Narin in Summer [EP.22][END]

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Sun 21 Jun 2015, 16:23

เรื่องย่อ

ปิดเทอมหน้าร้อนเป็นช่วงเวลาที่เงียบเหงาสำหรับ นรินทร์ ผู้อำนวยการแห่งควิ้นท์
เพราะฉะนั้นเขาจึงถูกเชิญชวนให้ไปอยู่กับ เรเน่ กิลเล็ต ผู้เป็นเจ้านายของเขา
รวมถึงเจ้าของโรงเรียนแห่งนี้ เมื่อไปที่สวิตเซอร์แลนด์แล้วนรินทร์จึงได้สัมผัส
กับชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งรวมทั้งเบื้องหลังชีวิตของเรเน่ และความจริงของ 'กิลเล็ต'




Intro

วันนี้เป็นวันประกาศปิดเทอมหน้าร้อนของโรงเรียนควิ้นท์
โรงเรียนที่ปกติมีมีคนไม่มากบัดนี้เต็มไปด้วยเหล่าผู้ปกครอง
ที่พากันมารับลูกหลานกลับบ้าน บ้างก็ถือกล่องลังข้าวของ
บ้างก็มากับรถบรรทุกขนาดย่อมเพื่อขนข้าวของออกจากหอ
ประตูทางออกและโซนประชาสัมพันธ์ที่ปกติเงียบเป็นป่าช้า
วันนี้กลับคึกคักวุ่นวาย พนักงานต้อนรับเองก็วุ่นอยู่กับการ
ลงทะเบียนเข้าออกของผู้ปกครอง ท่ามกลางความวุ่นวาย
นั้นมีผู้อำนวยการโรงเรียนผู้กำลังยืนโบกมือลานักเรียนอยู่

"แล้วพบกันใหม่นะคะผอ." ไอรีนบอกลาน้ำเสียงเริงร่า
"เดินทางกลับบ้านดีๆด้วยนะครับ" นรินทร์ตอบเสียงนุ่ม
เขาโบกมือลาไอรีนรวมถึงนักเรียนคนอื่นๆที่ทักทายเป็นระยะ
"ผมไปก่อนนะครับ" อิสรากล่าวระหว่างที่จับข้อศอกของ
ผู้เป็นยายเอาไว้ แม้จะเป็นถึงประธานนักเรียนแต่เขาเอง
ก็ต้องกลับบ้านเช่นนักเรียนคนอื่นๆ อิสราโน้มตัวเคารพ
อย่างสุภาพแม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายมองไม่เห็นก็ตาม
"เดินทางปลอดภัยนะครับ" นรินทร์เอ่ยกลับอย่างห่วงใย
จนคุณตาและคุณยายของอิสราอดไม่ได้ที่จะหันมาบอก
ว่าจะขับรถอย่างปลอดภัย รวมทั้งแซวว่าห่วงจนเริ่มไม่-
แน่ใจแล้วว่าอิสราเป็นคนของพวกเขาหรือของนรินทร์กันแน่

"ผมเป็นผอ. ก็ต้องห่วงนักเรียนที่น่ารักของผมอยู่แล้วสิครับ"
ผู้อำนวยการหัวเราะชอบใจ เสียงหัวเราะเริงร่านั้นอดทำให้
คู่ตายายหัวเราะตามไปด้วยไม่ได้ หลังจากยืนคุยกันอยู่สักพัก
ผู้ปกครองทั้งสองจึงขอตัวพาหลานกลับบ้านเนื่องจากบ้านไกล
และเป็นห่วงว่ารถจะติด

"ผมกลับก่อนนะครับ" อิสราเอ่ยอีกครั้งก่อนเดินตามยายไป
หากเดินไปได้ไม่ไกลเขาก็หยุดเดินแล้วหันกลับมาอีก
"ผมไปก่อนนะครับ" ประธานนักเรียนก้มหัวให้อีกคราว
ผู้อำนวยการยังคงโบกมือลาด้วยรอยยิ้มเหมือนเก่า
อิสราหันหลังเดินไปได้ไม่ไกลเขาก็หันกลับมาโผงกหัว
หงึกๆอีกหน เขาบอกลาซ้ำแล้วซ้ำเล่าแม้ตัวเองจะเดิน
ห่างออกไปไกลแล้ว หากสำหรับคนพิการทางสายตาแล้ว
ถ้าไม่ได้สัมผัส.. ก็ไม่มีทางรู้ว่าอยู่ใกล้หรือไกลแค่ไหน

"พี่ไอน์นี่น่ารักจริงๆเลยนะคะ ตัวอยู่นู้นนนแล้วยังบอกลา
อยู่เลย เขาพูดอะไรแคลก็ไม่ได้ยินแล้วละค่ะ ไกลเกิ๊น"
"ไอน์บอกว่า ‘ผมไปก่อนนะครับ’ น่ะ" จิณณ์เสริม
"สวัสดีครับจิณณ์ แคล จะกลับบ้านกันแล้วเหรอครับ?"
"ครอบครัวของผมรออยู่บนรถแล้ว ที่เสียงดังๆตรงนู้นน่ะครับ"
ห่างออกไปไม่ไกลมีเสียงของเด็กสาวที่กำลังเจี้ยวจ้าวร้องเรียก
พี่ชายของเขาอยู่ จิณณ์ตอบรับและรีบวิ่งไปยังรถคันดังกล่าว
ผู้อำนวยการรอจนเสียงปิดประตูรถดังขึ้นก่อนจะหันกลับมา
คุยกับเด็กสาวข้างกาย เขาหยิบบางอย่างออกจากกระเป๋า
กางเกง

"แคล นี่พาสปอตนะครับ ผมส่งเอกสารจำเป็นทั้งหมดให้
กับคนขับรถแล้ว พวกเขาจะไปส่งเธอถึงที่อิตาลี่เลย
ส่วนนี่ก็.. ติดตัวไว้ทานขนมนะครับ อิตาลี่จะต้องมี
ร้านคาเฟ่อร่อยๆอยู่เยอะแยะแน่นอนเลย!!"
นรินทร์หยิบเช็คเงินสดจากกระเป๋าเสื้อสอดไว้ให้
ในพาสปอตเล่มเล็กและมอบให้กับเด็กสาว
"ขอบคุณค่ะผอ. แต่ว่า.. ถ้าหนูไปผอ.ก็ต้องอยู่คนเดียว.."

"ผมไม่เป็นไรครับ นี่เป็นโอกาสที่แคลจะได้เรียนรู้
เพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่แคลรักนะ โรงเรียนศิลปะที่นั่น
ขึ้นชื่อมาก แถมยังเป็นที่เดียวกับที่พ่อของเธอเคยเรียน
ถึงจะเป็นแค่การเรียนซัมเมอร์แต่ผมก็เชื่อว่ามันจะต้อง
ได้อะไรกลับมามากมายอย่างแน่นนอนครับ!!" นรินทร์
กล่าวพร้อมทั้งเอื้อมมือควานหาไหล่เล็กและจับมันเอาไว้แน่น
"แคลตั้งใจเรียน เที่ยวให้สนุก ไม่ต้องห่วงผมนะ โอเคมั้ย?"

"ค่ะ.." ซัมเมอร์ปีนี้แคโรไลน์ได้มีโอกาสไปเรียนพิเศษที่โรงเรียน
ศิลปะแห่งหนึ่งในอิตาลี่ เนื่องจากดูเหมือนว่าพรสวรรค์ของเธอ
จะเริ่มตื่นขึ้นมาทีละน้อย และโรคตาบอดสีที่พ่อของเธอรังเกียจ
หนักหนานั่นก็สามารถนำมาดัดแปลงใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
อันที่จริงแคโรไลน์อยากจะอยู่เป็นเพื่อนนรินทร์มากกว่าแต่เธอรู้ดีว่า
ผู้ชายคนนี้ถ้าได้ตัดสินใจอะไรสักอย่างไปแล้วมันก็เป็นเรื่องป่วยการ
ที่จะไปเถียงกับเขา ถึงจะเห็นนิ่มๆแบบนี้แต่ก็ดื้อเงียบน่าดู

"ดูแลตัวเองนะครับ ถึงแล้วติดต่อผมมานะ" นรินทร์ยิ้มหวานบอกลา
แคโรไลน์ที่กำลังเดินไหล่ตกไปขึ้นรถคันสวยที่กำลังจอดรอเธออยู่
ผู้อำนวยการยืนฟังเสียงรถคันนั้นค่อยๆจากออกไปเงียบๆ เขายืน
ส่งนักเรียนกลับบ้านและบอกลานักเรียนทุกคนที่เข้ามาทักทาย
ตั้งแต่คนแรกจนไปถึงคนสุดท้าย ในที่สุดบรรยากาศคึกคักก็ผลัน
กลายเป็นเงียบสนิท ไร้ซึ่งนักเรียนและผู้ปกครองอีกต่อไป จะมีก็
เพียงพนักงานประชาสัมพันธ์ที่นั่งกดคีร์บอร์ดเช็คความเรียบร้อย
ก่อนที่จะเตรียมตัวกลับบ้าน

"ไม่มีใครอยู่ที่นี่แล้วสินะ.." นรินทร์ถอนหายใจแผ่วเบา
"ดิฉันยังอยู่นะคะ" อยู่ๆเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างกายกะทันหัน
"แย๊ก คุณรัต!! มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่" ผู้อำนวยการสะดุ้งเฮือก
"ดิฉันนั่งหลับอยู่ใต้เค้าเตอร์ประชาสัมพันธ์มาตั้งแต่เช้าแล้วละค่ะ"
"คุณนี่ช่างทำงานคุ้มเงินเดือนจริงๆเลยนะครับ.." เขากึ่งว่ากึ่งแซว
"คุณรัตเองก็จะกลับบ้านใช่ไหม? ไปเก็บข้าวของเถอะครับ
ครอบครัวคุณอยู่ที่อังกฤษสินะ? ผมจะให้คนไปส่งคุณที่สนามบินนะ"
"ค่ะ ดิฉันเก็บของเรียบร้อยแล้ว ผอ.เองก็ไปเริ่มเก็บของซะนะคะ?"
"เอ๋? เก็บของไปไหนครับ? ผมไม่ได้มีแพลนจะไปไหนนี่นา?"

"ดิฉันรายงานเจ้านายว่าคุณจะต้องอยู่โรงเรียนเพียงลำพัง
แสนโดดเดี่ยวเดียวดาย เจ้านายก็เลยบอกให้คุณไปอยู่กับเธอ
ในช่วงซัมเมอร์นี้ค่ะ ตั๋วเครื่องบินอยู่บนโต๊ะทำงานคุณแล้ว
เครื่องออกคืนนี้.. ขอให้สนุกนะคะผอ. อุ๊บส์.." รัตติกาล
กลั้นหัวเราะก่อนจะหันหลังเดินจากไปทิ้งให้อีกฝ่ายยังยืนงง
อยู่เช่นนั้น

"เอ๊ะ?.. เอ๋?.. น นี่ผมจะต้องไปสวิตอย่างนั้นเร้ออ!!"





TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Tue 13 Oct 2015, 18:03, ทั้งหมด 17 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Sun 21 Jun 2015, 20:00

EP.01

ณ.สวิตเซอร์แลนด์

พอรู้ตัวอีกทีผู้อำนวยการของโรงเรียนควิ้นท์ก็มายืนอยู่ใน
ท่าอากาศยานซูริกซึ่งเป็นสนามบินใจกลางของสวิตเซอร์-
แลนด์เสียแล้ว ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมากจนนรินทร์เองก็ยัง
ใจหายที่รู้ตัวอีกทีก็ไม่สามารถสื่อสารกับคนรอบข้างได้แล้ว
ถึงระยะเวลาที่ผ่านมาจะทำให้เขาเก่งภาษาอังกฤษขึ้นมาก
แต่สวิตเซอร์แลนด์ดันเป็นประเทศที่มีภาษาหลักถึงสี่ภาษา
เรียกได้ว่าชวนเวียนหัวสุดๆไปเลย

"นรินทร์~~" ยืนรออยู่ไม่นานเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น
ตามมาด้วยร่างของหญิงสาวที่วิ่งเข้ามาหาอย่างเริงร่า
ถึงท่าทางและจังหวะการวิ่งจะดูเอื่อยเชื่อยไปบ้างแต่
ถึงอย่างนั้นเสียงที่ร้องเรียกก็แสดงความคิดถึงชัดเจน
เธอคือสาวน้อยเจ้าของผมสีครีมตัดสั้น ร่างกายที่ถึง
แม้จะใส่เสื้อผ้ามิดชิดก็ยังดูเย้ายวนนั้นเรียกสายตา
รอบข้างได้ไม่น้อย วันนี้เธอมากับชุดกระโปรงยาว
สบายตากับแว่นกันแดดที่ใส่อยู่แทบตลอดยามอยู่
ภายนอกบ้าน

ทันทีที่หญิงสาววิ่งเข้ามาใกล้นรินทร์ก็จับเธออุ้มขึ้น
และหมุนตัวไปรอบๆ ร่างบางหัวเราะชอบใจก่อนที่
จะกอดชายหนุ่มด้วยท่าทีแสนระริกระรี้
“เรเน่ คุณตัวเบาจังเลย น้ำหนักลงเหรอครับ?”
“เน่กำลังอยู่ในช่วงไดเอทน่ะค่ะ ฮี่ๆ”
ชายหนุ่มค่อยๆปล่อยร่างบางลงบนพื้นดังเดิม
“ว่าแต่นรินทร์เถอะค่ะ วันนี้แต่งตัวซะหล่อเชียว”
“แฮะๆๆ จริงเหรอ ผมรีบๆอยู่ คุณรัตหยิบอะไร
มาให้ก็ใส่ๆไป ผมนึกว่าเธอจะแกล้งผมซะอีก”

เรเน่มองชายหนุ่มในชุดเสื้อกล้ามคอวีสบายๆที่สวมทับ
ด้วยเสื้อเชิ๊ตสีฟ้าสว่างพร้อมทั้งมีเครื่องประดับเสริมอย่าง
สร้อยขนนก เป็นการแต่งตัวที่แสนแปลกตาสำหรับผู้อำนวยการ
ที่วันๆใส่แต่เชิ๊ตสีดำคนนี้ เธอยิ้มหวานพรางนึกขอบคุณรัตติกาลในใจ
“วันนี้คุณมาคนเดียวเหรอ ผมไม่เห็นได้ยินเสียงคุณรายหรือใครเลย?”
“วันนี้มากับคนขับรถแค่คนเดียวค่ะ วันนี้ไม่มีงาน เน่แค่มารับนรินทร์
งั้นเรากลับบ้านกันดีไหมคะ?” หญิงสาวเอ่ยชวนน้ำเสียงอ่อนโยน
“บ้าน..งั้นเหรอ” นรินทร์พึมพำแผ่วเบาระหว่างเดินตามหลังเรเน่ไป

.
.
.
“ตอนนี้นะคะ ต้นแอปเปิ้ลที่หลังบ้านกำลังออกผลเลยล่ะ”
เรเน่เล่าเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นให้นรินทร์ฟังเนื่องจากรู้ว่า
เขาไม่ได้กลับมาที่สวิตเซอร์แลนด์หลายปีแล้ว โดยเฉพาะ
ตอนที่รู้เรื่องอาการ ’ป่วย’ ของนรินทร์พวกเขาก็แทบไม่ได้
เจอกัน ชายหนุ่มนั่งหันหน้าออกไปนอกหน้าต่างรถเงียบๆ
“นรินทร์ ฟังอยู่รึเปล่าคะ?” เจ้าของชื่อสะดุ้งเล็กน้อย
“ขอโทษครับ.. ผมคงจะสับสนนิดหน่อย ไม่ได้มาที่นี่นานมาก..”
“ทำใจให้สบายนะคะ ที่นี่เป็นบ้านอีกหลังหนึ่งของนรินทร์นะ”
“………….”

ชายหนุ่มไม่ตอบอะไร เขาเพียงพยักหน้าน้อยๆและหันไปอีกทาง
นั่งต่อไปได้ไม่นานอยู่ๆรถยนต์ก็หยุดเคลื่อนไหว เสียงเปิดประตู
รถดังขึ้นก่อนที่เพื่อนร่วมทางจะก้าวลงจากรถไป
“เน่ต้องไปทำธุระนิดหน่อย นรินทร์ออกมารอนอกรถก็ได้นะคะ
เน่ว่าวันนี้อากาศดีสุดๆไปเลย แต่ห้ามเดินไปไหนไกลนะ!!”
กล่าวเสร็จแล้วเจ้าตัวจึงเดินจากไป ชายหนุ่มผู้มาเยือนออก
มายืนข้างรถอย่างที่ได้รับการแนะนำ สายลมอ่อนที่พัดผ่าน
ทำให้ใจอันอลม่านนั้นเย็นลงบ้าง เขายืนพิงรถรับลมอยู่เงียบๆ

เวลาผ่านไปสักพัก มันนานพอที่จะทำให้คนรอเริ่มเป็นกังวล
พยายามยืนฟังแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงพูดหรือเสียงเดินของเจ้านาย
ตนเลยสักนิด ความกังวลเริ่มก่อตัวเป็นความเครียด เมื่อนั้นจึง
เริ่มควานหาเครื่องมือคลายเครียดอย่าง 'บุหรี่' ขึ้นมาสูบ
ถึงแม้จะยืนนิ่งๆแต่ในใจกำลังถาโถมไปด้วยคำถาม มีเรื่องอะไร
หรือเปล่า? หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรเน่ แล้วเธอจะเป็นอะไรไหม?

หรือว่า.. เขากำลังจะโดนทิ้ง?..

“ดูนั่นสิๆ นั่นใครอะ โครตหล่อเลย นายแบบหรือเปล่านะ?”
เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังมาจากไม่ไกล เธอดูดี๊ด๊าเต็มประดา
“นั่นสิ แต่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยนะ” ผู้หญิงอีกคนตอบเสียงตื่นเต้น
‘แถวนี้มีดาราผ่านมางั้นเหรอ?’ นรินทร์คิดในใจเงียบๆแล้วปล่อยผ่าน
'กลิ่นอะไรนะ?' สิ่งที่เรียกความสนใจเขาได้มากกว่าคือกลิ่นหอมจาก
บางสิ่งที่ลอยข้ามจมูกเย้ายวนชวนหิว เขาดับบุหรี่แล้วค่อยๆขยับ
ไม้เท้าเดินตามกลิ่นหอมไป

"เหมือนจะเป็นร้านขนมปัง.." ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ
ซึ่งเขาคาดเดาได้ถูกต้อง เบื้องหน้าเขาตอนนี้คือร้านขายขนมปัง
ร้านดังของเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนยืนแออัดต่อคิวรอซื้อขนมปัง
เซ็ตใหม่ที่พึ่งอบเสร็จสดๆร้อนๆ ผู้อำนวยการกลืนน้ำลายดังอึก
พลางตบกระเป๋ากางเกง อีกใจก็นึกขึ้นได้ว่าพึ่งถึงสวิตเซอร์-
แลนด์หมาดๆ ตังค์ในกระเป๋าก็มีแต่เงินสกุลบาท เลยได้แต่
ยืนดมกลิ่มอยู่ไม่ไกล สถานการณ์แบบนี้มันทำให้เขานึกถึง
อดีต อดีตสมัยที่ยังอยู่ข้างถนนและไม่มีเงินพอที่จะกินอะไรดีๆ
เขาก็ได้แต่ยืนอยู่แบบนี้ แล้วสักพักก็จะมีคนมาไล่..

'ผลัก'

"โอ๊ย!!" อยู่ๆร่างสูงก็ถูกกระแทกจนล้มกันจ้ำเบ้า ว่าแล้วเชียว..
คนตาบอดที่มายืนด้อมๆมองๆอยู่แถวร้านอาหารคงเป็นที่น่ารังเกีย..
"ตายแล้ว เป็นอะไรหรือเปล่าคะ!!" เสียงอุทานดังตกใจ
"พวกเรามาช่วยกันพยุงเขาขึ้นหน่อยสิ" พูดจบประโยคได้
ไม่ทันไรผู้คนที่ต่อแถวอยู่ก็พากันช่วยพยุงร่างสูงขึ้นยืนดังเดิม
"คุณผู้ชายตรงนั้นเป็นอะไรรึเปล่า?" เสียงถามดังมาจากต้นแถว
"ไม่เป็นไรค่ะ" หญิงสาวแปลกหน้าตอบขณะปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า
ชายตาบอด

"นี่มันเสื้อผ้าเซ็ตซัมเมอร์จากแบรนด์ดังที่พึ่งขึ้นนิตยสารนี่นา
คุณใส่แล้วเข้ามากเลยนะคะรู้ตัวรึเปล่า ฉันอยากให้คุณเห็นจริงๆ"
"ไม่เอาสิ พูดอย่างนั้นมันไม่ดีต่อผู้พิการทางสายตานะ
แต่ของแบรนด์นี้มันแพงมากจริงๆ คุณชายมาจากไหนเหรอคะ
ไม่เคยเห็นหน้าคาดตาแถวนี้มาก่อนเลย" สาวอีกคนถามสงสัย
"....." นรินทร์ไม่ตอบอะไร เขาเพียงยืนแน่นิ่งอยู่เช่นนั้น
"เขาอาจจะฟังพวกเราไม่ออกก็ได้นะ หน้าตาเหมือนคนเอเชีย?"
"งั้นฉันให้ขนมปังเป็นการขอโทษที่ชนคุณล้มนะคะ ฉันไม่ได้
มองจริงๆ" เธอดันถุงขนมปังหอมกรุ่นให้กับชายหนุ่มพร้อม
ทั้งยิ้มให้อย่างจริงใจ จากนั้นจึงขอตัวจากลา

"....."



ขอขอบคุณรูปปลากรอบจาก คุณอิสรา


TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Mon 22 Jun 2015, 00:44

EP.02

"นรินทร์!!" เรเน่ที่วิ่งมานานตอนนี้กำลังหยุดยืนหอบเหนื่อยล้า
"หายไปไหนมาคะ เน่ใจหายหมดเลย?" เธอพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจ
"ผม.. ได้กลิ่นขนมปัง.. ก็เลยเดินตามมา.." นรินทร์ตอบเบาๆ
"โถ่~ นรินทร์เป็นเด็กรึยังไงคะ หมายถึงขนมปังที่ถืออยู่นี่เหรอ?"
"อันนี้มีคนเค้าให้มา.." เรเน่ค่อยๆหยิบถุงขนมปังจากมืออีกฝ่าย
มาเปิดดูด้านใน จากนั้นจึงเดินนำถุงไปทิ้งถังขยะท่าทีเรียบเฉย
"ห้ามทานของจากคนแปลกหน้านะคะ ถ้าอยากทานวันหลังเน่
กลับมาซื้อให้ใหม่" เธอพูดเสียงเรียบเหมือนไม่ใช่เรื่องแปลก
ใหม่อะไร ฝ่ายถูกกระทำเองก็ไม่ได้มีปฏิกริยาตกใจอะไรเช่นกัน
นรินทร์เพียงเดินตามกลับไปที่รถเงียบๆ

"นรินทร์มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่าคะ? สีหน้าไม่ค่อยดีเลย"
เรเน่ถามระหว่างที่รถเริ่มเคลื่อนตัวไปอีกครั่งหนึ่ง นรินทร์ที่
ตอนแรกเงียบอยู่แล้วตอนนนี้ยิ่งเงียบเสียยิ่งกว่าป่าช้า
"ห หรือนรินทร์จะโกรธที่เน่เอาขนมปังไปทิ้ง เน่ขอโทษนะคะ!!"
"ไม่หรอกครับ เราไม่ควรไว้ใจใครง่ายๆถูกไหม? คุณก็แค่เป็นห่วง
ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับ ผมแค่สงสัยอะไรบางอย่าง.."
"อะไรเหรอคะ? เล่าให้เน่ฟังได้ไหม?" เธอถามน้ำเสียงขอร้อง
"ตอนที่อยู่ร้านขนมปังมีคนชนผมล้ม มันทำให้ผมนึกถึงสมัย
ที่ผมอยู่ข้างถนน.."

