Narin in Summer [EP.22][END]

หน้า 2 จาก 2 Previous  1, 2

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Tue 25 Aug 2015, 02:39

EP.15

'ปังงง!!'
'กรี๊ดดดด!!'
'เอี๊ยดดดด!!'

เสียงปืนดังลั่นตามาด้วยตัวรถที่สั่นกระแทกและหยุดลงเนื่องจาก
ยางรถข้างหนึ่งไม่สามารถใช้การได้อีกต่อไป ตัวรถจอดลงบนถนน
เส้นเล็กอันแสนเงียบสงบ บริเวณรอบข้างเป็นป่าทึบทั้งสองริมฝั่ง
มันอยู่ห่างจากประตูอาณาเขตกิลเล็ตเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ด้วยความ
ที่เป็นถนนอันนำไปสู่บริเวณพื้นที่ส่วนบุคคล ทำให้บริเวณนี้ไม่มีใคร
และแทบไม่มีโอกาสที่จะมีรถของบุคคลภายนอกเวียนผ่าน

รถคันสวยหยุดตัวลง เช่นเดียวกับเสียงหัวใจของทุกคนบนรถ
"นายหญิง ขอคำสั่งด้วยครับ" สแตนด์ฟอร์ดผู้ได้สติคนแรกรีบเอ่ยถาม
"ล ลงจากรถเดี๋ยวนี้!!" ผู้เป็นนายสะดุ้งรีบออกคำบัญชา เรเน่รีบสาวเท้า
ลงจากรถและพุ่งเข้าไปในพื้นที่ป่าริมฝั่งถนน โดยมีคนอื่นๆตามมาติดๆ

'ตึงง!!'
'แฮ่กๆๆๆๆ'

เสียงปิดประตูรถดังขึ้นจากต้นทาง แปลว่าฝ่ายไล่ล่าเองก็ลงจากรถเช่นกัน
ส่วนฝั่งผู้ถูกล่าเองก็ยังคงวิ่งสุดแรง แม้หนทางจะช่างมืดมิด และพระอาทิตย์
ก็กำลังจะลาลับฟ้าภายในไม่ช้าก็เร็ว ระหว่างที่วิ่งอยู่ชายคนหนึ่งก็ชะงักลง
'ผมได้ยินเสียงประตูรถ!!..' นรินทร์กล่าวโดยหอบไปพลาง รัตติกาลที่จับ
ข้อมือเขาอยู่ก็เปลี่ยนมาลูบหลังหวังคลายความกังวล แต่มือเล็กที่กำลังลูบ
ปลอบประโลมคนอื่นอยู่นั้นกลับสั่นครอนจนสัมผัสได้ ทั้งรัตติกาลและนรินทร์
ต่างไม่คุ้นชินกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ เรเน่มองทั้งสองอย่างครุ่นคิด

"นรินทร์ ช่วยอะไรเน่หน่อยได้ไหมคะ?" ยังไม่ทันได้ท้วงถามรายละเอียด
ชายตาบอดก็ถูกนำทางให้ไปนั่งหลบอยู่หลังพุ่มไม้ขนาดใหญ่ หญิงสาว
ดึงเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กที่ข้างหูและนำมันไปติดให้กับชายข้างกาย
"อีกสักพักพวกมันอาจจะตามเราเจอ แต่นรินทร์จะปลอดภัยถ้าอยู่ที่นี่
เน่อยากให้บอกจำนวนของคนที่เดินผ่านมา จะให้รายอยู่เป็นเพื่อนด้วยนะคะ"
"อีกแล้วเหรอ!! จำไม่ได้รึไงว่าแยกกันครั้งล่าสุดแล้วผลมันเป็นยังไง"
รายกร่นเสียงไม่พอใจ เขามองลงยังเฝือกแขนของตน

"เน่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ สแตนด์ฟอร์ดก็อยู่ ฝากดูนรินทร์อยู่ที่นี่ด้วยนะคะ"
เธอพูดก่อนจะรีบวิ่งตรงไปข้างหน้าโดยมีสแตนด์ฟอร์ดและรัตติกาลวิ่งตามไป
"นายหญิงครับ การที่เราปล่อยให้พวกเขาเสี่ยงอันตรายตรงนั้นมันต่างกับการ
ที่เราปะทะกับศัตรูต่อหน้ายังไงหรือครับ?" แม้คำจะดูเหมือนติแย้ง แต่น้ำเสียง
ของสแตนด์ฟอร์ดนั้นสุภาพทำให้เข้าใจถึงความสงสัยจากใจจริง
"เราไม่รู้จำนวนอีกฝ่าย การปะทะโดยตรงจึงอันตรายเกินไป อีกอย่างถึงราย
จะบาดเจ็บอยู่แต่ก็ไม่ควรจะไปดูถูกเขานะคะ" เรเน่หันมายิ้มให้ชายหนุ่ม
ระหว่างที่ขายังสาวก้าวเข้าไปในป่าลึกและห่างไกลออกจากฝั่งรายขึ้นเรื่อยๆ
"นั่นสินะ.. แต่เราเองก็จะวิ่งในสภาพที่ไม่มีแสงไม่มีสิ้นสุดแบบนี้ไม่ได้เช่นกัน
ระวังตัวด้วยนะครับนายหญิง คุณรัตติกาลเองก็เช่นกั..." สแตนด์ฟอร์ดหยุดชะงัก

"คุณรัตติกาล?.."

ว่าที่ผู้นำอันดับที่หกสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงจึงรีบหันกลับมอง สิ่งที่เห็น
ภายในความมืดมิดนี้มีเพียงร่างของชายหนุ่มผมขาวและผืนป่ารอบข้าง..
"รัตติกาลหายไปไหน!?!" แม้จะมองซ้ายขวาแต่ก็ไม่เห็นวี่แวว ครั้นจะตะโกน
เรียกก็จะดูจะบอกตำแหน่งให้ศัตรูเกินไปหน่อย พวกเขาตัดสินใจวิ่งกลับ
เพื่อตามหาเลขาสาวที่หายไป ท้องฟ้าในตอนนี้ผลันเปลี่ยนกลายเป็นสีดำ
จากที่วิ่งจึงจำต้องลดระดับเป็นการเดิน การหารัตติกาลในยามรัตติกาลเช่นนี้
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

"นายหญิงครับ คุณนรินทร์บอกว่ามีคนวิ่งผ่านมาสี่คนเมื่อสักครู่"
"คนจากรถคันแรกสินะ.. รับมือไหวหรือเปล่า?" เรเน่เริ่มหรี่เสียงกระซิบเบาลง
"คาดว่าครับ หรือเราจะลองเจรจา?.." สแตนด์ฟอร์ดอาศัยอยู่กับว่าที่ผู้นำอันดับ
ที่เก้าผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโอบอ้อมอารี เขาจึงมีความคิดที่ประนีประนอมไปด้วย
"โดนยกพวกตีขนาดนี้ยังคิดจะคุยอีกเหรอคะ.." หญิงสาวลูบแขนเพิ่มอุณภูมิ
ให้ร่างกายที่เริ่มเหน็บหนาว ประเทศเขตหนาวเช่นนี้ต่อจะให้เป็นช่วงหน้าร้อน
แต่ยามใดที่ไร้แสงอาทิตย์ก็จะกลับมาเย็นเฉียบตามเดิม พวกเขาตัดสินใจที่
จะหาทางหลบหนีต่อไป แต่ทว่า..

'กึก'

เมื่อรู้ตัวอีกทีก็ถูกล้อมรอบไปด้วยชายชุดสูททั้งสี่ทิศ สแตนด์ฟอร์ดออก
ไปยืนเบื้องหน้าเจ้านายชั่วคราว แต่ถึงเช่นนั้นเขาก็มีเพียงมือเปล่าอยู่ดี
"พวกคุณเป็นคนของท่านสามสินะ? ผมขอทราบได้ไหมว่ามีธุระอันใด?"
'นี่จะเจรจาจริงๆเรอะ!!' เรเน่คิดในใจ ไม่แน่ใจว่าชายบอดิการ์ดชั่วคราว
คนนี้ใสซื่อหรือซื่อบื้อกันแน่ ไร้การตอบรับจากอีกฝ่าย มีเพียงการตั้ง
การ์ดเตรียมใช้แรง ซึ่งในเวลานี้ภาษากายเป็นคำตอบที่ชัดเจนกว่าสิ่งใด
"ท่าไม่ดีแล้ว มีกันสี่คนจริงๆด้วย เราหนีกั.." ชายผมขาวง้างแขนดันตัว
หญิงสาวไปเบื้องหลังตนก่อนจะกระชับคลายเนกไท

"ช่วยไม่ได้นะ.." สแตนด์ฟอร์ดตั้งการ์ดตั้งรับโดยที่มีเรเน่ประเมิน
สถานการณ์อยู่เบื้องหลัง นอกจากคนกลุ่มนี้แล้วน่าจะมีกลุ่มอื่นอยู่อีก
แถมยังไม่มีวี่แววของลุงสาม แปลว่าเขาคงมั่นใจในความสำเร็จมาก
นั่นแปลว่าบอดิการ์ดประจำตัวของว่าที่ผู้นำอันดับที่สามอาจจะอยู่ที่นี่
แต่โชคดีเพราะเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้ เพราะลำพังแค่นี้ก็หนักมือ..
'ปัก!!' หญิงสาวรีบหันตามเสียง คนที่ล้มไปคือชายชุดสูทแปลกหน้า
ชายอีกคนสวนเข้ามาด้านหลังแต่สแตนด์ฟอร์ดก็จับทุ่มลงพื้นตามไป
ราวกับมีตาหลัง ทั้งๆที่ที่ร่างชายหนุ่มผมขาวนั้นก็ดูบอบบาง แต่กลับ
จัดการกับคนร่างใหญ่ได้อย่างง่ายดาย ดวงตาสีมะนาวจับจ้องภาพ
เบื้องหน้าไม่วางตา

.
.
.

'ป ไปไหนกันหมดนะ' อีกฝั่งนึงที่กำลังประสบปัญหาไม่แพ้กันคือรัตติกาล
ผู้ผลัดหลงมาตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบได้ ถึงเธอจะชื่อรัตติกาลก็ไม่ได้แปล
ว่าเธอจะต้องช่ำชองในเวลากลางคืนนะ!! จริงอยู่ที่ตอนกลางคืนจะทำให้
เธอรู้สึกตื่นเต็มตัว แต่ถึงจะตื่นแล้วแต่มองอะไรไม่เห็นเลยแบบนี้มันก็ไม่ได้
ช่วยอะไร ร่างบางสั่นเทาในความืด รัตติกาลไม่ได้คุ้นชินกับสถานการณ์
ลุ้นระทึกเช่นคนอื่น อย่างน้อยนรินทร์ก็มีภูมิคุ้นกันด้านการโดนไล่ล่ามากกว่า
เธอบ้าง(แม้เขาจะไม่ได้อยากมีก็ตาม) หญิงสาวผมดำหมดสิ้นหนทาง
ในเส้นทางอันมืดมิด เธอหาที่ซ่อนแถวนั้นหวังว่าจะรอพรรคพวกเดินผ่านมา
คิดยังไม่ทันเสร็จดีก็มีคนผ่านมาจริงๆราวกับเนรมิตได้ ทว่า..

'แกรก..'





TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Tue 25 Aug 2015, 20:48

EP.16

'แกรก'

เสียงผู้มาเยือนทำเอาหัวใจของรัตติกาลเต้นไม่เป็นจังหวะ
เธอยกมือขึ้นปิดปากเก็บเสียงตามสัญชาตญาณ แต่ก็ยังไม่คลาดพ้น
หูของอีกฝ่ายอยู่ดี รัตติกาลรับรู้ว่าโดนจับได้ ครั้นจะวิ่งหนีก็สภาพ-
แวดล้อมไม่เป็นใจ สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจใจดีสู้เสื้อดูสักตั้ง
"เข้าป่าดึกๆดื่นๆขนาดนี้มาทำอะไรเหรอคะ หรือว่าจะมาดูดาว?"
รัตติกาลเป็นจิตแพทย์ชั้นเลิศที่จบการศึกษามาจากต่างประเทศ
จึงทำให้เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี เธอพยายามหรี่ตา
มองผู้มาเยือนในความมืดมิด จากร่างบางนั้นดูแล้วน่าจะเป็นผู้หญิง?

