่าเพื่อนที่เคียงข้างนั้นกำมือแน่นเพียงใด....

.

.

.

'ปัง!!'

ในเย็นวันนั้นเอง ประตูห้องเรียนห้องหนึ่งถูกเปิดกระแทกเสียงดัง
จิณณ์ได้ปรากฏตัวขึ้นในชุดพละที่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้เรียนวิชาพละ
คนในห้องพากันสะดุ้งรีบหันมองเด็กหนุ่มผมดำผู้มีสีหน้าเคร่งเครียด

"ว่าไงน้อง สนใจเข้าชมรมดาราศาสตร์หรือ?"

เด็กหนุ่มเนกไทดำเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นกันเอง
ว่ากันตรงๆแล้วสีหน้าของจิณณ์ก็ทำให้เขาหวาดผวาอยู่ไม่น้อย
จิณณ์ส่ายหน้าก่อนจะถือวิสาสะเดินเข้าไปในห้องชมรมดาราศาสตร์

"ผมมีเรื่องอยากถามทุกคน"

เสียงของจิณณ์เรียกความสนใจจากทุกคนในห้อง สมาชิกสี่ห้าคน
พากันมารวมตัวเบื้องหลังของเด็กหนุ่มเนกไทดำที่คาดว่าน่าจะเป็น
หัวหน้าชมรม

"มีอะไรงั้นหรือ?"

หัวหน้าชมรมเปลี่ยนท่าทีเคร่งขรึมเมื่อสัมผัสได้ถึงความจริงจัง
ของสถานการณ์

"ผมอยากรู้ว่าเมื่อวานตอนเกือบหนึ่งทุ่ม ทุกคนอยู่ที่ไหนกัน?"

สมาชิกชมรมดาราศาสตร์มองหน้ากันด้วยสีหน้าเป็นกังวล

"ฉันอยู่ที่หอพักนักเรียน เมื่อวานไม่มีกิจกรรมชมรม"

หัวหน้าชมรมตัดสินใจตอบคำถามเป็นคนแรก

"ผมเป็นพยานให้หัวหน้าได้ เพราะผมให้เขาสอนการบ้านอยู่"

จิณณ์พยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันไปมองคนที่เหลือ

"หนูก็อยู่ที่หอเหมือนกัน รูมเมทหนูก็อยู่ด้วย"

เด็กสาวอีกคนรีบพยักหน้ารับเร็วไว คาดว่าน่าจะเป็นรูมเมทที่ว่า
จิณณ์ไล่ถามสมาชิกชมรมจนเกือบครบทุกคน ท่าทีของเขา
ทำให้หัวหน้าชมรมต้องขมวดคิ้วสงสัย

"นายมาถามพวกเราทำไม?"

จิณณ์สบตาหัวหน้าชมรมอย่างตรงไปตรงมาก่อนจะเอ่ยขึ้น

"ต้องขอโทษด้วยที่ผมมารบกวนเวลาชมรม แต่จากเหตุการณ์
ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทำให้ผมจำเป็นต้องถาม เพราะพวกคุณเป็น
ชมรมเดียวที่มีกิจกรรมตอนกลางคืนรวมทั้งใช้ดาดฟ้าบ่อยที่สุด"
"ห๋า? นายจะบอกว่าพวกเรามีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ด้วยงั้นเหรอ!!
พวกเราชมรมดาราศาสตร์ก็ได้ความช่วยเหลือจากหัวหน้าชมรม
โสตทัศนศึกษาอย่างคุณแม็กเวลอยู่บ่อยๆ ทำไมพวกเราต้องทำ
แบบนั้นด้วย!!"

เด็กหนุ่มหัวหน้าแสดงท่าทีไม่พอใจชัดเจน เขาเดินเข้าใกล้จิณณ์
ราวกับต้องการแสดงตนเหนือกว่า จิณณ์กรอกตามองรุ่นพี่ที่สูงกว่า
ก่อนจะยกมือห้ามปราม

"ผมจะไปทันทีที่ได้คำตอบจากทุกคนแล้ว ถ้าพวกคุณบริสุทธิ์ใจ
จริงก็คงไม่มีอะไรต้องกลัว จริงไหม?"

เป็นครั้งแรกที่รอยยิ้มเผยขึ้นบนใบหน้าของจิณณ์ แต่มันคือรอยยิ้ม
เหยียดประชดประชันซึ่งเป็นสิ่งที่มักแสดงออกเวลาที่ไม่พอใจ
แม้จะเริ่มโกรธแต่รุ่นพี่ก็ยอมถอยหลังกลับไปแต่โดยดี

"เหลือคนสุดท้ายแล้ว รีบถามแล้วรีบไปซะ"

ทุกสายตาพากันมองไปยังสมาชิกคนสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่
จิณณ์เดินเข้าไปใกล้เด็กสาวผู้นั่งอยู่บนรถเข็นผู้พิการ

"ว่าไง.. ริแอร์?"

ริแอร์กลืนน้ำลายให้กับสีหน้าจริงจังของจิณณ์ ทั้งๆที่เป็นเพื่อน
ร่วมห้องกันมาแต่เธอก็ไม่เคยเห็นจิณณ์ในอารมณ์แบบนี้เลยสักครั้ง
เธอมักจะเห็นเขาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและลอยไปลอยมาเหมือน
ไม่ได้ใส่ใจอะไรเป็นพิเศษ แต่ในวันนี้ภาพพจน์ชายผู้ล่องลอย
อยู่บนปุยเมฆได้อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น

"ร เรา... เราไม่แน่ใจว่าตอนนั้นอยู่ที่ไหน เราไม่ได้ใส่นาฬิกา"

เมื่อเหลือบมองจึงเห็นว่าที่ข้อมือเล็กนั้นไม่ได้ใส่นาฬิกาข้อมือจริงๆ

"แล้วไปที่ไหนมาบ้าง?"

ดวงตาสีดำสนิทที่ก้มมองร่างบนรถเข็นนั้นทำให้ร่างเล็กสั่นผวา

"เฮ้!! ให้มันน้อยๆหน่อย นายน่าจะเป็นเพื่อนร่วมห้องกับเธอไม่ใช่
รึไง งั้นนายก็น่าจะรู้นิสัยริแอร์ดีนี่!!"

หัวหน้าชมรมโผล่งเสียงขัดการสนทนา

"ไปไหนมาบ้าง ตอบมาสิ?"

เป็นเพราะให้ความสนใจทั้งหมดกับริแอร์ทำให้คนโลกเงียบ
ไม่ทันหันมองรุ่นพี่ที่พูดด้วย เขายังคงจ้องมองเด็กสาวตาไม่กะพริบ

"เรา...."

เด็กสาวบนรถเข็นแสดงท่าทีอึดอัดลำบากใจ หัวหน้าชมรมทนไม่ไหว
รีบเดินเข้าหาและดันไหล่ผลักจิณณ์ออกห่างจากสมาชิกชมรม
เพราะจิณณ์สามารถตอบรับทุกประโยคได้อย่างคล่องแคล่วจึง
ทำให้หัวหน้าไม่ทันสังเกตว่าเด็กหนุ่มแท้จริงแล้วไม่ได้ยินเสียงใดๆ

"ให้มันน้อยๆหน่อย อย่าบอกนะว่านายสงสัยริแอร์!?!
ไม่มีสมาชิกคนไหนในชมรมดาราศาสตร์เป็นฆาตกรทั้งนั้น!!"

้เสียงเริ่มดังขึ้นเกินกว่าที่จะเป็นการสนทนาทั่วไป

"งั้นก็ให้สมาชิกชมรมคุณตอบมาสิว่าเธออยู่ที่ไหน ก่อนหน้าที่
เธอจะย้ายเข้ามาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนทุกอย่างก็สงบสุขดีแท้ๆ"
"ริแอร์!! รีบตอบมันไปซะก่อนที่พี่จะโมโหมากไปกว่านี้"
"คือ..... เอ่อ.... คือว่า...."

"งั้นฉันเปลี่ยนคำถามก็ได้"

จิณณ์เดินเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าชิดใกล้เด็กสาวบนรถเข็น
เขามองลงต่ำจ้องมองบางสิ่ง

"ริแอร์น่ะ เดินไม่ได้ใช่ไหม?"
"ใช่ค่ะ...."
"แล้วทำไม... รองเท้าของเธอถึงเปื้อนล่ะ?"

เด็กหนุ่มจ้องมองรองเท้าสีขาวน่ารักที่ตอนนี้เปื้อนขี้ดินขี้ฝุ่น
ดวงตาของเด็กสาวเบิกกว้างจ้องมองด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
แม้แต่หัวหน้าชมรมเองก็ยังตกใจกับสีหน้านั้นไม่น้อย
เพียงกะพริบตาเสี้ยวอึดใจ หันมองอีกทีก็ผลันเห็นภาพผู้บุกรุก
ผู้กระชากคอเสื้อเพื่อนร่วมห้องขึ้น เขากระชากตัวริแอร์เข้าใกล้
จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกันรวมทั้งจังหวะชีพจร
ที่เต้นเร็วไวของเด็กสาว

"ถามอะไรก็ตอบมาสิ"

แม้จะไม่ได้ตะคอกแต่น้ำเสียงนั้นก็ถูกเอ่ยออกมาอย่าง
ชัดถ้อยชัดคำมากกว่าปกติ ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองกดดัน
ร่างเล็กในมือสั่นระริก น้ำตาเอ่อขึ้นที่ริมขอบดวงตา

"ตอบมาสิ"
"คือ..."
"ตอบมา!!"