"พวกเขาทำร้ายนรินทร์งั้นเหรอคะ!?!" หญิงสาวถามตื่นตระหนก
"ไม่ใช่ครับ กลับกัน พวกเขาดีต่อผมมาก พวกเขาช่วยเหลือผม"
"ค่อยยังชั่ว.." เธอถอนหายใจโล่งอก นรินทร์เอ่ยคำสนทนาต่อ
"พวกเขาชมว่าผมเข้ากับเสื้อผ้าชุดนี้มาก มันเป็นเสื้อผ้าราคาแพง
มันทำให้ผมนึกถึงสมัยก่อนตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ข้างถนน เจ้าของร้าน
มักจะไล่ถ้าผมไปยืนใกล้ร้านอาหารของเขา ตัวผมในสมัยนั้นใส่
เสื้อผ้าซอมซ่อ มันทั้งเก่าและดูสกปรก.."

"ผมเลยกำลังคิดว่าผมในตอนนี้กับตอนนี้แตกต่างกันตรงไหน
ในเมื่อผมก็เป็นตัวผมคนเดิม ผมมองไม่เห็น ผมเลยไม่รู้จริงๆว่า
ภายนอกมันดูต่างกันยังไง แต่ผู้คนชอบผมในตอนนี้ ผมที่
เหมือนกับคุณรอยด์ ผมที่แต่งตัวดี.. ผู้คนปฏิบัติต่อผมตาม
สภาพการแต่งตัวภายนอกของผม ถ้าอย่างนั้นมันแปลว่า
จริงๆแล้วผมไม่ได้มีตัวตนอย่างนั้นเหรอ?" เสียงของเขา
เริ่มสั้นขึ้นเรื่อยๆในทุกประโยคที่พูด ช่างฟังดูเหมือนกับว่า
น้ำเสียงนั้นกำลังกัดกินตัวเขา..

"เรเน่ คุณมองเห็น'ตัวผม'หรือเปล่า?"

ไร้ซึ่งคำตอบ สิ่งที่เขาได้รับคือสัมผัสนุ่มที่ริมฝีปากที่เข้า
หาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว เขาไม่ได้ตอบรับจุมพิตนั้น แต่ก็
ไม่ได้ปฏิเสธเช่นกัน มือใหญ่ค่อยๆดึงตัวร่างบางเข้าหา
"เน่มองเห็นนรินทร์นะคะ มองอยู่ตลอด" เธอสัมผัสลูบ
แก้มของอีกฝ่ายแผ่วเบาอย่างถนุถนอม ดวงตาสีมะนาว
ฉายแววไม่สบายใจ เรเน่รู้ดีว่านรินทร์กำลัง 'อาการกำเริบ'
"นรินทร์คะ.. คนที่มองเห็นเขามักใช้สายตาเป็นตัว
กำหนดผิดชอบชั่วดีน่ะค่ะ พวกเขาก็แค่มักง่าย ไม่ได้
แปลว่าพวกเขามองไม่เห็นตัวตนของนรินทร์นะคะ"
เธอมอบจุมพิตหวานให้อีกครั้ง ครั้งนี้ชายหนุ่มเริ่มตอบรับ

"ผมกลัวว่าจะไม่มีใครมองเห็นตัวตนของผมอีก"
เขากอดร่างบางตรงหน้าเอาไว้แน่น เรเน่ลูบแผ่นหลังกว้าง
นั้นเบามือ ทั้งหมดนี่เริ่มต้นจากการที่นรินทร์ต้องแสดงทำ
ตัวเป็นเหมือนกับใครบางคนที่ตายไปแล้ว ระยะการแสดง
ของเขามันกินเวลานานมากเกินไปจนสุดท้ายเจ้าตัวก็คิดว่า
มันเป็นเรื่องจริง นรินทร์มักกังวลกับเรื่องตัวตนของตัวเอง
และเขาเชื่อสนิทใจว่าทุกคนที่คุยกับเขานั้นรักตัวตนที่เขา
แสดงเป็น คิดว่าทุกคนรัก บอร์น รอยด์ และไม่มีใครรักเขา
ความเชื่ออย่างสนิทใจนั่นเป็นสิ่งที่เรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า
'โรคขาดความอบอุ่น'

"นรินทร์.. ไม่เอานะคะ เน่มองเห็นนรินทร์นะ รัตติกาล
เค้าก็หวังดี เค้าก็ห่วงใยนรินทร์ ก็เลยแต่งตัวหล่อๆให้ไงคะ"
เธอกอดเขาไว้แน่น พยายามพูดปลอบประโลมให้เลิกคิดมาก
ร่างสูงโน้มตัวมอบจุมพิตให้ คราวนี้มันไม่ใช่เพียงจูบรสหวาน
แต่มันเป็นรสชาติร้อนแรงแสนดูดดื่ม คนโดนละเลงเพลิง
ปรารถนาเริ่มหายใจไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าระเรื่อสีแดงก่ำ
"รถคันนี้.. ใช่รถคันที่ผมนั่งตอนที่มาเที่ยวครั้งที่แล้วหรือเปล่า?"

"แฮ่ก..ใช่ค่ะ?" เธอตอบด้วยสติที่ยังหลงเหลืออยู่
นรินทร์ค่อยๆเอื้อมมือควานแตะด้านหน้า เขามั่นใจว่า
รถคันนี้เป็นรุ่นที่มีที่กั้นระหว่างคนขับและคนนั่งด้านหลัง
เพราะตอนนี้เขาสามารถได้ยินเสียงหอบกระเส่านั้นได้
ชัดเจนเหลือเกิน เสียงทุกอย่างมันสะท้อนกลับมาที่หู
เขาภายใต้สถานที่จำกัดแห่งนี้ เขาลากมือหาบานหน้าต่าง
ขนาดเล็กที่เป็นช่องเอาไว้สื่อสารกันระหว่างด้านหน้าและ
ด้านหลัง เมื่อเจอแล้วจึงปิดกระแทกตัวหน้าต่างนั่นเสีย
"อืม.. หน้าต่างรถทุกคันของกิลเล็ตเป็นแบบที่สามารถ
มองออกไปข้างนอกได้ แต่คนข้างนอกมองเข้ามาไม่เห็น
ผมจำถูกไหม?"

"นรินทร์เก่งจังจำได้ด้วย.. ว่าแต่อยู่ๆพูดเรื่องรถทำไมคะ..อื้อ!!"
คำตอบที่ได้รับคือจุมพิตรุนแรงที่มาพร้อมกับแรงผลักกระแทก
ร่างบางถูกผลักนอนลงบนเบาะหลังของรถโดยมีอีกฝ่ายขึ้นคร่อม
"อ..อื้อ!!" หญิงสาวในพันธนาการตกใจเอามือทุบอกอีกฝ่าย
หวังให้ปล่อย หากแรงของสาวร่างบางนั้นไร้ซึ่งอำนาจ มิหนำซ้ำ
รสจูบดุเดือดนั้นยังทำให้สติของเธอเลือนลางไปทุกที ร่างสูงจับ
มือที่กำลังทุบตีอยู่นั้นมาจับไปทาบที่หน้าอกของเขา สิ่งแรกที่
สัมผัสได้คือหัวใจที่กำลังเต้นระรัวบอกถึงรสชาติของชีวิต

นรินทร์เลื่อนมือเล็กสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อตน เมื่อสัมผัส
ได้ถึงของบางสิ่งในกระเป๋าเสื้อเธอจึงดึงมันขึ้นมาดู
"นี่เก็บอุปกรณ์'ทำงาน'ไว้ในกระเป๋าเสื้อด้วยเหรอคะเนี่ย.."

"เท่านี้ก็ไม่มีปัญหาแล้วใช่ไหม?"




TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  EinZ on Mon 22 Jun 2015, 00:52

อย่าให้ผมรู้นะ
ตอน 2 เนี่ย...

Signature ------------------------------------------------>
Blind can't hide your Heart
--Can you hear my heart?---

เป็นปู่นี่มันหล่อจริงๆ ( ͡° ͜ʖ ͡°)



EinZ

INFO. Isara Pattanasak
ผช.ศ.ภาควิชาภาษาเบรลล์
ชมรม : สภานักเรียน (★)
-10% Grade Exp.

Ore Ore : 299
Spirit Point : 98451509
CHIPS +63 M 48 K 764

สามารถ สวมใส่-ถอด เข็มกลัดชิ้นนี้ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไอเทม | ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
436/1720  (436/1720)

ดูข้อมูลส่วนตัว http://dongseng23.deviantart.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Mon 22 Jun 2015, 02:09

EP.03

"เอ่อ.. นี่เธอไปรับนรินทร์หรือไปรบที่ไหนมาเนี่ย?"
คนทักไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก ราย เกร์ดีน บอดิการ์ดของ
เรเน่ที่ตอนนี้กำลังยืนเปิดประตูต้อนรับเจ้านายกลับบ้านอยู่
"เรื่องมันยาวน่ะค่ะ" เจ้าของบ้านตอบเสียงเรียบก่อนเดิน
เข้าบ้านด้วยสภาพไม่สู้ดีและผมเผ้าที่ชี้ฟูไปคนละฝั่ง
"สวัสดีครับคุณราย" แขกผู้มาเยือนโค้งหัวให้คนในบ้าน
"ไง ไม่เจอกันนานเลย เข้ามาก่อนสิ" รายตอบรับเป็นกันเอง

นรินทร์เดินเข้าไปในบ้านเชื่องช้า เขาไม่ได้มาที่นี่หลายปี
จึงจำโครงสร้างของบ้านได้ไม่แม่นนัก บ้านหลังนี้คือบ้าน
ขนาดกลางที่ถูกตกแต่งสไตล์ยุโรป ข้าวของที่ไม่ได้สีสัน
เข้ากันนักแต่พอนำมาวางเรียงกันก็กลับเข้ากันอย่าง
ประหลาด โถงใหญ่ที่เป็นห้องนั่งเล่นเองก็สูงโปร่งทะลุ
ไปถึงชั้นสอง ชายหนุ่มตาบอดเดาะลิ้นเพื่อสำรวจความ
กว้างและสถานที่ของตัวบ้าน รายยังคงมองท่าทางของ
นรินทร์ด้วยความตื่นเต้นเช่นทุกครั้ง เขายังชื่นชมความ
สามารถต่างๆของนรินทร์เสมอ จะมีก็แต่ตัวนรินทร์เองนี่
แหละที่ไม่เคยนึกชื่นชมตัวเองเลย

รายพาชายหนุ่มผู้มาเยือนเดินชมตัวบ้านขณะที่เจ้าของ
บ้านขอตัวไปอาบน้ำ รายค่อยๆพาเดินชมพื้นที่ชั้นสอง
และห้องนอนส่วนตัวของนรินทร์ที่ถูกจัดไว้อย่างดี
"นี่มันกว้างไปหน่อยรึเปล่าครับ" เขาเดาะลิ้นฟังเสียง
กระทบและพบว่าห้องแห่งนี้ดูกว้างมากสำหรับเขา
มันน่าจะกว้างพอๆกับห้องส่วนตัวในโรงเรียนเลย
"ทำอย่างกับนายจะนอนที่นี่อย่างนั้นแหละ"
นรินทร์นิ่งเงียบตีความหมายของประโยคสักพัก
ก่อนจะยิ้มมุมปากและยักไหล่ทีหนึ่ง

พวกเขาเดินต่อไปยังสวนหลังบ้านที่ตอนนี้เต็มไปด้วย
ต้นแอปเปิ้ลที่กำลังงอกงามประทับไปด้วยสีแห่งโลหิต
ด้วยความที่เป็นคนไม่ละเอียดอ่อน แทนที่จะหาชามา
เสิร์ฟให้เข้ากับบรรยากาศ รายกลับนำโค้กกระป๋องมา
ให้นรินทร์จิมระหว่างดื่มด่ำกับบรรยากาศในสวนแทน
แต่ตัวนรินทร์เองก็ไม่ได้คิดอะไร มิหนำซ้ำมันคงแปลกๆ
หากชายสองคนจะมานั่งจิบชาด้วยกันในสวนหลังบ้าน..

"ไงคะสองหนุ่ม วันนี้อากาศดีจริงๆนั่นแหละเนอะ"
สาวน้อยเดินมาพร้อมกับกลิ่นแชมพูหอมติดเรือนผม
"แล้วคิดยังไงนั่งจิบโค้กชมวิวกันละคะเนี่ย ฮะๆๆ"
เรเน่หัวเราะอารมณ์ดีระหว่างล้มตัวลงนั่งข้างนรินทร์
"แอปเปิ้ลที่บ้านเราอร่อยนะคะ ไว้เน่ทำพายให้กินไหม?"
"ถ้าไม่ใช่คุณทำมันก็คงจะอร่อยอยู่นะครับ" นรินทร์แซว
"ง่ะ!!" เรเน่ตีขางอแงพร้อมทั้งพองแก้มเง้องอน
"เก็บเข้าไปให้ฮาว์นทำก็ได้นี่ จะได้ออกมากินได้"
รายเสนอให้นำไปให้คนครัวทำน่าจะเป็นทางที่ดีกว่า

"อืม.. ก็ดีนะคะ งั้นนรินทร์อุ้มเน่หน่อยได้ไหม มันอยู่สูง"
ชายร่างสูงช้อนร่างบางขึ้นขี่คอและลุกขึ้นยืนระมัดระวัง
"คุณน้ำหนักเท่าไหร่เหรอ? ตัวเบาๆมากจริงๆนะครับเนี่ย
เด็กตัวเล็กๆที่ผมพึ่งได้ดูแลไปยังตัวหนักกว่าคุณเลยมั้ง"
"เน่บอกแล้วไงคะว่าไอเดทอยู่ ถามเรื่องน้ำหนักไม่น่ารักเลยนะ"
"ไอเดทยังไงเมื่อวานยังซัดชีสทอดอยู่เล.." รายแทรก
"ราย!!" พูดยังไม่ทันจบประโยคดีเขาก็ถูกสกัดเสียก่อน
เรเน่สื่อสารกับรายด้วยสายตาและสีหน้าที่ไม่ให้นรินทร์รับรู้

"นายหญิงครับ!!" อยู่ๆชายคนหนึ่งก็รีบวิ่งมาด้วยท่าทีแตกตื่น
"ฮาว์น มีอะไรเหรอคะ? เน่กำลังเก็บแอปเปิ้ลให้ทำพายอยู่เลย"
"เรื่องด่วนครับ!!" เรเน่สบตากับฮาว์นก่อนจะบอกให้นรินทร์
ปล่อยตัวเองลงจากไหล่ จากนั้นจึงเดินเข้าไปในบ้านพร้อม
กับรายโดยปล่อยให้แขกผุ้มาเยือนนั่งเล่นอยู่ในสวน

.
.
.

"มีคนลักลอบเข้ามาในคลังสินค้าของบริษัทงั้นเหรอคะ?"
"แต่คลังในบริษัทมันไม่ใช่คลังสินค้านี่ มีแต่รถเก่าๆ?"
รายขมวดคิ้วถามระหว่างที่หยิบเสื้อแจ็คเก็ททำท่าจะสวม
"ราย ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวเน่ไปเอง" คนเป็นนายสั่งเสียงเรียบ
บอดิการ์ดหนุ่มขมวดคิ้วมากกว่าเดิมเป็นเชิงขอคำอธิบาย
"คลังเราไม่มีอะไรให้ขโมย ถ้าเป็นโจรที่มีระดับหน่อยน่า
จะมีข้อมูลที่แน่นกว่านี้ แล้วเน่ก็อยากให้รายอยู่เป็นเพื่อน
นรินทร์ เขาดูตื่นๆสถานที่ พึ่งจะอาการกำเริบมาหมาดๆด้วย"
"งั้นเธอสิต้องอยู่กับนรินทร์ แล้วฉันไปดูคลัง" รายท้วง
"นั่นสิครับนายหญิง" ฮาว์นที่เป็นหนุ่มตัวเล็กรีบพยักหน้า
เสริม ถึงเขาจะห่วงนายแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เท่าไหร่

"เน่ต้องเห็นกับตาว่าใครเป็นคนร้ายน่ะค่ะ เผื่อรู้จักจะได้
เจรจาว่าต้องการอะไร อีกอย่างเน่ก็อยากเห็นหน้าคนที่
มันรบกวนเวลาพักผ่อนของชาวบ้านด้วย พระเจ้าท่าน
สร้างวันอาทิตย์ไว้เป็นวันพักผ่อนนะคะ ถึงเป็นโจรก็
ต้องรู้มารยาทบ้างสิ!!" เรเน่เดินบ่นไปทางประตูบ้าน
โดยมีรายเดินตามไปไม่ห่าง

"รายไปอยู่กับนรินทร์ค่ะ ดูแลเขา นี่คือคำสั่ง"
เธอเอ่ยจริงจังขึ้นเล็กน้อยระหว่างกำลังใส่รองเท้า
"แต่!!.." ยังไม่ทันได้เถียงเรเน่ก็หันควับมามองหน้า
แววตาจริงจังที่แสดงอยู่นั้นทำให้เขาไม่สามารถต่อเถียง
ได้แต่มองคนเป็นนายที่นั่งรถจากไปกับลูกน้องอีกสี่คน
รายรู้สึกใจไม่ดีเลยแม้แต่น้อย ถึงอย่างนั้นก็ทำอะไรไม่ได้
"เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?" นรินทร์ที่ถูกทิ้งไว้ในสวนอยู่
นานสองนานตัดสินใจเดินกลับเข้ามาในตัวบ้าน
"นายหญิงติดธุระด่วนน่ะครับ นั่งรอสักครู่นะ ผมจะทำ
พายแอปเปิ้ลให้ทาน" ฮาว์นเอ่ยเสียงสุภาพอ่อนน้อม
ถึงอย่างนั้นหน้าของเขาก็ไม่ได้ยิ้มเลยสักนิด

.
.
.

เวลาผ่านไปแล้วเป็นชั่วโมง รายผู้ร้อนใจได้แต่เดิน
วนไปวนมาอยู่แถวโถงทางเข้าบ้าน คนที่ควรจะเดินวนๆ
อยู่ตอนนี้ควรจะเป็นเรเน่ต่างหาก ไม่ใช่เขา และเขาก็
ควรจะเป็นคนที่ไปจัดการกับไอโจรขโมยวันอาทิตย์นั่น!!
'กริ๊งงง' เสียงโทรศัพท์บ้านดังมาจากทางห้องนั่งเล่น
"เดี๋ยวฉันรับเอง" รายตะโกนบอกฮาว์นที่อยู่ในครัว
ระหว่างที่กำลังรีบวิ่งไปรับสาย หากสิ่งที่เขาได้ยินนั้น
ทำให้โทรศัพท์หลุดออกจากมือในทันที

"ราย นายหญิงโดนทำร้าย!! นายมัวทำอะไรอยู่ที่ไหน!!
ราย!! ได้ยินมั้ย!?!"





TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Mon 22 Jun 2015, 22:29

EP.04

"หืม?.." ดวงตาสีมะนาวปรือขึ้นช้าๆ ร่างบนเตียงกระพริบตา
ซ้ำๆเพราะคิดว่ากำลังเห็นภาพหลอน ตอนแรกไม่ได้อยู่ที่นี่นี่นา?
'ทำไมถึงกลับมาอยู่บ้านแล้วล่ะ?..' เรเน่กรอกตาไปรอบห้อง
เริ่มจากแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง กรอบรูป
อันสำคัญที่วางอยู่บนหัวเตียง ผ้าห่มผืนอุ่น และแขนขวา..
ที่ถูกพันผ้าพันแผลไว้อย่างหนาแน่นตั้งแต่ข้อมือขึ้นมากลางแขน
'ขยับไม่ได้..' เธอพยายามหมุนข้อมือดูแต่ก็ทำไม่ได้ มิหนำซ้ำ
ยังดูเหมือนขยับมือขวาไม่ได้ไปทั้งมือ ความเจ็บปวดที่แล่น
เข้ามาทำให้เจ้าตัวหยุดพยายามในที่สุด

เรเน่ลุกขึ้นนั่งทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น เธอไปตามหาคนที่ลักลอบ
เข้ามาในโกดังของบริษัท พอไปถึงก็เจอศัตรูจำนวนมาก
ดักรออยู่ พวกมันไม่ได้ต้องการของในโกดัง แต่ต้องการ
เงินจากเธอ เนื่องจากฝั่งเราไปกันแค่ห้าคนจึงกำลังไม่พอสู้
พวกมันหักข้อมือหญิงสาวเป็นการขู่เรียกร้องเงินจำนวนหนึ่ง
'อืม.. จากนั้นยังไงต่อนะ ดูเหมือนเราจะสลบไปตอนข้อมือหัก
บางทีถามรายเอาอาจจะรู้..' เรเน่คิดก่อนจะลุกออกจากเตียง
และเดินออกจากห้องไป

เธอเดินไปหยุดที่หน้าประตูแห่งหนึ่ง จากนั้นจึงเคาะประตูสามหน
"ขออนุญาตค่ะ" เจ้าของบ้านเว้นระยะสักพักก่อนผลักประตูเข้าไป
ภายในห้องกว้างโล่งๆสีสว่างแห่งนี้แทบจะไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไร
เสียนอกจากเตียงขนาดใหญ่ที่วางอยู่กลางห้อง มันคือเตียงคิงไซส์
สีขาวที่ถูกตั้งอยู่บนพรมสีแดงขนาดใหญ่ เรเน่เดินไปนั่งที่ริมเตียง
เธอใช้มือไล้แก้มของชายหนุ่มบนเตียงเบาๆแสนถนุถนอม
"ไอ..." เสียงทุ้มเอ่ยเรียกงึมงำ เขาเอื้อมมือมากุมือเธอเอาไว้
"อะไรนะคะ ไออะไร?" เสียงใสทำเอาคนบนเตียงเบิกตาขึ้นทันที
"เรเน่?.. ค คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม เห็นหมอบอกว่าคุณข้อมือหัก"
"เน่ไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะ แล้วนรินทร์สบายดีใช่ไหมคะ พอจะ
เล่าให้ฟังได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง?"

"คุณหลับไปสามวัน แต่ตัวผมเองก็รู้เรื่องพอๆกับคุณเลย
เพราะคุณรายไม่ยอมให้ผมไปไหนแถมยังไม่บอกอะไรเลยด้วย
ทำไมคุณไม่ลงไปถามเขาข้างล่างเองละครับ?" นรินทร์บอกเท่าที่รู้
"เขาอยู่ที่นี่เหรอคะ? มาทำอะไรแต่เช้านะ?" เรเน่ขมวดคิ้วสงสัย
"เพราะคุณสั่งให้เขาดูแลผมไม่ใช่เหรอครับ เขาแทบไม่ได้ไปไหนเลย.."
"อืม.. งั้นเน่ขอตัวลงไปคุยกับรายหน่อยนะคะ ไว้จะมาอัพเดทให้ฟัง"
"คุณไม่ได้กำลังเดือดร้อนเพราะผมอยู่ใช่ไหม เพราะผมมาที่นี่?.."
เรเน่ก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของคนบนเตียงอย่างเชื่องช้า ละเมียดละไม
"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนรินทร์ค่ะ แค่พวกโจรกระจอกธรรมดาๆ และตัวเน่
เองก็ประมาทให้กับพวกมันเอง เพราะฉะนั้นอย่าโทษตัวเองเลยนะคะ"
เธอนั่งคุยเล่นจนรอยยิ้มเริ่มเผยขึ้นบนใบหน้าชายหนุ่มบ้างเล็กน้อย
จากนั้นจึงขอตัวลาจากไป

.
.
.