"น่าเสียดายนะคะที่วันนี้ติดงานจึงไม่สามารถชมดาวในคืนฟ้าโปร่งแบบนี้"
อย่างน้อยก็ยังพอตอบโต้อยู่บ้าง รัตติกาลถอนหายใจโล่งอก แต่ก็ยังยืน
ห่างๆและตั้งท่าพร้อมที่จะวิ่งได้ทุกเมื่อ เมื่อมองนานๆเข้าสายตาก็เริ่ม
ปรับให้ชินกับความมืดมิด เผยให้เห็นร่างของผู้หญิงผมทองชัดเจนขึ้น
"ถ้าเช่นนั้นก็ขออนุญาตทำงานให้เสร็จโดยไวนะคะ" หญิงสาวแปลกหน้า
เอ่ยน้ำเสียงเรียบง่ายไม่เดือดร้อนก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาผลักรัตติกาลลง
บนผืนดินโดยไม่ปล่อยให้ตั้งตัว เธอชักมีดสั้นขึ้นหวังปาดคอร่างเบื้องล่าง
"เดี๊ยวววว!!" เลขาสาวบีบล็อคข้อมืออีกคนได้ทันกาล

"นี่ฉันไม่รู้จักคุณนะ เราไปปาดหมางจนต้องฆ่าแกงกันตั้งแต่เมื่อไหร่!!"
"อ่า.. ขอประทานโทษค่ะ" หญิงสาวด้านบนลดมีดลงโดยที่ยังค้ำร่างไว้อยู่
"ฉันชื่อ วาเนซเซีย เกร์ดีน เป็นอัศวินประจำตัวของว่าที่ผู้นำอันดับที่สาม
ของกิลเล็ต ได้รับมอบหมายให้มากำจัด เรเน่ กิลเล็ต และคณะค่ะ"
'มาถึงก็เจอตัวโหดเลยเรอะ..' รัตติกาลเหงื่อตกอยู่ในใจ เธอรู้กฏของ
กิลเล็ตดีว่าว่าที่ผู้นำทุกคนจะมีอัศวินประจำตัว ซึ่งพวกเขาต้องมีฝีมือมาก
ถึงเธอคนนี้จะดูสุภาพแต่การง้างมีดในครั้งนั้นก็หาได้มีความลังเลเจือปนอยู่

'ปึก!!' เลขาสาวใช้โอกาสขณะที่ศัตรูกำลังเผลอผลักตัวเองออกมา
เธอรีบลุกขึ้นยืนและถอยห่างออกไปอีก วาเนซเซียมาคนเดียว นั่นแสดงถึง
ความมั่นใจในตัวเองชัดเจน แล้วทำไมเธอถึงได้ซวยมาเจอตัวเก่งแบบนี้นะ..
ซวย?.. ไม่สิ บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องที่ถูกเซ็ตไว้แล้วว่าเธอจะต้องเจอ
เรื่องแบบนี้ รัตติกาลถอนหายใจเบื่อหน่ายก่อนจะตั้งท่าศิลปะต่อสู้ป้องกันตัว
ชนิดหนึ่งที่เธอเคยร่ำเรียนมา อันที่จริงก็เรียนเพื่อที่จะได้เข้าใกล้มนุษย์ชาย
ชาตรีขึ้นอีกหน่อย ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าต้องมาใช้จริงในสถานการณ์ที่มีชีวิต
เป็นเดิมพันเช่นนี้

"ขอโทษนะคะ ดิฉันยังมีคนไข้ที่ต้องดูแล เงินเดือนก็ยังไม่ได้ใช้ คงจะ
ตายอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอกค่ะ" แววตาของเลขาสาวผลันเปลี่ยนจริงจัง
เธอทั้งกลัวและลนลานจนประครองสติแทบจะไม่อยู่ แต่ก็จะไม่ยอมแพ้เช่นกัน
วาเนซเซียสัมผัสได้ถึงกระแสที่แปรเปลี่ยน เธอจึงเริ่มพุ่งเข้าหาเป้าหมายอีกคราว

.
.
.

"ไม่มีใครผ่านมาพักใหญ่ๆแล้วนะครับ บางทีเราน่าจะไปสมทบกับคนอื่นๆ"
ฝั่งนรินทร์ที่ตอนนี้ยังคงนั่งหลบอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่เริ่มตัดสินใจเคลื่อนไหว
"....." ไม่มีคำตอบจากชายข้างกาย นรินทร์หันหน้าหาหวังเรียกคำตอบ
"โทษที.. ฉันแค่กำลังคิดว่านายดูไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่" รายตอบ
"ฮะๆๆ คิดว่าผมเจอเรื่องแบบนี้มากี่รอบแล้วละครับ" นรินทร์ตอบติดตลก
"ตอนนี้ฉันมองแทบไม่เห็นไม่ต่างอะไรกับนายเลย เราควรจะรอดูอีกหน่อย"
"แล้วคุณเรเน่จะไม่เป็นไรเหรอครับ?" ชายตาบอดถามน้ำเสียงเป็นห่วง
"มันไม่เป็นไรหรอกมั้ง อยู่กับปีศาจขาวสแตนด์ฟอร์ดนี่นะ.."

.
.
.

ดวงตาสีมะนาวจับจ้องอยู่ที่ร่างชายชุดสูทมากมายที่นอนกองกันอยู่ที่พื้น
เบื้องหน้าเธอคือชายชุดขาวผู้ยังคงยืนหยัดอยู่เป็นคนสุดท้าย เขาร่าย
สายตานับจำนวนคนบนพื้นพลางยกมือเช็ดเลือดแผลมุมปากที่พึ่งทำแผล
ไปหมาดๆแต่ก็มีเหตุให้แผลฉีกอีกจนได้

"นายหญิงครับ คนอยู่ตรงนี้เกือบครบจำนวนที่คุณนรินทร์แจ้งไว้แล้ว
ขาดแค่คนเดียวครับ" สแตนด์ฟอร์ดกระชับเสื้อสูทให้เข้าที่เข้าทาง
"รีบไปหากันเถอะค่ะ ฉันเป็นห่วงรัตติกาลชอบกล" เรเน่เอ่ยกังวล
"แน่ใจนะครับว่าไม่มีคนอื่นนอกจากนี้แล้ว โชคดีที่ตรงนี้ฟ้าโปร่ง
แสงจันทร์ส่องถึงพอดี ไม่เช่นนั้นผมคงจะรับมือลำบากขึ้นมาก"
"นรินทร์อยู่เกือบต้นปากทาง ทุกคนจะต้องผ่านทางนั้นเพื่อเข้ามา
เพราะฉะนั้นไม่พลาดหรอกค่ะ อีกคนที่เหลืออยู่คงจะเป็นอัศวิน
ของลุงสามสินะ" พวกเขาทิ้งคนเจ็ดคนนอนไร้สติอยู่เบื้องหลัง
และเร่งรีบเดินหน้าต่อเพื่อตามหาเลขาสาว

"รัตติกาล ได้ยินรึเปล่า!!" เรเน่ตะโกนเรียกด้วยความกังวลที่มากขึ้น
"คุณรัตติกาลครับบ!!" หนุ่มบอดิการ์ดชั่วคราวช่วยด้วยอีกแรง
พวกเขาทั้งวิ่งทั้งตะโกนอย่างไม่เกรงกลัวว่าจะถูกจับได้อีกต่อไป
นรินร์และรายที่ได้ยินเสียงเรียกนั้นตัดสินใจออกมาสมทบรวมตัว
ต่างคนต่างใจไม่ดี แต่ก็พยายามกันอย่างเต็มที่ในการค้นหา
"เราคุมสถานการณ์ได้แล้วเหรอ?" รายเอ่ยถามอย่างไม่เชื่อใจตัวเอง
"ยังค่ะ เหลืออีกคนนึง คาดว่าน่าจะเป็นอัศวินของลุงสาม"
"งั้นรีบหากั.."
"กรี๊ดดดดดด!!"

"รัตติกาล!!"

ทุกคนรีบวิ่งไปยังต้นเสียง นรินทร์ที่ไม่ชอบให้ใครนำทางบัดนี้
ยอมให้เรเน่จูงนำทางอย่างเต็มใจเพราะเป็นห่วงเลขาสาวเต็มทน
"หืม? มากันครบเชียว.." หญิงสาวผมทองเหลือบสายตามอง
ระหว่างเบี่ยงตัวหลบการต่อสู้ รัตติกาลหันมองพรรคพวกด้วย
น้ำตาที่นองอยู่บนใบหน้า เรเน่ผู้ไม่เคยเห็นเลขาสาวในมุมนี้
มาก่อนรู้สึกเจ็บปวดใจ เพราะเธอทุกคนถึงได้ต้องลำบาก..
"ฉันขอออกคำสั่งให้คุณหยุดการกระทำทั้งหมดเดี๋ยวนี้"
"ฉันเป็นอัศวินของท่านสาม ไม่มีเหตุจำเป็นต้องฟังคำของ
ว่าที่ผู่นำชั้นต่ำที่ไม่มีใครสนใจ" วาเนซเซียใช้จังหวะที่
รัตติกาลกำลังดีใจในการใส่หมัดที่กลางท้อง หญิงสาวเลขา
ผู้ที่คุมสถานการณ์มาได้สักใหญ่ๆตอนนี้ทรุดตัวลงกับพื้น

รัตติกาลมีทักษะการต่อสู้และชำนาญศิลปะการป้องกันตัวสูง
มากถ้าคิดในแง่ว่าเธอเรียนในเชิงของงานอดิเรก แต่ยังไง
ซะศิลปะป้องกันตัวก็ย่อมมีไว้ป้องกันตัว ไม่ได้มีไว้ต่อสู้
แต่อย่างใด ระหว่างที่ทุกคนกำลังตกใจกันอยู่นั้นสแตนด์-
ฟอร์ดก็ดึงกระบอกปืนข้างลำตัวของรายและเข้าประชิด
จ่อศีรษะอัศวินสาวด้วยความเร็วไวชนิดที่ไม่มีใครตั้งตัวทัน
"ผมไม่พกปืนเพราะไม่อยากทำร้ายใคร คุณหนูสอนผมว่า
ทุกคนล้วนเป็นที่รักของใครสักคน มันจะดีกว่าถ้าคุณวางอาวุธลง"
หญิงสาวผมทองหัวเราะในลำคอก่อนจะวางมีดลง แต่ทันใดนั้น
เองที่เธออาศัยจังหวะที่กำลังลุกในการชักมีดพกอีกเล่มหวัง
แทงเข้าหาหนุ่มผมขาว สแตนด์ฟอร์ดมองตามทัน
ปัดมีดออกจากพันธนาการ เขากระชากข้อมืออีกฝ่ายดึงเข้า
หาตัวก่อนจะจ่อปืนลงกลางใจ

"หยุดเถอะครับ"




TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Tue 25 Aug 2015, 23:07

EP.17

"ขอโทษที่รบกวนเวลาอาหารเย็นนะคะ"
'แกร๊ง'

เสียงส้อมตกลงกับพื้นดังขึ้นเมื่อหญิงสาวคนหนึ่งได้ปรากฏกาย
ขึ้นภายใต้โถงรับประทานอาหารใหญ่ในอาณาเขตของผู้อื่น
"ทำไมถึงทำหน้าเหมือนเห็นผีอย่างนั้นละคะ ลุงสาม?"
น้ำเสียงที่ดังนั้นยังคงติดเป็นน้ำเสียงอ่อนหวานไพเราะ
แต่โทนเสียงนั้นกลับเย็นเฉียบสร้างบรรยากาศราวกับขั้วโลกเหนือ
เรเน่ถือวิสาสะเข้ามาในบ้านผู้อื่นโดยไม่คิดถามเจ้าของสถานที่
ด้านหลังของเธอคือวาเนซเซียผู้อยู่ในการควบคุมของราย
เขาใช้ปืนดันหลังให้หญิงสาวบอดิการ์ดเดินไปข้างหน้า
"วาเนซเซีย!!" เจ้าของบ้านตกใจตะโกนเอ่ยชื่ออัศวันของตน
"ท่านชาย ดิฉันไม่เป็นไ.." รายกระแทกปืนให้อีกฝ่ายเงียบลง

บอดิการ์ดภายในบ้านพากันแตกตื่นและทำท่าจะเข้าไปจับผู้มาเยือน
แต่เจ้าของบ้านก็ยั้งเอาไว้ เรเน่เดินไปนั่งลงยังหัวโต๊ะอาหารอีกฝั่งหนึ่ง
ก่อนพาดขาไขว่ห้างวางท่าที อย่างน้อยตอนนี้ก็พอวางใจได้เพราะเธอ
ให้สแตนด์ฟอร์ดดูแลรัตติกาลรวมถึงพาทุกคนกลับไปที่บ้านแล้ว
"ไม่ทราบว่าหนูไปทำอะไรให้ลุงสามไม่พอใจหรือคะ ถึงได้ต้อง
วางแผนจะฆ่าจะแกงกันแบบนี้ ในฐานะญาติแล้วมันทำให้รู้สึกแย่
นะคะที่โดนคนในสายเลือดปองร้ายแบบนี้" ดวงตาสีมะนาวฉายแวว
เศร้าแว๊บหนึ่งก่อนจะกลับมาขึงขัง เธอหันไปหารายและวาเนซเซีย
ที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องก่อนจะหันกลับมองคู่สนทนาอีกคราว

"เหตุผล? ต้องมีด้วยเหรอ ในเมื่อเรากำลังติดอยู่ในเกมส์บ้าๆนี่กันทั้งคู่"
"เกมส์?.. หมายถึงการชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลงั้นเหรอคะ งั้นการที่มา
มุ่งทำร้ายคนที่ไม่มีอำนาจทางการเมืองเลยเช่นหนูมันยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่
แล้วก็ใช่ว่าหนูจะโดดเด่นหรือมีสิทธิ์อะไรเป็นพิเศษด้วย" เรเน่ยักไหล่
"หรือจะมองในทางกลับกันว่าหนูแลดูอ่อนแอ น่าจะจัดการง่ายกว่าคนอื่น?"
"เรเน่.. หลานมันเจ้าเล่ห์ ถึงตอนนี้จะยังไม่ออกลายแต่ก็ควรจะจำกัด
เสียก่อนที่จะเริ่มมีอำนาจ" เขาพูดระหว่างเหลือบมองวาเนซเซียเป็นพักๆ
"เพราะอย่างนั้นก็เลยหักแขนหนูกับอัศวินของหนูเพื่อให้เราดูสภาพ
ไม่เต็มร้อยภายในการประชุมเพื่อให้ไม่ได้รับการนับถือเชื่อใจจากใคร
อย่างนั้นน่ะเหรอคะ?"