ทันใดนั้นเองที่หัวหน้าชมรมง้างหมัดเข้าหาแขกผู้มาเยือน

'ปึก!!'






TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Wed 12 Oct 2016, 16:42, ทั้งหมด 2 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  EinZ on Thu 02 Jun 2016, 18:46

ผมก็คิดในหัวว่าริแอร์อาจจะตอบแบบนี้..


Signature ------------------------------------------------>
Blind can't hide your Heart
--Can you hear my heart?---

เป็นปู่นี่มันหล่อจริงๆ ( ͡° ͜ʖ ͡°)



EinZ

INFO. Isara Pattanasak
ผช.ศ.ภาควิชาภาษาเบรลล์
ชมรม : สภานักเรียน (★)
-10% Grade Exp.

Ore Ore : 299
Spirit Point : 98451509
CHIPS +63 M 48 K 764

สามารถ สวมใส่-ถอด เข็มกลัดชิ้นนี้ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไอเทม | ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
436/1720  (436/1720)

ดูข้อมูลส่วนตัว http://dongseng23.deviantart.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Thu 02 Jun 2016, 20:06

ตลกแก๊กที่คุณอิสราวาดมากๆ ขำลั่นบ้านลั่นเมือง






EP.08

ณ.ห้องปกครองแอร์เย็นเฉียบมีเด็กหนุ่มผมดำสองคน
นั่งอยู่ที่โต๊ะหัวหน้าฝ่ายปกครอง คนหนึ่งมีสีหน้าบูดบึ้ง
ส่วนอีกคนมีพลาสเตอร์ติดอยู่ที่มุมปาก ครูรักษาการณ์
ประธานฝ่ายปกครองมองหน้าทั้งสองคนด้วยสีหน้า
เคร่งขรึมนิ่งเรียบ

"ถึงจะทำเพื่อสมาชิกชมรมแต่ก็ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการ
ใช้กำลัง โรงเรียนของเราไม่เคยสอนให้ใครเป็นอันตพาล
ถ้าผอ.รู้ท่านคงจะเสียใจ ต่อไปอย่าทำอีกเข้าใจไหม?
ถ้าเข้าใจก็กลับชมรมไปได้"

หัวหน้าชมรมดาราศาสตร์พยักหน้ารับด้วยสีหน้าหงอยเหงา
เพราะเอลิทยกไม้เด็ดอย่าง 'มันจะทำให้ผอ.เสียใจ' มาใช้
ผู้อำนวยการจำนักเรียนทุกคนภายในโรงเรียนได้รวมทั้งเคย
คุยกับทุกคนเป็นการส่วนตัวมาก่อนทั้งสิ้น ความใส่ใจที่
นรินทร์มีต่อเด็กๆทำให้เหล่านักเรียนรู้สึกเคารพรักดั่ง
ครอบครัว เขาคือคนที่เด็กๆต่างไม่อยากให้ต้องเสียใจ

รุ่นพี่ยันตัวลุกขึ้นและเดินคอตกออกจากห้องไป สุดท้ายแล้ว
จึงเหลือเพียงหัวหน้าฝ่ายปกครองและผู้ร่วมคดีอย่างจิณณ์

"เจ็บมากรึเปล่า?"

เอลิทมองพลาสเตอร์ที่มุมปากเด็กหนุ่ม จิณณ์ส่ายหน้าให้
เป็นคำตอบ เมื่อนั้นเองที่ครูฝ่ายปกครองถอนหายใจเบาๆ

"ไม่นึกเลยนะว่าจะได้เจอเธอในห้องปกครอง ไม่น่าเชื่อ
ว่าคนอย่างเธอจะไปกระชากคอเสื้อเพื่อนแบบนั้น"

ครูและเพื่อนๆต่างรู้ดีว่าโดยปกติแล้วจิณณ์เป็นคนเรียบง่าย
ไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไร เอลิทขมวดคิ้วมองด้วยสีหน้าครุ่นคิด

"แต่ถึงยังไงเธอก็มีส่วนผิดเหมือนกันนั่นแหละนะ ดีแล้วที่
เธอยอมขอโทษรุ่นพี่เขาไป แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ล่ะ?
ผมไม่เชื่อหรอกนะว่าเธอจะกระทำไปโดยไม่มีเหตุผล"

จิณณ์แสดงสีหน้าประหลาดใจ เขานึกว่าจะโดนเทศนา
ชุดใหญ่จากฝ่ายปกครองเสียอีก ท่าทางจริงจังของเอลิท
เป็นตัวบอกว่าเขาให้ความใส่ใจและเปิดใจที่จะรับฟัง
อย่างแท้จริง

"ครูครับ..."
"ว่าไง?"
"สิ่งที่เกิดขึ้นกับแม็ก.. มันไม่ใช่อุบัติเหตุ"

ราวกับประโยคนั้นกระทบบางสิ่งที่อยู่ภายในใจ
สีหน้าครูเปลี่ยนไปชั่วครู่ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งตามเคย
ดวงตาทั้งสองสบจ้องมองกันตาไม่กะพริบ สุดท้ายแล้ว
ฝ่ายปกครองเป็นฝ่ายเบี่ยงสายตาไปทางอื่น

"ปล่อยให้พวกเราเป็นคนจัดการเรื่องนี้เถอะ
นี่มันไม่ใช่เรื่องที่เด็กอย่างเธอควรเข้ามายุ่งเกี่ยว"

น้ำเสียงกดลงต่ำบ่งบอกถึงความจริงจังของสถานการณ์
เอลิทพูดขึ้นต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตอบ

"เธอกำลังร้อนรน คิดอะไรได้ไม่เต็มที่ เธอควรจะพักผ่อน"

จะให้เขาข่มตาหลับลงได้ยังไงในเมื่อเพื่อนกำลังเจ็บหนัก
เกิดลืมตาขึ้นอีกทีแล้วไม่มีตัวตนของเพื่อนอยู่ในโลกใบนี้
อีกแล้วล่ะ เขาจะทำยังไง? ตลอดทั้งคืนจิณณ์เอาแต่ภาวนา
ให้แม็กเวลปลอดภัยดี และเงาคนบนดาดฟ้านั่นก็เป็นสิ่งที่
เขาไม่สามารถตัดออกไปจากความคิดได้ สีหน้าเจ็บปวด
ถ่ายทอดทุกความรู้สึกโดยที่ไม่ต้องอาศัยคำพูดใดๆ
เอลิทลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินมาหยุดอยู่ข้างเด็กหนุ่ม
เขาตบหลังจิณณ์เบาๆทีสองทีก่อนจะค้างมือไว้ที่แผ่นหลังนั้น

"เป็นเด็กดีจังเลยนะ น่าอิจฉาแม็กเวลจริงๆที่มีเพื่อนแบบเธอ"

แม้จะได้รับคำชมแต่สีหน้ากลับหมองลงกว่าเดิม จิณณ์ส่ายหน้า
เพื่อบอกว่าเขาไม่ได้คิดแบบนั้นเลย เอลิทแอบเผยยิ้มมุมปาก
บางเบา ทำไมเขาจะไม่รู้นิสัยนักเรียนตัวเอง ทำไมจะไม่รู้ว่า
จิณณ์ที่ดูเรื่อยเปื่อยไม่ใส่ใจอะไรนั้นแท้จริงแล้วมีจิตใจ
ละเอียดอ่อนเพียงใด

"ถือว่าผมขอเถอะนะ อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามอีก ตามกฏแล้วผมคง
ต้องสั่งห้ามไม่ให้เธอเข้าใกล้ริแอร์สักพัก แต่ผมอยากบอกให้
เธอรู้ว่าไม่มีบุคลากรคนไหนนิ่งนอนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลย
พวกเราก็พยายามทำสิ่งที่ทำได้อยู่ เธอเองก็ตั้งใจเรียนเข้า
นั่นคือสิ่งเดียวที่เธอทำได้ในตอนนี้ เธอเข้าใจผมใช่มั้ย?"

ไร้ซึ่งคำตอบจากเด็กหนุ่ม เขาก้มหน้าลง ริมฝีปากเรียวเม้มแน่น
เอลิทลูบหลังเพราะรู้ดีว่าสิ่งที่บอกไปนั้นทำใจยอมรับลำบากเพียงใด

.

.

.

ในที่สุดจิณณ์ก็โดนปล่อยจากห้องปกครอง เขาเดินสะโหลสะเหล
ไปยังห้องพยาบาลเพื่อหวังไปดูอาการของเพื่อน ทันทีที่เห็นร่าง
เด็กหนุ่มเดินเข้ามาในห้องพยาบาล หมอเกลินก็รีบพุ่งเข้าหาทันที

"คุณจิณณ์!!"

เสียงเรียกดังขึ้นพร้อมโบกมือไปมาหวังให้คนหูหนวกหันมอง

"หมอครับ แม็กเป็นยังไงบ้าง!!"

รอยยิ้มบางๆเผยขึ้นบนใบหน้าคุณหมอผู้มักสดใสร่าเริง

"คุณแม็กเวลพ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ...."

แม้ปากจะเอ่ยข่าวดีแต่แววตากลับฉายแววเศร้าหมอง

"จริงเหรอ!! จริงๆเหรอครับ!!"

เด็กหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่รับรู้
ใจคิดว่าอาจจะอ่านปากพลาดและตีความไปในทางที่
อยากให้เป็น เกลินมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาเอ็นดู
น้ำเสียงนุ่มเอ่ยถามอ่อนโยน

"อยากไปเยี่ยมไหมคะ?"