"ฮาว์น เห็นรายมั้ยคะ?" เรเน่ตะโกนถามคนครัวจากระเบียงชั้นสอง
"นายหญิง!! ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้คุณตื่น คุณรายอยู่ที่ห้องทำงานครับ"
"ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณที่ดูแลนรินทร์ให้ด้วยนะคะ" เธอกล่าวก่อนสาวเท้า
ไปยังห้องทำงานซึ่งอยู่ถัดไปไม่ไกลจากห้องนอนแขก เรเน่เคาะประตูเรียก
คนในห้องแต่ไม่มีเสียงตอบรับ พอลองบิดลูกหมุนดูจึงรู้ว่าประตูไม่ได้ล็อค
ในห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือเข้าใจยากนี้มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่มุมห้อง
"ราย!!" เธอรีบวิ่งเข้าไปหาร่างสูงที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอมไม่สู้ดี
"เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ รายตามเน่มางั้นเหรอ!!" เรเน่เร่งถามร้อนใจ
"เปล่า ฉันไม่ได้ตามไป คำสั่งของฉันคือ 'ดูแลนรินทร์'" เขาตอบเสียงเรียบ
"งั้นแล้วทำไมล่ะ!!.." เจ้าของบ้านอ้าปากกำลังจะรัวคำถามต่อแต่
เหลือบหันไปแขนขวาที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลลักษณะเดียวกับเธอ
ไม่มีผิด

"นี่มันเรื่องอะไรกันคะ ตอบเน่สิ!!" ร่างสูงโดนเขย่าไหล่เรียกคำตอบ
รายกัดฟันไม่ยอมตอบ แต่อีกฝ่ายยังคงคะยั้นคะยอแบบไม่มีแววละเลิก
"ฉันโดน'ทำโทษ'เพราะทำหน้าที่ผิดพลาด เพราะเป็นเกร์ดีนที่ปล่อย
ให้คนของกิลเล็ตต้องถูกทำร้าย.." เขาเอ่ยโดยเบี่ยงหน้าไปอีกทางหนึ่ง
รายเป็นบอดิการ์ดของเรเน่ เพราะฉะนั้นเมื่อเรเน่ถูกทำร้ายเขาจึงถูก
ทำโทษด้วยการทำร้ายในรูปแบบเดียวกัน ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกทำโทษ
"ใครมันมีสิทธิ์มาออกคำสั่งกับราย รายเป็นบอดิการ์ดส่วนตัวของเน่
ไม่จำเป็นต้องฟังคำสั่งของใครทั้งสิ้น แล้วนี่ใครช่างเข้าใจเอากฏมาเฟีย
บ้าบอมาใช้กับบ้านเรา!!" เรเน่จ้องมองผ้าพันแขนที่แขนของชายหนุ่ม
ยิ่งมองก็ยิ่งโมโห ยิ่งมองก็ยิ่งแค้นใจ เพราะเธอมัวแต่หลับจึงไม่สามารถ
ปกป้องคนของตัวเองเอาไว้ได้

"คนที่สามารถมีสิทธิ์สั่งการเกร์ดีนได้ก็คือคนในระดับเดียวกับเน่..
แล้วเรื่องแบบนี้ดันมาเกิดขึ้นก่อนเวลาประชุมใหญ่ของตระกูลไม่นาน.."
"เธอจะบอกว่าใครสักคนในประชุมครั้งหน้าต้องการจะเห็นเราสองคน
แขนง่อยไปประชุมกันอย่างนั้นน่ะเหรอ?" รายไตร่ตรองตามอย่างรอบคอบ
"ใช่ เน่คิดว่าการลักลอบเข้าโกดังบริษัทไม่ใช่ฝีมือโจร แต่เป็นใคร
สักคนที่จัดฉากแยกเราออกจากกันแล้วใช้ช่องว่างของกฏตระกูล
เพื่อที่จะทำร้ายราย เพราะตัวกฏว่าไว้ว่ากิลเล็ตคนอื่นจะมีสิทธิ์
ออกคำสั่งกับลูกน้องนอกสังกัดก็ต่อเมื่อเจ้านายอยู่ในสภาพ
ที่ไม่สามารถสั่งการได้"

"เน่ขอโทษนะ.." คนเป็นนายขบฟันขมขื่นใจ พร้อมทั้งกำมือแน่น
"ขอโทษนะที่ทำให้รายเจ็บตัว เน่จะตั้งใจทำงานของเน่ให้มากขึ้น.."
"อย่าโทษตัวเองสิ ทั้งหมดนี่มันเกิดจากกฏตระกูลบ้าๆของพวกเราต่างหาก"
"เพราะอย่างนั้นไม่ใช่เหรอเน่ถึงต้องพยายามให้มากกว่านี้ เพื่อที่จะ
เปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง"

'เราจะต้องขึ้นเป็นหัวหน้าตระกูลกิลเล็ตคนต่อไปให้ได้...'

"ราย เขียนหนังสือมือซ้ายเป็นไหม?" เรเน่ถอนหายใจเบาๆก่อนจะ
ปรับอารมณ์ให้เย็นลง เธอเอื้อนเอ่ยอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเฉื่อยๆดังปกติ
"ไม่เป็น" รายส่ายหน้าระหว่างที่ดวงตาสีน้ำตาลจดจ้องอยู่กับ
แขนขวาเรเน่ที่ไม่ได้มีสภาพแตกต่างอะไรไปจากแขนของตน
"หมอบอกว่าสักเดือนนึงเราถึงจะเริ่มขยับมือได้อีกครั้งหนึ่ง"
"นานขนาดนั้นเลยเหรอ ถ้าอย่างนั้นคงต้องหาเลขาชั่วคราว
มาจัดการเรื่องเอกสารต่างๆแทนแล้วล่ะ ฝากจัดหาเลขาด้วยนะ"
"รับทราบ"

.
.
.

สองวันต่อมา

'ติ๊งหน่อง' เสียงอ๊อดบ้านดังเข้ามาถึงภายในโถงห้องนั่งเล่น
เรเน่ที่กำลังนอนตักนรินทร์อ่านหนังสืออยู่ค่อยๆลุกขึ้นนั่ง
"ใครหว่า?" เจ้าของบ้านมองหน้าชายหนุ่มข้างกาย นรินทร์
ส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ เมื่อนั้นเจ้าบ้านจึงเป็นคนออกไปดูเอง
'ติ๊งหน่อง ติ้งหน่อง ติ้งหน่อง' ใครบางคนระรัวกดอ๊อดไม่หยุด
'ฮึ่ม ใครกันนะ ไม่มีมารยาทซะเลย แถมยังขัดเวลาส่วนตัวอีก'
เธอบ่นในใจระหว่างเอื้อมมือเปิดประตูบ้าน หากทันทีที่เห็น
บุคคลหลังประตูเธอก็รีบกระแทกประตูกลับใส่หน้าแขกทันที
"อ อ้าว คุณเรเน่ ปิดประตูทำไมคะ!!" ผู้มาเยือนทุบประตูถาม
"มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยนะคะ" เรเน่รีบตอบเร็วไว
"อะไรกัน คุณเรียกหา'เลขา'ไม่ใช่เหรอ นี่ดิฉันรีบมาเลยนะคะ"

"ฉันไม่ได้หมายถึงคุณสักหน่อย รัตติกาล!!"




TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Sun 03 Jul 2016, 00:17, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Tue 23 Jun 2015, 02:40

EP.05

"รัตติกาล ทำไมถึงมาที่นี่ แล้วเข้ามาในเขตกิลเล็ตได้ยังไง?"
"บอดิการ์ดของคุณเป็นคนเรียกดิฉันมาค่ะ ชื่อคุณรายใช่ไหมนะ?"
รัตติกาลตอบระหว่างดันประตูพยายามจะแทรกตัวเข้าไปในบ้าน
ระหว่างที่สองสาวดึงดันกันอยู่นั้นก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง
มาจอดอยู่หน้าบ้าน จากนั้นจึงตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เข้ามาใกล้
"ฉันเป็นคนเรียกรัตติกาลมาเอง" เสียงทุ้มเปรยเรียบก่อนที่ประตู
บ้านจะถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย แน่นอนว่าเขาต้องแรงมากกว่า
เจ้าของบ้าน

"รายยยยย!! ทำไมรายทำแบบนี้!!" ทันทีที่เจ้าตัวโผล่หน้าให้
เห็นเขาก็ถูกเรเน่จับบีบคอเขย่าไปมา ที่เธอเป็นเดือดเป็นร้อน
ขนาดนี้ไม่ใช่เพราะไม่ชอบรัตติกาล แต่เรียกว่า'แพ้ทาง'จะดีกว่า
"เอ้า!! แค่กๆๆ ก็เรียกหาเลขาไม่ใช่เรอะ คนนี้ละเป็นงานสุดแล้ว"
"ใช่ค่ะ ใครจะรู้งานไปกว่าดิฉัน" รัตติกาลพยักหน้าเห็นด้วย
ระหว่างแบกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เข้าบ้านด้วยท่าทีสบายๆ
"ฉันเป็นจิตแพทย์ของคุณ เป็นเลขาของผอ. และตอนนี้ยังเป็น
เลขาของคุณอีกด้วย เพราะฉะนั้นขอเพิ่มค่าจ้างเป็นสามเท่านะคะ"
"ราย ผู้หญิงคนนี้เค้าหน้าเลือดนะเห็นมั้ย ส่งเค้ากลับไปเลยนะ!!"
"น่าๆ" บอดิการ์ดหนุ่มหัวเราะในลำคอพลางเดินตามหลังแขก
ผู้มาเยือนเข้าไปในบ้าน

.
.
.

"อ๊ะ คุณรัตจริงด้วย ผมได้ยินเสียงเรเน่โวยวาย ว่าแล้วว่าต้องเป็นคุณ"
นรินทร์ที่นั่งอยู่บนโซฟาหัวเราะอารมณ์ดี เพราะเขารู้ดีว่าปกติเจ้านาย
ของเขาจะอยู่ในกริยาสงบเรียบร้อยอยู่เสมอ จะมาเริ่มสติแตกก็เมื่อเจอ
จิตแพทย์ส่วนตัวเนี่ยแหละ เรเน่เบ้ปากพลางล้มตัวลงนั่งข้างนรินทร์
ส่วนรายรับกระเป๋าจากเลขาสาวตามมารยาทของสุภาพบุรุษที่ดี
"แหม คุณเรเน่ ที่ไม่อยากให้ดิฉันอยู่เพราะอยากจะเก็บฮาเร็มหนุ่มๆ
ไว้คนเดียวรึไงคะ ผอ.ก็ดี ส่วนพ่อหนุ่มคนนี้ก็เนื้อแน่นใช้ได้"
รัตติกาลไม่พูดเปล่า เธอลูบคลำต้นแขนของหนุ่มบอดิการ์ดไปด้วย
"ฉันไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่หรอก อยู่แค่ในช่วงเวลางาน" เขาค่อยๆก้าว
เท้าถอยหลังห่างหญิงสาวเลขาแบบเนียนๆ

"ฉันได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเธอมานานแล้ว เรเน่ไม่เคยยอมรับ
หมอสักคน แต่เธอเป็นคนที่ทำให้เรเน่ยอมกินยาได้ ฉันละนับถือจริงๆ
ฉัน ราย เกร์ดีน เป็นบอดิการ์ดของเรเน่ ขอบคุณที่คอยดูแลเธอมาตลอด"
รายยื่นมือทักทายอย่างสุภาพแม้หน้าตาไม่ได้ยิ้มเท่าไหร่ ส่วนตัวแล้วเขา
เป็นคนที่ค่อนข้างจะยิ้มยากและหน้าตายอยู่บ้าง แต่ในใจก็ไม่เคยคิดร้ายใดๆ
"ดิฉัน รัตติกาล นิทรารนัน จิตแพทย์ของคุณเรเน่แล้วก็เลขาของคุณนรินทร์
หวังว่าเราจะมีเวลาที่ดีร่วมกันค่ะ" เธอจับมือเชคเฮนตอบอย่างเป็นมิตร
ถึงอย่างนั้นก็มีการแอบลูบคลำเส้นเลือดที่หลังมือชายหนุ่ม คนถูกลวนลาม
รู้สึกขนลุกชอบกลจึงรีบขอตัวเอาข้าวของรัตติกาลไปเก็บบนห้องพักส่วนตัว

.
.
.

"อ้าว?" เมื่อกลับลงมาอีกทีก็เห็นว่าเลขาสาวบนโซฟาได้เข้าห้วงนิทราไปแล้ว
รายหันมองเรเน่และนรินทร์ที่นั่งอ่านหนังสือแบบไม่รู้ร้อนและไม่สนใจแขกสักนิด
"รัตติกาลเขาคงจะเพลียจากการเดินทางมากสินะ" รายท้าวเอวระหว่างมองเอ็นดู
"ผู้หญิงคนนั้นเค้าเป็นแบบนั้นแหละค่ะ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นคลำ" เรเน่ตอบเรียบๆ
"ผมสั่งไม่ให้เธอเข้าใกล้ในระยะ 5 เมตรน่ะครับ คุณจะสั่งเธอแบบนั้นด้วยก็ได้นะ"
นรินทร์ที่ไม่ค่อยพูด เสริมด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบพอกัน ความเอือมระอานี่คืออะไรกัน
"แต่ถึงอย่างนั้นคุณรัตก็คอยช่วยผมอยู่เสมอ แล้วเธอก็เป็นคนเดียวที่คุณเรเน่ยอม
ให้รักษา ต้องเรียกว่าเธอเป็นคนสำคัญของพวกเราจริงๆนั่นแหละครับ" ผู้อำนวยการ
เผยรอยยิ้มอบอุ่นใจดี เรเน่มองรอยยิ้มนั้นแล้วถอนหายใจเบาๆอย่างช่วยไม่ได้

"รัตติกาล ตื่นได้แล้วค่ะ นี่เรียกมาทำงานนะ" เจ้าของชื่อสะดุ้งเบาๆก่อนปรือตาขึ้น
รัตติกาลบิดขี้เกียจน้อยๆอย่างรักษามารยาท ส่วนรายก็หาที่นั่งบนโซฟาทิ้งตัวลงบ้าง
"งานของดิฉันคือการติดตามและคอยจดเอกสารต่างๆให้กับคุณสินะ ว่าแต่พื้นที่บ้าน
คุณนี่กว้างชะมัด นั่งรถตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงตัวบ้าน" เธอพูดพลางหันมองด้านนอก
"ที่นี่เรียกว่า 'อาณาเขตกิลเล็ต' น่ะค่ะ เป็นสมบัติส่วนรวมของตระกูล ไม่ใช่ของฉัน
ซะทีเดียวหรอก พื้นที่ส่วนบุคคลของฉันมีแค่ซอยนี้เท่านั้นแหละค่ะ" เรเน่ตอบ
"ถ้ามีอะไรก็ถามได้ตลอดนะ จะได้เข้าใจงานได้เร็วขึ้น" รายเสริมน้ำเสียงเป็นกันเอง
"ถ้าเช่นนั้นดิฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ?" รายพยักหน้าอนุญาต คนอื่นๆเองก็ตั้งใจฟัง
"เกิดอะไรขึ้นกับพวกคุณสองคน?" เลขาสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาของเธอมอง
ไปยังแขนขวาของเจ้าของบ้านและบอดิการ์ดที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลในลักษณะเดียวกัน

รายหันหน้าไปมองเจ้านายของตนเป็นเชิงให้เธอตอบ เรเน่นิ่งเงียบชั่งใจอยู่พักหนึ่ง
"มีใครบางคนในกิลเล็ตประสงค์ร้ายต่อพวกเรา.." หญิงสาวเจ้าของบ้านเริ่มเล่า
เหตุการณ์ทั้งหมดรวมทั้งข้อสันนิฐานที่คิดไว้ว่าคนร้ายจะต้องเป็นคนภายในตระกูล
"อะไรคือแรงจูงในให้คนครอบครัวเดียวกันหันมีดใส่กันละคะ ดิฉันนึกไม่ออกเลย?"
"กิลเล็ตเป็นตระกูลใหญ่มากค่ะ เป็นตระกูลใหญ่ที่แบ่งออกเป็นครอบครัวเล็กๆ
หลายๆครอบครัวและดูแลกันเองภายในครอบครัว เช่นว่าพ่อแม่ของฉันเสียไปแล้ว
ครอบครัวของฉันจึงเหลือแค่ฉันคนเดียว ไม่ใช่ส่วนรับผิดชอบของคนอื่นในตระกูล"
รัตติกาลฟังพลางกรอกสายตามองบ้านหลังนี้ไปด้วย ทั้งโถงห้องนั่งเล่นกว้าง
แห่งนี้ ทั้งตัวบ้าน และส่วนอื่นๆที่เธอยังไม่เห็น มันใหญ่เกินไปสำหรับการอยู่
เพียงลำพัง

"ถ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันแล้วคนอื่นในตระกูลจะมาทำร้ายคุณทำไมละคะ?"
เรเน่นิ่งไปอีกคราว เธอมองไปทางนรินทร์ด้วยท่าทีกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย
ผู้อำนวยการสัมผัสได้ว่าถูกจ้องอยู่จึงเอื้อมมือไปจับมือของหญิงสาวเอาไว้
"ผมทำให้คุณไม่สบายใจรึเปล่าครับ? ถ้ามันเป็นเรื่องที่ผมไม่ควรรู้.."
"เปล่าค่ะ.. ไม่ใช่อย่างนั้น" เรเน่ที่มักอยู่หน้านรินทร์คือเรเน่ที่มีความสุข
คือตัวตนที่ดูสบายกายสบายใจ เธอไม่อยากให้ชายหนุ่มรับฟังว่าจริงๆ
แล้วชีวิตเธอมันไม่ได้สดใสอย่างที่เขาเห็น เธอไม่อยากให้นรินทร์ต้องห่วง
เจ้าของบ้านสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆทีหนึ่งเพื่อรวบรวมเรื่องราว

"กิลเล็ตเป็นตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลทางการเมืองประมาณ 30% ของประเทศ
เราอยู่ร่วมกันในอาณาเขตกิลเล็ตแห่งนี้โดยการแบ่งออกเป็นครอบครัวเล็กๆ
และมีระบบการปกครองตระกูลเป็นของตัวเอง พื้นที่แห่งนี้เป็นเหมือนพื้นที่
ปกครองพิเศษที่การคุมกันแน่นหนาพอๆกับคุกกลางเกาะที่ไว้ใช้ขังอาชญากร
ระดับ S และคนที่คอยคุมกฏทั้งหมดภายในตระกูลนี้ก็คือ 'หัวหน้าตระกูล'"
"คุณเป็นหัวหน้าตระกูลหรือเปล่าครับ!!" นรินทร์ถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
เรเน่ขำน้อยๆให้กับน้ำเสียงเหมือนเด็กน้อยนั้นก่อนจะเริ่มอธิบายต่อ
"เน่ไม่ใช่หัวหน้าตระกูลหรอกค่ะ แต่ถ้าเป็นได้ก็จะดีมากเลย" เธอตอบ
"ตระกูลของเราสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าตระกูลด้วยการเลือกตั้งภายใน
เราได้ทำการคัดสรรกลุ่มคนที่เรียกว่า 'ว่าที่หัวหน้าตระกูล' ซึ่งมีด้วยกัน
ทั้งหมด 9 คน จาก 9 ครอบครัว ซึ่งคนทั้ง 9 คนนี้จะต้องหาทางพิชิต
ใจคนในตระกูลรวมถึงหัวหน้าตระกูลคนก่อนเพื่อที่จะได้เป็นหัวหน้าตระกูล
คนถัดไป เรียกได้ว่าตระกูลกิลเล็ตซึ่งเป็นตระกูลที่โด่งดังทางการเมือง
ได้มีการเล่นการเมืองกันภายในตระกูลเอง"

รัตติกาลจดจ้องเรเน่ขณะที่เธอกำลังเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง ในดวงตา
สีมะนาวนั้นมีความภูมิใจในสายเลือดแฝงอยู่ หากมันไร้ซึ่งความสุข
เรื่องที่เธอเล่านั้นก็ช่างดูห่างไกลกับคำว่า 'ครอบครัว' ยิ่งนัก
"คุณไม่เหงาเหรอครับ?.. อยู่แบบนี้" นรินทร์เอ่ยสิ่งที่รัตติกาลคิด
อยู่ในใจขึ้น เขาเองก็ปรารถนาที่จะมีครอบครัวที่อบอุ่นอยู่เสมอ
"นั่นสิคะ นี่ยังดีนะที่คุณไม่ต้องไปวุ่นกับเรื่องชิงหัวหน้าตระกูลอะไรนั่น"
"ใครบอกว่าไม่วุ่นกันล่ะ" รายแทรกก่อนที่จะผายมือไปทางเรเน่

"คนๆนี้คือว่าที่หัวหน้าตระกูลอันดับที่ 6 เรเน่ กิลเล็ต"





TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Thu 17 Mar 2016, 16:28, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Tue 23 Jun 2015, 21:50

EP.06

"ปกติวันนึงๆพวกคุณมีเอกสารต้องจัดการเยอะขนาดนี้เลยเหรอคะ?"
รัตติกาลถามระหว่างที่มือกำลังวุ่นวายอยู่กับเอกสารกลางโต๊ะห้องนั่งเล่น
บัดนี้แสงอาทิตย์ที่เคยมีได้จางหายไป นอกหน้าต่างบานใหญ่มีเพียง
ความมืดมิด นาฬิกาเรือนสวยข้างผนังแสดงเวลาตีหนึ่งกว่าๆ
"ปกติไม่เยอะขนาดนี้หรอก นี่มันดองมาหลายวันแล้ว" รายตอบ
"ว่าแต่เธอไม่ง่วงรึไง พักบ้างก็ได้นะ ไม่ต้องทำเสร็จวันนี้ก็ได้"
รัตติกาลละสายตาจากกระดาษขึ้นมามองบอดิการ์ดและส่งยิ้มให้
"ดิฉันเป็นคนกลางคืนน่ะค่ะ ร่างกายจะตื่นตัวหลังช่วงฟ้ามืดไปแล้ว
คุณรายนั่นแหละค่ะที่ควรจะกลับบ้านไปพักผ่อน" รายยกมือซ้าย
เกาศรีษะเขินๆ หน้าตาเขาคงจะดูง่วงนอนเต็มแก่สินะ เลขายิ้ม
พลางมองไปยังเจ้าของบ้านที่ตอนนี้ฟุบหลับไปกับโต๊ะเรียบร้อยแล้ว

"พาคุณเรเน่ขึ้นนอนด้วยก็ดีนะคะ ปล่อยไว้อย่างนี้จะเป็นหวัดเปล่าๆ"
"ฉันมีมือข้างเดียวด้วยสิ นรินทร์ นายช่วยหน่อยสิ" เขาพูดไปหาวไป
นรินทร์ไม่ตอบอะไร เขาแตะมือควานหาตัวหญิงสาวข้างกายและค่อยๆ
ช้อนตัวเธอขึ้น รายเดินนำคนตาบอดไปทางบันไดบ้านโดยปล่อยให้
รัตติกาลทำงานต่อไปเพียงลำพัง บอดิการ์ดหนุ่มก้าวขึ้นบันไดช้าๆ
และหันกลับไปดูแขกผู้มาเยือนกับร่างบางในมือเขาเป็นระยะๆ

"ผมพึ่งจะเลี้ยงเด็กจากสถานสงเคราะห์มา เธอตัวหนักกว่าเรเน่อีก
ไม่รู้ว่าเด็กสมัยนี้ตัวโตหรือเรเน่ไดเอทมากไป" นรินทร์หัวเราะน้อยๆ
"เรเน่ไม่ได้ไอเดท" รายหยุดเดินก่อนหันมองอีกฝ่ายที่ยืนระดับต่ำกว่า
"ยัยนั่นผอมลงเพราะผลข้างเคียงของยา ยาที่เธอกินเพื่อที่นายจะได้
ไม่ต้อง 'ทำงาน' .." น้ำเสียงนั้นผลันเปลี่ยนจริงจังไม่ล้อเล่น
นรินทร์หยุดการเคลื่อนไหวลง มือใหญ่กุมร่างบางในมือเอาไว้แน่น

"อยู่กันมาหลายปีก็น่าจะรู้จักยัยเด็กเลี้ยงแกะนั่นได้แล้วนะ"

.
.
.