"การที่แขนหนูเป็นแบบนี้มันทำให้หนูลำบากมากเลยนะคะ ไหนหนูจะ
ต้องจ้างเลขาค่าตัวสูงปรี๊ดนั่นมาทำงานแทนอีก หนูจึงอยากจะเรียกร้อง
ค่าเสียหายสักหน่อย เพื่อให้เราเลิกแล้วต่อกันไป" เรเน่เอ่ยเสียงเรียบ
"หลานต้องการอะไร?.." ระหว่างที่สนทนาอยู่นั้นเขาเหลียวมองอัศวิน
ประจำตัวตลอดเวลา แสดงถึงสายสัมพันธ์ลึกซึ้งที่มีต่อกัน
"อืมม คุณลุงกำลังลงสมัครสส.อยู่ใช่ไหมละคะ? ถ้าเกิดคุณลุงชนะ
ขึ้นมาหนูก็อยากจะมีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้สนับสนุนสส.อย่างเป็นทางการ.."
"ไม่ได้ ผู้สนับสนุนสามารถมีสิทธิ์เสียงในการโต้แย้งในระดับหนึ่ง
เพราะฉะนั้นลุงให้เธอไม่ได้.."

'ตึงง!!'

ร่างของวาเนซเซียล้มลงบนพื้น รายเหยียบหลังของเธอและจ่อปืนหลังศีรษะ
"หยุดนะ!!" ว่าที่ผู้นำอันดับสามตะโกนลั่น สีหน้าของเขาดูแตกตื่นชัดเจน
"ดิฉันไม่เป็นไรค่ะ ท่านชายอย่าไปฟังมันนะคะ!!" รายใช้ปืนกดศีรษะเธอลงกับพื้น
"วางใจได้ค่ะ หนูไม่มีความคิดที่จะเอาชีวิตลุงหรืออัศวินของลุงอยู่แล้ว
เพราะกฏของกิลเล็ตเขียนอยู่ชัดเจนว่าเราห้ามฆ่ากันเอง ยิ่งอยู่ในเขตกิลเล็ต
แบบนี้ด้วยแล้วยิ่งเข้าไปใหญ่ เกิดหนูทำเรื่องเข้าพี่หนึ่งคงจะเกลียดหนูแย่"
ถึงจะพูดเช่นนั้นแต่ปืนที่จ่ออยู่บนศีรษะก็ยังหาได้ขยับไปไหน

"แกรู้มั้ยว่าท่านชายพยายามทุกอย่างก็เพื่อเมืองๆนี้ ท่านช่วยเหลือเด็กๆอยู่ตลอด
รายได้จากร้านขนมปังก็นำไปบริจาคอยู่เสมอ ท่านต้องการที่จะขึ้นตำแหน่ง
ผู้นำตระกูลก็เพื่อพัฒนาบ้านเมืองต่อไป ที่ท่านทำทุกอย่างก็เพื่อผู้อื่น!!"
วาเนซเซียตะโกนอย่างไม่เกรงกลัว ความเจ็บใจที่บีบคั้นอยู่ในอกส่งผล
ให้น้ำตาเอ่อไหลออกมา รายเบนหน้าไปทางอื่นเพราะไม่อยากเห็นน้ำตาหญิงสาว

"แล้วไงคะ?"

"ลุงสามเป็นคนพูดเองว่าเราต่างก็ติดอยู่ในเกมส์บ้าๆนี่ และทุกคนก็มีเหตุผล
ของตัวเองที่จะต้องการตำแหน่งผู้นำตระกูล ว่าตามตรงแล้วฉันไม่ได้โกรธ
ที่โดนกระทำในเหตุผลที่ว่ามันคือส่วนหนึ่งของเกมส์ แต่ฝั่งคุณก็ต้องเตรียมใจ
ไว้เช่นกัน ถ้าจะเล็งปืนใส่ใครก็ต้องทำใจไว้อยู่แล้วว่าอาจจะถูกยิง ถูกไหมคะ?"
"ถ้าลุงให้ในสิ่งที่ต้องการแล้วหลานสัญญาได้ไหมว่าจะปล่อยวาเนซเซีย"
"ท่านชาย!!" เรเน่พยักหน้าตกลง เธอพูดทั้งหมดด้วยท่าทีจริงจังและแน่วแน่
ถึงจะอยู่ในสถานการณ์เหนือกว่าแต่ก็ไม่มีการเยาะเย้ยหรือท่าทีหยิ่งยะโสใดๆ
หลุดออกมาเลย อย่างน้อยเธอก็ให้ความเคารพต่อผู้เป็นลุงอย่างแท้จริง

"หนูไม่ได้คิดจะไปเปลี่ยนแปลงสิ่งที่คุณลุงตั้งใจในอนาคต หนูทราบว่า
คุณลุงรักเมืองนี้อย่างแท้จริง หนูเพียงแค่ต้องการหลักประกันว่าเราจะอยู่
ใครอยู่มันอย่างสงบสุขหลังจากนี้ เพราะหนูไม่ต้องการที่จะฆ่าฟันกับญาติตัวเอง"
"ยังไงซะหลานก็ไม่มีช้อยส์ให้เลือกอยู่แล้วนี่นะ" เรเน่ยักไหล่ยิ้มๆ
"ก็ได้ ลุงตกลง ถ้าเกิดลุงได้ขึ้นเป็นสส.เมื่อไหร่ก็ตาม มันจะมีชื่อหลาน
ในฐานะผู้สนับสนุนอยู่ในนั้น" ว่าที่ผู้นำอันดับที่สามเรียกให้ลูกน้องในบ้าน
ไปนำกระดาษสัญญามาเขียนรับรองพร้อมทั้งเซ็นต์ชื่อชัดเจน หญิงสาว
ว่าที่ผู้นำอันดับที่หกอ่านทวนเนื้อหาก่อนจะเซ็นต์ชื่อลงท้าย

"ว่าก็ว่านะคะ ที่นี่มีการ์ดดูแลบ้านอยู่อีกตั้งหลายคน ถ้าลุงคิดจะสู้หนูก็
รับมือไม่ไหวหรอก ทั้งหนูและบอดิการ์ดของหนูก็มีแขนอยู่แค่ข้างเดียว"
"ไม่ใช่ว่าสแตนด์ฟอร์ดอยู่กับพวกเธอเหรอ? พวกลูกน้องแจ้งมาแบบนั้น?"
"สแตนด์ฟอร์ด?.. เขากลับบ้านไปแล้วค่ะ" เรเน่กระพริบตาปริบๆ
"อ อะไรนะ?" เจ้าของบ้านเร่งน้ำเสียงขึ้นนิดหน่อยราวกับหัวเสีย
"เขากลับบ้านไปแล้วค่ะ" หญิงสาวจ้องมองคุณลุงผู้พยายามเก็บอาการ
หัวเสีย รายปล่อยให้วาเนซเซียลุกขึ้นอีกครั้งโดยที่ยังมีปืนจ่ออยู่ข้างกาย

"คุณลุงคะ ก่อนจะไปหนูขอถามอะไรสักอย่างได้ไหมคะ?" เธอลุกขึ้น
จากเก้าอี้โต๊ะอาหารและสาวเท้าไปทางบอดิการ์ด ผู้เป็นลุงพยักหน้ารับ
"นอกจากหนูกับรายแล้วคุณลุงยังเพ่งเล็งเป้าหมายไปที่ผู้ชายอีกคนหนึ่ง
คุณลุงรู้อะไรเกี่ยวกับเขาบ้างคะ?" ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนรินทร์
"ลุงรู้มาจากลูกค้ารายหนึ่งว่าคนรักของเธอ 'บอร์น รอยด์' จะเดินทางมา
เยี่ยมเธอที่สวิตเซอร์แลนด์ในเวลาดังกล่าว" เรเน่เบิกตากว้างเมื่อได้ยิน
"ขอทราบได้ไหมคะว่าลูกค้าคนนั้นเป็นใคร?" ดวงตานั้นมองคู่สนทนาไม่วางตา
"ขอโทษด้วยแต่ลุงไม่สามารถเผยข้อมูลลูกค้าให้บุคคลภายนอกได้.."

'กึก'

เรเน่แย่งปืนมาจากบอดิการ์ดของเธอและประชิดจ่อยัดปากวาเนซเซียทันใด
สร้างความตกใจกันไปทั้งห้อง แม้แต่บอดิการ์ดของเธอเองก็ยังตกใจไม่แพ้กัน

"ขอโทษด้วยเช่นกันค่ะ แต่นี่ไม่ใช่ประโยคขอร้อง.. 'มันเป็นใคร?' "




TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Wed 26 Aug 2015, 00:49

EP.18

'อรุณสวัสดิ์' รายหาววอดอยู่หน้าประตูบ้านว่าที่ผู้นำอับดับที่หก
"อรุณสวัสดิ์ครับคุณราย" สแตนด์ฟอร์ดเอ่ยทักทายมีมารยาท
"ไม่ต้องสุภาพนักหรอก" ผู้มาเยือนโบกมือบอกให้รู้ว่าไม่จำเป็น
"แล้วคนอื่นๆล่ะ?" เมื่อมองซ้ายขวาไม่เห็นใครจึงเอ่ยถาม
"ยังไม่มีใครตื่นเลยครับ ทุกคนนอนอยู่ที่ห้องคุณรัตติกาลกัน"
รายพยักหน้าเข้าใจระหว่างเดินในบ้านด้วยท่าทีคุ้นชิน
"แล้วนายไม่พักผ่อนเหรอ เมื่อวานงานหนักน่าดู?" รายถาม
"ผมนอนแล้วเรียบร้อยครับ ปกติมักฝึกตอนเช้าเลยตื่นเช้าจนชิน"

ทันทีที่พวกเขาเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนรับรองแขกก็ได้พบ
กับร่างหญิงสาวเลขาผู้นอนอยู่บนเตียง สองฝั่งข้างเตียงมีหนึ่ง
หนุ่มและหนึ่งสาวนอนฟุบประกบอยู่เคียงข้าง รายยิ้มน้อยๆ
ระหว่างมองเจ้านายของตนที่หลับสนิทพร้อมไปกับคนอื่นๆ
ก่อนที่จะหยิบมือถือขึ้นจากกระเป๋ากางเกงและ..

'กรี๊งงงงงงง!!!!'
'พรึบบ'

เสียงนาฬิกาปลุกดังสนั่นทำเอาทั้งสามคนเด้งตัวขึ้นมาพร้อมกัน
"ห๊ะ เกิดอะไรขึ้น" รัตติกาลผู้ยังตื่นกลัวรีบดึงผ้าห่มเข้าหาตัว
"ช เช้าแล้วเหรอครับ รู้สึกเหมือนพึ่งได้นอนเอง" นรินทร์งัวเงีย
"เออน่ะสิ จะนอนกินบ้านกินเมืองกันไปถึงไหน แล้วก็ เรเน่
หล่อนมีนัดไม่ใช่รึยังไง?" รายเท้าเอวกร่นน้ำเสียงหงุดหงิด
"โถ่ รายก็หงุดหงิดแต่เช้าเลย เข้าวัยทองแล้วรึยังไงคะ"
ผู้เป็นนายงัวเงียเอาหน้าถูกับเตียงเป็นเชิงขอนอนต่ออีกหน่อย
แต่บอดิการ์ดผู้เข้มงวดก็จัดการด้วยการหยิบหมอนอิงมาปาใส่
อย่างไม่ใยดี เรเน่ลุกขึ้นจากเก้าอี้เลื่อยเข้าไปใกล้รัตติกาล

"อย่าทำตัวโหวกเหวกสิคะ มีคนเจ็บอยู่นะเนี่ยเห็นมั้ย"
คนเจ็บที่ว่าคลำหาหมอนแถวนั้นก่อนหยิบตบหน้าเจ้าของบ้าน
ซ้ำอีกทีด้วยความหมั่นไส้ นรินทร์หัวเราะเริงร่าโดยที่ไม่มีท่าที
จะเข้าไปช่วยแต่อย่างใด บรรยากาศอบอุ่นในตอนเช้าทำให้
รอยยิ้มเผยขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มผู้ประจำการชั่วคราว
"ฮะๆ.. ฮะๆๆ" เสียงหัวเราะเบาๆของสแตนด์ฟอร์ดทำเอา
ทุกคนพากันเงียบและมองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ทันทีที่รู้ตัวว่าห้องเงียบลงเขาก็พยายามเก็บท่าทีของตน
"ข ขอโทษครับ.." เขาก้มหน้าไม่มั่นใจพลางขอโทษแผ่วเบา
"ขอโทษทำไมคะ? เพราะว่ารอยยิ้มของคุณน่ารักมาก พวกเรา
เลยหยุดมองไง" รัตติกาลยิ้มกลับให้อย่างเป็นมิตร

"ม ไม่เลยครับ ..ผมแค่คิดว่าพวกคุณเข้มแข็ง แม้จะผ่าน
เรื่องหนักๆมาก็ยังสามารถยิ้มหัวเราะให้กำลังใจกันได้
ผมรู้สึกแย่ที่ทำให้คุณรัตติกาลต้องบาดเจ็บ.. ให้ผมชดใช้.."
"ได้สิคะ จะให้ชดใช้ก็ได้" เรเน่สวนขึ้นมาแทบจะทันที
ทำให้สแตนด์ฟอร์ดแอบใจหายไม่ได้ ทั้งๆที่เขาได้รับการ
กำชับแล้วว่าให้ดูแลรัตติกาลกับนรินทร์ให้ดี แต่เขาก็ยังพลาด
"ผมจะทำทุกอย่าง!!.." เสียงชายหนุ่มหงอยไปถนัดตา

"ดีค่ะ ถ้าอย่างนั้นต่อจากนี้ก็เลิกเรียกทุกคนด้วย 'คุณ' นำหน้านะคะ"
"อ เอ๊ะ??" ชายหนุ่มผมขาวเงยหน้าขึ้นมองอย่างงุนงง
"ตามนั้นแหละค่ะ เอ.. เน่มีนัดๆ.. ต้องไปแต่งตัว" เจ้านาย
ชั่วคราวพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยทิ้ง
ให้สแตนด์ฟอร์ดยังคงงงอยู่เช่นนั้น เขามองคนอื่นๆที่เหลือ
อยู่แต่ทุกคนก็ทำเพียงยักไหล่และยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร
รายกับนรินทร์เดินออกมาจากห้องบ้าง ส่วนรัตติกาลก็ล้มตัว
ลงนอนและคลุมโปงนอนพักผ่อนสบายใจ ทุกอย่างเกิดขึ้น
อย่างเป็นธรรมชาติในแบบที่สแตนด์ฟอร์ดไม่คุ้นชินมาก่อน
ชายหนุ่มสมาชิกคนล่าสุดของบ้านได้แต่ยืนกระพริบตาปริบๆ
ด้วยรอยยิ้มเขินๆที่ติดอยู่บนหน้า

.
.
.