จิณณ์รีบพยักหน้าเร็วไว เขารีบเดินตามหมอสาวไปยังห้องพัก
ผู้ป่วยเดี่ยว เมื่อประตูห้องถูกเปิดออกร่างสูงก็รีบถลาตัวเข้าห้อง
แต่ภาพที่เห็นทำเอาแขกผู้มาเยือนชะงักนิ่ง ดวงตาสีดำสะท้อนภาพ
เพื่อนสนิทผู้นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย ร่างกายเต็มไปด้วยผ้าพัน
แผลทั้งแขนและขา ที่ใบหน้าสวมเครื่องช่วยหายใจ สายระโยง-
ระยางรอบตัวเพื่อนทำเอาคนมาเยี่ยมถึงกับเข่าอ่อน เขาก้าว
ถอยหลังก้าวสองก้าวโดยไม่รู้ตัว เมื่อร่างสูงเซกระทบร่างของ
หมอสาวที่อยู่เบื้องหลัง เธอจึงจับพยุงตัวเขาเอาไว้
จิณณ์หันมองเกลินด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม

"แม็กปลอดภัยแล้วจริงๆน่ะเหรอครับ?"
"ค่ะ... 'สำหรับตอนนี้'เขาพ้นขีดอันตรายแล้ว"

คนเป็นหมอพยายามจำทำตัวเข้มแข็งเพื่อให้นักเรียนได้สบายใจ
แต่ตัวเธอในตอนนี้ก็อึดอัดทรมานใจไม่น้อยไปกว่ากัน เกลินผู้
ซื่อตรงไม่สามารถเก็บความรู้สึกไว้เพียงในใจได้

"หมายความว่ายังไง?..."

ร่างในมือหมอเริ่มสั่นคลอน เขาผละตัวออกและหันหน้าเข้าหา
เกลินเพื่อที่จะอ่านปากได้ง่ายขึ้น สีหน้าเด็กหนุ่มนั้นซีดเซียว
ไปถนัดตา เกลินเม้มปากลำบากใจ แต่ถึงเช่นนั้นก็จำเป็นต้อง
บอกตามความเป็นจริง

"ถึงเขายังหายใจอยู่ แต่ทางเราไม่รู้ว่าเขาจะตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่
หรือ... ไม่รู้ว่าจะตื่นขึ้นมาอีกหรือไม่..."

ราวกับดวงใจหยุดเต้นกะทันหัน เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบได้
หยุดนิ่งลง เวลาแต่ละวินาทีที่พยายามจะขยับปากนั้นผ่านไป
อย่างเชื่องช้า เขาพยายามเค้นเสียงออกจากลำคอ

"แม็กจะตื่นใช่มั้ย?..."

คำถามทิ่มแทงกลางใจหมอสาว หัวใจที่บีบรัดส่งผลให้ใบหน้า
เปลี่ยนสี เธอก้มหน้ามองพื้นหวังไม่ให้นักเรียนเห็นหยาดน้ำตา
ที่คลออยู่บนขอบตาร้อนผ่าว มือที่รวบไว้ด้านหลังกำเสื้อกาวน์
ไว้แน่น

"คงมีแต่พระเจ้า... ที่จะตอบได้"

จิณณ์มองผู้พูดด้วยสีหน้าเจ็บปวด นี่เขาไม่สามารถทำอะไรได้
เลยนอกจากรอคำตัดสินจากพระเจ้าจริงๆน่ะหรือ? เขารู้สึก
ว่าตัวเองกำลังจะร้องไห้ แต่ด้วยความที่ไม่ชอบร้องไห้จึงเลือก
ที่จะก้มหน้าพลางหลับตาแน่นหวังไม่ให้น้ำตาเล็ดรอดออกมา
เสียงสั่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้

"ขอผมอยู่กับแม็กสักพักได้ไหม?..."

แม้จะเป็นห่วงแต่สีหน้าและน้ำเสียงนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่สามารถ
ปฏิเสธได้ เกลินพยักหน้าให้ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
เมื่อประตูปิดดวงใจของเด็กหนุ่มก็เต้นเร็วขึ้น เป็นเพราะ
เขาไม่กล้าที่หันหลังมองแม็กเวล เพื่อนที่เคยกระโดด
โหยงเหยงไม่รู้ร้อนวันนี้กลับนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง
จิณณ์ไม่อยากจะหันไปและยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น
หลายครั้งเขาก็ชอบหลอกตัวเองเพื่อความสบายใจ
หลอกตัวเองว่าไม่เป็นไร หลอกตัวเองว่ายังคงไหว
แต่เสียงหัวใจที่เต้นระรัวเป็นสิ่งกล่าวเตือนความจริง
ว่าเขากำลังปวดร้าวไปทั้งใจ เด็กหนุ่มยืนแน่นิ่งอยู่
พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจหันไปเผชิญหน้ากับร่าง
ที่นอนอยู่บนเตียง

จิณณ์ลากเก้าอี้เข้าไปนั่งข้างเตียงผู้ป่วย จากนั้นจึงกรอก
สายตามองคนป่วยตั้งแต่หัวจรดเท้า ถึงแม้คลื่นชีพจรใน
จอมอนิเตอร์จะเต้นสงบเป็นปกติดี แต่ผิวขาวของชาว
ตะวันตกกลับซีดเซียวทวีคูณ ภายในห้องมีเพียงเสียง
เครื่องมอนิเตอร์และเสียงถอนหายใจยาวของจิณณ์

"ไงเพื่อน.. จะสอบแล้วยังจะมานอนอู้อยู่อีก.."

แน่นอนว่าไม่มีคำตอบจากผู้หลับไหล คนพูดยกสองมือ
ขึ้นปิดบังใบหน้า ก่อนจะสูดหายใจเข้าออกลึกๆอย่าง
เชื่องช้าหนึ่งที จากนั้นจึงถอดกระเป๋าเป้สะพายหลัง
มาเปิดออกเพื่อหยิบอะไรบางอย่าง สิ่งที่แสดงขึ้นคือ
สมุดเล่มบาง เขาพยายามเหยียดปั้นรอยยิ้มคุยกับเพื่อน

"ฉันจดบทเรียนบนกระดานวันนี้มาให้นายด้วย
อุส่าห์เขียนลายมือสวยๆนายจะได้อ่านออก
รีบตื่นมาขอบคุณฉันซะสิ..."

มือที่กำสมุดอยู่นั้นสั่นระริกจนเห็นได้ชัด เขายื่นสมุด
ไปทางเพื่อนที่นอนอยู่

"เอาแต่อู้เดี๋ยวก็ซ้ำชั้นหรอก รับไปสิ"

จิณณ์นำสมุดไปวางบนมือที่เต็มไปด้วยบาดแผล
เขาพร่ำเรียกให้เพื่อนตื่นมารับด้วยความหวังดี แต่ไม่ว่าจะ
พูดเท่าไหร่ก็ไร้ซึ่งการตอบรับจากคนไร้สติ เมื่อเห็นเช่นนั้น
เด็กหนุ่มจึงจับมือเพื่อนมาวางทับสมุดไว้

"แล้วฉันจะมาหาใหม่นะ..."

ร่างสูงยันตัวขึ้นและรีบสาวเท้าออกจากห้องหวังไม่ให้เพื่อน
ต้องเห็นสีหน้าในยามอ่อนแอของตน เขารีบวิ่งออกไปราวกับ
อยากจะวิ่งหนีจากความจริงที่พึ่งเกิด เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองจะ
สามารถประคองสติไปได้อีกนานแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้
ในตอนนี้ก็คือ

มันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน...






TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Wed 12 Oct 2016, 16:42, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Fri 03 Jun 2016, 02:13

ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะแต่งให้ได้วันละตอน แต่วันหยุด
สุดสัปดาห์นี้จะไม่อยู่บ้านก็เลยแต่งล่วงหน้าไว้บ้างนะครับ
จะพยายามมีวินัยทำให้ได้ ถ้าวันไหนหายไปก็แปลว่า
ไม่อยู่บ้านหรือไฟแต่งนิยายดับไปจริงๆ ซึ่งสามารถ
ช่วยกันปลุกได้ด้วยการทวงหรือให้กำลังใจนะครับผม






EP.09

เวลาล่วงเลยไปหลายวัน แต่บรรยากาศภายในโรงเรียนยัง
อึมครึมเหมือนเคย ภายใต้โรงอาหารช่วงกลางวันที่ปกติ
มักจะมีเสียงเพลงคลอสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย วันนี้
กลับเงียบสงบกว่าทุกที เป็นเพราะไม่มีสมาชิกชมรมโสตฯ
คนใดอยู่ในห้วงอารมณ์ที่สามารถดำเนินรายการได้
บรรยากาศในห้องอาหารช่างเงียบสงบราวกับอยู่กลาง
คาบเรียน มีเพียงเสียงพูดคุยกันด้วยระดับเสียงทั่วไป
ไม่เจี๊ยวจ๊าวเช่นวันอื่นๆ ตอนแรกก็ไม่มีใครคิดว่าคนๆ
เดียวจะมีผลกระทบต่อโรงเรียนได้ถึงเพียงนี้ แต่สิ่งที่
เกิดขึ้นในช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมาคือตัวบอกความ
จริงจังของสถานการณ์ แม้คนที่ไม่ได้รู้จักแม็กเวลหรือ
ไม่ได้นับถือชอบพอเป็นพิเศษก็ยังอดใจหายไม่ได้ที่เกิด
เหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นกับคนที่พวกเขาได้ยินเสียงผ่านหู
อยู่เกือบทุกวัน