วันต่อมา

ณ.สวนหลังบ้านที่ถูกแต้มสีด้วยสีแดงจากต้นแอปเปิ้ลที่ขึ้นทั่วบริเวณ
บนพื้นหญ้านุ่มสบายนั้นมีหญิงสาวเจ้าของเรือนผมดำยาวกำลังนอนหลับไหล
"รัตติกาล เข้าบ้านเถอะค่ะ ดูเหมือนฝนจะตกชอบกล" เจ้าของชื่อที่แม้จะ
ได้สติแล้วแต่กลับยังหลับตาอยู่ เธอเผยยิ้มมุมปากในท่าทีสบายๆ
"เป็นห่วงด้วยเหรอคะ?" เลขาสาวลืมตาข้างหนึ่งมองหญิงสาวผู้มาตาม
เจ้าของบ้านไม่ได้มาแต่ตัว แต่ถือร่มออกด้วย เรเน่เห็นอีกฝ่ายไม่มีทีท่า
จะลุกจึงถอนหายใจสั้นๆก่อนล้มตัวลงนั่งเสียเอง

"หนุ่มๆไปไหนซะละคะ?" เมื่อไม่ได้คำตอบรัตติกาลจึงเปลี่ยนคำถามแทน
"นรินทร์อยู่ในบ้าน รายอยู่สนามซ้อมยิงปืน ฉันบอกให้เขาใช้มือซ้ายให้คล่อง"
"อันที่จริงดิฉันว่าคุณต้องการบอดิการ์ดชั่วคราวยิ่งกว่าเลขาชั่วคราวอีกนะคะ"
"คนร้ายเป็นคนใน ฉันจึงไม่กล้าหาคนมาแทน เพราะฉันอาจจะโดนลอบสังหาร
ตอนที่รายไม่อยู่ก็ได้ แล้วถ้าจะให้เพิ่มจำนวนบอดิการ์ดแทนมันก็จะเป็นจุด
สังเกตจนเกินไป ปกติแล้วฉันมักจะไปไหนมาไหนกับรายแค่สองคน"
"คุณดูไว้ใจคุณรายมากเลยนะคะ?" รัตติกาลนอนกระดิกขาแสนสบายใจ
"รายเป็นเพื่อนสมัยม.ต้นของฉันน่ะ เราเป็นเพื่อนกันก่อนที่เขาจะมาทำงาน.."
ดวงตาสีมะนาวฉายแววปลงเศร้า ถึงแม้จะเก็บสีหน้าและน้ำเสียงเก่ง
หากดวงตาของเรเน่นั้นจักแสดงความจริงเสมอ

"ตระกูลเกร์ดีนที่รายเกิดมานั้นเป็นตระกูลที่ทำสัญญาผูกขาดทางธุรกิจ
กับกิลเล็ตมานับร้อยปี เกร์ดีนทุกคนทำงานให้กับกิลเล็ตในรูปแบบต่างๆ
และเงินทุกบาททุกสตางค์ที่หมุนอยู่ในเกร์ดีนก็คือค่าตอบแทนจากกิลเล็ต"
เรเน่มองรัตติกาลในกริยาแสนสบายจิต เธอจึงอดไม่ได้ที่จะล้มตัวลงนอนบ้าง
"ขอโทษนะคะที่เล่านิทานน่าเบื่อให้ฟัง" เจ้าของบ้านนอนประสานมือที่หน้าท้อง
"ดิฉันไม่ได้บอกนี่คะว่าไม่อยากฟัง ทำไมไม่กล่อมดิฉันต่ออีกสักหน่อยล่ะ"
"นี่ฉันมาปลุกคุณนะ.. แต่เอาเถอะ.." ไม่รู้ทำไมทุกครั้งที่คุยกับรัตติกาล
มันจะจบด้วยการที่คิ้วของเรเน่ผูกเป็นปมทุกที แต่เธอก็ไม่ได้ไม่ชอบอะไร
จิตแพทย์ส่วนตัวของเธอหรอก ก็แค่รู้สึกว่าตัวเองกำลังแพ้เท่านั้นเอง

"กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเด็กสาวกับเด็กชายสองคนเป็นเพื่อนรักกัน
พวกเขาเล่นกัน มีความสุขร่วมกันตามประสาของเด็ก แต่แล้วเวลาก็ผ่านไป
พวกเขาได้เรียนรู้กับคำว่า 'หน้าที่' และได้เรียนรู้ว่าจริงๆแล้วเด็กสาวมีศักดิ์
เป็น 'ราชินี' ส่วนเด็กชายนั้นคือ 'อัศวิน' ซึ่งหน้าที่ของอัศวินนั้นคือการ
คอยอยู่เคียงข้างและปกป้องราชินี เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงอยู่ร่วมกันมาตลอด"
"ทั้งๆที่ควรจะมีความสุขที่ได้อยู่ร่วมกัน หากพวกเขาทั้งสองกลับไม่มีความสุข
เพราะกฏที่เข้มงวดในวังแห่งนี้ทำให้พวกเขาจำเป็น'ต้อง'อยู่ด้วยกัน ทุกอย่าง
กลายเป็นคำว่างาน ทุกอย่างดำเนินไปตามหน้าที่ กลายเป็นว่าอัศวินถูกขัง
อยู่กับราชินีและไม่มีอิสระในชีวิตตนเอง ราชินีจึงเสียใจมาก..."

"ทั้งๆที่เธอมีเพื่อนอยู่เพียงคนเดียว แต่พวกเขาก็ไม่สามารถอยู่ด้วยกัน
อย่างสงบสุขได้.. เพราะฉะนั้นราชินีจึงตัดสินใจที่จะยึดครองอำนาจสูงสุด
ภายในวัง เพื่อที่จะทำลายกฏที่พันธนาการเธอและอัศวินเอาไว้..."

"ยึดครองเอย ทำลายเอย ช่างเป็นคำที่ไม่ได้เข้ากับราชินีเอาซะเลย"
รัตติกาลแย้งติดตลก เรเน่กลั้วหัวเราะชอบใจให้เป็นคำตอบ
"แล้วนิทานเรื่องนี้เอา 'พระราชา' ไปไว้ที่ไหนกันละคะ?" เลขาถาม
"'พระราชา' ก็อยู่นั่นไงคะ" เจ้าของบ้านชี้ไปทางประตูหลังบ้าน
"เรเน่ คุณรัต เข้าบ้านเถอะครับ ฝนตกแล้วนะ" นรินทร์ตะโกนเรียกจากไกลๆ
เรเน่ลุกขึ้นปัดหลังกระโปรงให้เรียบร้อย เธอมองชายหนุ่มด้วยสายตาอ่อนโยน
"รัตติกาล คุณเล่นหมากรุกเป็นไหม?" เจ้าของบ้านถามโดยยังมองอยู่ที่เดิม
"เล่นเป็นค่ะ แต่ดิฉันจะไม่เล่นกับอดีตแชมป์หมากรุกระดับชาติอย่างคุณแน่"
"ฮะๆๆ นั่นมันก็แค่เรื่องสมัยเรียน.. ในหมากรุกน่ะ เขาไม่เอาพระราชาออก
มาเดินเพ่นพ่านหรอกค่ะ มีราชินีคุ้มครองอยู่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว"

"แต่อย่าลืมนะคะ.. ว่า 'พระราชา' ที่คุณถืออยู่นั้นก็มีจิตใจ"

รัตติกาลลืมตาขึ้นสบกับอีกฝ่ายด้วยแววตาจริงจังที่ไม่ค่อยมีให้เห็นนัก

.
.
.

"ฝนตกแบบนี้แย่เลย ออกไปไหนลำบากแย่" นรินทร์กล่าวเป็นห่วง
"เน่คงไม่ได้ออกไปไหนจนกว่ารายจะกลับมารับน่ะค่ะ ไม่เป็นไรหรอก"
เรเน่เอาร่มพิงไว้ที่ริมประตูก่อนสาวเท้าเดินเข้าบ้าน โดยมีเลขาเดินตาม
"ว่างๆแบบนี้เรามาเล่นหมากรุกกันมั้ยคะ หรืออยากฟังเน่อ่านหนังสือ?"
"ได้เหรอ!! คุณว่างอยู่กับผมแล้ว เย้ๆๆ งั้นผมไปเตรียมของก่อนนะ~"
นรินทร์ที่ยืนเต้นโหยงๆอยู่ตรงนี้ไม่ใช่ผู้อำนวยการโรงเรียน เขาเป็นเพียง
ชายหนุ่มขี้เหงาว่างงานที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจ รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้า
ตอนนี้ก็เป็นเพียงรอยยิ้มแหยๆแสนเรียบง่าย เขารีบกลับเข้าไปในบ้าน
หวังหาอะไรทำร่วมกับเจ้าของบ้าน

"คุณช่วยสรุปนิทานที่คุณเล่าให้ฟังอีกทีได้ไหมคะ?" รัตติกาลถามขณะ
ถอดรองเท้า หน้าตาเธอเหมือนคนพึ่งตื่น อย่าบอกนะว่าเมื่อกี้ไม่ได้ฟัง?
"ว่าที่ผู้นำตระกูลทุกคนจะมีบอดิการ์ดประจำตัวจากตระกูลเกร์ดีนหนึ่งคน
น่ะค่ะ ซึ่งกฏพันธะสัญญาต่างๆที่เรามีต่อกันนั้นเข้มงวดมากซะจนเหมือน
กดขี่ ไม่ใช่เพียงราย แต่เกร์ดีนคนอื่นๆก็ต้องอยู่ภายใต้กฏนี้เช่นกัน
บอดิการ์ดหรืออัศวินมันก็เป็นแค่ชื่อเรียกสวยหรู จริงๆแล้วเราต่างใช้
เกร์ดีนไม่ต่างจากทาส และฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่เราจะมา
ใช้ระบบทาสกันในยุคสมัยนี้ แล้วฉันก็เกลียดการที่อยู่ดีๆเพื่อนของ
ฉันก็ดันกลายเป็นทาสของฉันด้วย.."

"เพราะฉะนั้นคุณเลยจะขึ้นเป็นหัวหน้าตระกูลเพื่อแก้ไขสิ่งนั้นหรือคะ?"
"ฉันไม่ได้จะแก้ใข.. ฉันจะ 'ทำลาย' มันให้หมดสิ้น"




TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Thu 17 Mar 2016, 16:46, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Wed 24 Jun 2015, 04:14

EP.07

ด้วยความช่วยเหลือของรัตติกาลจึงทำให้การทำงานของพวกเขา
ผ่านไปอย่างราบรื่น และแล้วเวลาก็ล่วงเลยมาถึงวันสำคัญที่รอคอย
ซึ่งก็คือ 'วันประชุมว่าที่ผู้นำตระกูลกิลเล็ต' นั่นเอง ตั้งแต่เกิดเรเน่
ถูกลอบทำร้ายและรายถูกทำโทษจนทั้งสองแขนขวาไม่สามารถ
ใช้การได้ พวกเขาก็ระมัดระวังตัวและเก็บตัวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่วันนี้คือวันที่พวกเขาจะได้ออกไปหาเบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
คนร้าย เพราะเรเน่เชื่อว่าคนร้ายจะต้องเป็นหนึ่งในเหล่าว่าที่อย่าง
แน่นอน

"ผมเป็นห่วงจัง.." นรินทร์ผู้นั่งอยู่ริมขอบเตียงเอ่ยน้ำเสียงหงอย
"ฮะๆๆ เน่จะไปประชุมนะคะ ไม่ได้จะไปรบราที่ไหนสักหน่อย"
เธอพูดติดตลกระหว่างหมุนตัวตรวจเช็คความเรียบร้อยหน้ากระจก
ร่างบางที่มักสวมชุดกระโปรงยาวผ้าพริ้วไสววันนี้กลับใส่สูทสุภาพ
กระโปรงสั้นรัดรูปนั้นทำให้บุคลิกหวานดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นพอตัว
เรเน่จับกระชับปกเสื้อครั้งสุดท้ายก่อนชวนนรินทร์ลงไปที่ห้องนั่งเล่น
"อ้าว คุณรัต ตื่นเช้าจังเลยครับ" เมื่อได้ยินเสียงทีวีเปิดอยู่ชายหนุ่ม
จึงเดาว่าคงจะเป็นเลขาสาว รัตติกาลกล่าวอรุณสวัสดิ์น้ำเสียงสดใส
"แหม เรื่องน่าตื่นเต้นขนาดนี้ไม่ให้ตื่นมาดูได้ยังไงกันคะ"
"ก่อนที่จะดูอะไรก็ช่วยเปิดตาก่อนจะได้ไหมคะ" เรเน่หรี่ตามอง
เลขาสาวที่พูดโดยไม่ได้ลืมตาแต่อย่างใด

"ฮะๆๆ กำลังเล่นเป็นผมอยู่เหรอ ผมก็ไม่ลืมตา" ชายหนุ่มในชุดนอนพูด
"โถ่ นรินทร์ก็ไปเล่นกับเขา..แล้วนี่รายยังไม่มาเหรอคะ?" เรเน่ถาม
"ยังเลยค่ะ กำลังรออยู่เลย<3" รัตติกาลเอาคางก่ายมือที่ประสานกันไว้
แววตาเธอเป็นประกายแวววาว เจ้าของบ้านได้แต่มองอย่างไม่เข้าใจความ
'ติ้งหน่อง' เสียงอ๊อดหน้าประตูดังขึ้น เลขาสาวขออาสาเป็นคนไปเปิดประตู
"นี่สรุปเป็นเลขาหรือเป็นเด็กเปิดประตูเนี่ย" เรเน่บ่นงุบงิบขณะเดินตาม
เลขาที่วิ่งไปถึงหน้าประตูเรียบร้อยแล้ว ส่วนนรินทร์เองก็เดินหัวเราะตามมา

"อรุณสวัสดิ์ทุกคน" แขกผู้มาเยือนพูดเสียงเรียบด้วยใบหน้านิ่งๆเช่นปกติ
"ว่าแล้วเชียว!!" รัตติกาลไปหลบหลังเรเน่แล้วเขย่าไหล่เธอด้วยความ
ตื้นตันใจ ก็จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไง ในเมื่อชายหนุ่มหุ่นดีที่ปกติมักใส่
เสื้อคอกลมแต่งตัวบ้านๆ วันนี้กลับอยู่ในชุดสูทสีดำสุดเนี๊ยบ ถึงแม้
สภาพจะสะบักสะบอมแถมแขนขวายังใส่อาร์มสลิงและพันเต็มไป
ด้วยผ้าพันแผล แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความดูดีลดน้อยลงเลย



ขอบคุณรูปประกอบจาก คุณอิสรา


"รอบนี้แต่งตัวเรียบร้อยดีนี่คะ ดูดีทีเดียว" เรเน่เอ่ยชมจริงใจ
"ใช่ค่ะ หล๊อหล่อ" รัตติกาลเอื้อมมือทำท่าจะสัมผัสหนุ่มบอดิการ์ด
แต่ถูกเจ้าของบ้านตีมือเสียก่อน ว่าแล้วตัวเจ้าของบ้านเองก็ใส่สูทและ
ใส่อาร์มสลิงเช่นกัน พอยืนข้างกันแล้วแลดูเหมือนนัดกันแต่งเป็นแฟชั่น
"ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษนี่ ชมกันเกินไป" ชายชุดสูทเกาท้ายทอยแก้เขิน
"ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวจะสาย" เรเน่ก้าวขาออกจากบ้านไปก้าวสองก้าว
"ระวังตัวกันด้วยนะครับ" นรินทร์ออกมายืนเกาะประตูบ้านท่าทีกังวล
"แล้วจะรีบกลับค่ะ" หญิงสาวเขย่งขาจุมพิตบนริมฝีปากเขาแผ่วเบา
ก่อนจะหันหลังก้าวเดินไปยังรถที่จอดรออยู่ รายหันหลังคิดเดินตาม
"คุณไม่จูบลาผมด้วยคนเหรอ?" นรินทร์เอียงคอถามท่าทีขี้เล่น
"ห หยะแหยงเฟ้ย!!" บอดิการ์ดหนุ่มรีบเร่งฝีเท้าตามคนเป็นนายไป

.
.
.

"เธอได้เบาะแสอะไรบ้างหรือเปล่า?" รายเอ่ยถามระหว่างที่รถกำลัง
เคลื่อนตัวไปยังจุดหมาย บรรยากาศในรถตอนนี้แตกต่างจากตอนที่
พวกเขาอยู่ในบ้านสิ้นเชิง มันคือบรรยากาศกดดันแสนตึงเครียด
"ไม่ได้เลย แต่ถ้าใครหวังจะเล่นงานพวกเรา จังหวะที่อยู่ในตึก
ประชุมน่าจะเป็นจังหวะที่ดีที่สุด เพราะว่าในหอประชุมไม่อนุญาต
ให้ใครเข้านอกเสียจากว่าที่ผู้นำกับบอดิการ์ดส่วนตัวของพวกเขา
แล้วเราก็ง่อยกันทั้งคู่" เรเน่ประเมินสถานการณ์โดยคร่าว
"เอาตามตรงมีแขนข้างเดียวให้อุ้มเธอหนียังจะไม่ทันการเลย"
"เน่ไม่ใช่เด็กๆนะราย จะได้ต้องให้อุ้ม" เธอพองแก้มเง้องอน
"เหรอ? เห็นชอบให้นรินทร์อุ้ม ใครจะไปรู้" เขาเอ่ยเสียงเรียบ
"น นั่นมันคนละอย่างกันค่ะ ช่วยซีเรียสหน่อยได้ไหม!!"
ใบหน้าหญิงสาวระเรื่อสีแดงจางๆ

.
.
.

เวลาผ่านไปจนเกือบเที่ยงวัน สุดท้ายรถยนต์ก็มาจอดอยู่หน้า
ตึกหินบรรยากาศเก่าแก่แห่งหนึ่ง มันคือตึกหินสีขาวที่มีจุดเด่น
อยู่ตรงเสาหินอ่อนขนาดใหญ่ที่เรียงกันเป็นทอด แลดูเหมือน
สถานที่ทางกฏหมายมากกว่าสถานที่รวมตัวของครอบครัว
ทั้งสองลงรถและเดินตรงไปยังทางเข้าสุดโอโถงอลังการ
ผู้รักษาความปลอดภัยหน้าประตูก้มหัวทักทายด้วยเคารพ
"ฉันว่าที่ผู้นำอันดับที่ 6 เรเน่ กิลเล็ต แล้วนี่อัศวินประจำ
ตัวของฉัน ราย เกร์ดีน" เรเน่เอ่ยด้วยวาจาวางอำนาจต่าง
จากน้ำเสียงหวานที่เธอมักจะใช้เวลาอยู่บ้าน

"รบกวนปลดอาวุธด้วยครับ" คนเฝ้าประตูกล่าวเสียงเข้ม
รายชักกระบอกปืนจากข้างเข็มขัดมาวางลงบนโต๊ะตรวจตรา
"ท่านหญิงเรเน่ รบกวนปลดอาวุธด้ว.." ยังพูดไม่จบประโยคดี
ผู้รักษาความปลอดภัยก็ถูกกระชากคอเสื้อจนตัวลอยเหนือพื้น
"คิดว่าฉันมันกระจอกจนต้องปล่อยให้นายหญิงของฉันพก
อาวุธเลยรึยังไง อย่าดูถูกกันให้มากนัก!!" รายมองอีกฝ่าย
ด้วยแววตาเดือดดาล ถึงแม้มีมือซ้ายเพียงข้างเดียวแต่ก็
สามารถยกชายกลางคนได้จนตัวลอย เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว
"ขออภัยเป็นอย่างสูงครับท่านเกร์ดีน ได้โปรดปล่อยผม!!"
บอดิการ์ดหนุ่มเหวี่ยงทิ้งร่างในมือลงบนพื้น ก่อนจะตวัด
สายตามองผู้รักษาความปลอดภัยอีกคนที่ยืนสั่นอยู่
"เอ่อ.. เชิญครับ ยินดีต้อนรับสู่การประชุมครับ.."
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาและเจ้านายของเขาจึงเดินผ่าน
ประตูไปเงียบๆ

.
.
.

"อุ๊บส์.. ฮ่าๆๆๆ" เรเน่หัวเราะลั่นทันทีที่เดินเข้ามาในโถงทางเดิน
ขณะนี้พวกเขากำลังเดินอยู่ในโถงยาวสุดสายตา หากไร้ซึ่งใครอื่น
"'คิดว่าฉันกระจอกจนต้องปล่อยให้นายหญิงของฉันพกอาวุธเลย
รึยังไง'
เถื่อนเป็นบ้าเลย ฮ่าๆๆ" แม่สาวกิลเล็ตหัวเราะจนท้องแข็ง
"หยุดดด!! นี่มันน่าอายเป็นบ้า น่าอายที่สุดเลย" รายใช้มือข้างที่
ยังขยับได้ยกขึ้นปิดหู แม้มันจะไม่ช่วยอะไรเลยก็ตามแต่ บัดนี้
หน้าที่มักนิ่งเฉยผลันแดงก่ำจนจะเป็นสีเดียวกับสีผมอยู่มิกลาย
"น่าๆ นานๆทีทำตัวให้สมกับเป็นอัศวินของเน่บ้างก็ดีออกนี่คะ"
"ไม่เอาเฟ้ย น่าอายไปแล้ว!!" รายกระทืบเท้าไม่พอใจ แต่คน
เป็นนายก็เอาแต่หัวเราะชอบใจโดยที่ไม่ได้สนใจกริยาของเขาเลย

"เท่านี้ก็เท่ากับว่าสำเร็จไปหนึ่งขั้นตอนล่ะนะ ทำได้ดีมากค่ะราย"
เรเน่ลดเสียงที่ใช้รวมถึงเปลี่ยนน้ำเสียงจริงจัง เธอยิ้มมุมปาก
พึงพอใจ มือเล็กนาบจับที่กระเป๋ากระโปรงอย่างระมัดระวัง
"ถ้าไม่เอาอะไรเข้ามาเลยจริงๆมีหวังได้หมดลมก่อนกลับออกไปแน่"
"จากนี้ไปอยู่ใกล้ๆฉันเอาไว้นะ" รายเอ่ยแผ่วเบาระวังท่าที
"ทำตัวเท่อีกแล้ว นี่คืออิทธิพลของชุดสูทเหรอ?" เรเน่แซว
สิ่งที่ได้กลับคือสายตาค้อนเคืองบนใบหน้าแดงก่ำ

"อ๊ะ นั่นมันน้องหกนี่นา!!"



TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Wed 24 Jun 2015, 22:50

EP.07

"อ๊ะ นั่นมันน้องหกนี่นา!!" เสียงหนึ่งดังมาจากข้างหลัง ตามาด้วยเสียง
ก้าวเดินของคนสองคน เมื่อหันไปดูจึงพบว่าเป็นหญิงสาวรูปร่างสมส่วน
คนหนึ่ง เธอเกล้าเรือนผมสีน้ำตาลขึ้นมัดหางม้าดูกระฉับกระเฉง ดวงตา
สีมรกตฉายแววยินดี ข้างกายเธอมีชายคนหนึ่งที่มีหน้าตาคับคล้ายราย
"สวัสดีค่ะพี่ห้า" เรเน่หยุดรอหญิงสาวที่กำลังเดินตามเข้ามาทีหลัง
หญิงสาวหางม้าวิ่งเหยาะๆเข้ามากอดคนที่เธอเรียกว่าน้องอย่างคิดถึง
"ไม่ได้เจอกันเป็นปี คิดถึงจัง ว่าแต่เราสร้างเรื่องอีกแล้วเหรอ เห็นพวก
ยามยืนหัวหดกันอยู่" เธอเอ่ยถามด้วยสีหน้าขำขันระหว่างที่มือยังคง
เกาะติดตัวน้อยไม่ยอมปล่อย

"นี่ พอได้แล้ว 'คุณห้า บ้าเห่อ'" เสียงทุ้มดังขึ้นจากชายผู้มากับเธอ
เขางัดตัวหญิงสาวออกห่างจากเรเน่ด้วยท่าทีเอือมระอา ก่อนจะหัน
กลับมาโค้งตัวให้เรเน่อย่างสุภาพ ใบหน้านั้นเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มสุขุม
"ขออภัยที่นายหญิงสร้างความลำบากใจให้นะครับ ท่านก็บ้าเห่อแบบนี้แหละ"
เรเน่โบกมือเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร จากนั้นเขาจึงหันไปสนใจรายที่ยืนอยู่ข้างๆ
"ไงเรา ผูกเนกไทเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อก่อนยังมาให้พี่ผูกให้ทุกรอบเลย"
"ยุ่งน่า!!.." รายกร่นเสียงในลำคอขณะเบี่ยงสายตาหลบอย่างไม่ชอบใจ
"ไม่เอาน่าวิลเฮม ตอนนี้น้องๆของพวกเราไม่ใช่เด็กๆอีกต่อไปแล้วนะ"
ทั้งสองจ้องมองเรเน่และรายด้วยสายตาเอ็นดู เรเน่ยิ้มหวานรับโดยไม่
พูดอะไร ทั้งสี่คนเริ่มก้าวเดินไปตามโถงทางยาวอีกครั้งหนึ่ง

"แต่ก็นึกถึงสมัยก่อนจังเลยน้า พวกเธอสองคนตีกันตลอดเลย ตอนที่
รายรู้ว่านายหญิงเรเน่คือว่าที่อันดับที่ 6 นี่หน้าอย่างเหวอเลย ฮ่าๆๆๆ"
"...." รายไม่ตอบอะไร ส่วนเจ้านายของเขานั้นหัวเราะน้อยๆเป็นคำตอบ
"ริน.." วิลเฮมที่อ่านสถานการณ์ออกว่าคนฟังไม่ชอบใจ รีบยกนิ้วปิดปาก
คนเป็นนายเบาๆ จากนั้นพวกเขาจึงเดินต่อไปเงียบๆโดยไม่ได้พูดอะไรนัก
เรเน่เหลือบสายตามองอีกฝ่ายเป็นระยะ คนหนึ่งคือ ริน กิลเล็ต ว่าที่ผู้นำ-
ตระกูลอันดับที่ 5 เคียงข้างเธอคือ วิลเฮม เกร์ดีน ชายผู้มีเรือนผมสี
น้ำตาลเข้มและบุคลิกที่สุขุมอ่อนนุ่ม เนื่องจากเขาเป็นพี่ชายท้องเดียว
กับรายจึงทำให้ทางเราสนิทกับว่าที่ผู้นำอันดับที่ 5 ไปโดยปริยาย

เมื่อเดินเข้ามาถึงห้องโถงรับรองแขกแล้วว่าที่อันดับ 5 และบอดิการ์ด
ของเธอจึงขอแยกตัวไปคุยกับคนอื่นๆ โถงรับรองแขกแห่งนี้เป็นห้อง
กว้างใหญ่ที่มีโต๊ะยาวคอยเสิร์ฟอาหารหลากหลายอยู่ตลอดเวลา
"พี่ห้าไม่ได้ทักเรื่องแขนพวกเรา พวกเขาคงจะรักษามารยาท"
เรเน่ประเมินสถานการณ์ระหว่างยืนพิงผนังห้องจิบน้ำชาในมือ
"เธอคงไม่ได้สงสัยวิลหรอกนะ ยังไงมันก็เป็นพี่ชายฉันนะ"
"เปล่าหรอกค่ะ ยังไงซะทางเราก็ได้รับความช่วยเหลือจากพี่ห้า
บ่อยครั้ง แบ่งข่าวสารกันอยู่บ่อยๆ ไม่เห็นต้องมาสู้กันเองเลย"
เรเน่เอ่ยน้ำเสียงเอื่อยสบายๆ ถึงเช่นนั้นดวงตาสีมะนาวกลับ
กรอกสายตามองไปทั่วห้องอย่างระแวดระวัง

"ว่ายังไงหนูหก ได้ยินข่าวว่าไปอยู่ไทยมา กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?"
เจ้าของชื่อสะดุ้งรีบหันไปทางต้นเสียง คนที่ทักมาผู้หญิงวัยกลางคน
ในชุดราตรีสุภาพ ถึงอย่างนั้นน้ำเสียงก็ไม่ได้สุภาพเหมือนชุดเสียเท่าไหร่
"สวัสดีค่ะน้าเจ็ด กลับมาพักใหญ่ๆแล้วค่ะ" เรเน่ตอบด้วยรอยยิ้มหวาน
"ต๊าย แล้วนี่ไปทำอะไรมากันละเนี่ย แขนหักกันทั้งคู่เลยเชียว
แต่ก็นะ ถ้าเธอมีอัศวินดีๆเรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นหรอก" ว่าที่คนที่7พูด
"ฮะๆๆ นั่นสินะคะ ว่าแต่อัศวินคุณน้าหายไปไหนซะละคะ ไม่ใช่ว่าคุณ
'ใช้' เขาซะจนเขาไม่อยากอยู่กับคุณแล้วเหรอ?" เรเน่ยักไหล่ยียวน
หญิงสาวว่าที่คนที่ 7 ง้างมือขึ้นด้วยโทสะ หากรายออกมากันตัวเจ้านายไว้
"ถ้าคุณน้ามีเวลาว่างขนาดนั้นก็เอาไปใส่ใจหุ้นที่กำลังจะล้มละลายของคุณ
ดีกว่านะคะ" เรเน่กล่าวเสียงเรียบขณะหันหลังเดินจากไปโดยไม่ใยดี

"ไม่เห็นต้องไปกวนประสาทเขาเลยนี่" รายเอ่ยหลังจากที่เดินออกจาก
ห้องโถงมาแล้ว ตอนนี้จึงเหลือเพียงพวกเขาสองคนอีกครั้งหนึ่ง
"ก็แค่ทดสอบน่ะค่ะ น้าเจ็ดเป็นคนดีแต่พูดและไม่กล้าตัดสินใจจริงจัง
ถึงเขาจะเยาะเย้ยเราเรื่องอาการบาดเจ็บ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เขาพึ่งทราบ
เน่สัมผัสได้จากแววตานั่น" เธออธิบายเสียงเบาให้รับรู้กันเพียงสอง
"ไม่ใช่พี่ห้า.. ไม่ใช่น้าเจ็ด เหลืออีกหกคนที่ต้องตรวจสอบ"
พวกเขามุ่งหน้าตรงไปยังห้องประชุมที่อยู่ลึกเข้าไปในตัวตึก

ภายในห้องประชุมกว้างมีหลังคาสูงและถูกประดับด้วยโคมระย้าระรานตา
ห้องกว้างที่นี้มีเฟอร์นิเจอร์หลักเป็นโต๊ะยาวที่ทำด้วยหินอ่อนเงางาว
โต๊ะตัวนั้นประกอบไปด้วยเก้าอี้พนักสูงทั้งหมดเก้าตัว ด้านข้างฝั่งละสี่
และเก้าอี้อีกตัวหนึ่งที่วางเด่นสง่าอยู่ที่ด้านหัวโต๊ะ บนโต๊ะหน้าเก้าอี้
ทุกตัวมีป้ายชื่อสีทองมีระดับวางตั้งอยู่ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเข้ามา
ในห้องประชุมนี้เป็นคนแรก เรเน่ก้าวขาเชื่องช้าซึมซับบรรยากาศ
เธอค่อยๆเดินผ่านเก้าอี้ทีละตัวจนไปหยุดอยู่หลังเก้าอี้ตัวหนึ่งอัน
มีชื่อของเธอวางกำกับเอาไว้

.
.
.

เวลาผ่านไป เริ่มมีคนอื่นๆทยอยกันเข้ามานั่งภายในห้องประชุม
บางคนก็เอ่ยทักทายกันอย่างเป็นมิตร บางคนก็ทำเป็นไม่สนใจกัน
สุดท้ายเก้าอี้ทั้งแปดตัวก็มีเจ้าของมาจับจอง จะเหลือก็แต่เก้าอี้
หัวโต๊ะเท่านั้นที่ยังว่างอยู่ เหล่าว่าที่ผู้นำต่างพูดคุยจัดแจงหน้าที่
ให้กับอัศวินประจำตัวที่ยืนประจำตำแหน่งอยู่หลังเก้าอี้แต่ละตัว
ผ่านไปสักพักเสียงเปิดประตูบานใหญ่ก็ดังขึ้นต้อนรับว่าที่คนสุดท้าย
"อ๊ะ พี่หนึ่งนี่นา" เรเน่กระซิบพลางตบมือไม่มีเสียงท่าทีแสนดี๊ด๊า
"ฮ่าๆๆ น้องหกนี่ยังชอบพี่หนึ่งเหมือนเดิมเลยนะ" ว่าที่อันดับห้าแซว
"แหม ก็พี่หนึ่งเขาเป็นแบบอย่างที่ดีของพวกเราทุกคนนี่คะ"

คนที่เดินเข้ามาคนสุดท้ายคือชายหนุ่มวัยกลางคนเจ้าของเรือนผม
สีครีมไม่ต่างจากเรเน่ เขาเสยผมขึ้นและจัดทรงเรียบดูเป็นระเบียบ
ดวงตาสีมะนาวกรอกสายตามองผู้คนในห้องด้วยแววตาอบอุ่น
ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทเดินผ่านเก้าอี้ไปทีละตัวโดยมีหญิงสาว
รูปงามในชุดสูทสุภาพเดินตามหลัง เธอดึงเก้าอี้หัวโต๊ะและผายมือ
เชื้อเชิญให้อีกฝ่าย ร่างสูงนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยกริยาภูมิฐานก่อน
มองทุกคนในห้องอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงเหล่าว่าที่ผู้นำตระกูล
หากเขายังส่งยิ้มทักทายให้เหล่าอัศวินที่ยืนอยู่หลังนายเช่นกัน
อยู่ๆบรรยากาศในห้องก็ผลันผ่อนคลายขึ้นราวกับว่าความตึงเครียด
ทั้งหมดถูกชำระล้างด้วยรอยยิ้มของผู้ชายผู้คล้ายมีแสงออร่าสว่าง
รอบตัวคนนั้น

"สวัสดีครับทุกท่าน ยินดีต้อนรับเข้าสู่การประชุมใหญ่ของเราในครั้งนี้
ผมว่าที่ผู้นำอันดับที่ 1 ไรอัน กิลเล็ต จะเป็นคนดำเนินการประชุมนะครับ"
หลายคนเริ่มหยิบสมุดหรือแฟ้มออกมาเตรียมจดรายละเอียดการประชุม
เรเน่มองรอบข้างด้วยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย เธอไม่สามารถขยับมือขวา
ได้จึงไม่สามารถเขียนหนังสือได้ หันไปมองรายที่ยืนอยู่ด้านหลังก็นึกขึ้น
ได้ว่าเขาเองอยู่ในสภาพเดียวกันกับตนไม่มีผิด เธอมองรายอย่างลำบากใจ
"ท่านเรเน่.." เสียงที่สามเรียกความสนใจให้หันมอง มันดังมาจากชายหนุ่ม
หน้าสวยคนหนึ่งที่เดินย่องมายืนอยู่หลังเก้าอี้

"คุณหนูริแอร์เห็นว่าท่านกำลังมีปัญหาเลยส่งผมมาจดเอกสารแทนให้ครับ"
เรเน่ขมวดคิ้วสงสัยก่อนชะเง้อหน้ามองไปยังเก้าอี้ของว่าที่อันดับที่ 9
ที่เก้าอี้ตัวนั้นมีเด็กสาวคนหนึ่งโบกมือน้อยๆกลับมาให้อย่างเป็นมิตร
"อ อ่า.. รบกวนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ" เรเน่พยักหน้าให้รายทีหนึ่ง
จากนั้นเขาจึงไปยืนอยู่หลังเก้าอี้ว่าที่อันดับที่ 9 สลับตำแหน่งยืนกับ
ชายหนุ่มวัยรุ่นที่มายืนตัวตรงเท้าชิดมือจับกระดาษปากกาเตรียม
ปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้านหลังเรเน่ เธอรู้สึกแปลกๆอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร




TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Thu 25 Jun 2015, 03:53, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Thu 25 Jun 2015, 03:48

EP.08

"ขอบคุณมากจริงๆนะคะ ช่วยได้เยอะเลย" เรเน่กล่าวโล่งใจ
ระหว่างเดินอยู่บนโถงทางเดินยาว มุ่งหน้าไปสู่ประตูทางออก
"ไม่เป็นไรค่ะ ช่วยได้หนูก็ดีใจจริงๆค่ะ" เสียงไพเราะนั้นดัง
มาจากเด็กสาวในชุดกระโปรงลำลองตัวสวย เธอมีใบหน้า
อ่อนหวานเยาว์วัยแม้อายุจะก้าวย่าง 18 ปีแล้ว เธอยิ้มหวาน
น่ารักพลางสยายเรือนผมสีทองสว่างที่ปล่อยลอนยาวไปถึง
สะโพก เด็กสาวน่ารักคนนี้กำลังนั่งอยู่บนรถเข็นผู้ป่วยโดย
มีอัศวินประจำตัวของเธอเป็นคนเข็น

"ถ้าไม่ได้น้องเก้าคงแย่แน่ๆเลย ไม่รู้ประชุมอะไรตั้งค่อนวัน"
เรเน่ส่ายหัวติดตลก เธอมองหน้าน้องสาวอย่างเอ็นดู
"ขอบคุณสแตนด์ฟอร์ดเถอะนะคะ เขาเป็นคนช่วยจดให้"
ว่าเช่นนั้นหญิงสาวผงกหัวขอบคุณอัศวินประจำตัวของเด็กสาว
"แล้วมาช่วยพี่แบบนี้เราไม่ลำบากแย่เหรอ นี่เป็นการประชุม
ครั้งแรกของเราด้วยนี่นา พี่หนึ่งงี้อวยใหญ่เชียว" เรเน่หัวเราะ
"ฮะๆๆ ไม่หรอกค่ะ หนูใช้จำเอาน่ะค่ะ" ว่าที่คนใหม่ตอบยิ้มๆ
"อ้อ.. พี่ก็ลืมไปว่ากำลังพูดอยู่กับ'ห้องสมุดแห่งกิลเล็ต'นี่นะ"
"โถ่ พี่หกก็พูดเกินไปแล้วนะคะ~" เด็กสาวหัวเราะไร้เดียงสา

"ขอโทษที่ถามนะคะ แต่เกิดอะไรขึ้นกับแขนพวกพี่ทั้งสองเหรอคะ?"
ทันทีที่คำถามดังขึ้นบรรยากาศก็ผลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย เรเน่มอง
เด็กสาวอย่างครุ่นคิด เธอเอามือกุมแนบกระเป๋ากระโปรงเอาไว้
"ช่วงนี่มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ" คนตอบคือรายที่เดินเงียบๆมาตอดทาง
เขากุมมือเรเน่และดึงออกห่างจากกระเป๋ากระโปรงอย่างแนบเนียน
เรเน่หันมองอัศวินตัวเองด้วยแววตาตั้งคำถาม รายส่ายหน้าเป็นคำตอบ
"อันตรายจังเลยนะคะ.." เด็กสาวเอ่ยเสียงเศร้าระหว่างแตะเฝือกแขนเบาๆ
"ตราบใดที่ผมยังมีชีวิตอยู่ คุณหนูริแอร์ก็ไม่จำเป็นต้องห่วงอะไรหรอกครับ"
ชายผู้เข็นรถอยู่กล่าวด้วยน้ำเสียงกึ่งจริงกึ่งเล่น หากใบหน้านั้นจริงจังชัดเจน
"มีอัศวินที่ดีจังเลยนะคะ" เรเน่กล่าวชม ริแอร์ยิ้มกลับและเอื้อมมือแตะฝ่ามือ
ที่จับราวรถเข็นอยู่ เธอหันมองสแตนด์ฟอร์ดด้วยรอยยิ้มอุ่นใจ

"พี่หกกลับบ้านดีๆด้วยนะคะ" ริแอร์กล่าวระหว่างอยู่บนอ้อมแขนของอัศวิน
เขาอุ้มร่างบางเข้าไปนั่งยังรถคันยาว และนำรถเข็นไปเก็บที่หลังรถ
"เอาไว้ว่างๆพี่จะไปเยี่ยมนะคะ" ดวงตาของเด็กสาวเปล่งประกายขึ้นทันใด
"จริงเหรอคะ ต้องมานะคะ!!" เธอร่าเริงดีใจ ทว่าหลังจากนั้นเพียงชั่วครู่
ดวงตาคู่นั้นก็แสดงอารมณ์กังวล เธอเรียกให้เรเน่เข้าไปใกล้และกระซิบ
อะไรบางอย่าง คนฟังฟังแล้วก็พยักหน้าเข้าใจโดยไม่ได้ตอบอะไร
จากนั้นต่างฝ่ายจึงแยกย้ายจากกันไป

.
.
.

รถสีดำคันสวยกำลังเคลื่อนตัวเพื่อกลับไปยังบ้านของเรเน่ หญิงสาว
ที่เบาะหลังกำลังหลับตาพักสมองจากเรื่องที่ผ่านมาทั้งวัน ส่วนบอดิการ์ด
ที่นั่งอยู่อีกฝั่งนั้นท้าวคางและหันมองไปยังดวงดาวที่อยู่นอกหน้าต่างรถ
"ดูเหมือนว่าเราจะรอดกลับมาได้สินะคะ" เรเน่เอ่ยทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่
"น่าจะรอดเพราะเราตัดสินใจเดินออกมากับว่าที่อันดับที่เก้า และก็เกือบ
ไม่รอดเพราะเธอทำท่าจะชักมีดขึ้นมาฉะกับสแตนด์ฟอร์ด" รายส่ายหน้า
"โอ้โห นอกจากเรื่องที่เขาหล่อกว่ารายแล้วยังมีดีอย่างอื่นอีกหรือคะนี่!!"
บอดิการ์ดหนุ่มหันไปหรี่สายตาคาดเคืองให้เจ้านายทีหนึ่งก่อนเอ่ย
"เห็นอายุน้อยๆแบบนั้นแต่สแตนด์ฟอร์ดเป็นเกร์ดีนระดับสูงมากเลยนะ
เขาเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ในด้านศิลปะการต่อสู้ทุกชนิด"
"อะไรกัน นี่รายป๊อดแล้วหรือคะ?" เธอหยอกล้อน้ำเสียงเรียบ
"ก็ฉันมีแขนข้างเดียวนี่ จะไปสู้อะไร ปกป้องอะไรใครได้ล่ะ.."
เสียงที่เอ่ยออกมานั้นฟังดูติดน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ

"หืม?.." หญิงสาวสัมผัสอารมณ์ในน้ำเสียงได้จึงลืมตาขึ้นมองข้างหนึ่ง
"รายรู้อะไรมั้ย.. ตอนที่สแตนด์ฟอร์ดมาช่วยงานเรา ตอนที่เขายืนอยู่
ข้างหลังเน่ เขาตั้งใจทำหน้าที่มาก แต่ถึงอย่างนั้นเน่ก็กลับรู้สึกแปลกๆ
ไม่สบายใจอย่างประหลาด แล้วก็ไม่ค่อยมีสมาธิกับการประชุมเท่าไหร่
เน่มองไปทางรายที่ยืนอยู่ข้างหลังริแอร์แล้วก็รู้สึกแปลกตา สมองก็คิดว่า
'เขาไปยืนทำอะไรตรงนั้นนะ?' 'นั่นไม่ใช่ที่ของเขาสักหน่อย'"
หญิงสาวปรือตาขึ้นเชื่องช้า เธอมองต่ำอยู่เพียงที่หน้าตักของตัวเอง

"สำหรับเน่แล้ว.. คนที่อยากให้ยืนข้างหลัง ก็มีเพียงรายเท่านั้นแหละค่ะ"

"...." ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างมองหญิงสาวผู้เป็นนาย เรือนผมสีครีม
นั้นสะท้อนกับแสงจันทร์ทำให้เธอดูเหมือนส่องประกาย มันเหมือนกับ
ภาพเบื้องหน้ากลายเป็นภาพนิ่ง หยุดอยู่เพียงที่รอยยิ้มหวานนั้น
"เป็นอะไรไปคะ หน้าแดงเชียว ไม่สบายรึเปล่า?" เสียงใสเอ่ยถาม
"ม ไม่เป็นไร!! อะไรกันเล่า อยู่ๆก็พูดดี อิทธิพลของเสื้อสูทรึไง!!"
"ไม่สิ ฉันว่าที่เธอไม่สบายใจเพราะเธอระแวงคนในที่ประชุม เธอคง
จะระแวงว่าสแตนด์ฟอร์ดจะยกมีดขึ้นมาจวกเธอตอนไหนต่างหาก"
"เอ้า!! อะไรของรายเนี่ย นี่เน่อุส่าห์สละน้ำลายพูดดีด้วยนะคะเนี่ย!!"
"ไม่ได้ขอสักหน่อย!!" ทั้งคู่แลบลิ้นปลิ้นตาใส่กันก่อนจะสะบัดหน้า
หนีกันไปคนละฝั่ง กระจกรถสะท้อนใบหน้าแฝงรอยยิ้มของทั้งสอง

.
.
.