"ผมไม่คิดเลยนะว่าคุณจะพาผมออกมาข้างนอกในวันแบบนี้"
"ทำไมละคะ? มาเดทฉลองที่เรื่องราวทั้งหมดจบลงด้วยดีไง"
เรเน่หัวเราะชอบใจ ตอนนี้ทั้งสองกำลังเดินอยู่ริมข้างทาง
ใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินสวนไปมา ผู้คนที่เดินผ่าน
พวกเขามักจะเหลียวหลังกลับมองราวกับถูกอะไรบางอย่างดึงดูด
"ผมคิดไปเองหรือเปล่าว่ากำลังโดนมอง" นรินทร์ถามไม่แน่ใจ
"คงเพราะวันนี้นรินทร์หล่อเป็นพิเศษมั้งคะ" หญิงสาวพูดยิ้มๆ
ระหว่างหันมองชายหนุ่มต่างถิ่นในชุดเสื้อโค้ดยาวและผ้าพันคอ
เนื้อบางสีแดงเข้ม วันนนี้นรินทร์มาในลุคเสยผมซึ่งทำให้ดูแปลกตา
กว่าปกติ เรียกได้ว่ามองไกลๆไม่มีใครมองออกแน่นอนว่านี่คือ
ผู้อำนวยการโรงเรียนควิ้นท์ผู้มักปล่อยผมเซอร์ๆคนนั้น



"ม ไม่จริงหรอกมั้ง ผมแต่งตัวแปลกเหรอ คุณรัตแกล้งผมอีกแล้วรึเปล่า?"
และตามประสาของชายหนุ่มป่วยใจผู้ที่ไม่เคยคิดเชื่อว่าจะมีใครรัก
หรือชื่นชมตัวเอง เรเน่ถอนหายใจอ่อนๆก่อนย้ำให้ฟังว่าเขาดูดีแค่ไหน
"แล้วเราจะไปไหนกันเหรอครับ วันนี้ผมถึงได้แต่งตัวดีกว่าปกติ"
"เน่มีนัดกับลูกค้าเก่าคนนึงของบริษัทควิ้นท์น่ะค่ะ" เธอตอบตามจริง
"ถ้าแบบนั้นผมต้องทำตัวเป็นคุณรอยด์หรือเปล่า?" นรินทร์ถามใสซื่อ
แต่กลับทำให้อีกฝ่ายชะงักไปทันตา ชายตรงหน้าเธอไม่เคยคิดว่าเธอ
ต้องการเขา ไม่ว่าเธอจะพยายามอธิบายเช่นไรก็ตาม

"ไม่ต้องค่ะ เราพูดกันแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าจะไม่ทำงาน" เรเน่ยิ้มแห้งๆ
ก่อนลูบแก้มชายหนุ่มเบาๆและหันกลับมาเดินหน้าต่อไป แม้ใบหน้า
จะยังติดรอยยิ้มอยู่แต่ดวงตากลับหมองไปโดยสิ้นเชิง พวกเขาตรงมา
ยังสถานที่นัดหมายซึ่งเป็นโรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
พนักงานโรงแรมนำทางแขกผู้มาเยือนไปยังห้องอาหารที่ตั้งอยู่บนชั้น
สิบสองทำให้เห็นทิวทัศน์ตัวเมืองชัดเจน ทันทีที่มาถึงห้องอาหารเรเน่
ก็เดินตรงเข้าไปแสดงถึงจุดหมายที่ชัดเจน เธอหยุดที่โต๊ะตัวหนึ่งซึ่งมี
คนนั่งอยู่แล้ว เขาคนนั้นคือชายเอเชียวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาสุภาพ
นรินทร์เดินตามเสียงเท้าเจ้านายมาหยุดอยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่

"สวัสดีครับคุณเรเน่ ไม่เจอกันตั้งหลายปี แหม่ พกร่มมาด้วย วันนี้ฝน
จะตกเหรอครับ?" เขาเอ่ยทักทายด้วยภาษาไทยคล่องแคล่ว
ชายไทยอีกคนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยแต่ไม่ได้แสดงออก
"สวัสดีค่ะคุณเทวิน ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะคะ" เรเน่เผยรอยยิ้มหวาน
ก่อนวางร่มพิงโต๊ะอาหารและเลื่อนเก้าอี้นำทางให้ชายหนุ่มร่วมทาง
"สวัสดีคุณบรัชด้วยนะครับ ไม่เจอกันนานเลย" นรินทร์ที่กำลังจะล้ม
ตัวลงนั่งเกิดชะงักเมื่อถูกเรียกด้วยชื่อคนอื่นที่ไม่ใช่ชื่อตัวเอง เขาแสดง
สีหน้าลำบากใจแล้วยืนค้างอยู่เช่นนั้น หญิงสาวกระตุกแขนเสื้อเบาๆ
เป็นเชิงให้อีกฝ่ายนั่งลง จากนั้นจึงหันหาชายกลางคนด้วยสีหน้าจริงจัง

"คือว่า.. บอร์น รอยด์ นั้น.. ได้เสียชีวิตไปแล้วค่ะ"




TBC ๐ ๐ ๐

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Wed 09 Sep 2015, 18:36

EP.19

"เอ๊ะ?"

"บรัชไม่ได้มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วค่ะ" เรเน่เอ่ยย้ำชัดถ้อยชัดคำ
อดีตลูกค้ามองหน้าผู้พูดกับชายอีกคนสลับกันไปมาอย่างไม่เชื่อสายตา
"ค คุณจะบอกว่าผมมองเห็นวิญญาณอยู่อย่างนั้นเหรอครับ.."
คุณเทวินผงะเอนตัวไปด้านหลัง สีหน้าของเขาดูซีดเซียวลงถนัดตา
"ฮะๆๆ ไม่ใช่สิคะ จะบอกว่าคนนี้ๆไม่ใช่บรัชต่างหากล่ะ"
"อ่อ.. ขอโทษนะครับ ผมก็ไม่ได้เจอคุณบรัชมาหลายปีแล้ว
ด้วยแหละ อย่าถือสาผมเลยนะ"

"ไม่เป็นไรหรอกครับ" นรินทร์ยิ้มตอบไม่ถือสา เพราะนี่เป็นเหตุการณ์
ที่เกิดขึ้นบ่อยจนเริ่มจะชินชา ลูกค้าเก่ามองชายหนุ่มตาบอดอย่าง
พินิจพิจารณาก่อนจะหันมองนายจ้างเก่าผู้สวมเฝือกที่แขนข้างขวา
"พวกคุณคงจะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมามาก.." เขาเอ่ยน้ำเสียงเห็นใจ
"อย่าได้ห่วงพวกเราเลยค่ะ คุณเทวินสบายดีหรือเปล่าคะ?"
"ครับ ผมแวะมาทำเรื่องที่ธนาคารโลกเลยถือโอกาสแวะมาหาเพื่อนที่
เมืองนี้ แล้วคุณเรเน่ละครับเป็นยังไงบ้าง บริษัทเป็นไปด้วยดีหรือเปล่า?"
"บริษัทควิ้นท์ปิดตัวลงตั้งแต่บรัชเสียชีวิตแล้วละค่ะ ตอนนี้ฉันมีธุรกิจที่นี่
แล้วก็เปิดโรงเรียนแห่งหนึ่งอยู่ที่ไทย โดยมีผู้ชายคนนี้เป็นผู้อำนวยการค่ะ"

"เห๋~ จะว่าไปแล้วเขาก็แลดูอ่อนโยนมากกว่าคุณบรัชจริงๆด้วย"
"ฮะๆๆๆ" การสนทนาของบุคคลผู้ไม่ได้พบกันนานดำเนินไปอย่างไหลลื่น
ต่างคนต่างเล่าเรื่องที่ตัวเองได้พบเจอมาในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่
เปลี่ยนแปลงไปในสังคม รวมถึงเรื่องการๆงานๆที่นรินทร์ฟังไม่เข้าใจนัก
เวลาล่วงเลยไปจนอาหารลงท้องเต็มอิ่ม เทวินขอตัวไปเข้าห้องน้ำหลัง
จากรับประทานอาหารเสร็จได้ไม่นาน หญิงสาวมองชายสูทเทาเดินผ่าน
ออกไปจากห้องอาหารและยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะหยิบร่มที่วางไว้
"ขอตัวไปเข้าห้องน้ำบ้างนะคะ รออยู่ที่นี่อย่าไปไหนนะ"

.
.
.

"อ้าว คุณเรเน่ มาเข้าห้องน้ำเหมือนกันเหรอครับ?" เทวินถามหลังจาก
ที่เห็นหญิงสาวยืนพิงกำแพงอยู่หน้าห้องน้ำ เจ้าของชื่อหันมายิ้มหวานให้
"ค่ะ เห็นคุณเทวินแว๊บๆก็เลยยืนรอ" เธอก้าวเข้าหาอีกฝ่ายก่อนที่ทั้งสอง
จะเริ่มก้าวเท้าเดินไปด้วยกัน ชายสูทเทาเหลือบมองหญิงสาวร่างบางใน
ชุดกระโปรงวันพีช คอเสื้อกว้างเผยให้ไหล่บางและเนินอกขาวนั้น..
"แค่กๆๆ" ร่มคันยาวถูกใช้เป็นที่ค้ำจุน ร่างบางก้มตัวลงไอทรมานพลาง
จะยกมือขึ้นปิดปาก ชายคนรู้จักรีบเข้ามาลูบหลังอย่างตกอกตกใจ
"คุณเป็นอะไรรึเปล่า!!" ร่างบางโซเซเข้าเอนอิงร่างใหญ่กว่า

"ขอโทษนะคะ.. ฉันคงเหนื่อยๆ มันมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น.."
ดวงตาสีมะนาวช้อนขึ้นมอง แววตาอิดโรยที่แลดูยั่วยวนนั้นอย่าง
ประหลาด ทำให้ร่างสูงต้องเบือนหน้าหนีทั้งยังกลืนน้ำลายดังอึก
"คุณต้องไปโรงพยาบาลหรือเปล่า ผมจะทำอะไรให้คุณได้บ้าง!!"
"ยา.. มันอยู่ในห้อง ฉันเช็คอินห้องไว้ที่ชั้น 14" เทวินจับแขน
หญิงสาวพาดบ่า มืออีกข้างยื่นหวังช่วยถือร่มคันยาว หากเธอ
เพียงส่ายหน้าปฏิเสธด้วยรอยยิ้มบางเบา ร่างสูงโอบคนตัวเล็กกว่า
มุ่งหน้าไปยังห้องส่วนตัว ทันทีที่เข้ามาในห้องหญิงสาวก็ปล่อย
ชายไม่คุ้นหน้าเข้าไปด้านในก่อนที่จะล็อคประตูเบามือ

"ยาอยู่ที่ไหนเหรอครับ?" เทวินมองซ้ายมองขวาหาขวดยา
ภายในห้องขนาดพอดีที่มีจุดสายตาเป็นเตียงคิงไซด์ขนาดใหญ่
เจ้าของห้องไม่ตอบอะไร เธอค่อยๆเดินไปล้มตัวลงนั่งที่เตียงนุ่ม
ดวงตาสีมะนาวจ้องมองผู้มาเยือนผู้ยืนก้มๆเงยๆอยู่ที่ชั้นหนังสือ
มือยังคงถือร่มอยู่ คนหาของสัมผัสได้ว่าถูกจ้องอยู่จึงหันมองหญิงสาว
ผู้เงียบไปก่อนจะเดินมาเบื้องหน้าและย่อตัวลงนั่งยองๆกับพื้น
"คุณคงจะผ่านเรื่องลำบากมามากตั้งแต่ที่คุณบรัชจากไป.."
"ค่ะ.." ร่างบางยันตัวหวังลุกขึ้นหากวิงเวียนสะดุดล้มไปด้านหน้า
เทวินรีบคว้าจับเอาไว้หากก็ไม่สามารถสู้แรงโน้มถ้วงได้
พวกเขาล้มลงกองเกลือกอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ ร่างของหญิงสาว
แนบชิดกายชายคนรู้จัก ร่มคันยาวกระเด็นหล่นอยู่ข้างกาย