จิณณ์ผู้นั่งทานข้าวอยู่สัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา
เมื่อหันไปจึงสบสายตาเข้ากับครูเกรียงไกรที่ยืนอยู่ไกลๆ
คุณครูรีบหันหน้าเบี่ยงไปอีกฝั่งทันใด เด็กหนุ่มถอนหายใจ
น้อยๆก่อนจะตักข้าวทานต่อ ตลอดเวลาหลายวันที่ผ่านมา
เขาถูกคณะครูและบุคลากรเฝ้าจับตามองดูพฤติกรรมอยู่
ไม่ห่าง พึ่งจะเข้าใจความรู้สึกแม็กเวลที่มีสาวจับจ้อง
ตลอดเวลาเอาก็วันนี้

ทุกครั้งที่เขาเดินผ่านริแอร์ครูประจำวิชาจะต้องหันมอง
เร็วไว ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเหล่าครูไม่ยินดีและจะไม่ให้
ความร่วมมือในการหาคนร้าย ส่วนเพื่อนส่วนใหญ่ก็
คิดว่าเขาตกใจจนตาฝาดเห็นคนบนดาดฟ้า หรือไม่ก็
ไม่มีความกล้าพอที่จะต่อต้านคำสั่งของเหล่าคณะครู
จิณณ์คิดจะลองไปปรึกษาผู้อำนวยการโดยตรง
ทว่าตั้งแต่เกิดเรื่องเขาก็ไม่เห็นตัวผู้อำนวยการเลย
นอกเสียจากช่วงปราศรัยยามเช้า ถามเลขาอย่างคุณ
รัตติกาลก็ได้คำตอบว่าท่านอยู่ในห้องและไม่ต้องการ
พบใคร แม้แต่ประธานนักเรียนผู้มักคอยช่วยงานก็
ไม่ได้ย่างกายเข้าไปในห้องนั้นเลยตั้งแต่วันเกิดเหตุ
ท่าทางเรื่องนี้จะกระทบจิตใจผู้อำนวยการไปไม่น้อย
กว่าเขา

.

.

.

"เอาล่ะนักเรียน วิชาวิทยาศาตร์วันนี้เราจะมาทดลองผ่ากบกันนะ"
"เห๋!?!"

เสียงกู่ร้องของเด็กชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้าดังลั่นห้อง นอกจากครูแล้ว
ก็ไม่ค่อยมีใครในห้องมีอารมณ์สุนทรีย์ไปกับการผ่าสัตว์เสียเท่าไหร่
แต่บทเรียนคือสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นักเรียนจึงพากันจัดกลุ่ม
เพื่อเตรียมตัวทำการทดลอง จิณณ์เดินไปรวมตัวกับเพื่อนสาวอีก
สองสามคนที่ยืนจองโต๊ะเอาไว้ก่อนแล้ว ตัวแทนกลุ่มเดิน
ไปหน้าชั้นเพื่อนำกบที่ตายแล้วมาทดลอง จากนั้นพวกเขาก็
เป่ายิ้งฉุบกันว่าใครจะได้เป็นคนลงมือผ่า

"ฉันอีกแล้วเรอะ"

เด็กสาวคนหนึ่งในกลุ่มอุทานขึ้น ครั้งที่แล้วเธอก็ได้เป็นคนผ่า
เช่นกัน ดวงสมพงษ์กับมีดนี่คืออะไรกัน? ควรโตไปเป็น
คนขายหมูหรือไม่?...

ถึงจะบ่นหงุบหงิบแต่ก็เธอก็จับมีดและเริ่มผ่าอย่างคล่องแคล่ว
เลือดสีแดงสดไหลรินผ่านปากแผล ทุกคนในกลุ่มให้ความ
สนใจและเพ่งสมาธิไปที่ตัวกบกันทั้งสิ้น เด็กสาวปาดเหงื่อ
ก่อนเงยหน้าขึ้นกรอกสายตามองเพื่อนร่วมกลุ่ม

"จิณณ์?"

เธอเอ่ยเรียกเมื่อเห็นเพื่อนสีหน้าไม่ค่อยดี เพื่อนคนอื่นๆ
พากันหันตามมองเด็กหนุ่มผู้มีสีหน้าซีดเซียว เขาพึมพำ
อะไรบางอย่างที่ไม่มีใครฟังออก ดวงตาสีดำเบิกกว้าง
มองกบและหยาดโลหิตที่ไหลนองอยู่บนโต๊ะ

"นายโอเคมั้ย?"

เพื่อนสาวเอื้อมมือเปื้อนเลือดเข้าหาหวังจับไหล่เรียกสติ
แต่ร่างสูงสะดุ้งเด้งตัวหลีกหนีจนสะดุดล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้น
ร่างนั้นสั่นสะท้านไปทั้งกายา ดวงตายังคงเหม่อลอยมอง
เลือดบนมือเพื่อนสาว ริมฝีปากขยับพึมพำไม่เป็นศัพย์
เสียงนั้นเริ่มทำให้เพื่อนคนอื่นๆในห้องหันมามอง

สิ่งที่จิณณ์เห็นคือเลือดสีแดงที่ไหลอาบตัวแม็กเวล
ปะปนกับภาพผู้ป่วยบนเตียงที่เต็มไปด้วยสายระโยงระยา
ภาพความทรงจำมากมายตัดผ่านไปมา ทั้งรอยยิ้มสดใส
ของเพื่อนสนิท ใบหน้าตอนที่แฝงไปด้วยความเศร้าหมอง
ภาพตอนที่อยู่ด้วยกัน และสีแดงของโลหิตที่เคยสัมผัส
ดวงตาสีดำกรอกไปมาเร็วไวมองภาพที่มีอยู่เพียงใน
ความทรงจำ

"ครูคะ จิณณ์แย่แล้ว!!"

.

.

.

".....บ้างคะ?"

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบกับเพดานสีขาวกับใบหน้าของกังวลใจ
ของหมอสาวเกลินที่กำลังพูดอะไรสักอย่าง เขาหลับตาแน่นก่อน
กะพริบตาอีกสองสามทีกว่าดวงตาจะปรับตัวเข้ากับแสงได้
เมื่อได้สติแล้วเขาจึงเพ่งไปที่ริมฝีปากหมอสาวอีกครั้ง

"เป็นยังไงบ้างคะ?"

ราวกับล่วงรู้ เกลินเอ่ยย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงห่วงใยไม่ต่างจากเดิม
จิณณ์ค่อยๆยันตัวขึ้นนั่งมองบริเวณรอบข้าง เขากำลังอยู่บนเตียง
ในห้องพยาบาล... เขามาทำอะไรที่นี่กันนะ?

"ผมสบายดี.. เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?"

หญิงสาวในชุดกาวน์ทิ้งตัวลงนั่งริมขอบเตียง เธอไม่ลืมที่จะหันหน้า
หาผู้ฟังเวลาที่พูดทุกครั้ง เกลินยังคงใส่ใจนักเรียนอย่างเสมอต้น
เสมอปลาย

"คุณหมดสติไปในคาบวิทยาศาสตร์ค่ะ.."
"......."

เด็กหนุ่มก้มหน้าครุ่นคิดกับตัวเอง ดูเหมือนความทรงจำของเขา
จะขาดหายไปบางส่วน เขาจำไม่ได้ว่าตัวเองหมดสติไปตอนไหน

"คุณคงจะเครียดมาก พักผ่อนเสียหน่อยเถอะนะคะ"

หมอสาวลูบศีรษะเด็กหนุ่มอย่างอ่อนโยน เธอคลี่ยิ้มอบอุ่นทำให้
รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเอง จิณณ์เผยรอยยิ้มบางๆโดยปล่อยให้เกลิน
ลูบเรือนผมสีดำต่อไป สัมผัสอุ่นทำให้เขานึกถึงสัมผัสของแม่
ว่าแล้วครอบครัวของเขาก็ร้อนใจมากเมื่อทางโรงเรียนโทรไป
บอกว่าลูกชายคนโตมีเรื่องกับรุ่นพี่จนโดนส่งเข้าห้องปกครอง
มิหนำซ้ำตัวจิณณ์ยังได้แผลเจ็บตัวอีก คนเป็นแม่เกือบจะพุ่งตรง
มาโรงเรียนอยู่แล้วแต่ถูกพ่อห้ามไว้เสียก่อน พ่อขอให้แม่
เชื่อมั่นในตัวลูกชายว่าเขาจะต้องมีเหตุผลที่ดีพออย่างแน่นอน
ชีวิตลูกผู้ชายมันต้องมีการเสียสละเพื่อปกป้องบางสิ่งกันบ้าง
และเขาก็เชื่อจนสุดใจว่าลูกชายคงกำลังสู้เพื่อใครสักคนที่
สำคัญกับตน

รอยยิ้มเผยขึ้นบนใบหน้าเมื่อคำนึงถึงครอบครัวอันเป็นที่รัก
เกลินที่มองอยู่รู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง เพราะเขาอาจจะไม่รู้ตัว
ว่ารอยยิ้มที่เคยติดอยู่บนใบหน้าตลอดได้อันตรธานหายไป
หลายวันแล้ว หมอสาวชวนคุยสัพเพเหระหวังยื้อรอยยิ้มนั้น
ให้คงอยู่นานขึ้นอีกหน่อย แม้การสนทนาจะเต็มไปด้วยเรื่อง
ธรรมดาทั่วไป แต่มันกลับทำให้จิณณ์รู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่าง
บอกไม่ถูก ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขาเอาแต่คิดเรื่องของ
แม็กเวลและคนที่อยู่บนดาดฟ้า เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเอง
เครียดกับมันมากขนาดไหน

เสียงเจี๊ยวจ๊าวดังขึ้นจากนอกประตูผู้ป่วย หญิงสาวหัวเราะ
คิกคักเรียกความสนใจจากเด็กหนุ่ม

"มีอะไรเหรอครับ?"
"สาวๆน่ะค่ะ คงได้เวลาที่พวกเธอมาเยี่ยมคุณแม็กเวลแล้ว
เหมือนจะกำลังท้ากันว่าจะผลัดกันจุมพิตคุณแม็กเวล แล้วถ้า
เขาตื่นด้วยจุมพิตของใคร คนนั้นก็จะเป็นเจ้าหญิงของเขา"
"พล็อตแปลกๆนี่คืออะไรกัน..."