เนื่องจากอาณาเขตกิลเล็ตนั้นขึ้นชื่อในเรื่องความกว้าง กว่าจะกลับ
มาถึงบ้านดวงจันทร์ก็ขึ้นไปเด่นหราอยู่กลางท้องฟ้าแล้ว พวกเขา
ค่อยๆแง้มประตูเข้าบ้านเพราะไม่อยากรบกวนผู้คนภายในบ้าน
ทว่าสิ่งแรกที่เห็นเมื่อเปิดประตูเข้าไปกลับเป็นรัตติกาลที่ยืนตาโตอยู่
"ยินดีต้อนรับกลับค่ะ อยู่ครบดีนะคะ?" เธอถามพร้อมกล่องปฐม-
พยาบาลในมือ เจ้าบ้านมองเจ้ากล่องนั่นขณะเผยรอยยิ้มแห้งๆ
"นี่ไม่ค่อยแช่งกันเลยนะคะ" เรเน่พูดพลางถอดรองเท้าเข้าบ้าน
"ไม่ได้แช๊งไม่ได้แช่งค่ะ เค้าเรียกว่าเป็นห่วง แล้วคุณรายสบายดีนะคะ?"
เลขาสาวพูดไปสัมผัสกับเรียวแขนยาวของชายหนุ่มไปพร้อมกัน
รายรีบพยักหน้าหงึกๆเพราะไม่รู้จะต่อกรด้วยอย่างไรดี

"แล้วนรินทร์ละคะ?" สิ่งแรกที่เธอถามถึงคืออีกหนึ่งสมาชิกในบ้าน
"ผอ.ดูกังวลมากดิฉันเลยให้ทานยานอนหลับชนิดอ่อนไปค่ะ
กลัวว่าแกจะเครียดจนอาการกำเริบ" รัตติกาลอธิบายตามจริง
เรเน่ยกมือโอเคเป็นการรับรู้ระหว่างเดินไปนั่งที่โซฟาห้องนั่งเล่น
จากนั้นไม่นานบอดิการ์ดหนุ่มก็เดินตามมาพร้อมกับกระดาษเอกสาร
"ไหนบอกเขียนมือซ้ายกันไม่ได้ไงคะ ลายมือสวยนิ้งมาเชียว?"
"มีคนมาช่วยพวกเราเขียนน่ะ เป็นบอดิการ์ดหล่อๆของคนอื่นเขา"
"ห๊ะ อะไรนะคะ ยังมีบอดิการ์ดหล่อๆคนอื่นนอกจากคุณรายอีกเหรอ!!"
ดวงตาของแม่สาวเลขาวิ้งวับเป็นประกายจนเรเน่อดไม่ได้ที่จะเอา
เอกสารตีศีรษะเธอเบาๆด้วยความหมั่นไส้

"แฮะๆๆ แล้วเป็นไงบ้างคะ? ได้ความอะไรกลับมากันบ้างไหม"
เรเน่ส่ายหน้าและหยิบเอกสารในมือขึ้นกรอกสายตามอง
"ไม่ได้เลยค่ะ พอรู้ว่าใครบ้างที่ไม่ได้ทำ แต่ยังหาคนทำไม่ได้"
"น้องเก้าบอกมาก่อนจากกันว่าอาแปดไม่ได้ทำแน่นอน เพราะ
เขากำลังจะถอนตัวออกจากตำแหน่ง" หญิงสาวกิลเล็ตเอ่ย
โดยยังให้ความสนใจอยู่แค่กับกระดาษในมือ เห็นเช่นนั้น
อีกสองคนจึงปล่อยให้เธอได้ใช้สมาธิ บรรยากาศในห้อง
หลงเหลือเพียงเสียงเปลี่ยนหน้ากระดาษครั้งแล้วครั้งเล่า

"อ๊ะ.. ดูเหมือนเราจะได้ข้อมูลที่ไม่มีในเนื้อหาการประชุม
มาด้วยแฮะ" ดวงตาสีมะนาวฉายแววพึงพอใจ รอยยิ้ม
เผยขึ้นที่มุมปากเรียวบาง




TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Thu 25 Jun 2015, 21:36

EP.09

"รัตติกาล สนใจออกไปข้างนอกด้วยกันไหมคะ?" เรเน่ถาม
หญิงสาวผมดำที่ตอนนี้กำลังนอนกลิ้งเกลือกอยู่ในสวนหลังบ้าน
"ไม่เอาอะค่ะ ให้ดิฉันหยุดซัมเมอร์กับเขาบ้างเถอะ ตั้งแต่โรง-
เรียนปิดดิฉันก็ยังไม่ได้พักเลยนะคะ" เธอหันหน้าหนีเสียงหน่ายๆ
"ฉันจะไปหาคนๆนึง เขาเป็นผู้ชายที่ดูดีที่สุดในสายตาฉัน.."
พูดยังไม่ทันจบประโยคดีรัตติกาลก็เด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้นอน
และสาวเท้าเข้าบ้านเร็วไว คงจะไปเตรียมของออกจากบ้านละมัง
เรเน่ส่ายหน้ายิ้มๆก่อนจะเดินตามกลับเข้าไป

.
.
.

"หืม? คุณรัตมาด้วยเหรอ" รายผู้นั่งอยู่บนรถอยู่ก่อนชโงกหัว
มองรัตติกาลที่กำลังจะขึ้นรถ หญิงสาวพยักหน้าทักทายเป็นมิตร
"มีบางอย่างอยากให้รัตติกาลช่วยตรวจสอบน่ะค่ะ" เรเน่อธิบาย
"แล้วนี่เราจะไปไหนกันเหรอคะ?" เลขาสาวถามใคร่รู้
"หึ เดี๋ยวก็รู้ค่ะ" ผู้เป็นนายเผยรอยยิ้มแสนภาคภูมิใจบนใบหน้า

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง รถสีดำคันสวยได้แล่นเข้ามาใน
อาณาเขตสวนสีเขียวที่เต็มไปด้วยเหล่าต้นไม้ที่ถูกจัดแต่ง
อย่างพิถีพิถัน รัตติกาลจ้องมองความงามของสวนกว้างก่อน
จะมองไปยังคฤหาสน์สีขาวหลังใหญ่ที่อยู่สุดสายตาออกไป
"ที่นี่ที่ไหนเหรอคะ?" คนที่มักง่วงตอนบัดนี้กลับตื่นเต็มประดา
"บ้านของว่าที่ผู้นำอันดับที่ 1 ค่ะ" เรเน่ยืดอกนำเสนอ
"ว้าว นี่ไม่ได้เรียกว่าบ้านแต่เรียกว่าคฤหาสน์แล้วนะคะเนี่ย"
ความกว้างของอาณาเขตสวนแห่งนี้ทำเอาสวนแอปเปิ้ล
หลังบ้านที่รัตติกาลชอบนอนเล่นดูเป็นสนามเด็กเล่นไปเลย
รถสีดำจอดตัวลงที่ด้านหน้าคฤหาสน์สีขาวหลังใหญ่

"ไม่ทราบว่าใช่ท่านว่าที่อันดับที่ 6 หรือเปล่าครับ?"
ชายในชุดเครื่องแบบสีขาวเปิดประตูรถก่อนเอ่ยถามสุภาพ
"ค่ะ ฉัน เรเน่ ว่าที่อันดับที่ 6 มากับอัศวินแล้วก็เลขาส่วนตัวค่ะ"
"ถ้าเช่นนั้นก็ยินดีต้อนรับครับ คุณชายกำลังรออยู่เลย"
เขาผายมือเชื้อเชิญแขกอย่างนอบน้อม ทันทีที่เดินเข้าไป
ในตัวคฤหาสน์ก็พบกับเหล่าผู้คนในชุดเครื่องแบบสีขาว
กำลังยืนเรียงแถวต้อนรับอย่างเป็นระเบียบ พนักงานชาย
หญิงเหล่านั้นล้วนมีเรือนผมสีทองและใส่เครื่องแบบเหมือน
กันหมดราวกับเป็นหุ่นยนต์ที่ผลิตออกมาพร้อมๆกัน

ชายในชุดสีขาวนำพวกเขาเดินตามทางระเบียงไปเรื่อยๆ
"คนในเครื่องแบบสีขาวในอาคารสีขาว อย่างกับโรงพยาบาล
เลยแฮะ" รัตติกาลเอ่ยระหว่างกรอกสายตามองรอบข้าง
พวกเขาถูกนำมายังห้องโถงรับรองแขกขนาดใหญ่ที่ถูก
ประดับประดาไปด้วยกระถางต้นไม้รอบบริเวณ เฟอร์นิเจอร์
สีขาวทำให้ทุกอย่างดูสบายตา ภายในห้องนั้นมีผู้ชายคน
หนึ่งนั่งไขว้ห้างเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใส
"พี่หนึ่ง!!" เรเน่ร้องเรียกเสียงใสก่อนวิ่งนำออกไป

"อ๊ะ.." ชายในห้องลุกขึ้นยืนก่อนส่งยิ้มให้แขกผู้มาเยือน
เรเน่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาและยื่นมือหวังทักทาย
"สวัสดีค่ะพี่หนึ่ง" ชายผู้นั้นจับมือตอบ ดวงตาเบิกขึ้นเล็กน้อย
"อ๊ะ น้องหก!! พี่ดีใจจังเลยที่น้องมาหา" เขาฉีกยิ้มดีใจ
หญิงสาวยิ้มเคลิ้มตามด้วยสีหน้าแสนสุข เพราะคนตรงหน้า
คือคนที่เธอนับถือมาตั้งแต่เด็ก เปรียบเสมือนไอดอลของเรเน่
รัตติกาลกับรายเดินตามเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเกรงใจ

"นั่นรายนะคะ อัศวินของหนู ส่วนข้างๆคือรัตติกาล เลขาส่วนตัวค่ะ"
"คนของเรเน่ก็เหมือนคนของผม ทำตัวตามสบายเลยนะครับ"
เจ้าบ้านยิ้มสุภาพก่อนก้าวเท้าเข้าหาแขกหวังทักทาย ทว่าก่อน
ที่เขาจะยกมือให้รายกลับถอยตัวออกห่างเล็กน้อย บอดิการ์ดหนุ่ม
เพียงก้มตัวลงโน้มเคารพ เมื่อเห็นเช่นนั้นเขาจึงยื่นมือให้รัตติกาลแทน
"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" เลขาสาวจับมือทักทาย เธอมองชายเบื้องหน้าตาไม่
กระพริบ เขาคือชายวัยกลางคนในชุดเสื้อเชิ๊ตสีขาวและสวมเสื้อกั๊ก
สีครีมสว่าง สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากคนในบ้านคือเนกไทสีชมพู
หวานชวนแปลกตา ชายผู้นี้มีผมสีครีมและดวงตาสีเขียวมะนาว
เหมือนกับนายของเธอไม่มีผิด ยิ่งยืนเคียงข้างกันยิ่งเหมือนแฝด
ต่างวัยที่พลัดพราดกันมานาน

"ผม ไรอัน กิลเล็ต ยินดีที่ได้รู้จักครับ" ไรอันบีบมือหญิงสาว
ระหว่างส่งยิ้มหวานใจดี และแน่นอนว่ามันเป็นรอยยิ้มพิมพ์
เดียวกับเรเน่ไม่มีผิด เพียงแต่ว่ารอยยิ้มนั้นเจิดจ้ายิ่งเสียกว่า
เลขาสาวผู้รู้สึกตึงเกร็งบัดนี้กลับผ่อนคลายขึ้นกะทันหัน
เหมือนกับว่าได้รอยยิ้มนั้นเป็นตัวเยียวยาให้ร่มใจ
เจ้าบ้านเชื้อเชิญแขกให้นั่งลงบนโซฟาตัวนุ่มก่อนที่เขา
จะเริ่มรินน้ำชาให้แขกด้วยตนเอง กลิ่นหอมของชาชั้นดี
ที่คลุ้มเคล้ากับสายลมอ่อนๆสร้างบรรยากาศชวนเคลิ้มฝัน



"น้องหกมาหาพี่ถึงที่นี่ มีอะไรให้ช่วยหรือคะ?" ไรอันเอ่ยถาม
"อย่างที่พี่เห็นว่าหนูและบอดิการ์ดของหนูได้รับบาดเจ็บ
หนูเชื่อว่าใครสักคนในว่าที่ผู้นำกำลังไม่ประสงค์ดีกับพวกเรา"
เขาเป็นคนแรกในเหล่าว่าที่ที่เรเน่เล่าเหตุการณ์ให้ฟังโดย
ไม่ปิดบังใดๆ เจ้าบ้านมองเฝือกแขนที่แขนขวาของทั้งสอง
"ซึ่งเธอแน่ใจว่าคนๆนั้นไม่ใช่พี่?" เขาถามด้วยรอยยิ้มบางๆ
"พี่หนึ่งที่น้องรู้จักไม่ใช่คนเล่นสกปรก นอกเสียจากตัวพี่
ในตอนนี้จะทิ้งสัจจะไปเสียแล้ว" เรเน่ตอบน้ำเสียงจริงจัง
'เป๊าะ' เจ้าของบ้านดีดหน้าผากคนเป็นน้องเบาๆ เรเน่
ตกใจรีบเอามือกุมหัวเอาไว้ คิ้วบนหน้าผูกกันเสียเป็นปม
"ปากร้ายนะเรา" ไรอันหัวเราะพลางขยี้เรือนผมสีครีมของ
น้องสาวด้วยท่าทางแสนเอ็นดู

"พี่หนึ่งรู้จักเหล่าว่าที่ผู้นำทุกคนดีกว่าใคร น้องจึงคิดว่า
พี่คงจะมีข้อมูลอะไรดีๆ" เรเน่กล่าวครุ่นคิด ชายเจ้าบ้าน
บอกให้เธอลองเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟัง เมื่อนั้น
หญิงสาวจึงเริ่มอธิบายและถกเถียงความเป็นไปได้กัน
จนน้ำชาหมดไปแล้วถ้วยแล้วถ้วยเล่า รัตติกาลที่นั่งฟัง
อยู่ก็ช่วยแย้งจุดผิดพลาดและคอยเสริมสิ่งที่พวกเขาลืมไป
ไรอันขมวดคิ้วคิดหนักก่อนจะวางแก้มน้ำชาลงบนโต๊ะ

"พี่ว่าเรายังเก็บเบาะแสได้ไม่ครบ มันขาดอะไรบางอย่างไป.."





TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Sat 27 Jun 2015, 15:44, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Thu 25 Jun 2015, 23:09

EP.10

"พี่ว่าเรายังเก็บเบาะแสได้ไม่ครบ มันขาดอะไรบางอย่างไป.."
"ฮึ่มม อะไรกันนะ จะบอกว่าหนูมองข้ามอะไรสักอย่างไปเหรอคะ?"
"ใช่ เรื่องที่เล่ามันยังประติดประต่อกันได้ไม่ครบ เพราะเป็นหนัง
ที่ขาดตอนเลยไม่สามารถสรุปตอนจบได้" ไรอันเปรียบเปรย
'พรึบ' อยู่ๆรายก็ลุกขึ้นยืนเรียกสายตาทุกคนให้จ้องมอง
เรเน่ยักคิ้วถามเป็นเชิงว่า 'จะทำอะไร?'

"ห้องน้ำ.." เขาพูดเบาๆก่อนหันหลังทำท่าจะเดินออกจาห้อง
"ให้ผมเรียกคนมานำทางไหม?" เจ้าบ้านถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่ต้อง" รายตอบเสียงแข็งขณะก้าวขาเดินออกไปเงียบๆ
ไรอันหน้าเสียเล็กน้อย เรเน่รีบกล่าวขอโทษว่าบอดิการ์ดของตน
คงจะอยากเข้าห้องน้ำมากเสียจนทนไม่ไหว จึงได้รีบร้อนแบบนั้น

"งั้นพวกเราเองก็พักกันหน่อยดีไหมครับ ประชุมกันมาเป็นชั่วโมงแล้ว"
"ก็ดีนะคะ.. ว่าแต่พี่หนึ่งคะ เจ้าลีโอยังอยู่หรือเปล่าเหรอ?"
"อยู่สิ แต่พี่ไม่มั่นใจนะครับว่ามันจะยังจำเราได้ไหม ระวังด้วยแล้วกัน"
"ค่ะ!! งั้นหนูขอพารัตติกาลไปเล่นกับเจ้าลีโอสักหน่อยนะคะ"
เรเน่ตอบเสียงใสพลางจับข้อมือรัตติกาลพาเธอวิ่งไปนอกห้อง
ไรอันยิ้มหวานโบกมือน้อยๆส่งทั้งสองสาว

.
.
.

"อืมม ถ้าเราเก็บเบาะแสไม่ครบก็ให้พี่หนึ่งช่วยไม่ได้ พี่หนึ่งบอกว่า
ช่วงนี้ทุกคนก็ยุ่งกับงานของตัวเอง แต่นี่เป็นเกมส์การเมืองและการ
แข่งขัน เพราะฉะนั้นทุกคนในว่าที่ผู้นำจึงมีเหตุจูงใจเท่าๆกันหมด"
เรเน่เดินคิดระหว่างสาวท้าวบนระเบียงทางเดิน เธอเดินพูดสิ่งที่
กำลังประมวลผลให้รัตติกาลฟังเรื่อยๆจนเดินมาถึงห้องๆหนึ่ง
ทันทีที่เปิดประตูห้องออกก็ได้กลิ่นของฝางหญ้าและเนื้อสัตว์
"นี่มัน.." รัตติกาลเบิกตามองเสาลูกกรงที่กั้นเธอไว้จากอีกฝ่าย
"ลีโอค่ะ สัตว์เลี้ยงของพี่หนึ่ง" เรเน่เดินเข้าใกล้กรงอย่างระมัด-
ระวัง อีกฝั่งของกรงนั้นมี 'สิงโต' ตัวใหญ่ตัวหนึ่งกำลังนอนอยู่

"คิดยังไงกับพี่หนึ่งบ้างคะ? ไอดอลของเน่เลยนะนั่น" หญิงสาว
แสดงท่าทีเขอะเขิน เธอค่อยๆเข้าใกล้เจ้าลีโอทีน้อย เสียงฝีเท้า
นั้นดังพอที่จะทำให้เจ้าสิงโตลืมตาตื่น มันหันมองด้วยแววตาไม่
เป็นมิตร เห็นเช่นนั้นเรเน่จึงหยุดเดินและนั่งยองๆมองเจ้าขนปุย
"คุณไรอันไม่สบาย ถูกหรือเปล่าคะ?" โดยปกติแล้วเลขาสาว
มักจะกรี๊ดกร๊าดเวลาที่ได้เห็นชายหนุ่มรูปงาม ซึ่งเธอก็ไม่ได้
ปฏิเสธว่าไรอันนั้นเป็นเป็นชายที่ดูดีราวกับเจ้าชายแสนอบอุ่น
ถึงอย่างนั้นสัญชาตญาณกลับดึงความสนใจไปที่อย่างอื่น

"สมแล้วที่เป็นจิตแพทย์ที่ฉันยอมรับ" เรเน่เอ่ยชมจริงใจ
"ดิฉันไม่แน่ใจว่าอะไร.. แต่น่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับความจำ
เพราะเขาจำคุณไม่ได้ก่อนที่จะเชคเฮนกับคุณ หรือไม่
พวกคุณก็แค่ไม่ได้พบกันนานจนจำกันไม่ได้?"
"ไม่หรอกค่ะ ถูกแล้วล่ะ พี่หนึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับความจำ
อันที่จริงเขามีความจำที่ดีมาก จำรายละเอียดต่างๆได้ดี
จนน่ากลัว แต่เขาก็ลืมเรื่องต่างๆได้อย่างน่ากลัวเช่นกัน
โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับผู้คน" ดวงตาสีมะนาวฉายแวว
โศกเศร้าทั้งๆที่ยังมีรอยยิ้มบางติดอยู่บนใบหน้า

"พี่หนึ่งลืมผู้คนไวมาก แต่เขาสามารถกู้ความทรงจำกลับมา
ได้ด้วยการ 'สัมผัส' ยิ่งสัมผัสนานก็จะยิ่งจำได้มากขึ้นเรื่อยๆ"
"นั่นคือสาเหตที่ฉันเดินเข้าไปจับมือเขาเป็นอย่างแรกก่อนที่
จะทำอย่างอื่น" เรเน่อธิบายให้จิตแพทย์สาวฟังอย่างละเอียด
"มิน่าเขาถึงได้จับมือดิฉันนานกว่าปกติ" เลขาลูบคางคิดตาม
"เขาคงอยากจะแน่ใจว่าไม่เคยเจอคุณมาก่อนจริงๆน่ะค่ะ
เขาคงไม่อยากให้คนอื่นทุกข์ทรมานที่ถูกลืม.." เสียงนั้นฟังดู
อัดแน่นไปด้วยความอึดอัดกังวลใจ เธอหันมองเจ้าลีโอโดย
ไม่หันกลับหาเพื่อนร่วมห้องเลยแม้แต่น้อย

"พวกคุณสนิทกับเขามากหรือคะ? ดูเหมือนคุณรายรู้จักสถานที่
แห่งนี้ดี ดิฉันสังเกตตั้งแต่ต้นแล้วว่าเขาไม่ได้มองคนนำทาง
เมื่อครู่ก็ลุกไปห้องน้ำเองทั้งๆที่คฤหาสน์นี่ช่างกว้างขวางนัก"
เรเน่เงียบไป เธอขยับเข้าใกล้ลีโอที่หลับไปแล้วก่อนลูบขนของมัน
"รายเขาก็เหมือนเจ้าลีโอนี่แหละค่ะ.. เขาอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็ก
เป็นเด็กในการเลี้ยงดูของพี่หนึ่ง แต่แล้ววันหนึ่งพี่หนึ่งก็ 'ลืม' เขา.."
"สังเกตไหมคะว่ารายน่ะมารยาทดีมาก? มากเกินกว่าบุคลิกเถื่อนๆ
ของเขา นั่นเป็นเพราะเขาได้รับการสั่งสอนจากว่าที่ผู้นำอันดับหนึ่ง
ตอนนั้นรายเสียใจมากที่ถูกลืม ก็เลยวิ่งหนีจากคฤหาสน์แห่งนี้ไป"

"แต่ถึงอย่างนั้นรายก็รักพี่หนึ่งมาก.. รักมากจริงๆ"

"ที่พารัตติกาลมาหาลีโอก็เพราะอยากให้เขาสองคนด้วยกันได้
อยู่ด้วยกันสักหน่อยน่ะค่ะ อยากให้รายเขาได้มีความสุขบ้าง"
"แล้วทำไมคุณรายถึงไม่ยอมให้คุณไรอันสัมผัสละคะ แค่นั้นก็จบแล้ว?"
"รายเขามีเป้าหมายอยู่น่ะค่ะ.. อย่างที่เห็นว่าพี่หนึ่งไม่ค่อยสบาย
แล้วเขาก็แบกรับชื่อของ 'ว่าที่ผู้นำอันดับที่ 1' มาตั้งแต่เกิด
เขาต้องเป็นคนที่สมบูรณ์พร้อมเสมอเพื่อเป็นแบบอย่างของตระกูล
รายคิดว่าพี่หนึ่งคงจะเหนื่อยมากแล้ว คิดว่าจิตใจพี่หนึ่งต้องรับไม่ไหว"

"เพราะฉะนั้นรายจึงเกื้อหนุนฉันให้เป็นผู้นำตระกูลคนถัดไป
เพื่อที่จะปลดปล่อยพี่หนึ่งออกจากพันธนาการทั้งหมด..."


เรเน่นิ่งเงียบไม่พูดอะไรต่อ สิ่งที่เธอพูดออกมาคือการจริงๆแล้ว
รายไม่ได้สนใจอะไรในตัวเธอและเพียงแค่ช่วยเหลือเพื่อทำให้
เป้าหมายของตัวเองสำเร็จเท่านั้น รัตติกาลที่ยืนฟังเงียบๆอยู่นาน
ค่อยๆเดินเข้ามาตบหลังเจ้านายดังป๊าบ เรเน่สะดุ้งโหยง
แม้แต่เจ้าลีโอเองก็ยังสะดุ้งตื่นขึ้นมาคำรามเสียงดัง
"คุณกำลังน้ำตาซึมอยู่นะคะ แล้วคุณก็กำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่ด้วย
เดี๋ยวดิฉันก็ปั๊ดเพิ่มยาสลายมโนให้ซะหรอกค่ะ" รัตติกาลบ่น

"คนเราถ้าไม่ห่วงใยกัน เค้าไม่มาคอยอยู่ด้วยตลอดหรอก"




TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Fri 26 Jun 2015, 03:44

EP.11

"หายไปนานเลย พี่นึกว่าเราโดนเจ้าลีโอกินไปแล้วซะอีก"
ประตูห้องเปิดขึ้นก่อนปรากฏร่างของเจ้าบ้านที่กำลังหัวเราะชอบใจ
ด้านหลังของเขาคือชายหนุ่มผมชมพูที่ยังคงหน้าตานิ่งเรียบเช่นปกติ
ไรอันเดินตรงไปยังประตูกรงและปลดล็อคประตูอย่างง่ายดาย
เขาย่างกายเข้าไปในกรงโดยไม่เกรงกลัวต่อสัตว์ป่าเลยแม้แต่น้อย
"ลีโอ ไม่ยอมกินข้าวอีกแล้วนะ มานี่เร็ว" ไรอันเดาะลิ้นเรียกสิงโต
ราวกับกำลังร้องเรียกแมวตัวน้อย จากนั้นจึงหยิบเนื้อสดๆจากกล่อง
อาหารมายื่นให้ เจ้าสิงโตขนปุยค่อยๆเดินเข้าใกล้อาหาร มันดมๆ
กลิ่นเนื้อบนมือเขาก่อนจัดการงับเนื้อชิ้นโตเข้าปาก

"ลีโอเนี่ย ขี้อ้อนจริงๆเลยน้า~ ไม่ป้อนให้ก็ไม่ยอมกิน ฮะๆๆๆ"
'มองยังไงว่าขี้อ้อนเนี่ย!!' คนมองล้วนคิดในใจเป็นเสียงเดียวกัน
เจ้าบ้านลูบขนเล่นกับสัตว์เลี้ยงอยู่สักพัก จากนั้นจึงกลับมาหาคนที่ยืนรออยู่
"งั้นพวกเราไปทานของว่างกันต่อดีมั้ย?" ไรอันถามเชื้อเชิญในสภาพที่มี
เลือดเปรอะเปื้อนตามแขนเสื้อและมือทั้งสองข้าง เขายิ้มหวานเช่นเคย
ทว่ารอยยิ้มในคราบเลือดนั้นกลับสร้างบรรยากาศชวนฝัน(ร้าย)เสียมากกว่า
"อย่ายิ้มในสภาพชวนสยองแบบนี้สิคะ!!" เรเน่โวยวายก่อนรีบดันให้คน
เป็นพี่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย

"ดูเหมือนจะมีมุมเป๋อๆอยู่เหมือนกันนะคะเนี่ย" รัตติกาลแอบหัวเราะ
"มันก็เป็นแบบนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว" รายส่ายหน้าหน่ายใจ
"รายอยากอยู่ต่อไหมคะ? เน่เสร็จธุระของเน่แล้ว" เธอมองหน้าคู่สนทนา
"เราต้องไปที่ไหนอีกหรือเปล่า?" เรเน่ส่ายหน้าปฏิเสธเป็นคำตอบ
รายครุ่นคิด ท่าทีของเขาดูไม่มั่นใจและแนบนิ่งเช่นปกติ
"ถ้าอย่างนั้น... เธออยู่เป็นเพื่อนฉัน..ดื่มชากับไรอันก่อนได้ไหม?"
คนเป็นนายยกมือขึ้นปิดรอยยิ้มที่มุมปากก่อนจะเอื้อนคำตอบเสียงใส

"ได้สิคะ"

.
.
.