"ทุกอย่างมันเลวร้ายมาก.. ตั้งแต่บรัชไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้
การที่ฉันได้พบคุณ มันทำให้นึกถึงช่วงเวลาเก่าๆของบริษัทควิ้นท์.."
เรเน่ไม่เงยหน้าระหว่างพูด เธอเพียงแต่ซบหน้าลงบนผืนอกกว้าง
"ผมไม่รู้เลยว่าคุณบรัชเสียไปแล้ว.. ถ้าไม่เช่นนั้นผมคงช่วยคุณได้บ้าง.."
มือหนาลูบแผ่นหลังของคนบนตัวช้าๆ ไม่มีใครเห็นสีหน้าของกันและกัน
"ทำไมตลอดมาฉันถึงไม่นึกเลยว่าบนโลกใบนี้ยังมีคนดีๆแบบคุณอยู่.."
ร่างบางสั่นครอนเล็กน้อย ดวงตาสีมะนาวช้อนมองชายต่างวัย ดวงหน้า
ที่แสนอ่อนหวานแต่ถูกแต่งเติมไปด้วยความทรมานนั่นกระตุ้นห้วงอารมณ์
ของผู้มองอย่างบอกไม่ถูก มือที่โอบหลังอยู่นั้นค่อยๆเลื่อนมาจับเอว
อย่างเชื่องช้า หญิงสาวขยับมือลูบแผงอกกว้างอย่างแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆ
เลื่อนผ่านไปยังเรือนแขน ไล้ปลายนิ้วไปยังหลังมือสากและประสานจับเอาไว้
เธอชันเข่าพยุงตัวขึ้นเพื่อที่จะมองหน้าอีกฝ่ายได้ชัดเจนขึ้น

"คุณเทวิน.. ฉันสงสัยเหลือเกินว่าทำไมคุณถึงรู้ว่าบรัชกำลังจะมาที่นี่"
"ถึงจะไม่อยากพูดเท่าไหร่ แต่โลกนี้ยังมีคนที่มีความเคียดแค้นต่อคุณบรัชอยู่
ผมก็แค่ได้ยินมาอีกที" เขาตอบอย่างขอไปทีระหว่างลูบไล้เอวบางอย่างหลงใหล
"แต่ถึงอย่างนั้นคุณก็ทราบไม่ใช่หรือคะว่าการบอกข้อมูลการเดินทางกับผู้อื่น
มันเป็นเรื่องที่สามารถนำพาอันตรายมาได้ เราทั้งสองต่างเป็นคนในวงการนี้.."
"ไม่เอาน่า มันก็เป็นแค่เรื่องที่ผมคุยเล่นกับเพื่อน" นิ้วยาวคลึงริมฝีปากบาง
ของหญิงสาวเป็นเชิงให้หยุดถามซักไซร้ สายตานั้นช่างพอใจกับร่างในมือ
"ว่าแต่เราจะอยู่บนพื้นแบบนี้จริงๆเหรอ.." เจ้าของห้องหัวเราะในลำคอขบขัน
"ไม่ชอบเหรอคะ?.. ฉันว่าแบบนี้ก็เร้าใจดี.." มือเล็กกระชับบีบมือที่จับอยู่
มาพาดที่หลังคอตนพลางบอกให้ปลดเฝือกที่ใส่อยู่เพื่อความถนัดที่มากขึ้น
ชายหนุ่มค่อยๆแกะผ้าพันแผลออกช้าๆ เผยให้เห็นข้อมือที่บวมช้ำ เจ้าของ
ร่างที่บาดเจ็บหมุนข้อมือเบาๆ ดูเหมือนตอนนี้มันจะขยับได้ขึ้นบ้างแล้ว

หลังจากที่เฝือกแขนถูกปลดพันธนาการแล้วเธอก็ก้มลงเอาหน้าแนบเคียง
แก้มของอีกฝ่าย ดวงใจของชายชาตรีกำลังเต้นด้วยจังหวะที่แรงขึ้น
เรเน่พ่นลมหายใจที่ข้างหูของเขา มือข้างที่เจ็บตบพื้นควานหาอะไรบางอย่าง
ก่อนที่เสียงหวานจะกระซิบเอ่ยถ้อยคำ..

"คนทรยศ.."
"ฉึกก!!!"
"อ๊ากกกกกกก!!!!"

เสียงร้องทรมานดังลั่น ของเหลวสีแดงไหลทะลักย้อมทับสูทสีเทาตัวสวย
สิ่งแปลกปลอมที่ทิ่มแทงอยู่บนลำตัวณ.บัดนี้คือปลายร่มยาวที่ไม่มีใคร
คาดคิดว่าจะแหลมคมได้เพียงนี้ เจ้าของร่มยังคงจับมันไว้แน่น
"ทำอะไร...อั๊กก!!" พูดยังไม่จบหญิงสาวก็บิดร่มในมือสร้างความทรมาน
"คุณนั่นแหละทำอะไร... ทั้งๆที่งานที่คุณจ้างฉันในอดีต ทั้งฉันและบริษัท
ก็เสี่ยงชีวิตทำมันจนสำเร็จ แต่คุณกลับบอกข้อมูลของคนที่คุณรู้ว่ากำลัง
ถูกปองร้ายให้กับคนอื่นได้อย่างง่ายดาย" เทวินใช้สติที่เหลืออยู่จ้องมอง
หญิงสาวเบื้องหน้า ดวงตาสีมะนาวที่กำลังมองเขาอย่างเย็นชานี้ไม่ใช่สิ่ง
ที่เขาเคยเห็นมาก่อน ร่างนองเลือดพยายามขยับตัวหวังหาความช่วยเหลือ
หากร่างกายกลับไม่ขยับดั่งใจสั่ง หญิงสาวลุกขึ้นยืนก่อนจะใช้มือข้างที่
แข็งแรงดีดึงกระชากร่มออกจากร่างบนพื้น

"อ๊ากกกก!!!"

"อย่าได้ส่งเสียงดังไปเลย โรงแรมนี้ตั้งอยู่ริมถนน ตัวห้องจึงถูกจัดทำให้
เก็บเสียงเป็นอย่างดีเพื่อที่จะได้ไม่มีเสียงรถรบกวน และมันก็เก็บเสียงจาก
ด้านในด้วย แล้วก็ไม่ต้องตกใจไป ฉันไม่มีความคิดที่จะฆ่าคุณ เสียเลือดแค่นี้
ไม่ตายหรอกค่ะ เหล็กที่ปลายร่มมันเคลือบไปด้วยยาชาคุณก็เลยขยับไม่ได้เฉยๆ"
"ต้องการอะไรจากฉันกันแน่!!" เทวินโวยวายด้วยสติที่เลือนลางลงทุกที
"เข้าเรื่องเร็วจัง ฉันคิดว่าคุณจะอยากคุยกับฉันมากกว่านี้ซะอีกนะ.."
เรเน่ยักไหล่ทีเล่นทีจริงก่อนจะเปลี่ยนสำเนียงกลับจริงจังอีกคราว
"อย่ายุ่งกับคนของฉันอีก ไม่งั้นเมียคุณที่ทำงานที่'....'กับลูกสาวที่
โรงเรียนเอกชน'...'จะต้องพบกับสิ่งที่คุณกำลังประสบอยู่"
สายตาคนเจ็บฉายแววตกใจเมื่อได้ยินชื่อที่ทำงานและโรงเรียนที่คุ้นเคย
หากไม่ทันได้ตอบโต้อะไร ความทรมานที่มีก็ส่งผลให้สติเลือนลางหมดสิ้นไป
เจ้าของห้องมองร่างนองเลือดด้วยท่าทีสงบนิ่ง ก่อนจะเหวี่ยงร่มทิ้งลงบนพื้น

"ฉันจะไม่ให้อภัยใครก็ตามที่จะสร้างความเจ็บปวดให้แก่นรินทร์..
ไม่จนกว่าเขาจะสามารถใช้ชีวิตใต้ผืนฟ้าได้อย่างสงบสุขอีกครั้ง.."


Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Thu 10 Sep 2015, 18:19

EP.20

'ก๊อกๆ'

เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่เสียงบอกอนุญาตจะตามมาไม่ห่าง
เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปก็พบกับร่างบางของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียง
เธอมองออกไปนอกหน้าต่างที่เปิดอยู่ ลมเบาๆพัดเรือนผมสีดำสยาย
"ไม่ค่อยคุ้นกับภาพหมอที่นอนอยู่บนเตียงแบบนี้เลยนะคะ" ผู้มาเยือน
หยอกล้อ รัตติกาลหันมาแบมือให้ สร้างความสงสัยให้กับอีกฝ่าย
"อะไรเหรอคะ?" เรเน่เดินมาข้างเตียงก่อนล้มตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็ก
"แล้วคิดว่าดิฉันเป็นแบบนี้เพราะใครละคะ จ่ายค่าจ้างพิเศษมาซะดีๆ"
เลขาสาวหรี่ตามองผู้เป็นนายขณะกวักมือเรียกร้อง

"ฮะๆๆ ทำไมถึงพูดอย่างนั้นละคะ" เสียงกลั้วหัวเราะดังอารมณ์ดี
"คิดว่าดิฉันรู้ไม่ทันเหรอคะ คนอย่างคุณไม่มีทางพาผอ.ออกไป
ข้างนอกหรอกถ้าไม่แน่ใจอยู่แล้วว่ามันจะปลอดภัย แล้วมันก็ไม่มี
เหตุผลที่ต้องออกไปตอนหัวค่ำ นอกจากเป็นการรอให้ดิฉันตื่นเต็มตา"
บรรยากาศห้องผลันเงียบสนิท เรเน่มองต่ำด้วยแววตาที่หมองไป
"สมแล้วที่เป็นคนที่ฉันเลือก.. ถูกต้องแล้วที่ฉันหวังให้คุณช่วย
โดยที่ไม่ได้บอกคุณก่อน แต่ฉันไม่เคยคิดให้คุณไปเจอกับคน
ระดับอัศวินส่วนตัว มันเป็นความผิดพลาด.. ฉันขอโทษจริงๆ"
รัตติกาลมองคนพูดด้วยสายตาพินิจพิจารณาและอารมณ์ที่ไม่ดีนัก

"ดิฉันหวังว่าคุณจะไม่ใช้จิตแพทย์ของคุณเป็นตัวหมากในกระดานนี้อีก
มันเป็นเรื่องยากที่จะหาคนมารักษาคุณ ใครจะรับคนนิสัยเสียแบบคุณได้"
"การที่คุณพูดเหมือนให้ความสำคัญกับฉันมากกว่าตัวเองมันทำให้ฉัน
รู้สึกผิดยิ่งกว่าเก่า" เรเน่เบนหน้าหันไปทางอื่น ทางฝ่ายหมอเองก็เช่นกัน
"มันเป็นหน้าที่ของหมอที่ต้องรักษาคนไข้ให้หาย ไม่ว่าต้องแลกกับอะไร
ก็ตาม.. แต่ถ้าเลือกได้ก็อย่าให้ดิฉันรับบทบู้นักเลยค่ะ" เธอถอนหายใจเบาๆ
"แล้วนี่ไปก่อเรื่องอะไรมาอีกละคะ ถึงได้ไม่มองหน้าดิฉันเลย?"
"เปล่านี่คะ ฉันก็แค่รู้สึกผิดที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณต้องเจ็บตัว"
"ถ้าคุณโกหกหมอของคุณอีกดิฉันจะไปบอกผอ.นะคะว่าคุณอาการแย่ลง"
เรเน่รีบหันควับหาจิตแพทย์ส่วนตัว เพราะอย่างนี้ไงล่ะเธอถึงไม่ชอบรัตติกาล
เถียงไม่เคยชนะเสียที

"ก ก็ได้ๆ แค่มองใช่ไหมคะ ฉันบอกไม่ได้ว่าไปทำอะไรมา แต่มันเป็นสิ่งที่ต้องทำ"
ดวงตาสีมะนาวจับจ้องด้วยสายตาหนักแน่นจริงจัง จิตแพทย์มองกลับด้วยสายตา
ที่เหมืองมองทะลุเข้าไปในจิตใจ จากนั้นจึงเหลือบมองคราบเลือดที่เปรอะเปื้อน
แขนเสื้อด้านในซึ่งคาดว่าเจ้าตัวคงไม่ทันได้สังเกต หมอสาวมองโดยไม่พูดอะไร
"แล้วนี่ผอ.ไปไหนซะแล้วล่ะคะ?" หัวข้อการสนทนาถูกเปลี่ยนเพื่อจบการไต่สวน
"น่าจะพักผ่อนอยู่ในห้องนะ ว่าแล้วตอนขากลับเขาดูซึมๆยังไงไม่รู้ เมื่อไหร่นรินทร์
จะอาการดีขึ้นนะ ขนาดได้มาสูดอากาศที่นี่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีกว่าเดิมตรงไหนเลย.."
"เพราะว่าเขาอยู่'ที่นี่'ไม่ใช่หรือคะ เขาถึงได้อาการไม่ดีขึ้น" รัตติกาลแย้งขึ้น
"หมายความว่ายังไงคะ?" เจ้าบ้านขมวดคิ้วสงสัย

"เพราะผอ.ต้องมาอยู่ร่วมกับคุณที่เป็นสาเหตุการป่วยของเขายังไงคะ.."