เสียงใสกลั้วหัวเราะอารมณ์ดีให้เป็นคำตอบ พวกเขามอง
หน้ากันเงียบๆพักหนึ่ง ต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กันจากใจ

"ผมขอตัวไปดูหน่อยนะว่าแม็กจะตกเป็นของใคร"

จิณณ์เอ่ยติดตลกระหว่างขยับตัวทิ้งขาลงจากเตียง

"โอเคแล้วแน่นะคะ? ไม่เวียนหัวหรือรู้สึกไม่ดีตรงไหนนะ?"

เด็กหนุ่มส่ายหน้ายิ้มๆก่อนจะพยักหน้าเป็นการขอบคุณ
จากนั้นจึงค่อยๆเดินออกจากห้องไปเพื่อไปยังห้องเพื่อน
ช่างบังเอิญที่ห้องของแม็กเวลอยู่ข้างๆห้องเขานี่เอง
ร่างสูงเดินไปหยุดอยู่หน้าประตูที่เปิดอยู่ ภายในห้อง
ที่เคยเงียบสงบบัดนี้เต็มไปด้วยสาวๆมากหน้าหลายตา
และห้องผู้ป่วยที่เคยน่าเบื่อตอนนี้ก็เต็มไปด้วยดอกไม้
และลูกโป่งมากสีสัน สีสันสดใสทำให้จิณณ์นึกถึงแม็กเวล
ผู้ร่าเริงและกระฉับกระเฉงอยู่เสมอ ถ้าเขาตื่นมาเห็น
ละก็คงจะกระโดดดีอกดีใจและขอบคุณทุกคนยกใหญ่
จิณณ์ได้แต่ยืนพิงประตูและจินตนาการอยู่เช่นนนั้น
ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ได้ไม่นานสายตานั้นก็จ้องมอง
ร่างเพื่อนที่ยังคงนอนแน่นิ่งเต็มไปด้วยรอยบาดแผล
ยังไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ทั้งๆที่ผู้คนรายล้อมรอยกาย
แต่แม็กเวลก็ยังคงนอนแน่นิ่งไม่ตอบสนองใดๆ

'เพื่อน... รอก่อนนะ ฉันจะเป็นคนช่วยนายเอง...'

เด็กหนุ่มหันหลังและก้าวออกจากห้องด้วยสีหน้าที่
เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สีหน้าคร่ำเครียดอย่างทุกครั้ง
แต่มันเป็นสีหน้ามุ่งมั่นของคนที่ได้ตัดสินใจบางสิ่ง
อย่างแน่วแน่






TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Wed 12 Oct 2016, 16:43, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Mon 13 Jun 2016, 00:13

EP.10

"ไอน์ แม็กเคยไปห้องนายบ้างมั้ย?"

เช้าวันใหม่เริ่มด้วยคำถามของจิณณ์ที่ถูกส่งไปยังคนทั้งห้อง
วันนี้บรรยากาศดูผ่อนคลายมากขึ้นเพราะบุคคลที่ได้รับ
ผลกระทบมากที่สุดในห้องอย่างจิณณ์เริ่มมีรอยยิ้มขึ้นบ้างแล้ว
หลังจากที่วนถามคนเกือบครบห้องแล้วจึงถึงตาของไอน์บ้าง
จิณณ์เดินเข้ามาหยุดที่ข้างโต๊ะเรียนของเพื่อน

"ไม่นะ"

ไอน์ตอบพลางส่ายหน้า สีหน้าแสดงความสงสัยชัดเจน

"ปกติเราก็รวมตัวกันที่ห้องนายไม่ใช่เหรอ?"
"นั่นน่ะสิ"

จิณณ์ลูบคางครุ่นคิดประหลาดใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งเจอคำถาม
ที่ไม่มีคำตอบ ช่างน่าใจหายที่เอาเข้าจริงแล้วเขาไม่รู้
เรื่องของเพื่อนสนิทของตัวเองเลย ระหว่างที่แม็กเวล
ไม่ได้อยู่กับตัวเองนั้นเขาอยู่ที่ไหนและทำอะไรบ้าง
จิณณ์กลับไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้เลย สัมผัสที่แขนทำให้
เจ้าตัวหลุดออกจากภวังค์ ไอน์ผู้กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะ
ได้กำข้อมือเพื่อนเอาไว้

"คงไม่ได้คิดจะทำอะไรอันตรายอีกใช่ไหม?"
"ไม่ๆๆ"

คนตอบรีบส่ายหน้าพร้อมทั้งโบกไม้โบกมือไปมา
สัมผัสที่แขนบีบแรงขึ้นเล็กน้อยแสดงถึงความจริงจัง
ของผู้ถาม เมื่อนั้นเองที่จิณณ์ตัดสินใจปรับน้ำเสียง
จริงจังขึ้นนิดหน่อย

"ไม่ต้องห่วงน่า ฉันแค่อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับแม็ก
ให้มากกว่านี้ก็เท่านั้นเอง เผื่อจะประติดประต่อ
เรื่องได้มากขึ้น"

เพื่อนหนุ่มโคลงหัวและเคาะโต๊ะเบาๆระหว่างครุ่นคิด

"อืม.. ทำไมนายไม่ลองไปห้องแม็กดูล่ะ?"

.

.

.

ณ.หอพักนักเรียนในยามเย็นมีเหล่านักเรียนเดินสวน
กันประปราย บ้างก็อยู่ในชุดนักเรียน บ้างก็อยู่ในชุด
อยู่บ้านสบายๆ จิณณ์ยืนกอดอกพิงกำแพงข้างประตู
ลิฟต์ชั้นห้า ดวงตาสีดำจ้องมองคนที่กำลังเปิดประตู
เข้าห้องของพวกเขา ในเมื่อถูกคณะครูเฝ้ามองจนไม่
สามารถเข้าใกล้ริแอร์หรือคนอื่นๆได้ เขาจึงเปลี่ยน
วิธีด้วยการออกตามหาเบาะแสและหลักฐานที่มากพอ
ที่จะเพิ่มน้ำหนักคำพูดเพื่อให้ผู้อื่นยอมรับฟัง

เขายืนอยู่ที่นี่ตั้งแต่ตอนเลิกเรียนจนถึงปัจจุบัน
เวลาได้ล่วงเลยผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว เพราะไม่รู้
ว่าห้องของแม็กเวลอยู่ที่ไหนจิณณ์จึงมาลองยืน
ดักรอให้นักเรียนเข้าห้องพักในชั้นนี้จนหมดและ
หวังว่าจะมีประตูที่ไม่ได้ถูกจับต้องหลงเหลืออยู่
ซึ่งบางทีหนึ่งในนั้นอาจจะเป็นประตูห้องแม็กเวล

ถึงวิธีนี้จะกินเวลานาน ถ้าจะทำเช่นนี้กับทุกๆชั้น
ก็คงต้องใช้เวลาทั้งหมดเป็นอาทิตย์ แต่เป็นเพราะ
ไม่มีใครในห้องเป็นรูมเมทของแม็กเวลรวมทั้ง
ไม่ทราบว่าห้องของเขาอยู่ที่ใด ครั้นจะถามรุ่นพี่
รุ่นน้องก็เสี่ยงกับการที่เรื่องจะไปถึงครูคุณครู
มากเกินไป เขาจึงจำเป็นต้องทำทุกอย่างด้วย
ตัวคนเดียว

"อ๊ะ พี่จิณณ์ สวัสดีครับ"

คนเอ่ยทักทายคือภูมินทร์ที่มือข้างหนึ่งถือลูกฟุตบอลไว้
ส่วนอีกมือโบกมือพร้อมทั้งมองหน้าจิณณ์เพื่อหวังให้รู้ว่า
กำลังคุยด้วยอยู่ จิณณ์อ่านปานก่อนที่จะเอ่ยตอบ

"ไงภูมิ"

เด็กรุ่นน้องเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้า ทั้งสองยิ้ม
ทักทายกันตามประสา

"พี่มายืนรอใครรึครับ? ไม่เคยเห็นหน้าที่ชั้นนี้มาก่อนเลย"

รุ่นพี่ยังไม่ทันได้ตอบภูมินทร์ก็พูดต่อด้วยความที่นึกขึ้นได้

"อ้อ มารอพี่แม็กไปทานข้าวด้วยกันสินะครับ"

ภูมินทร์จำได้ว่ามักจะเห็นจิณณ์และแม็กเวลทานข้าวเย็น
ร่วมกันอยู่เสมอ บางวันก็มีรุ่นพี่ม.ห้าคนอื่นๆร่วมวงด้วย
บางวันก็เห็นอยู่กันแค่สองคน สีหน้าของจิณณ์เปลี่ยนไป
หลังจากที่ได้ยิน รอยยิ้มที่เคยมีผลันจางหาย ดวงหน้า
เศร้าสร้อยทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวทันทีว่าพูดในสิ่งไม่ควรออกไป


"ขอโทษครับ..."