"ขอบคุณมากที่มาเยี่ยมเยียนกันนะ ถ้าน้องไม่ถือสาเรื่องทีพี่สนุก
แม้น้องจะกำลังมีปัญหา พี่ก็อยากบอกว่าวันนี้สนุกมากเลยนะคะ"
"หนูก็สนุกค่ะพี่หนึ่ง เราไม่ได้นั่งคุยเล่นกันแบบนี้เป็นปีแล้วมังคะ"
เรเน่ฉีกยิ้มระหว่างที่กุมมือคนเป็นพี่ไว้แน่น ใจหวังให้เขาจดจำ
ช่วงเวลานี้ไว้ให้นานที่สุด ไรอันคลี่ยิ้มอ่อนโยนตอบกลับ
"น้องชอบชาที่เราดื่มกันเมื่อเช้าไหมคะ?" เจ้าบ้านถามเสียงนุ่ม
เรเน่พยักหน้ารับ อันที่จริงพี่หนึ่งที่รักให้ทานอะไรก็ชอบทั้งนั้น
"งั้นพี่แบ่งให้เราไปดื่มนะ มันเป็นชาดำจากสวนไร่ของพี่เอง"
เธอรับซองกระดาษสีน้ำเงินเข้มที่ผูกโบว์สีทองมาไว้ในมือ
หญิงสาวก้มศีรษะขอบคุณด้วยกริยาน้อบน้อมแล้วจึงหันหลัง
หวังเดินไปขึ้นรถ

"ดื่มคู่กับ 'ขนมปัง' อร่อยนะ..."

เรเน่หันกลับมาหวังตอบ ทว่าเขากลับอันตธานหายไปเสียแล้ว..

.
.
.

พวกเขากลับมาที่บ้านอีกครั้งด้วยดวงใจห่อเหี่ยวที่ไม่ได้อะไรมากนัก
"นี่พวกเราต้องเริ่มกันใหม่แต่ต้นเลยเหรอ ไม่เห็นฝั่งนั้นทำอะไรเพิ่มเลย
หรือว่าพวกมันแค่อยากให้เราไปประชุมใหญ่ในสภาพไม่สมประกอบ
ให้ว่าที่ผู้นำคนอื่นเขาหัวเราะเยาะเล่นกันเฉยๆ?" เรเน่พยายามนึก
"มันจะไม่ลงทุนเกินไปหน่อยเหรอ?" รายทิ้งตัวลงนั่งถ่างขาบนโซฟา
เขาปลดผมเนกไทรูดลงตามประสาคนไม่ชอบแต่งตัวเป็นระเบียบ
"เรามาทบทวนเรื่องกันใหม่แต่ต้นดีไหมคะ ในเมื่อคุณชายหนึ่ง
บอกว่าเรายังเก็บชิ้นส่วนเบาะแสได้ไม่ครบ" รัตติกาลเสนอแนะ

"อ๊ะ กลับกันมาแล้วเหรอครับ" นรินทร์ที่ได้ยินเสียงพูดคุยจาก
ชั้นล่างจึงโผล่หน้ามาดูจากระเบียง เสียงนั้นเอ่ยด้วยความดีใจ
"นรินทร์ ลงมาหาเน่ไหมคะ เน่ได้ชาดีมาฝากด้วยนะคะ?"
"ไปครับไป" ชายหนุ่มเกาะราวบันไดและก้าวขาเชื่องช้า
ค่อยๆลงบันไดทีละขั้น ถึงจะดูุงุ่นง่านแต่อย่างน้อยเขาก็
คุ้นชินกับบ้านหลังนี้โดยไม่ต้องใช้ไม้เท้าขาวอีกต่อไป
"ได้ความว่ายังไงบ้างเหรอครับ?" นรินทร์กล่าวระหว่าง
ควานหาโซฟากลางห้อง เห็นเช่นนั้นหญิงสาวเจ้าของบ้าน
จึงลุกขึ้นจับแขนนำทางให้เขามานั่งเคียงข้างเธอ

"น่าเสียดายนะคะที่นอกจากชาแล้วไม่ได้อะไรเท่าไหร่
แต่ทางเราผิดเองที่มีข้อมูลน้อยเกินไป" เรเน่อัพเดทข่าวคราว
"งั้นเรามาทวนเรื่องกันใหม่แต่ต้นตามรัตติกาลบอกท่าจะดี"
"เรื่องเริ่มจากว่ามีคนบุกเข้ามาในโดกังของเปล่าๆของบริษัทเรา
ในวันที่นรินทร์เดินทางมาถึงสวิตพอดี" เจ้าบ้านเริ่มต้นเหตุการณ์
"จากนั้นฉันก็ว่าจะไปดูแต่เธอมอบหมายงานอื่นให้ก่อน"
รายหลีกเลี่ยงลงรายละเอียดว่าที่เขาไม่ได้ไปโกดังเพราะ
เจ้านายสั่งให้คอยดูแลนรินทร์ เขาไม่อยากให้นรินทร์รู้สึกผิด
"แล้วเน่ก็พลาดท่าให้กับโจรในโกดังจนโดนหักข้อมือ"
"ส่วนฉันก็โดนทำโทษในช่วงที่เธอยังไม่ฟื้นในโทษฐาน
ที่ไม่ดูแลนายให้ดี" รายเล่าต่อจนจบเรื่อง

พวกเขาทั้งสี่คนนั่งกอดอกครุ่นคิดหาเหตุผลกันอย่างจริงจัง
"ดิฉันรู้แล้วว่าชิ้นส่วนที่หายไปที่คุณชายหนึ่งพูดถึงคืออะไร"
คนเอ่ยปากขึ้นคนแรกคือรัตติกาลที่นั่งไขว้ห้างอยู่ริมโซฟา
"ตอนที่คุณเล่าให้คุณชายฟัง คุณตัดผอ.ออกจากเรื่องทั้งหมด"
นรินทร์หันหน้าไปทางต้นเสียง สีหน้าเขาเจื่อนลงไปพอตัว
"เราไม่ควรให้ใครรู้ตัวตนของนรินทร์ มันมีแต่จะเพิ่มความเสี่ยง"
เรเน่อธิบายเหตุผลด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"แต่คุณไม่ได้ให้ความสำคัญกับผอ.เลย คุณลองเล่าเรื่อง
ใหม่อีกครั้งโดยให้ความสำคัญกับเขาเท่ากับคุณแล้วก็คุณรายสิคะ"
"มีคนบุกโกดังตอนที่ฉันอยู่กับนรินทร์ ฉันเป็นห่วงนรินทร์เลย
บอกให้รายอยู่กับเขาแล้วตัวฉันไปที่โกดังกับพวกลูกน้อง"
"ใครสักคนจงใจแยกเราออกจากกันโดยใช้นรินทร์เป็นสื่อกลางงั้นรึ?"
รายพูดเสริมขึ้น สีหน้าไม่รู้ร้อนของเรเน่เริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาบ้าง
"ใครสักคนที่รู้ว่านรินทร์มีความสำคัญกับเน่ รวมถึงรู้นิสัยเน่ดีด้วย?"
"ถ้าอย่างนั้นไม่ได้แปลว่าผมควรจะโดนทำร้ายด้วยอีกคนเหรอครับ?"
นรินทร์จบด้วยด้วยประเด็นที่ทำให้ทุกคนต้องฉุกคิด

"จริงด้วย ตัวละครเรื่องนี้มีสามคน ถ้าจะปองร้ายก็ต้องทำทั้งสามคน"
รัตติกาลหรี่ตามองเรเน่ที่ใส่ใจนรินทร์และตามหาคำตอบที่อยู่ใกล้ตัว
"จากนี้เราคงต้องเฝ้าระวังความปลอดภัยของผอ.มากขึ้นสินะคะ"
"ง่ะ ไม่เอานะ อยู่โรงเรียนผมก็ไม่ได้ไปไหน นี่ต้องมาอยู่แบบหลบๆ
ซ่อนๆอีกแล้วเหรอ" เสียงชายหนุ่มหงอยเหงาไปทันควัน
"ไม่ต้องทำแบบนั้นหรอกค่ะ" คำนี้จะไม่แปลกเลยถ้าไม่ได้ออกจาก
ปากคนที่หวงนรินทร์และคอยดูแลเสียยิ่งกว่าไข่ในหิน
"เราไม่ต้องระวังนรินทร์เพราะว่าคนร้ายได้เริ่มลงมือกับนรินทร์ไปแล้ว"
หญิงสาวอธิบายในสิ่งที่ทำให้นรินทร์ต้องขมวดคิ้วสงสัย
"พี่หนึ่งเฉลยคำตอบให้กับเราแล้ว..."

"ทุกอย่างเริ่มจาก 'ขนมปัง'"





TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Thu 17 Mar 2016, 17:10, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Randel on Fri 26 Jun 2015, 22:12

หูยย ค้างค่ะ #จกป๊อบคอร์นรอ

Randel

INFO. Randel Waller Donovan
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3
ช่วยลดค่า Grade Exp. สูงสุด 2%

Ore Ore : 79
Spirit Point : 59733757
CHIPS +1 M 803 K



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
1340/1350  (1340/1350)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Sat 27 Jun 2015, 01:13

EP.12

"ขนมปังอะไร?" รายขมวดคิ้วถาม เขาไม่สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวได้
"ตอนขากลับจากรับนรินทร์ที่สนามบิน เน่แวะทำธุระที่ธนาคารโดยบอก
ให้นรินทร์รอที่นอกรถ พอกลับมาอีกทีนรินทร์ก็มาพร้อมกับขนมปังถุงนึง"
"ผมเดินไปร้านขนมปังร้านนึง แล้วก็ได้ขนมปังนั่นมาจากคนที่ชนผมล้ม"
"เน่คิดว่านรินทร์ไม่ได้บังเอิญโดนชน เพราะว่าเน่ไปธนาคารที่นั่นบ่อยมาก
แล้วก็คิดว่าคนร้ายไม่ได้รู้จักเน่ดีขนาดนั้น เขาแค่มั่นใจว่านรินทร์จะเป็น
อะไรสักอย่างจนเน่จำเป็นต้องอยู่ดูแลเขา" เจ้าบ้านอธิบายสิ่งที่คิด
"ยังไงเหรอคะ?" รัตติกาลถามระหว่างมองหน้าคนอธิบายตาไม่กระพริบ

"ขนมปังนั่นมียาพิษ"

'ติ๊งหน่อง' เสียงอ๊อดบ้านดังท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดทำเอา
คนในบ้านทั้งสี่พากันสะดุ้งเฮือกอย่างพร้อมเพรียง รายส่งสายตาหา
คนเป็นนาย พวกเขามองหน้าสื่อสารกันโดยไม่เอ่ยถ้อยคำใดๆ
"เอ่อ.. ขอดิฉันเข้าใจด้วยคนสิคะ" รัตติกาลกระซิบเสียงเบากึ่งแซว
"ฉ ฉันจะออกไปดูเอง" บอดิการ์ดเกาท้ายทอยแก้เขินก่อนลุกขึ้น
เดินไปหยิบปืนในลิ้นชักห้องนั่งเล่นและทำท่าจะเดินจากไป

"คุณราย!!" เจ้าของชื่อชะงักรีบเบรกฝีเท้าแล้วหันมองต้นเสียง
"หน้าบ้านมีคนแค่คนเดียวครับ" นรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
รายกระพริบตาปริบๆด้วยความสงสัยว่ารู้ได้อย่างไร เรเน่หัวเราะ
ชอบใจเบาๆ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้หูดีขนาดไหน
"ขอบใจ" หนุ่มบอดิการ์ดขอบคุณก่อนจะรีบสาวเท้าออกจากห้อง
เขาย่องมาหยุดอยู่ที่เบื้องหลังของประตูบ้าน มือจับปืนไว้แน่น
"นั่นใคร?" รายเลือกที่จะเอ่ยถามแทนที่จะเปิดประตูรับแขก

"แสตนด์ฟอร์ดครับ"

.
.
.

"พี่หนึ่งคะ!!" รถเข็นผู้พิการคันหนึ่งกำลังเคลื่อนเข้าหาชาย
ชุดขาวผู้รู้จักกันในชื่อ ว่าที่ผู้นำอันดับที่หนึ่ง เขาหันมองต้นเสียง
สีหน้าของเขาดูแตกตื่นเล็กน้อย ดวงตาสีมะนาวจ้องมอง
เด็กสาวเบื้องหน้าราวคนแปลกหน้า คนบนรถเข็นเคลื่อนตัวเข้าหา
และจับมือของชายผู้นั้นมากุมไว้แน่น เขามองเธอเงียบๆครู่หนึ่ง
"น้องเก้า?.. น้องมีอะไรเหรอคะ ทำไมสีหน้าดูไม่ดีแบบนั้นล่ะ"
ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของชายชุดขาวเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
เขาคุกเข่าลงและกุมมือเด็กสาวเอาไว้ด้วยสีหน้าเป็นห่วง
เด็กสาวไม่พูดอะไร เธอชำเลืองสายตามองเหล่าผู้คนใน
ชุดเครื่องแบบสีขาว ซึ่งเป็นคนงานภายในคฤหาสน์
ไรอันที่รับรู้ความอึดอัดใจนั้นจึงลุกขึ้นไปเข็นรถเข็น
โดยมีสแตนด์ฟอร์ด บอดิการ์ดของว่าที่อันดับที่เก้า
เดินตามไปเงียบๆ

เจ้าบ้านพาแขกมายังห้องโถงรับรองแขกซึ่งเป็นสถานที่
เดียวกับที่ใช้รับรองเรเน่และคนอื่นๆเมื่อช่วงเช้า เขารินชา
ให้แขกร่างเล็กก่อนยื่นให้เธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเป็นมิตร
"รอยยิ้มของพี่หนึ่งเนี่ย อุ่นกว่าชาถ้วยนี้ซะอีกนะคะ"
"ฮะๆๆ น้องก็พูดเกินไป" เขาว่ากันว่าผู้หญิงทุกคนใน
กิลเล็ตนั้นล้วนแต่เป็นทาสรอยยิ้มของว่าที่อันดับที่หนึ่ง
ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นเรื่องจริง ไรอันหัวเราะก่อนทิ้งตัวลงนั่ง
"พี่สั่งไม่ให้ใครเข้ามารบกวนที่นี่แล้ว น้องมีธุระอะไรหรือ?
รู้สึกว่าวันนี้พี่จะเป็นที่รักในบรรดาน้องสาวที่น่ารักเป็นพิเศษ"

"อันที่จริงคนที่มีธุระกับท่านชายหนึ่งคือผมเองครับ"
ดวงตาสีมะนาวกรอกไปยังชายอีกคนที่ยืนอยู่มุมห้อง
บอดิการ์ดของว่าที่อันดับที่เก้าค่อยๆย่างก้าวเข้าใกล้
เขามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเจ้าบ้านและนั่งลงคุกเข่าลง
"ผมมีความจำเป็นต้องไปทำธุระบางอย่าง ซึ่งทำให้ไม่
สามารถอยู่กับเธอได้ช่วงเวลาหนึ่ง ผมจึงอยากจะฝาก
คุณหนูริแอร์ไว้กับท่านชายหนึ่ง.." ไรอันมองไปทาง
ริแอร์ราวกับถามตรวจเช็คความจริง เธอพยักหน้าทีหนึ่ง
"ผมขอทราบได้ไหมว่ามีธุระอะไรสำคัญขนาดที่ต้องทำ
อัศวินจำต้องทิ้งเจ้าหญิงของเขาไป?"  ไรอันถามต่อ

"เอ่อ.. คือว่าหนูเป็นคนขอให้เขาไปเองแหละค่ะ หนูทราบมา
ว่าพี่หกกำลังเดือดร้อน แล้วบอดิการ์ดของเธอก็ไม่ได้อยู่ใน
สภาพสมบูรณ์พร้อม หนูเลยอยากให้สแตนด์ฟอร์ดไปช่วย"
"น้องทราบดีไม่ใช่เหรอคะว่าเราไม่ควรยื่นมือเข้าไปมีส่วนร่วม
ยังไงซะนี่ก็เป็นเกมส์การเมืองระหว่างพวกเราว่าที่ผู้นำทั้งเก้าคน"
"หนูไม่เชื่อหรอกค่ะว่าพี่หนึ่งจะไม่ช่วยพี่หก" เด็กสาวเอ่ยวาจา
เรียบหากแฝงไปด้วยความหนักแน่นมั่นใจ ชายเจ้าบ้านเห็น
แววตาแน่นแน่นั้นแล้วถึงกับต้องถอนหายใจ ริแอร์หัวเราะน้อยๆ
"พี่หนึ่งของหนูใจดีจะตาย ทำไมหนูจะไม่รู้" เธอยิ้มกว้างสดใส

"น้า~ นะคะพี่หนึ่ง ให้หนูช่วยพี่หกเถอะนะคะ" เด็กสาวออดอ้อน
"พี่พึ่งเจอน้องหกเมื่อเช้านี้เอง บรรยากาศของเธอดูเปลี่ยนไป.."
"หนูก็ว่าเช่นนั้นค่ะ เมื่อก่อนพี่หกมักแสดงแววตาเหมือนคนที่ไม่มี
อะไรให้เสียอีกแล้ว.. ดูเหมือนเธอจะหาสิ่งที่อยากปกป้องเจอแล้วนะคะ"
"นั่นสินะ" ไรอันยิ้มบางๆพลางเอื้อมมือลูบไล้เรือนผมสีบรอนด์แสนเอ็นดู
"เฮ้อ งั้นพี่ขอคุยกับสแตนด์ฟอร์ดเป็นการส่วนตัวหน่อยได้ไหมคะ?"

.
.
.

'ป๊าบ' ร่างของบอดิการ์ดหนุ่มกระเด็นล้มลงบนพื้นหินอ่อนมันวาว
"แกคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงได้มีสิทธิ์มาขอร้องขอพึ่งแรงของผม?"
ชายชุดขาวใช้เท้ายันลำตัวคนบนพื้นก่อนจะกดแรงย้ำลงไป
'อักก!!' ชายคนพื้นร้องตะโกนด้วยความเจ็บปวด เขามอง
ว่าที่อันดับที่หนึ่งไม่วางตา ในดวงสีมะนาวที่เคยอ่อนโยนบัดนี้
กลับว่างเปล่า ลึกลงไปในดวงตานั้นกลวงเปล่าไร้อารมณ์ใดๆ
"ผมขอร้อง.. ผมไม่รู้จะฝากคุณหนูริแอร์ไว้กับใครจริงๆ ผมนึก
ออกแค่ท่าน ท่านเป็นคนที่มีอำนาจที่สุดกิลเล็ต!!" สแตนด์ฟอร์ด
กุมหน้าท้องทรมาน ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ละเลิกความตั้งใจ

"ก็รู้นี่ว่าฉันเป็นใคร แล้วทำไมฉันต้องช่วยเกร์ดีนชั้นต่ำอย่างแกด้วย?"
'ป๊าบ' ร่างสูงโดนเตะจนกลิ้งอีกครั้ง หากคนโดนทำร้ายกลับไม่มีท่าที
ต่อต้านรวมทั้งไม่มีวี่แววการโต้ตอบ เขาเพียงนอนทรมานอยู่เช่นนั้น
"ผู้หญิงที่เดินตามท่านในวันประชุมคงเป็นแค่หน้าม้าสินะ งั้นข่าวลือ
ที่ว่าท่านละทิ้งอัศวินของตนคงจะเป็นเรื่องจริง ในเมื่อท่านจงเกลียด
จงชังตระกูลเกร์ดีนมากถึงเพียงนี้" ไรอันเดินเข้ามากระชากศีรษะ
คนตระกูลเกร์ดีนขึ้นและเข้าไปกระซิบเคียงใกล้

"ถ้าใช่แล้วจะทำไม? พวกแกทุกคนมันสกปรก ถึงจะจับมาใส่
ชุดสีขาวทั้งหมดแล้วมันก็ยังไม่ได้ทำให้หายระคายตาขึ้นตรงไหน"
"ท่านจะคิดยังไงผมไม่สน แต่ได้โปรดช่วยดูแลคุณหนูด้ว.. อัก!!"
"ยังไม่เรียนรู้อีกเหรอว่าแกมันไม่มีสิทธิ์ที่จะขอร้องอะไรจากฉัน!!"
ว่าที่อันดับที่หนึ่งเหยียบย่ำกระทำต่อคนตรงหน้าราวกับเป็นสิ่งของ
สแตนฟอร์ดไม่ทำอะไรเสียนอกจากนอนให้ทำร้ายจนกว่าผู้กุมอำนาจ
จะพอใจ เวลาทุกวินาทีนั้นช่างยาวนานและเจ็บปวด เขาหลับตาแน่น
และภาวนาให้มันผ่านไปโดยไว และแล้วสุดท้ายอีกฝ่ายก็หยุดการกระทำลง

"ถ้ารู้เรื่องข่าวที่ฉันละทิ้งเกร์ดีนของตัวเองไป งั้นรู้เรื่องที่ลีโอ สัตว์เลี้ยง
ของฉันนั้นกินแค่เนื้อมนุษย์หรือเปล่าล่ะ?" ไรอันกระชากเรือนผมอีกฝ่ายขึ้น
บอดิการ์ดผู้บอบช้ำช้อนตามองนายด้วยดวงตาหวาดกลัว ริมฝีปากมีเลือด
ไหลนองหยดลงพื้น ทว่าถึงเช่นนั้นเขาก็ยังคงยึดมั่นในวาจาของตน
"ท่านจะทำร้ายผมขนาดไหนก็ได้ แต่ได้โปรดให้ความคุ้มกันกับคุณหนูด้วย"
ว่าที่อันดับที่หนึ่งส่งเสียงจึ๊กจั๊กไม่สบอารมณ์ก่อนปล่อยร่างบอบช้ำออกจาก
พันธนาการ

"จำใส่สมองไว้ว่าฉันทำเพื่อริแอร์ ไม่ได้ทำเพราะแกเป็นคนขอร้อง"




TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Sat 27 Jun 2015, 04:26

EP.13



"สแตนด์ฟอร์ด? สแตนด์ฟอร์ดของน้องเก้าเหรอ?"
เรเน่ชะเง้อหน้ามองจากด้านหลังของราย คนหน้าประตูบ้านนั้นคือ
ชายหนุ่มในเสื้อเชิ๊ตสีเทาสุภาพ เขามีเรือนผมสีเทาประกายทั้งๆ
ที่อายุยังดูน้อยกว่าพวกคนในบ้าน ใบหน้าของเขาเรียบเฉยแม้ที่
มุมปากดูเหมือนจะคราบเลือดซิบๆอยู่

"มีอะไรเหรอคะ? แล้วน้องเก้าไปไหนซะละ?" เรเน่มองหาน้องสาวตน
"คุณหนูริแอร์ส่งผมให้มาช่วยพวกท่านในภารกิจครั้งนี้ครับ ส่วนตัว
คุณหนูในตอนนี้อยู่ในความดูแลของคุณชายหนึ่งครับ" เขาอธิบายตามจริง
เจ้าบ้านฟังระหว่างที่มองแขนที่บาดเจ็บของบอดิการ์ดตนไปพลาง
"หืม? งั้นก็มาถูกเวลาเลย เข้ามาก่อนสิ" รายเปิดประตูเชื้อเชิญ
"ขอปฏิเสธค่ะ" เจ้าของบ้านแย้ง เรียกให้ทั้งสองสายตาจ้องมอง
เรเน่มองหน้าบอดิการ์ดของตนก่อนหันมองบอดิการ์ดแปลกหน้า

"ต้องขอบคุณในน้ำใจนะคะ ฉันรู้สึกซาบซึ้งมากจริงๆ คุณช่วยเรา
มาตั้งแต่ตอนประชุมใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็มีความเชื่อมั่นในตัว
อัศวินของฉัน เชื่อว่าพวกเราจะฝ่าฟันปัญหาในครั้งนี้ไปด้วยกันได้
ฉันมีอัศวินที่แข็งแกร่ง นอกจากรายแล้วฉันก็ไม่ต้องการใครอีกค่ะ"
"เรเน่..." คำพูดในครั้งนี้ทำให้รายรับรู้ว่าเรื่องที่พูดในรถนั้นไม่ได้
ล้อเล่น เรเน่ไว้ใจเขาจากใจจริง มันทำให้เขานึกโทษตัวเองว่า
เพียงแขนขวาใช้การไม่ได้ก็ดูจะหมดปัญญาทำอะไรไม่ได้สักอย่าง

"ผมเข้าใจดีว่านี่เป็นเรื่องภายใน แต่คุณหนูท่านมีความประสงค์ดี
จากใจจริง เธอหวังที่จะมีประโยชน์ต่อท่าน โปรดรับไว้ด้วยเถอะครับ"
สแตนด์ฟอร์ดโค้งตัวลงขอร้อง เรเน่มองหน้ารายด้วยสายตาลำบากใจ
"ก็ได้ค่ะ ถ้านั่นเป็นความปรารถนาของน้องเก้า" เธอถอนหายใจเบาๆ
"จริงเหรอๆ ขอบคุณมากนะครับ!!" รอยยิ้มเผยขึ้นบนใบหน้าชายหนุ่ม
นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าบ้านได้เห็นรอยยิ้มของสแตนด์ฟอร์ด มันเป็นเพียง
รอยยิ้มเรียบง่ายไร้เดียงสา รอยยิ้มดีใจที่ได้ทำอะไรเพื่อใครสักคน
รอยยิ้มพิมพ์เดียวกับชายที่เธอรัก..