ดวงตาสีมะนาวเบิกกว้าง หมอสาวผู้เห็นสีหน้ารวดร้าวรีบยกมือขึ้นปิดปาก
เธอไม่ได้ตั้งใจเอ่ยความในใจออกไป แต่ปากดันไวกว่าความคิดเสียได้
ไม่มีประโยคใดดังขึ้นอีกหลังจากนั้น รัตติกาลรู้ว่าทุกอย่างที่พูดออกไป
จะกลายเป็นเพียงข้อแก้ตัว ส่วนอีกฝ่ายนึงก็นั่งนิ่งราวกำลังรวบรวมสติอารมณ์
'ครืดด' เสียงเคลื่อนตัวของเก้าอี้ดังขึ้น ร่างบางค่อยๆก้าวห่างออกไป
"นึกได้ว่ามีงานต้องจัดการที่บริษัท ขอตัวก่อนนะคะ" เรเน่ทำท่าจะเดิน
จากไปหากถูกอีกฝ่ายสกัดเอาเสียก่อน

"อากาศเริ่มเย็นแล้ว เปลี่ยนเสื้อก่อนออกจากบ้านก็ดีนะคะ.."

.
.
.

"ไง ดีขึ้นบ้างไหม?" ในคืนวันนั้นเอง ภายใต้ห้องคนป่วยนั้นมีแขก
อีกคนมาเยี่ยมเยียน อันที่จริงก่อนหน้านี้นรินทร์ก็มานั่งเล่นเป็นเพื่อน
รัตติกาลอยู่จนถึงเมื่อเย็น ทุกคนทั้งใส่ใจและเป็นห่วงหมอสาวประจำบ้าน
"ดีขึ้นมากแล้วค่ะคุณราย พรุ่งนี้ดิฉันคงกลับมาเดินเหินได้เป็นปกติแล้ว"
"พักเท่าที่ต้องการเถอะ แล้วนี่เห็นเรเน่บ้างไหม?" ชายหนุ่มกรอกสายตา
รอบห้องหากไม่พบสิ่งที่ตามหา คำถามนั้นสร้างความแปลกใจให้กับผู้ฟัง
"คุณเรเน่ออกไปบริษัทตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้วค่ะ" รายขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยิน
"หืม? แต่ฉันพึ่งกลับมาจากบริษัทสดๆร้อนๆเลยนะ จะว่าสวนกันก็คงไม่ใช่"
ดวงใจของหญิงสาวกระตุกวูบ ว่าแล้วเชียวว่าทำไมถึงรู้สึกกังวลใจ
"คือ.. ก่อนหน้านี้ดิฉันพลั้งปากพูดไม่ดีกับคุณเรเน่.. เธออาจจะไปที่ไหนสักแห่ง.."
รัตติกาลรีบลุกขึ้นแต่หนุ่มบอดิการ์ดรีบเข้าไปกดไหล่บางนั้นไว้กับที่
"เธอไม่ต้องไปตามหาหรอก ถ้าเรื่องเป็นแบบนั้นฉันก็พอรู้ว่ายัยนั่นจะอยู่ที่ไหน.."

.
.
.

รายเดินทางมายังสถานที่แห่งหนึ่งที่อยู่ภายใต้อาณาเขตกิลเล็ต
อันแสนกว้างใหญ่นี้ กว่าจะมาถึงก็ทำเอาฟ้ากลายเป็นสีดำสนิทจนเห็นดวงดาว
เขาเปิดประตูใหญ่ก้าวขาเข้าไปในสถานที่อันมืดมิด มีเพียงแสงจากดวงจันทร์
ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกหลากสีที่พอจะส่องแสงนำทางได้บ้าง ขายาว
เดินผ่านเก้าอี้ยาวสองข้างทางเดินจนมาถึงเก้าอี้ด้านหน้าสุด เขาเงยหน้ามอง
สัญลักษณ์ตัวแทนของพระผู้เป็นเจ้าที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า มือใหญ่ถูกประสานเข้า
ด้วยกันเพื่อสื่อสารถึงพระเจ้าผ่านรูปปั้นขนาดใหญ่ จากนั้นจึงลืมตาและเหลือบ
มองร่างของคนๆหนึ่งที่นั่งก้มหน้าก้มตาอยู่ที่เก้าอี้แถวหน้าสุด

"จะหนีออกจากบ้านก็เลือกที่ที่มันหายากกว่านี้หน่อยสิ" ชายหนุ่มประชดประชัน
"หากถ้าเราหายไปและไม่มีใครหาเราเจออีกเลย มันก็เป็นเรื่องน่าเศร้าไม่ใช่เหรอ"
เสียงใสตอบขึ้นทั้งๆที่ร่างบางนั้นยังคงนั่งก้มตัวงอและประสานมือจรดหน้าผาก
"แต่เธอมีปัญหาทีไรก็มาอยู่ที่นี่ทุกที ตั้งแต่สมัยม.ต้นแล้ว..แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นล่ะ?"
"ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่อยากคิดอะไรในที่สงบๆ ราย'เก็บของ'เรียบร้อยดีไหม?"
"อืม คุณเทวินอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว เขาปลอดภัยดี ความจริงเธอไม่ต้องทำงาน
หนักๆเองแบบนี้เองก็ได้ มันมีแต่จะบั่นทอนสุขภาพจิตของเธอไม่ใช่รึไงกัน"
"มันเป็นสิ่งที่เน่ต้องการ ถ้าคนอื่นทำแทนเขาก็จะรู้สึกแย่แบบที่เน่รู้สึกสิ"
"เฮ้อ ใจดีผิดที่ผิดเวลาอยู่เรื่อย" รายเดินเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าคนที่นั่งอยู่
"สรุปมาที่นี่เพราะรู้สึกแย่เรื่องเทวินเหรอ?" เขาพยายามถามหาสาเหตุอีกครั้ง
"ก็ไม่เชิง เน่มีเรื่องที่อยากจะถามพระเจ้า.."
"เรื่องอะไร?"

"เน่อยากรู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะมีรักที่บริสุทธิ์เช่นพระเจ้า ต้องทำยังไงถึงจะ
มีพละกำลังในการทำสิ่งต่างๆให้คนที่รักอย่างที่พระเจ้าให้ทุกอย่างแก่มนุษย์"
"แล้วพระเจ้าตอบว่ายังไง?" คำถามที่ดูเหมือนล้อเลียนถูกเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"พระเจ้าไม่ตอบอะไรเลย ดูเหมือนว่าจะเลยเวลาทำงานของท่านแล้ว"
"ไม่เห็นยากตรงไหน ที่เธอทำไม่ได้ดั่งพระเจ้า ก็เพราะว่าเธอไม่ใช่พระเจ้าไง"
"เน่ไม่รู้ว่ากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่หรือเปล่า เน่รู้สึกรังเกียจกับการกระทำของตัวเอง
ในวันนี้มาก ถึงอย่างนั้นเน่ก็ตัดสินใจแล้วว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้นรินทร์ได้ใช้
ชีวิตข้างนอกอย่างปกติได้อีกครั้ง แต่หลังๆก็ชักไม่รู้แล้วว่าควรจะทำยังไงกันแน่
รัตติกาลบอกว่านรินทร์ไม่สบายก็เพราะเน่ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะเน่.."
"แต่ถึงมันจะเป็นอย่างนั้นจริงมันก็ไม่ได้แปลว่าเธอจะต้องแก้ทุกอย่างคนเดียว
ซะหน่อย ที่เธอรู้สึกแย่เพราะพยายามจะแบกทุกอย่างไว้กับตัวเอง ซึ่งความจริง
แล้วเราไม่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ ทำได้แต่ทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่ทำ"

ดวงตาสีมะนาวช้อนขึ้นมองชายหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอัดอั้น
รายสบตาด้วยพักหนึ่งก่อนจะชำเลืองมองไปอีกฝั่ง สำหรับเขาแล้วหญิงสาว
ผู้มากไปด้วยอำนาจคนนี้ก็เป็นเพียงแค่คนธรรมดา เป็นแค่มนุษย์อ่อนแอคนหนึ่ง
เรเน่โน้มศีรษะพิงลำตัวร่างสูงเบื้องหน้า ไหล่เล็กที่แบกภาระมากล้นกำลังสั่นคลอน
เสียงสะอื้นดังขึ้นเบาๆดังขึ้น หยาดน้ำตาหยดลงพื้นไม้หยดแล้วหยดเล่า ชายหนุ่ม
นิ่งเงียบมองภาพที่เห็น เขายื่นมือไปใกล้เรือนผมสีครีม ทำท่าเหมือนจะลูกปลอบ
ประโลมหากก็หยุดอยู่เพียงเท่านั้น มือใหญ่ค่อยๆชักกลับข้างลำตัว ร่างสูงยืนนิ่งเงียบ
อยู่เช่นนั้นเนิ่นนาน นานจนเขาแน่ใจว่าคนเบื้องหน้าได้ระบายน้ำตาจนพอใจ จากนั้น
จึงเอ่ยถ้อยคำเรียบง่าย หากกลับตราตรึงใจผู้ฟังอย่างประหลาด

"กลับบ้านกันเถอะ"



TBC ๐ ๐ ๐




Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Thu 10 Sep 2015, 23:00

EP.21

'ฮัดเช้ย!!'
'ฮัดชิ่ว!!'
"เอ่อ.. พวกคุณสองคนป่วยพร้อมกันบ่อยนะครับ"
"ก็เพราะว่า ราย/ยัยนี่ นั่นแหละ!!"

สองเสียงประสานกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ตอนนี้ในรถยนต์
คันสวยประกอบไปด้วยสแตนด์ฟอร์ดผู้เป็นคนขับรถ และสอง
หนุ่มสาวแขนใส่เฝือกที่นั่งจมูกแดงอยู่ที่นั่งด้านหลัง
"ให้ตายสิ แล้วทำไมรายถึงขี่จักรยานไปรับเน่ล่ะ ทั้งๆที่ดึกขนาดนั้น"
"เอ้า ก็คนมันมีแขนข้างเดียว จะเอามือที่ไหนเปลี่ยนเกียรรถ อันตรายตายชัก"
"หล่อนนั่นแหละจะไปไหนไกลทำไมตอนดึกๆดื่นๆ ฉันปั่นจักรยานตั้งหลายโล"
"อ้าว ก็ตอนเดินไปมันยังอากาศดีอยู่นี่นา ..ฮัดชิ้ว!!"
สแตนด์ฟอร์ดส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มที่ติดอยู่ที่มุมปากก่อนจะเลิกสนใจฟัง
และตั้งใจขับรถต่อไป ระยะเวลาที่ผ่านมาทำให้เขาชินชากับเสียงทะเลาะ
วุ่นวายของสองคนนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รถสีดำเคลื่อนที่มายังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งคนขับรถคุ้นเคยเป็นอย่างดี
สแตนด์ฟอร์ดลงมาเปิดประตูให้ทั้งสอง เรเน่มองบ้านหลังใหญ่เบื้องหน้า
ตาไม่กระพริบ มันเป็นบ้านหลังใหญ่สีเขียวอ่อนที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวน
ต้นไม้ใหญ่ แลดูเหมือนบ้านกลางป่าซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าตั้งใจตกแต่งเช่นนี้
หรือคนสวนไม่พอกันแน่ หากเมื่อเหลือบเห็นหญิงสาวในชุดเมดตีมสีเขียว
กากีที่ออกมาต้อนรับกันหลายคนแล้ว คิดว่าคงจะไม่ใช่ปัญหาคนไม่พอ
ถึงที่นี่จะไม่ได้มีคนงานเยอะเท่าบ้านว่าที่ผู้นำอันดับที่หนึ่ง แต่ก็ดูเหลือใช้
เมื่อคิดว่าคนพวกนี้มีหน้าที่ดูแลเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง กับพ่อแม่อีกสองคนที่
ไม่ค่อยมีโอกาสได้อยู่บ้าน ใช่แล้ว ที่นี่คือบ้านของ...

"อ๊ะ พี่หกมาแล้ว~" เสียงล้อรถเข็นกระทบกับพื้นหินดังขึ้น ตามมาด้วย
ร่างสาวน้อยหน้าหวานในชุดกระโปรงที่ไม่แพ้ใบหน้า เธอคือ ริแอร์ กิลเล็ต
ว่าที่ผู้นำอันดับที่เก้าของตระกูลกิลเล็ต สแตนด์ฟอร์ดรีบเดินเข้าหาผู้เป็นนาย
"คุณหนู สบายดีไหมครับ ทุกอย่างเรียบร้อยดีนะครับ?" น้ำเสียงนั้นเจือความกังวล
"สบายดีค่ะ แล้วสแตนน์ฟอร์ดละคะ ได้สร้างความเดือดร้อนให้พี่หกบ้างหรือเปล่า?"
"โอ๊ย ไม่เลยค่ะ ถ้าไม่มีสแตนด์ฟอร์ดป่านนี้พี่น่าจะแขนหักอีกสักข้างสองข้างแล้ว"
"หล่อนมีแขนกี่ข้างนั่น" รายตบมุขหน้าตาย ตามมาด้วยเสียงหัวเราะชอบใจของ
สองสาวพี่น้องที่ชวนกันเข้าไปในบ้าน โดยมีสแตนด์ฟอร์ดเป็นคนเข็นรถเข็นริแอร์

สาวน้อยเจ้าของบ้านนำทางมายังห้องโถงกว้างที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องสมุดขนาดย่อม
กะจากสายตาแล้วห้องสมุดนี้คงจะกินพื้นที่ความสูงประมาณสามชั้น มีทั้งลิฟและบันได
ทั้งสองข้างฝั่งเพื่ออำนวยความสะดวกในการหยิบหนังสือ เงยหน้าขึ้นไปจะพบกับ
กระจกใสบานใหญ่ที่กั้นระหว่างตัวบ้านกับท้องฟ้าสีสดใสยามกลางวัน ห้องสมุดแห่งนี้
ถูกตกแต่งด้วยต้นไม้เลื้อยและเหล่าดอกไม้กลิ่นหอมสร้างความสดชื่นให้บรรยากาศ
เจ้าบ้านเชื้อเชิญให้แขกนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่ม ทันทีที่แขกล้มตัวลงนั่งเหล่าสาวเมด
ก็ตามมารินน้ำชาและวางเซ็ตถาดของว่างลงบนโต๊ะไม้ สแตนด์ฟอร์ดช้อนตัวสาวน้อย
บนรถเข็นขึ้นเพื่อให้เธอได้นั่งบนโซฟา ส่วนตัวเขาล้มตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้น