เด็กหนุ่มยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเร็วไว จิณณ์ส่ายหน้าช้าๆ
เป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร แต่สีหน้าที่มีไม่ได้คล้ายคน'ไม่เป็นไร'
เลยสักนิด เขาพยายามเหยียดยิ้มมุมปากหวังให้รุ่นน้องสบายใจ
แต่ดูเหมือนจะได้ผลตรงข้าม ความรู้สึกที่พยายามจะปกปิด
ได้ถ่ายทอดผ่านสีหน้าอย่างชัดเจน

"พี่แม็ก.. ยังไม่ฟื้นเหรอครับ?"

ภูมินทร์มองรุ่นพี่ผู้พยักหน้ารับเป็นคำตอบ เขาไม่ได้ลืม
ว่าเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นกับแม็กเวล เพียงแต่เขาเชื่อว่า
แม็กเวลผู้ร่าเริงและเปี่ยมไปด้วยพลังงานคนนั้นไม่น่าจะ
เป็นอะไรไปได้ง่ายๆ เขาเชื่อสุดใจว่ารุ่นพี่จะต้องลุกขึ้น
มาหัวเราะร่าทั้งๆที่พึ่งรักษาตัวได้ไม่นานพร้อมทั้งพูดว่า
'แย่จัง พลัดตกดาดฟ้าซะได้ ฮ่าๆๆ' อย่างแน่นอน
แต่ดูเหมือนว่าเรื่องจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวังสินะ..

ระหว่างที่คุยกันอยู่ต่างฝ่ายก็ต่างไม่ทันมองว่ามีรุ่นน้อง
อีกคนหนึ่งมายืนอยู่เบื้องหลัง เด็กนักเรียนคนหนึ่งสะกิด
หลังภูมินทร์เบาๆเป็นการเรียก

"อ๊ะ เมอิน กำลังจะไปชมรมเหรอ? พี่ว่าจะแวะไป
ปรึกษาครูเกรียงไกรสักหน่อย แล้วจะตามไปนะ"

เด็กสาวตัวเล็กพยักหน้ารับ เธอหยิบกระดานที่ถืออยู่
ขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่าง

'งั้นขอยืมมือถือหน่อยค่ะ'

ภูมินทร์ล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงส่งให้อย่าง
ว่าง่าย เมอินพยักหน้าขอบคุณตามมารยาทที่ดี

"จะเอาไปทำอะไรรึ?"

เด็กสาวเขียนตอบบนกระดานอย่างคล่องแคล่ว

'เล่นเกมส์รอพี่ภูมิมาค่ะ มือถือหนูแบตหมด'

ทั้งสองคนต่างเป็นสมาชิกของชมรมกีฬา เมอินที่เคย
หวาดกลัวผู้ชายบัดนี้อาการได้ดีขึ้นมาก เธอสามารถ
พูดคุยกับหัวหน้าชมรมอย่างภูมินทร์ได้เป็นปกติ
เด็กสาวทำท่าจะเดินไปแต่นึกอะไรบางอย่างออก
จึงหยุดฝีเท้าไว้เสียก่อน เธอยกกระดานหันหน้าหา
หัวหน้าชมรมอีกคราว

'รหัสมือถือเลขอะไรคะ?'

เมื่อได้คำตอบแล้วเด็กสาวจึงพยักหน้ารับอีกครั้ง
ก่อนจะเดินจากไป ภูมินทร์มองร่างเล็กเดินเข้า
ลิฟท์ไปก่อนที่ตัวเขาจะบอกลารุ่นพี่บ้าง

"งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ผมกลัวครูเกรียงไกร
แกจะออกเวรไปซะก่อน ยังไงผมก็เป็นกำลังใจ
ให้พวกพี่ๆเสมอนะครับ"

จิณณ์คลี่รอยยิ้มบางให้กับรุ่นน้องที่เดินตามลงลิฟท์
ไปอีกคน เมื่อเหลือคนเดียวแล้วเขาจึงกลับมาครุ่นคิด
อีกครั้ง ถ้าเขาต้องใช้เวลาในการเฝ้ารอคนเข้าห้องพัก
ทุกคนในทุกๆชั้น หอพักนักเรียนมีทั้งหมดแปดชั้น
เพราะฉะนั้นเขาจึงจะต้องใช้เวลาแปดวันในการค้นหา
ว่ามีห้องไหนในหอพักที่ยังไม่มีคนเข้าไป ซึ่งแผนนี้
ดำเนินจากการคาดการณ์ที่ว่าแม็กเวลไม่มีรูมเมท
เพราะจิณณ์ไม่เคยเห็นเพื่อนพูดเรื่องรูมเมทมาก่อน
ทั้งๆที่เจ้าตัวเป็นคนที่มักจะเล่าเรื่องสัพเพเหระรอบกาย

ถ้าทฤษฏีนี้ไม่เป็นจริงสิ่งที่กำลังทำอยู่ก็จะไร้ความหมาย
เพราะคนที่เป็นรูมเมทของแม็กเวลอาจจะเข้าออกห้อง
ตอนไหนก็ได้โดยที่ไม่สัมพันธ์กับทฤษฏีประตูที่ไม่ถูกเปิด
ทว่าถึงจิณณ์จะสำรวจห้องที่ไม่ถูกเปิดจนครบแปดชั้นแล้ว
แต่เขาก็ไม่มีรหัสที่จะใช้เปิดประตูเข้าห้องอยู่ดี

หอพักนักเรียนใช้ระบบการกรอกรหัสตัวเลขสี่ตัวในการ
ปลดล็อคประตู ซึ่งนอกจากรหัสสี่ตัวที่ทุกคู่รูมเมทมี
ร่วมกันแล้วก็มีเพียงรหัสมาสเตอร์คีย์ฉุกเฉินที่ทาง
มีเพียงผู้คุมระบบรักษาความปลอดภัยกับผู้อำนวยการ
เท่านั้นที่ล่วงรู้ จิณณ์ยืนคิดหาวิธีการต่างๆโดยไม่รู้ตัว
ว่าตอนนี้คิ้วกำลังขมวดปมจนแทบจะผูกเป็นโบว์อยู่แล้ว
เขานึกย้อนไปถึงอดีตและพยายามค้นหาข้อมูลเท่าที่มี
ในความทรงจำ

'แม็ก มือถือนายรหัสอะไร?'
'1410 วันเกิดกับเดือนเกิดของฉันเอง'
'เล่นง่ายจัง'
'ฮ่าๆๆๆๆๆ'


ภาพในความทรงจำแล่นอยู่ในสมอง ทันใดนั้นเอง
ที่ดวงตาสีดำเบิกกว้าง ในที่สุดก็คิดอะไรออกแล้ว

"1410 ยังไงล่ะ!!"

ประกายแห่งหวังฉายแววขึ้นในดวงตาสีดำสนิท






TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Tue 14 Jun 2016, 02:37

EP.11

โถงทางเดินภายในหอพักนักเรียนตอนนี้มืดสนิท
บรรยากาศรอบข้างแสนเงียบงัน มีเพียงเสียงขยับ
ของเข็มนาฬิกาประจำชั้นที่ขับเคลื่อนทุกวินาที
เข็มสั้นของนาฬิกาชี้ยังเลขสิบสอง ซึ่งเป็นช่วง
เวลาที่ทางหอพักได้ทำการปิดไฟโถงทางเดิน
และหวังว่านักเรียนจะเข้านอนกันพร้อมหน้า
แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะในคืนนี้ยังมี
นักเรียนอีกคนหนึ่งผู้เดินอยู่ท่ามกลางความ
มืดมิด จิณณ์ที่อยู่ในชุดอยู่บ้านกำลังใช้ไฟ
จากหน้าจอมือถือส่องทางเดินเบื้องหน้าด้วย
ท่าทีแสนระมัดระวัง

'ถ้าโดนจับได้ต้องโดนหาว่าเป็นไอโรคจิตแน่ๆ...'

เขาคิดในใจระหว่างเดินย่องวางเท้าเสียงเบา
ก็จะให้ไม่กลัวได้อย่างไรกันเล่า ในเมื่อตอนนี้
เขาได้ตัดสินใจที่จะลองคีย์รหัส '1410' กับทุกๆ
ห้องภายในหอพักนักเรียนและหวังว่าจะอาจจะ
สามารถเปิดประตูห้องใดห้องหนึ่งได้ แต่ถ้าเกิด
บังเอิญว่ามีห้องอื่นที่ใช้รหัสเดียวกันอยู่อีกล่ะ?
แล้วถ้าเกิดว่าห้องนั้นเป็นห้องของเด็กสาวตาใส
รุ่นน้องที่อยู่กันสองคนล่ะ? เขาจะมิวายโดนข้อหา
เพิ่มกลายเป็นพวกหื่นกามที่บุกห้องผู้หญิงในยาม
วิกาลอย่างนั้นน่ะเหรอ?