เรเน่เดินนำแขกเข้าไปในตัวบ้านโดยมีสแตนด์ฟอร์ดเดินตามไปห่างๆ
"ในห้องนั่งเล่นนี้มีคนของฉันอยู่อีกสองคน ฉันต้องการให้คุณคุ้มกัน
พวกเขาให้ดีจนกว่าเรื่องทั้งหมดจะจบลง ถ้าพวกเขาเป็นอะไรไป
ฉันจะสั่งตัดหัวคุณ เข้าใจนะคะ?" เธอพูดเสียงเรียบราวเป็นเรื่องปกติ
"รับทราบครับ" บอดิการ์ดหน้าใหม่รับคำสั่งน้ำเสียงหนักแน่น
ภายในห้องโถงเพดานสูงมีคนอีกสองคนนั่งอยู่ คนหนึ่งคือชายผมดำ
ท่าทางใจดี ทว่ากลับนั่งหลับตารับแขก ส่วนอีกคนเป็นสาวชาว
เอเชียผู้มีเรือนผมดำสนิท เธอคนนี้ก็นั่งหลับตาอยู่เช่นกัน..
"รัตติกาล อย่าพึ่งหลับ!!" เสียงเรียกทำเอาร่างบางสะดุ้งโหยง
เธอมองไปทางหนุ่มหล่อแปลกหน้า แต่หลังจากที่เจอทั้งรายทั้งไรอัน
เธอก็เริ่มเฉยๆกับการเห็นผู้ชายหน้าตาดีเดินไปเดินมาแถวนี้แล้ว

"นี่สแตนด์ฟอร์ดค่ะ เขาจะมาช่วยงานเราจนกว่าเราจะจบเรื่องนี้ได้"
สแตนด์ฟอร์ดโค้งตัวลงคำนับ อีกสองคนจึงแนะนำตัวตามมารยาท
เรเน่เดินไปนั่งบนโซฟาโดยทิ้งระยะห่างจากนรินทร์ต่างจากปกติ
ที่มักจะนั่งชิดใกล้ ส่วนรายเองก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยวตัวประจำ
"แล้วนี่เรากำลังจะทำอะไรกันต่อหรือครับ?" บอดิการ์ดหน้าใหม่
ก้มตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้น แลดูคล้ายกับทาสในยุคอดีตกาล
"เฮ้ย!! ไปนั่งอะไรบนพื้น มานั่งบนโซฟานี่!!" รายโวยวาย
"เพราะหล่อนนั่นแหละนั่งกินที่กินทาง เขยิบไปข้างๆนรินทร์อีกสิ
ปกตินั่งตักนอนตักกันบ่อยจะตาย วู้!!" บอดิการ์ดประจำบ้าน
บ่นงึมงำเป็นหมีกินผึ้งจนเจ้าของบ้านต้องขยับตัวย้ายที่

"เอ่อ.. จะไม่เป็นไรเหรอครับ?" สแตนด์ฟอร์ดแสดงท่าทีลำบากใจ
"มันจะเป็นก็ต่อเมื่อปล่อยให้แขกนั่งพื้นนี่แหละค่ะ มานั่งด้วยกันสิคะ"
"ผมหมายถึง..." เขามองไปทางรายและเรเน่ด้วยสีหน้ากังวล
"ผมหมายถึงคุณรายเป็นอัศวินของนายหญิงเรเน่ แต่คุณกล่าวว่าท่าน.."
"พวกเขากัดกันเป็นแบบนี้เป็นปกตินั่นแหละค่ะ" รัตติกาลตอบแทนให้
"ผมว่าไม่กัดกันสิแปลก บ้านงี้เงียบอย่างกับป่าช้า" นรินทร์เสริม
"เดี๋ยวๆๆ ทำไมอยู่ๆฉันกับรายดันกลายเป็นโทรโข่งประจำบ้านไปซะงั้นละคะ!!"
รัตติกาลหลุดเสียงหัวเราะชอบใจออกมา จากนั้นคนๆอื่นจึงเริ่ม
หัวเราะตาม มีเพียงสแตนด์ฟอร์นหน้าใหม่ที่ยังนั่งตื่นสถานที่อยู่

"พวกเราเป็นเพื่อนกันก่อนที่รายจะขึ้นรับตำแหน่งอัศวินน่ะค่ะ
อีกอย่างบ้านหลังนี้ก็อยู่กันแค่เราห้าคนอย่างที่เห็น เพราะฉะนั้น
อยู่กันแบบกันเองตามสบายเถอะค่ะ สแตนด์ฟอร์ดก็เช่นกันนะคะ"
"...ผมไม่ค่อยชินกับบรรยากาศแบบนี้เท่าไหร่ ที่บ้านของเรามีกฎ
ระเบียบและการคุ้มกันที่หนาแน่น แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ไว้ใจพวกเขา
ถึงได้ต้องพาคุณหนูไปฝากไว้กับคุณชายหนึ่ง" เขาเอ่ยเสียงแห้งๆ
"นายเองก็ดูรักคุณหนูของนายมากเลยนี่นา" รายพูดน้ำเสียงสบายๆ
"ถึงอย่างนั้นไม่ว่ายังไงผมก็เป็นแค่อัศวินของคุณหนูเท่านั้นแหละครับ"
"ถ้าอย่างนั้นกลับไปครั้งหน้าลองขอเธอเป็นเพื่อนดูดีไหมคะ?"

"ฉันไม่เคยขอยัยนี่เป็นเพื่อนนะบอกไว้ก่อน" รายรีบพูดดักเร็วไว
"เน่ก็ไม่เคยขอให้รายมาเป็นเพื่อนเหมือนกันนั่นแหละค่ะ!!"
รัตติกาลยักไหล่พลางมองยิ้มๆมาทางสมาชิกคนใหม่ล่าสุดของบ้าน
สแตนด์ฟอร์ดกระพริบตาปริบๆก่อนก้มหน้าลงแอบยิ้มกับตัวเอง
"เอาละค่ะๆ เรื่องเล่นไว้หลังจากนี้เถอะ เรามีเรื่องต้องจัดการนะ"
"แล้วนี่ดำเนินการไปถึงไหนกันแล้วเหรอครับ หาตัวคนร้ายเจอหรือยัง?"
"เจอแล้วครับ เรเน่บอกว่าขนมปังเป็นตัวร้าย" นรินทร์เอ่ยไร้เดียงสา
เจ้าของบ้านพยายามปิดปากกลั้นหัวเราะเพราะไม่อยากแสดงท่าที
เอ็นดูจนเกินงามต่อหน้าคนอื่น เธอสูดหายใจเฮือกใหญ่ทีหนึ่ง

"ถ้านึกถึงขนมปังกับกิลเล็ต รายจะนึกถึงอะไรเหรอคะ?" เธอถามเข้าเรื่อง
"อืมม นึกถึงขนมปังโทสต์ที่บ้านไรอัน มันอร่อยมาก" คำตอบที่ได้รับ
ทำเอาเจ้าของบ้านอึ้งไปสักพัก เพราะมันไม่เข้ากับสถานการณ์เลยสักนิด
"สแตนด์ฟอร์ดละคะ นึกถึงอะไร? ถ้าพูดถึงขนมปังและกิลเล็ต"
"เอ.. ผมจำได้ว่ามีว่าที่ผู้นำคนนึงพึ่งเปิดร้านขนมปังใหม่อยู่กลางเมือง.."
เรเน่กระตุกยิ้มพอใจกับคำตอบ ดวงตาสีมะนาวมองชายหนุ่มอย่างพึงพอใจ

"ถูกต้องค่ะ"





TBC ๐ ๐ ๐


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Sun 05 Jul 2015, 03:16, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  EinZ on Tue 30 Jun 2015, 23:38

แวะมา...



ขอให้ขยันๆ แต่งนะครับ
อิอิ

Signature ------------------------------------------------>
Blind can't hide your Heart
--Can you hear my heart?---

เป็นปู่นี่มันหล่อจริงๆ ( ͡° ͜ʖ ͡°)



EinZ

INFO. Isara Pattanasak
ผช.ศ.ภาควิชาภาษาเบรลล์
ชมรม : สภานักเรียน (★)
-10% Grade Exp.

Ore Ore : 299
Spirit Point : 98451509
CHIPS +63 M 48 K 764

สามารถ สวมใส่-ถอด เข็มกลัดชิ้นนี้ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไอเทม | ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
436/1720  (436/1720)

ดูข้อมูลส่วนตัว http://dongseng23.deviantart.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Sun 05 Jul 2015, 20:00

EP.14

ยามค่ำที่ท้องฟ้าผลันเปลี่ยนเป็นสีแสด ณ.ถนนกลางเมืองสายนี้
ก็ยังเต็มไปด้วยผู้คนเช่นปกติ กลิ่นหอมของขนมปังคละคลุ้งราวกับ
เป็นเส้นนำทางไปยังจุดหมาย

'ตึก ตึก ตึก' เสียงเดินดังปะปนกับเสียงเด็กวิ่งเจี๊ยวจ๊าวสวนทางกันมา
เสียงนั้นหยุดลงที่หน้าร้านขนมปังร้านใหญ่แห่งหนึ่ง ที่หน้าร้านนั้นมี
เด็กน้อยมากหน้าหลายตากำลังยืนออชายมีอายุคนนึงอยู่ ชายแก่ร่าง
ท้วมในคราบผ้ากันเปื้อนสีเขียวหยิบยื่นขนมปังก้อนโตให้กับเด็กๆ
บรรดาเด็กน้อยรุมรอรับขนมปังกันด้วยสีหน้าเริงร่า ชายผู้นั้นเงยหน้า
มองผู้มาเยือนก่อนคลี่ยิ้มให้ คนมาเยือนพยักหน้ารับทีหนึ่งก่อนยืน
รออยู่เช่นนั้นจนเด็กคนสุดท้ายรับขนมปังและวิ่งตามเพื่อนไป

"หายากนะที่หลานหกจะมาหาถึงที่แบบนี้" เสียงทุ้มเอ่ยน้ำเสียงดีใจ
"ฮะๆๆ ก็เชิญชวนกันซะขนาดนี้ จะไม่มาก็กระไรอยู่นะคะ 'ลุงสาม'"
หญิงสาวตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและน้ำเสียงที่สดใสพอกัน
"หลานมาเย็นไปหน่อยนะ ลุงกำลังปิดร้านพอดีเลย เอาขนมปัง
ที่เหลือให้เด็กๆแถวนี้ไปหมดแล้วด้วยสิ" เขาแสดงท่าทีลำบากใจ
"หืม.. ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ทานแล้วจะเป็นอะไรไหมก็ไม่รู้..."
บรรยากาศผลันเงียบกริบทันใด รอยยิ้มอันตธานจางหายจากใบหน้า
ชายเจ้าของร้าน เขาหรี่ตามองผู้มาเยือนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"ไม่นึกเลยนะว่าจะเข้าเรื่องไวขนาดนี้" น้ำเสียงเป็นมิตรผลันเปลี่ยนจริงจัง
"ก็คุณลุงเล่นไม่ถามไถ่ไม่แปลกใจกับแขนของหนูเลยสักนิด ท่าทางที่
บอกว่า 'รู้อยู่แล้ว' อย่างชัดเจนแบบนั้น.. ยังต้องให้อ้อมค้อมอีกหรือคะ?"
เธอก้มมองเฝือกแขนตนเพื่อนำสายตาให้อีกฝ่ายมองตาม โดยปกติแล้ว
คนเรารู้จักกัน หากเห็นอีกฝ่ายบาดเจ็บก็ต้องมีการถามถึง หรือไม่เช่นนั้น
ก็แสดงอาการประหลาดใจกันบ้าง ทว่าชายผู้นี้ปฏิบัติกับเธอราวกับเป็น
เรื่องปกติ ราวกับรู้อยู่แล้วว่ามันจะเกิดขึ้น...

"ถ้าเช่นนั้นหนูขอถามต่อเลยได้หรือเปล่าคะว่าลุงสามต้องการอะไร?"
ชายในคราบผ้ากันเปื้อนกรอกสายตามองซ้ายขวาด้วยท่าทีระมัดระวัง
"หนูหก.. เราเปลี่ยนที่คุยดีไหม?" เขาหรี่เสียงกระซิบแผ่วเบา
เรเน่เขย่งขาเข้าใกล้และกระซิบกลับข้างหูชายมีอายุ

"ลงสมัครสส.ไว้แบบนี้คงจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่ารังแกญาติผู้ด้อยกว่าสินะคะ"

.
.
.

"เป็นยังไงบ้าง?" รายเอ่ยถามคนเป็นนายผู้เปิดประตูรถฝั่งที่นั่งด้านหน้า
หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งก่อนปิดประตูรถและหันมองสมาชิกบนรถอันประกอบ
ด้วยสแตนฟอร์ดที่นั่งอยู่ข้างๆในฐานะคนขับ รวมทั้ง ราย นรินทร์ รัตติกาล
ที่นั่งพร้อมใจกันทำหน้าแตกตื่นอยู่ที่เบาะหลัง เรเน่กอดอกวิเคราะห์สถานการณ์
"ดูเหมือนจะแย่แล้วล่ะ ลุงสามไม่คิดจะปกปิดความผิดเลยแม้แต่น้อย
เรารู้ตัวช้ากันเกินไป ป่านนี้เขาคงคิดแผนรับมือไว้ไม่รู้กี่แผนแล้ว"
"ถ้าอย่างนั้นจะเอายังไงคะ? เราจะทำยังไงกันต่อไป?" รัตติกาลถามร้อนใจ
"ลุงสามเชิญให้เรากลับไปคุยกันต่อที่บ้านของเขา" เรเน่อธิบายสรุป
"แบบนี้มันไม่ดูวิ่งเข้าถ้ำเสือไปหน่อยเหรอ?" รายขมวดคิ้วถาม
"เราคงต้องยอมทำตามแผนของเขาไปก่อน เพราะอย่างน้อยเราก็มี
สิ่งหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในแผนของลุงสามอย่างแน่นอน" ว่าที่ผู้นำอันดับที่หกเปรย
"อะไรงั้นเหรอครับ?" นรินทร์ที่นั่งเงียบๆเอ่ยถามขึ้นบ้าง

"เรามี สแตนด์ฟอร์ด อยู่ด้วย"

หนุ่มผมขาวรีบหันควับหาเจ้านายชั่วคราวของตน เขาชี้ตัวเองเพื่อยืนยัน
"ผมเหรอครับ?" ชายหนุ่มกระพริบตาปริบๆราวไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
"ใช่แล้ว ในแผนการของลุงสามแล้วตอนนี้ฉันกับรายจะต้องบาดเจ็บ
ระดับหนึ่ง และนรินทร์จะต้องนอนอยู่ในโรงพยาบาลเพราะโดนพิษจากขนมปัง
แล้วลุงสามก็คงจะเชื่อว่าในสถานการณ์ที่ยังหาคนร้ายไม่ได้แบบนี้
ฉันคงจะไม่เรียกบอดิการ์ดระดับล่างมาเพิ่ม ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องจริง"

"แต่เขาคงไม่คิดว่าเราจะได้บอดิการ์ดของคุณริแอร์มาช่วยสินะ" รายเสริม
"โดยปกติแล้วเหล่าว่าที่ผู้นำไม่ค่อยหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กันเกินควร
เพราะยังไงก็ต้องแข่งขันกันในตอนสุดท้าย แต่ว่าน้องเก้าพึ่งเข้าทำงานได้ไม่นาน.."
"ไม่ใช่หรอกครับ.." สแตนด์ฟอร์ดเอ่ยแทรกเรียกสายตาคนที่เหลือให้หันมอง
"คุณหนูไม่ได้ส่งผมมาเพราะท่านอ่อนประสบการณ์ แต่เป็นเพราะท่านรัก
และห่วงใยพี่สาวของตน แม้ว่าจะไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกันก็ตามแต่"
ถึงจะใช้กริยาและน้ำเสียงสุภาพ หากสแตนด์ฟอร์ดก็กำลังตำหนิเรเน่
ที่ดูหมิ่นนายของเขา พวกเขาสบตากันอยู่ชั่วครู่ก่อนที่ฝั่งผู้เป็นนายจะ
เป็นฝ่ายยอมแพ้และถอนหายใจเบาๆ แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยเชียว
แสตนด์ฟอร์ดภัคดีต่อว่าที่ผู้นำอันดับที่เก้ามากเสียจนไม่รู้จะชื่นชมหรือ
หมั่นเขี้ยวดี

"เอาล่ะ ในเมื่อได้รับความช่วยเหลือมาแล้วเราก็จะใช้ให้เต็มที่ เพราะฉะนั้น..
ขอฝากดูแลคนแขนง่อยสองคน ตาพิการหนึ่งคน กับคนบ้าผู้ชายอีกคนด้วยนะคะ"
"เดี๋ยวๆๆ อันสุดท้ายหมายความว่ายังไงกันคะ!!" รัตติกาลรีบโวยวายโต้แย้ง
"ฮ่าๆๆ ฉันยังไม่ได้บอกเลยนะว่าหมายถึงคุณ" คนพูดหัวเราะอารมณ์ดี
หลังจากนั้นบรรยากาศตึงเครียดจึงผลันเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะที่ดังก้อง
ไปทั้งรถ ชายหนุ่มคนขับรถแสดงแววตาเอือมระอาเล็กน้อย ลำพังเขาคนเดียว
จะดูแลคนพวกนี้ไหวไหมนะ... สุดท้ายแล้วถึงจะกังวลเพียงใดหากมุมปาก
ก็ยังคงแฝงไปด้วยรอยยิ้มน้อยๆ

ตัวรถเคลื่อนไปเรื่อยๆโดยมีจุดหมายอยู่ที่บ้านของว่าที่ผู้นำตระกูลอันดับที่สาม
ขณะนี้พวกเขาอยู่บริเวณถนนโล่งๆซึ่งอยู่ห่างจากอาณาเขตกิลเล็ตไม่ไกล
"แน่ใจเหรอว่าเราจะเข้าไปในบ้านหลังนั้นจริงๆ?" รายถามไม่สบายใจ
"จริงๆแล้วจะได้เข้าไปหรือเปล่ายังไม่รู้เลยค่ะ" น้ำเสียงที่ตอบกลับมาเอง
ก็ฟังดูไม่สบายใจพอกัน ดวงตาสีมะนาวจับจ้องอยู่ที่กระจกหลังไม่วางตา
"ทำไมล่ะครับ?" นรินทร์ถามสงสัย เป็นเวลาเดียวกับที่รถเริ่มเคลื่อนตัว
ด้วยความเร็วที่มากขึ้นอย่างกะทันหัน

"เพราะว่าถ้าเราไปไม่ถึงที่บ้าน เขาก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้เราฟังน่ะค่ะ"
"ขอคำสั่งด้วยครับ!!" สแตนด์ฟอร์ดเอ่ยระหว่างที่เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็ว
รัตติกาลรีบหันหลังมองหาสิ่งปกติ สิ่งที่เธอพบคือรถยนต์สองคันที่บรรจุ
ไปด้วยชายชุดสูทสีดำเหมือนกันทั้งหมด ดวงตาที่มักปรือต่ำผลันเบิกกว้าง
"เรากำลังถูกตามเหรอคะ!!" เลขาสาวเอ่ยตกใจเพราะไม่คุ้นเคยกับเรื่องเสี่ยงตาย
"ใช่ค่ะ.. ขับต่อไปอย่าให้ความสนใจ เราต้องเข้าเขตกิลเล็ตให้ได้โดยเร็ว"
"ถ้าเราเข้าเขตได้ทันพวกยามหน้าประตูเขตคงสังเกตได้ว่ามันแปลกๆที่
คนของว่าที่ผู้นำอันดับที่สามมาตามเรเน่เป็นขบวนแบบนี้" รายอธิบายแผน
สแตนด์ฟอร์ดกัดฟันรีบเร่งคันเร่งใจหวังไปให้ถึงจุดหมาย..

'ปังง!!!'



TBC ๐ ๐ ๐


Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Randel on Mon 27 Jul 2015, 02:53

ปักด้วยอีกคน

Randel

INFO. Randel Waller Donovan
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3
ช่วยลดค่า Grade Exp. สูงสุด 2%

Ore Ore : 79
Spirit Point : 59733757
CHIPS +1 M 803 K



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
1340/1350  (1340/1350)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
QUAINT & NOBLEMAN (EST.1990) © Copyright 2015, All Rights Reserved.