"ขอบคุณมากที่ให้ยืมตัวสแตนด์ฟอร์ดนะคะ เราผ่านเรื่องครั้งนี้มาได้เพราะเขาจริงๆ"
"ถ้าช่วยพี่หกได้บ้างน้องก็ดีใจค่ะ เท่านี้ครอบครัวเราจะได้อยู่อย่างสงบสุขเสียทีนะคะ"
เรเน่คลี่ยิ้มหวานให้คนเป็นน้อง หากใจนั้นรู้ดีว่าความสงบสุขหาได้มีอยู่ภายในกิลเล็ต
"คือว่า.. ช่วงนี้พี่ทำอะไรอยู่เหรอคะ หนูไม่ค่อยได้ติดต่อกับว่าที่ผู้นำคนอื่นๆ เลยไม่รู้
จริงๆว่าคนอื่นๆเขาทำอะไรกันบ้าง" ริแอร์ถามด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ กลัวว่าจะเป็นการรบกวน
"อืม.. พี่ก็ดูแลบริษัทของพี่ตามปกติ แล้วก็มีเปิดโรงเรียนแห่งหนึ่งอยู่ที่ประเทศไทยค่ะ"
"ร โรงเรียนเหรอคะ!!" ดวงตาสีมรกตเปล่งประกายวาววับ เรเน่มองน้องสาวด้วยสายตาเอ็นดู
"ใช่ค่ะ เป็นโรงเรียนมัธยมที่มีไว้สำหรับผู้พิการและผู้ป่วย.." อธิบายยังไม่จบก็โดนขัดเสียก่อน
"งั้นก็เข้ากับหนูพอดีเลยน่ะสิคะ!!" เสียงใสที่โผล่งขึ้นเปี่ยมไปด้วยปิติอันท่วมล้นจนคนฟังตกใจ
"อ๊ะ.. ขอโทษค่ะ หนูตื่นเต้นมากไปหน่อย แฮะๆ" ดวงหน้าเนียนใสเรือนสีแดงก่ำ

"น้องเก้าของพี่เป็นถึง 'ห้องสมุดกิลเล็ต' ผู้จำทุกอย่างที่เคยอ่านผ่านตาได้ แบบนั้นคง
ไม่จำเป็นต้องไปโรงเรียนหรอกค่ะ ขนาดอาจาร์ยส่วนตัวยังไม่ค่อยมีอะไรสอนเลย ฮะๆๆ"
"ม ไม่ใช่หรอกค่ะ.. มันไม่เหมือนกัน.." เสียงใสตอบตะกุกตะกัก สแตนด์ฟอร์ดเงยหน้า
มองผู้เป็นนายตาไม่กระพริบ ในแววตาสีมรกตของริแอร์นั้นฉายความเศร้าหมองเจือจาง
"คุณหนูคะ ขออภัยที่รบกวนการสนทนาค่ะ แต่มีสายเรียกเข้าจากท่านชาย ตรงจากฝรั่งเศษ"
"คุณพ่อหรือคะ?..." ริแอร์หันมองเรเน่และรายด้วยสีหน้ากังวลใจ เรเน่พยักเป็นเชิงอนุญาต
สแตนด์ฟอร์ดพาร่างบางขึ้นบนรถเข็นและทำท่าจะเข็นไป หากมือเล็กเคลื่อนแตะมือที่จับรถเข็นอยู่
"สแตนด์ฟอร์ดพาพี่หกไปเดินชมตัวบ้านดีกว่าค่ะ พวกพี่เขาจะได้ไม่เบื่อ" ริแอร์เอ่ยเสียงหวาน
"รับทราบครับ" เขาปล่อยให้แม่บ้านเข็นรถเข็นแทนและยืนมองจนกว่าสาวน้อยจะออกจากห้อง
จากนั้นถึงหันกลับมาหาแขกผู้มาเยือนและเชื้อเชิญให้เดินชมบ้านด้วยกัน

พวกเขาเดินผ่านสวนกว้างที่กั้นระหว่างโถงหอสมุดกับตึกพักอาศัย จากนั้นจึงชมห้องสะสม
สิ่งของต่างๆภายในบ้าน นอกจากหนังสือแล้วบ้านหลังนี้ยังมีห้องสะสมสิ่งของแบบแยก
ประเภทเอาไว้อย่างชัดเจน ดูเป็นนักสะสมที่เอาจริงเอาจังเอาเรื่อง สแตนด์ฟอร์ดเดินนำ
มายังสุดโถงทางเดิน เบื้องหน้าเป็นประตูบานใหญ่ หากเขาไม่มีท่าทีจะเปิดมันออกแต่
อย่างใด ผู้นำทางหันมองคนเดินตามด้วยสายตาครุ่นคิดก่อนสูดหายใจเฮือกใหญ่ทีหนึ่ง
"เป็นยังไงบ้างครับ คิดยังไงกับบ้านของคุณหนูบ้าง?" เขาเอ่ยถามน้ำเสียงสุภาพ
"น่าอยู่ดีนะคะ อันที่จริงฉันก็เคยมาที่นี่อยู่บ้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เดินภายในบ้าน"
"แล้วคุณรายละครับ คิดยังไงบ้าง?" เจ้าของชื่อหันซ้ายหันขวาราวตรวจดูอะไรบางอย่าง
"จะว่ายังไงดีล่ะ.. บ้านหลังนี้มีกล้องวงจรปิดเต็มไปหมด กระทั่งในโซนอาศัยก็ยังมี"
ดวงตาสีฟ้าเบิกขึ้นเล็กน้อย ราวกับสิ่งที่ได้ยินนั้นตรงกับสิ่งที่อยู่ในใจพอดิบพอดี
"ใช่ไหมละครับ ตอนผมมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆผมก็ใช้เวลาตั้งเดือนนึงกว่าจะจับจุดบอด
ของกล้องวงจรปิดได้ครบทุกจุด... ซึ่งตรงนี้เป็นหนึ่งในจุดที่กล้องมองไม่เห็นครับ"

"อะไรคือสาเหตุที่เราต้องมาคุยกันตรงนี้หรือคะ?" เรเน่จับสถานการณ์ได้เร็วไว
"นายหญิงจำเรื่องที่ผมเคยเขียนบอกได้ไหมครับ?" รายมองหน้าเรเน่อย่างตามไม่ทัน
"หลังจากตอนประชุมว่าที่ผู้นำสแตนด์ฟอร์ดเขียนข้อมูลบางอย่างที่ไม่เกี่ยวกับการประชุม
มาให้เน่ มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนกในกรง เป็นคำเปรียบเปรยเกี่ยวกับใครสักคน"
"ให้โอกาสผมได้อธิบายเถอะครับ" สแตนด์ฟอร์ดนำมือแนบอกด้วยท่าทีหนักแน่น
ว่าที่ผู้นำอันดับที่หกและบอดิการ์ดของเธอมองหน้ากันพักหนึ่งก่อนพยักหน้าให้กัน
"ก่อนอื่น ท่านทราบไหมครับว่าทำไมคุณหนูถึงเดินไม่ได้?"
"อืม.. ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นการโจรกรรมนะ โจรที่จะเข้ามาขโมยของในบ้านของเธอ.."
"ห๋า? คงไม่ใช่บ้านหลังนี้ใช่ไหม? คนงานก็เยอะ กล้องยิ่งเยอะเสียกว่าตามติดชีวิตแพนด้า"
รายสวนติดตลกเพราะสิ่งที่ได้ยินนั้นช่างฟังดูตลกร้ายเหลือเกิน

"มันเกิดขึ้นในบ้านหลังนี้ครับ" เสียงนิ่งเรียบของสแตนด์ฟอร์ดบอกให้รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง
"เรื่องเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่เธอเป็นเด็กและผมยังไม่ได้เข้าทำงานในบ้านหลังนี้
ในวันที่คุณชายและคุณหญิงไม่อยู่บ้าน มีเพียงคุณหนูและพวกแม่บ้าน"
"ฉันว่ามันแปลกๆนะ ในอาณาเขตกิลเล็ตก็มีแต่พวกเราตระกูลกิลเล็ตและเกร์ดีน
เรามีกฏชัดเจนว่าห้ามฆาตกรรมรวมถึงโจรกรรมภายในพื้นที่แห่งนี้ และทุกคน
ที่อยู่ในอาณาเขตกิลเล็ตก็รู้ดีว่าเวลาพี่หนึ่งโกรธเขาจะน่ากลัวแค่ไหน" เรเน่วิเคราะห์
"จะว่าเป็นคนนอกก็ไม่น่าใช่ การคุ้มกันที่หน้าประตูเขตนั้นเข้มงวดมาก" รายเสริม
"คุณหนูเกิดมาด้วยอาการออทิสติกอ่อนๆมาตั้งแต่กำเนิด เธอไม่สามารถดูแล
ตัวเองในเบื้องต้นได้ เธอไม่ค่อยสนใจว่าเสื้อผ้าหน้าผมตัวเองจะเป็นแบบไหน
แต่ตั้งแต่เด็กมาคุณหนูก็มีความสนใจในหนังสือ รักการอ่านหนังสือและสามารถ
จำหนังสือทุกเล่มที่อ่านได้ แต่กระนั้นก็ไม่มีใครให้ความสนใจในฐานะว่าที่ผู้นำ
เพราะคิดว่าเธอเป็นเพียงเด็กผู้หญิงที่มีอาการออทิสติก" สแตนด์ฟอร์ดอธิบาย

"แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหลังจากที่เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น คนภายในตระกูล
เริ่มรู้จักคุณหนูริแอร์ พวกเขาให้ความสงสารเห็นใจแก่เธอ เธอได้รับการเอ็นดู
ความสามารถของเธอเริ่มเป็นที่รู้จัก จนได้ฉายาว่า 'ห้องสมุดกิลเล็ต' "
หนุ่มผมขาวเล่าไปก็สังเกตปฏิกริยาของผู้ฟังไปพลาง เขาสบตากับหญิงสาว
"เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นตอนเด็กๆ ฉันเองก็รู้จักเธอด้วยชื่อห้องสมุดกิลเล็ตเช่นกัน"
"แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวกับนกในกรงยังไงล่ะ?" รายถามสงสัย
"ผมคิดว่าบางทีเหตุการณ์เลวร้ายของคุณหนูอาจจะเกิดขึ้นจากความตั้งใจ
ของใครสักคน ความตั้งใจของใครสักคนที่ต้องการขายนกในกรงให้เป็นที่รู้จัก"
"ใครกันล่ะที่จะทำเรื่องโหดร้ายแบบนั้น!!" ชายหัวชมพูขึ้นเสียงเล็กน้อย
"ไม่ว่าใครก็ตามแต่ แต่ถ้ามันจริง เขาก็ทำสำเร็จอย่างงดงาม ปัจจุบันริแอร์อยู่ใน
สถานะที่ได้รับความเห็นใจจากว่าที่ผู้นำทุกคน ทุกคนเอ็นดูเธอเป็นอย่างดี"
เรเน่ยกมือเกาคางครุ่นคิด เมื่อมาคิดดูดีๆแล้วแม้แต่เธอเองก็ไม่เคยมอง
น้องสาวคนนี้ในฐานะคู่แข่งเลยแม้แต่น้อย และก็ไม่เคยคิดจะปองร้ายด้วย

"ผมสันนิฐานว่าคนทำคือคุณหญิงและคุณชาย พ่อแม่ของเธอ" สแตนด์ฟอร์ด
กดเสียงต่ำ หากเสียงกระซิบนั้นกลับสัมผัสได้ถึงความโกรธเคืองชัดเจน
"ทำไมถึงคิดอย่างนั้นคะ?" เรเน่ถามด้วยสีหน้าไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่
"เพื่อที่จะโฆษณาคุณหนูให้เป็นที่รู้จัก ตั้งแต่ผมอยู่ที่นี่มาผมก็ไม่เห็น
พวกท่านคุยกับคุณหนูสักเท่าไหร่ สายตาที่พวกท่านมองคุณหนูมันไม่
เหมือนกับที่พ่อแม่มองผม มันเหมือนท่านกำลังมองของสะสมชิ้นหนึ่ง
และทำให้คุณหนูเดินไม่ได้เพื่อที่จะเก็บไว้ในตู้โชว์ที่เรียกว่าบ้านหลังนี้
อีกอย่างการที่คุณหนูเดินไม่ได้มันทำให้เธอได้แค่อ่านหนังสือ นั่นเป็น
วิธีที่สามารถทำให้ 'ห้องสมุดกิลเล็ต' สมบูรณณ์แบบมากที่สุด"
"แน่ใจนะคะว่าไม่ได้คิดมากไป?" เรเน่ขมวดคิ้วถาม เธอรู้ดีว่ากิลเล็ต
เล่นเกมส์การเมืองกันภายในเป็นปกติ แต่อย่างน้อยพ่อแม่ของเธอก็
รักเธอจนวินาทีสุดท้ายที่พวกเขาหายใจ มันยากที่จะเชื่อว่าพ่อแม่จะ
ทำเรื่องแบบนี้กับลูก ถึงมันจะส่งผลดีต่อชื่อเสียงของลูกก็ตามแต่
สแตนด์ฟอร์ดเห็นเรเน่ดูไม่ค่อยเชื่อก็ใจหาย เขาไม่รู้จะทำเช่นไร
ชายหนุ่มล้มตัวลงคุกเข่ากับพื้นและก้มศีรษะจรดพื้นเย็บเฉียบ

"ขอร้องละครับ เชื่อผมเถอะ ได้โปรดช่วยคุณหนูออกจากกรงแห่งนี้ด้วย!!"