จิณณ์กลืนน้ำลายเอือกหนึ่ง ขนาดแค่ตอนนี้ยัง
ถูกคณะครูจับตามองกันทั้งโรงเรียน ถ้าโดนจับ
ด้วยข้อหาใหม่อีกคราวนี้หัวหน้าฝ่ายปกครอง
คงย้ายมานอนห้องเขาเพื่อคุมความประพฤติตลอด
24 ชั่วโมงอย่างแน่นอน เด็กหนุ่มส่ายหน้าสะบัด
ความกลัวออกจากจิตใจ เขาจะเอาแต่กลัวไม่ได้
ในเมื่อเขาเป็นคนเดียวที่จะช่วยเพื่อนตามหาคนร้าย
เมื่อคิดเช่นนั้นแล้วสีหน้าที่เคยซีดเซียวก็ดูมี
ขวัญกำลังใจขึ้นมาบ้าง

เขาชะงักมือเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจลองกรอก
รหัสลงบนประตูบานแรก

'.....'

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสียงถอนหายใจดังขึ้นอย่างที่
เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจ ถึงจะกำลังตามหาห้องแม็กเวล
อยู่แต่ใจหนึ่งก็รู้สึกกลัวสิ่งที่อยู่หลังประตู ไม่ว่าจะ
เปิดผิดหรือถูกห้องก็ตาม ลึกๆแล้วเขากำลังกลัวที่
จะรับรู้ความจริง โดยปกติแล้วจิณณ์มักจะใช้ชีวิต
เรียบง่ายและไม่ยึดมั่นถือมั่นกับอะไรมากนัก
หากความจริงแล้วเขาอาจจะเป็นคนขี้กลัวที่ไม่ต้อง
การเจ็บปวด ถ้าไม่ตั้งใจก็ไม่จำเป็นต้องเสียใจ
ถ้าไม่เชื่อมั่นก็ไม่จำเป็นต้องผิดหวัง หลายครั้งที่
เขามักจะหลอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ุทุกอย่างที่มีอยู่นั้นดีอยู่แล้ว ซึ่งลึกๆแล้วก็รู้อยู่แก่ใจ
ว่ามันไม่จริง ถึงจะเป็นเขาที่ดูไม่คิดอะไรก็มีเรื่อง
กลัดกลุ้มใจอยู่บ้างเช่นกัน

ถึงอยากจะหนีความจริงเพียงใดแต่เขาก็ไม่สามารถ
ทำได้ในครั้งนี้ เพราะครั้งนี้เขาจะยืนยัดในความคิด
ของตนเพื่อที่จะบอกให้ผู้อื่นรับรู้ให้จงได้ว่าสิ่งที่
เกิดขึ้นกับแม็กเวลมันไม่ใช่อุบัติเหตุ

จิณณ์สูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ก่อนจะก้าวเดิน
เพื่อทดลองคีย์รหัสที่ห้องถัดไป ความกลัวที่มีส่งผล
ให้จังหวะของหัวใจเต้นไวขึ้น เพียงนาบมือสัมผัส
ก็รู้สึกเหมือนหัวใจจะหลุดออกมาจากอก เขากลัว
เหลือเกิน ไม่ชอบทั้งความมืดและกลัวสิ่งต่างๆที่
อาจจะเกิดขึ้น แต่ถึงจะกลัวเพียงใดเด็กหนุ่มก็ยัง
กัดฟันพยายามต่อไปห้องแล้วห้องเล่าโดยไม่ท้อถอย

หนึ่งชั้นผ่านไป.. สองชั้นผ่านไป.. สามชั้นผ่านไป
ผ่านล่วงเลยไปจนถึงชั้นที่หก..

'แกร๊ก'

ดวงตาสีดำเบิกกว้างพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัว
หลังจากที่กรอกรหัสลงยังบนประตูห้องหนึ่ง
เสียงปลดล็อคประตูห้องก็ดังขึ้นก่อนที่ประตูจะถูก
แง้มออกเล็กน้อย

'เอาจริงดิ.. นายจะตั้งรหัสห้องง่ายไปแล้ว'

ความรู้สึกที่หลากหลายวิ่งวนอยู่ภายในใจ
มือที่กำลังจับลูกบิดประตูเองก็สั่นคลอนไม่เป็นงาน
เด็กหนุ่มหลับตาแน่นเพื่อพยายามรวบรวมสติ
มาถึงขนาดนี้แล้วก็มีแต่ต้องเดินหน้าต่อไป!!
ถ้าผิดห้องจริงค่อยหาทางแก้ตัวทีหลัง ตราบใด
ที่ไม่เข้าไปเจอะสาวน้อยกำลังเปลี่ยนเสื้ออย่าง
ที่มักเกิดขึ้นในการ์ตูนญี่ปุ่นก็ไม่น่าจะเป็นอะไร
เขาปลอบใจตัวเองซ้ำไปซ้ำมาก่อนจะตัดสินใจ
แง้มประตูเบามือเพื่อแอบมองด้านใน สิ่งที่เห็น
ผ่านช่องเล็กๆมีเพียงความมืดมิด แม้จะหรี่ตา
เพ่งเพียงใดก็ไม่เห็นสิ่งใดๆภายในห้อง

ร่างสูงยืนลังเลอยู่สักพักก่อนจะฮึดใจสู้รีบพรวด
เข้าไปในห้องและรีบปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว
เขายืนหันหลังพิงประตูระหว่างนิ่งเงียบรอดู
ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ ถ้ามีคนนอนอยู่ในห้อง
ก็จะต้องตื่นด้วยเสียงปิดประตูอย่างแน่นอน
ดวงใจที่ลุ้นระทึกทำเอาเริ่มรู้สึกหน้ามืดตามัว
เขากำหนดลมหายใจเข้าออกช้าลงหวังให้ตัวเอง
ใจเย็นลง เหงื่อผุดขึ้นเล็กน้อยตามขมับทั้งสองฝั่ง
เมื่อยืนอยู่สักพักจนมั่นใจแล้วว่าไม่มีการเคลื่อนไหว
ของสิ่งใดๆ แปลว่าน่าจะไม่มีใครอยู่ เขาจึงตัดสินใจ
เอื้อมมือเปิดสวิตไฟ

'กึก'

ไฟส่องสว่างเผยภาพห้องโล่งกว้าง เด็กหนุ่มกะพริบตา
สองสามทีเพื่อปรับตัวให้เข้ากับแสง ดวงตาสีดำสนิท
กวาดสายตามองรอบห้องพักแปลกตา ภายในห้อง
มีเพียงเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่และตู้กับโต๊ะซึ่งเป็นเฟอนิเจอร์
พื้นฐานที่ทางหอพักนักเรียนได้จัดเตรียมเอาไว้ให้
นอกจากนั้นแล้วก็แทบไม่มีเครื่องใช้ส่วนตัววางให้เห็น
ห้องโล่งราวกับไม่มีใครอยู่นี้ทำให้รู้สึกโหวงใจอย่าง
ประหลาด ลิงแม็กเวลที่เขารู้จักจะเป็นคนเก็บห้อง
เรียบร้อยสะอาดวิ้งได้ขนาดนี้เชียวหรือ? ห้องแม็กเวล
ที่เขาเคยจินตนาการไว้คือห้องที่เต็มไปด้วยกองเสื้อผ้า
ที่วางกองอยู่บนพื้นและมีถุงขนมคบเคี้ยวที่เปิดแล้ว
วางอยู่ ซึ่งมันตรงข้ามกับสิ่งที่เห็นอยู่โดยสิ้นเชิง

ห้องโล่งสะอาดตาแทบไร้ซึ่งร่องรอยการอยู่อาศัย
เขายกมือขึ้นลูบแขนตัวเองเบาๆ ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่า
ห้องนี้ไม่น่าอยู่เอาเสียเลย...

จิณณ์เดินสำรวจรอบห้องโล่งเปล่า สิ่งหนึ่งผิดแปลก
ไปจากห้องของเขาคือชั้นวางของติดผนังที่อยู่สูงเกิน
ระดับสายตา ทั้งๆที่เขาค่อนข้างมั่นใจในความสูงของ
ตัวเอง แต่ชั้นวางของไม่ว่าจะเป็นที่ข้างหัวเตียงหรือ
ข้างโต๊ะเขียนหนังสือก็ล้วนถูกจัดวางอยู่เลยระดับ
สายตาของเขาไปทั้งสิ้น ของทุกอย่างภายในห้อง
แห่งนี้ถูกจัดเก็บไว้ในกล่องอย่างเรียบร้อยและเป็น
ระเบียบ นั่นคือคำอธิบายว่าทำไมถึงไม่เห็นของใช้
ส่วนตัวอยู่บนโต๊ะหรือที่ใด แม้จะไม่อยากละลาบ-
ละล้วงรื้อของคนแปลกหน้าโดยไม่ได้ขออนุญาต
แต่ถ้าไม่ทำก็ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าห้องแห่งนี้
เป็นห้องของใคร

เขาตัดสินใจเปิดประตูตู้เสื้อผ้าขึ้น ในใจก็เอ่ยขออนุญาต
เจ้าของห้องไปพลาง ดวงตาสีดำกวาดสายตามองเสื้อผ้า
ภายในตู้ ตู้เสื้อผ้ายังคงถูกจัดอย่างเป็นระเบียบเช่นเคย
แต่สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะทางหอพักนักเรียนเป็นคน
จัดการเรื่องซักรีดเสื้อผ้า แม่บ้านก็แขวนเสื้อที่ห้องเขา
เรียบร้อยแบบนี้เช่นกัน เมื่อมองไปรอบๆจึงสะดุดตากับ
เนกไทสีน้ำเงินเข้า มันคือเนกไทของนักเรียนชายชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ห้า ซี่งมีความเป็นไปได้มากขึ้นว่าห้อง
แห่งนี้จะเป็นห้องของแม็กเวล แต่อีกใจหนึ่งจิณณ์ก็คิด
ว่ามันเหมาะที่จะเป็นห้องของพ่อหนุ่มประธานนักเรียน
ผู้เรียบร้อยอย่างไอน์เสียมากกว่า

เขาปิดตู้เสื้อผ้าและเดินไปสำรวจที่โต๊ะเขียนหนังสือต่อ
เมื่อเปิดลิ้นชักชั้นบนสุดออกจึงพบกับหูฟังยี่ห้อที่มีโลโก้
เป็นรูปตัวบีซึ่งจำได้ดีว่ามันคือหูฟังยี่ห้อโปรดของแม็กเวล
เครื่องเขียนอันกระจัดกระจายในลิ้นชักทำให้รู้สึกชื้นใจขึ้นบ้าง
เพราะความเป็นระเบียบของห้องทำให้รู้สึกอึดอัดใจอย่างบอก
ไม่ถูก ไม่ใช่ว่าจิณณ์พิสมัยความรกหรืออะไร แต่ห้องแห่งนี้
เป็นระเบียบเสียจนเหมือนห้องพยาบาลเสียมากกว่าห้องพัก
อาศัย แถมเขายังไม่สามารถรู้สึกถึง'ชีวิต'และความอบอุ่น
ภายในที่แห่งนี้ มันเป็นห้องว่างเปล่าที่ไม่สะท้อนความรู้สึกใดๆ
ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่กวนใจจิณณ์เป็นอย่างมาก

ในลิ้นชักชั้นที่สองมีสมุดเล่มวางอยู่เล่มหนึ่ง ดูจากสภาพ
แล้วน่าจะเป็นสมุดที่ถูกใช้งานอยู่เป็นประจำ ที่หน้าปก
มีข้อความที่เขียนไว้ด้วยลายมือที่พออ่านออกว่า

Maxwell's Diary

'ที่นี่ห้องของนายจริงๆด้วยสินะ...'

จากที่ไม่ค่อยมั่นใจก็ตกลงเชื่อในที่สุด จิณณ์จำได้ว่า
สมัยมัธยมต้นการเขียนไดอารี่เป็นสิ่งที่ฮิตฮอตในบรรดา
เพื่อนสาวร่วมห้องเป็นอย่างมาก บางทีพวกเธอก็นำสมุด
ไดอารี่มาเขียนที่โรงเรียนและวาดภาพน่ารักๆลงไป
แต่ทุกครั้งที่เขาขอดูก็จะโดนปฏิเสธทุกครั้งไป สาวๆ
บอกกับเขาว่า 'ไดอารี่เป็นเรื่องส่วนตัวมากนะ'
เขาจึงจำมาตลอดว่าไดอารี่คือของส่วนตัวที่ไม่ควร
ย่างกายเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่มันเป็นเบาะแสเดียวที่มีอยู่
ข้างในอาจจะมีข้อมูลสำคัญเขียนอยู่ก็เป็นได้

"ขอโทษนะเพื่อน ขอดูหน่อยนะ"

เสียงเอ่ยขึ้นทั้งๆที่รู้ว่าเพื่อนไม่ได้ยืนอยู่ด้วย
เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายก่อนค่อยๆแง้มสมุดเปิดดูด้านใน
กระดาษแผ่นบางถูกแต้มสีสันด้วยบทความภาษา
อังกฤษอันเป็นภาษาบ้านของแม็กเวล จิณณ์กร่น
น้ำเสียงในลำคอพลางนึกคิด

'ลายมือแย่ยังไม่พอ ยังเขียนด้วยภาษาอังกฤษอีก ;_;'

ด้วยความที่ไม่ได้ยินจึงทำให้จิณณ์ไม่ค่อยมีความ
สนใจในด้านภาษา ราวกับความรู้ภาษาอังกฤษของเขา
หยุดอยู่ในยุคสมัยที่ยังสามารถได้ยินได้อยู่ ซึ่งมันก็
ผ่านมาหลายปีมากแล้ว แต่ถ้าให้อ่านตัวอักษาเขา
ก็ยังพอจับใจความได้มากกว่าการอ่านปากระดับหนึ่ง
เด็กหนุ่มไล่สายตาอ่านเนื้อความในแต่ละวัน ทันใด
นั้นเองที่สะดุดมองเห็นชื่อตัวเองเข้า

'Jinn scold me for such a bad grade again,
But I knew he just worried about me.
So I was happy ♫'


รอยยิ้มเผยขึ้นบนใบหน้าที่เคยนิ่งเรียบ ร่างสูงหยิบหนังสือ
และเดินถอยหลังไปนั่งที่ริมขอบเตียงก่อนจะตั้งใจอ่าน
เนื้อความโดยละเอียด บางประโยคก็ทำให้เขายิ้มกว้าง
บางประโยคก็ทำเอาขมวดคิ้ว บางทีก็เผลอหัวเราะออกมา
เขาเข้าใจทุกสิ่งที่เขียนอยู่ในไดอารี่เล่มนี้ เพราะมันคือ
ความทรงจำที่พวกเขามีร่วมกัน เพราะเห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน
จึงไม่เคยใส่ใจนึกถึง ไม่เคยนึกคิดว่าข้างกายของตัวเอง
มักจะมีแม็กเวลตัวป่วนคอยก่อกวนอยู่เสมอ พอมารู้ตัว
อีกทีก็ไม่มีอยู่อีกแล้ว...

'แปะ'

ร่างสูงสะดุ้งเมื่อเห็นหยดน้ำหยดลงบนกระดาษบาง
ใบหน้าที่มักยิ้มแย้มบัดนี้เปื้อนไปด้วยสายน้ำตา
ทันทีที่รู้ตัวเขาก็รีบยกมือปาดเช็ดหางตาที่เปียกชุ่ม
ริมฝีปากเรียวเม้มแน่น จากที่ค่อยๆตั้งใจอ่านก็ผลัน
รีบพลิกหน้าอ่านผ่านๆแทน ความทรงจำที่ดีทำให้
เขารู้สึกเจ็บปวด อดีตที่สนุกสนานทำให้รู้สึกกลัว
ว่าจะได้มีวันนั้นอีกหรือไม่ ไดอารี่หน้าหลังๆเริ่ม
กล่าวถึงความทรงจำในส่วนที่เขาไม่มีและชื่อใคร
บางคนที่เขาไม่รู้จัก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วย
ความแคลงใจ พวกเขาอยู่ด้วยกันแทบตลอดเวลา
แล้วแม็กเวลเอาเวลาที่ไหนไปอยู่กับคนที่เขา
ไม่รู้จัก? แถมคนๆนั้นยังดูจะไม่ค่อยปฏิบัติตัวดี
กับแม็กเวลเสียเท่าไหร่อีกด้วย จิณณ์พลิกสมุด
มาจนหน้าสุดท้าย ทันใดนั้นเองที่ดวงตาเบิกกว้าง
มองข้อความเพียงประโยคเดียวที่ถูกเขียนอยู่
กลางหน้ากระดาษ สีหน้านั้นราวกับไม่เชื่อใน
สิ่งที่เห็น


'Alex tried to kill me'


ไดอารี่เล่มบางตกลงพื้นพร้อมกับดวงใจที่หายวาบ






ครึ่งเรื่องแล้วเจ้าข้าเอ้ยย มาเข็นกันต่อไปปป

นรินทร์ทรานสเลท:

'Jinn scold me for such a bad grade again,
But I knew he just worried about me.
So I was happy ♫'

'โดนจิณณ์ดุเพราะได้เกรดไม่ดีอีกแล้ว แต่ฉันรู้ว่าเขาแค่
เป็นห่วง เพราะฉะนั้นเลยรู้สึกดีใจจัง♫'

'Alex tried to kill me'

'อเล็กซ์พยายามฆ่าฉัน'

TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Wed 12 Oct 2016, 16:41, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  EinZ on Tue 14 Jun 2016, 02:47

โอ้ ชื่อเรื่องมาแล้ว

Signature ------------------------------------------------>
Blind can't hide your Heart
--Can you hear my heart?---

เป็นปู่นี่มันหล่อจริงๆ ( ͡° ͜ʖ ͡°)



EinZ

INFO. Isara Pattanasak
ผช.ศ.ภาควิชาภาษาเบรลล์
ชมรม : สภานักเรียน (★)
-10% Grade Exp.

Ore Ore : 299
Spirit Point : 98451509
CHIPS +63 M 48 K 764

สามารถ สวมใส่-ถอด เข็มกลัดชิ้นนี้ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไอเทม | ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
436/1720  (436/1720)

ดูข้อมูลส่วนตัว http://dongseng23.deviantart.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Maxwell's Diary [EP.18][END]

ตั้งหัวข้อ  Dear on Tue 14 Jun 2016, 06:07

แปะๆ


Signature ------------------------------------------------>
You can see me near the window o3o

Dear        

Dear

INFO. Napassawan Budwat
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6
ชมรม : ตะหลิวทองคำ
-5% Grade Exp.

Ore Ore : 297
Spirit Point : 51154700
CHIPS +12 M 904 K 163

ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
200/1410  (200/1410)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
QUAINT & NOBLEMAN (EST.1990) © Copyright 2015, All Rights Reserved.