TBC ๐ ๐ ๐


Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Nearmoki-2b on Sun 13 Sep 2015, 20:40

EP.22

"พี่คะ หายไปไหนมาตั้งนาน" เสียงใสเอ่ยเรียกคนสามคนที่เดินกลับมายัง
หอสมุดอีกครั้ง แก้มใสพองเล็กน้อยบอกให้รู้ถึงระยะเวลาในการรอ
"ขอโทษนะคะ บ้านของน้องทั้งกว้างและมีของน่าสนใจเต็มไปหมด
เลยใช้เวลาเสียนานเลย" เรเน่เกาศีรษะก่อนล้มตัวลงนั่งที่โซฟาตัวเดิม
"แล้วคุณอาสบายดีไหมคะ?" เธอถามถึงผู้เป็นพ่อของเด็กสาวเบื้องหน้า
"คุณพ่อสบายดีค่ะ ท่านฝากสวัสดีทั้งสองคนเลยนะคะ" เสียงใสมาพร้อม
รอยยิ้มหวาน หากดวงตานั้นแลดูหมองมน เรเน่ลุกขึ้นไปยังโซฟาฝั่ง
ตรงข้ามและล้มตัวลงนั่งชิดใกล้น้องสาวของเธอ ก่อนจะจับมือเล็กไว้
"น้องเก้า จำเรื่องที่เราพูดกันไว้เมื่อครู่ได้มั้ยคะ?" ผู้เป็นพี่ถามเสียงนุ่ม
"โรงเรียนเหรอคะ!!" อีกครั้งที่เสียงใสดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น

"ค่ะ" เจ้าของโรงเรียนหยิบสมาร์ทโฟนแอปเปิ้ลแหว่งในกระเป๋า
กระโปรงออกมาและเปิดรูปตึกสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งดูหรูหราโอฬาร
หากก็แฝงไปด้วยความอบอุ่นและบรรยากาศแสนร่มรื่น ผู้คนในรูป
เหล่านั้นคือเหล่าเด็กสาวที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ดวงตาสีมรกตของ
เด็กสาวจ้องรูปเหล่านั้นด้วยดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับ
"พ พี่หก นี่คือโรงเรียนของพี่เหรอคะ มันสุดยอดไปเลยค่ะ!!"
คนตัวเล็กยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนแทบจะหลุดเข้าไปในจอมือถือ
"ฮะๆๆๆ ใช่แล้วค่ะ พี่ปรารถนาให้สถานที่แห่งนั้นเป็นสถานที่
ที่รวบรวมความสุขที่ไม่สมบูรณ์แบบเข้าด้วยกัน เป็นสถานที่
ที่ทำให้ทุกคนมีความสุขที่สุดในแบบของตนเอง"

"ดีจังเลยนะคะ..ถ้าหนูได้ไปที่นั่นบ้าง.." สายตานั้นยังคง
จับจ้องอยู่กับรูปภาพของสถานที่ที่ตั้งอยู่แสนไกล
"อยากลองดูไหมละคะ?" อยู่ๆอีกเสียงก็ถามขึ้นกะทันหัน
"เอ๋?" ริแอร์หันควับหาคนพูดด้วยสีหน้าไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
"อยากลองเข้าไปเรียนดูสักพักไหมคะ?" เรเน่ขยายคำพูด
"อ เอ๊ะ?? พี่หกพูดเรื่องอะไรกันคะ โรงเรียนนั้นอยู่ตั้ง
อีกฝั่งหนึ่งของโลก หนูจะเดินทางไหวได้ยังไงกันคะ!!"
"ก็ย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนเลยไงคะ คนส่วนใหญ่ก็อยู่หอกัน"
"อ อย่าพูดเหมือนง่ายสิคะ แล้วงานที่หนูต้องรับผิดชอบล่ะ.."
"คุณหนูครับ!!"

เสียงของสแตนด์ฟอร์ดขัดการสนทนาขึ้น ว่าที่ผู้นำอันดับที่เก้า
หันมองอัศวินของตนด้วยสีหน้าสับสน ตามสถานการณ์ไม่ทัน
"ผมเป็นคนเล่าให้นายหญิงฟังเองว่าคุณหนูไม่เคยไปโรงเรียน
มาก่อน และมีความใฝ่ฝันอยากที่จะไปโรงเรียนมาตลอด
นั่นคือสิ่งที่ผมได้ยินมาตลอดตั้งแต่ที่เรารู้จักกัน ผมอยากให้
คุณหนูลองเปิดใจฟัง" สแตนด์ฟอร์ดอธิบายอย่างใจเย็น
ริแอร์มองหน้าหนุ่มผมขาวก่อนกลับมาหายใจช้าลงเป็นปกติ
"พี่ไม่ได้จะบังคับอะไรน้องนะคะ พี่แค่เห็นน้องสนใจมาก
ก็เลยลองเสนอดู ในเมื่อเราช่วยพี่ตั้งขนาดนี้ พี่ก็ต้องอยาก
ทำอะไรสักอย่างเป็นการตอบแทนบ้างอยู่แล้ว"

"แต่ว่า.. ถ้าหนูไม่อยู่แล้วใครจะเป็นคนดูแลหุ้นที่เราถืออยู่"
"ตอนนี้หากบรรจุน้องเข้าไปในโรงเรียน น้องก็จะอยู่ชั้น ม.5
ซึ่งมีเวลา 1 ปีภายในโรงเรียนแห่งนั้น ถ้าน้องไม่รังเกียจจริงๆ
แล้วละก็ พี่ก็ไม่มีปัญหาในการดูแลหุ้นตัวที่น้องถืออยู่
เพื่อที่น้องจะได้ใช้ชีวิตภายในโรงเรียนได้อย่างเต็มที่"
ริแอร์เบิกตามอง ใจเธอนั้นอยากจะตอบตกลงอยู่เต็มแก่
แต่ถึงอย่างนั้นหน้าที่ที่พาดอยู่บนไหล่ก็ทำให้ต้องหยุดคิด
"แล้วสแตนด์ฟอร์ดละคะ.. สแตนด์ฟอร์ดจะไปกับหนูด้วยมั้ย"
"น่าเสียดายนะคะที่สแตนด์ฟอร์ดอายุเกินเด็กม.ปลายไปแล้ว"
เรเน่หัวเราะน้อยๆระหว่างชายตามองหนุ่มผมขาวที่แอบเบ้ปาก

เด็กสาวผมทองกำมือหญิงสาวไว้แน่น คนเป็นพี่บีบตอบเบาๆ
"หนูจะลองถามคุณพ่อคุณแม่ดูนะคะ เรื่องโรงเรียน..แล้วก็.."
"ว่ายังไงคะ?" สาวผมสั้นคลี่ยิ้มคลายกังวลให้
"ถ้าเกิดหนูได้ไปเรียน หนูจะขอฝากสแตนด์ฟอร์ดไว้ในการ
ดูแลของพี่ได้ไหมคะ จะให้เขาช่วยพี่ทำงานหรืออะไรก็ได้
หนูไม่อยากให้เขาอยู่ในบ้านหลังนี้โดยที่ไม่มีหนู เพราะว่า
คนอื่นๆไม่ค่อยชอบเขาเท่าไหร่.." เธอหรี่เสียงลงในประโยคสุดท้าย
"ถ้าสแตนด์ฟอร์ดไม่รังเกียจที่จะอยู่บ้านเล็กๆของพี่ พี่ก็ยินดีค่ะ"
"จ จริงเหรอคะ หนูรักพี่หกที่สุดเลย!!" ร่างเล็กโผกอดพี่สาวแน่น
รายมองภาพสองพี่น้องไม่วางตา ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ยินดียินร้ายใดๆ

.
.
.

เวลาล่วงเลยผ่านเป็นระยะเดือนกว่า จนถึงเวลาที่นรินทร์และ
เลขาของเขาจะต้องกลับสู่ประเทศไทย หากสิ่งที่เปลี่ยนแปลง
ไปจากขามานั้นคือสมาชิกเดินทางที่เพิ่มมาหนึ่งคน
"คุณหนูไม่ได้ลืมอะไรจริงๆนะครับ? ต้องคิดให้ถี่ถ้วนนะครับ!!"
"โอ๊ย สแตนด์ฟอร์ด นี่ก็คิดเป็นรอบที่ร้อยแล้วนะคะ!!"
"แต่ว่า!!.." รัตติกาลส่ายหน้าขบขำกับท่าทีร้อนรนของ
สแตนด์ฟอร์ดที่เธอพึ่งมีโอกาสได้พบเห็น สาวน้อยในรถเข็น
ทำเป็นเข็นรถหนีหากชายหนุ่มก็เดินตามไปไม่ห่าง
"คุณนรินทร์คะ ไปกันเถอะค่ะ ทิ้งสแตนด์ฟอร์ดขี้บ่นไว้นี่แหละ"
ริแอร์เอ่ยภาษาไทยกับชายตาบอดอย่างคล่องแคล่ว ถึงแม้
สำเนียงจะไม่ชัดนักหากไวยากรณ์ก็ถูกต้องชัดเจน

ในระยะเวลาที่ผ่านมานั้นเด็กสาวได้รับการสอนภาษาไทย
โดยชายผู้เป็นผู้อำนวยการของโรงเรียนที่เธอกำลังจะเข้าไปอยู่
เวลาหนึ่งเดือนนั้นเพียงพอให้ 'ห้องสมุดกิลเล็ต' เรียนรู้ภาษาไทย
ได้เกือบทั้งหมด มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนที่มีความสามารถใน
การจดจำเช่นเธอ เมื่อเห็นบอดิการ์ดหงอยไปริแอร์จึงถอนหายใจเบาๆ
"ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอกนะคะ สแตนด์ฟอร์ดเองนั่นแหละ อยู่ที่นี่
ต้องเชื่อฟังในสิ่งที่พี่หกพูดนะคะ อย่าสร้างความวุ่นวายให้เขานะ"
"ฉันว่าเรเน่มากกว่าที่จะไปสร้างความวุ่นวายให้สแตนด์ฟอร์ดน่ะ" รายแทรก
"อ้าว อุส่าห์ยืนเงียบๆแล้วยังโดนอีกเหรอเนี่ย" เรเน่ตบมุกติดตลก
"รับทราบครับ งั้นผมขออนุญาตไปส่งคุณหนูที่หน้าเกททางออกนะครับ"
เรเน่และรายกล่าวลาทุกคนก่อนจะปล่อยให้สแตนด์ฟอร์ดเข็นรถเข็น
และกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เดินห่างไป เหล่าคนที่คุ้นเคยกำลังเดิน
ออกห่างออกไปเรื่อยๆ ทำให้อดใจหายไม่ได้

"เรเน่" รายเรียกระหว่างที่ตายังคงมองกลุ่มคนรู้จักที่เดินอยู่เกือบสุดสายตา
เจ้าของชื่อหันมายักคิ้วให้ สำหรับพวกเขาแล้วภาษากายคือสิ่งที่ถนัดกว่าคำพูด
"บอกหน่อยได้ไหมว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่?" น้ำเสียงที่เอ่ยนั้นติดโทนจริงจัง
"ลองเดาดูสิคะ" ร่างบางยักไหล่ทีหนึ่ง ดวงตานั้นมองริแอร์และหมู่คณะเช่นกัน
"ไม่รู้สิ แต่นี่แน่ๆฉันไม่คิดว่าเธอกำลัง'ช่วย'ริแอร์ นั่นไม่ใช่เรเน่ที่ฉันรู้จัก"
"ทำไมพูดเหมือนเน่เป็นตัวร้ายอย่างนั้นละคะ แต่ก็ถูกแล้วล่ะ มันคือ Give&Take"
"การแลกเปลี่ยน?.. " รายยกมือปิดปากระหว่างครุ่นคิดตามเกมส์ของอีกฝ่าย
เขายืนคิดอยู่พักใหญ่ก่อนที่ดวงตาสีน้ำตาลทองจะเบิกกว้าง ราวกับได้รับรู้บางอย่าง
"เหอะ.. ฉันว่าบางทีเธอน่าจะไปขายตรงดูนะ ต้องรวยแน่ๆ ขายฝันเก่งซะขนาดนี้"
รอยยิ้มเบาบางกระตุกขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว เธอชำเลืองตามองคนข้างตัว

"ระหว่างที่ริแอร์ไม่อยู่เธอจะเป็นคนคุมหุ้นและทุกอย่างที่ริแอร์ดูแลอยู่
ซึ่งหุ้นส่วนนั้นเป็นหุ้นส่วนกลางของกิลเล็ต ถ้าเธอทำให้หุ้นส่วนนั้นเติบโต
ได้มากกว่าช่วงที่ริแอร์ดูแลอยู่ สุดท้ายหัวหน้าตระกูลก็คงจะยกมันให้เธอแทน
แล้วมันก็แน่นอนอยู่แล้วว่าเธอผู้มีประสบการณ์จะต้องทำงานได้ดีกว่าเด็กนั่น ถูกไหม?"
หญิงสาวเผยรอยยิ้มบางๆ แต่ดวงตาสีมะนาวนั้นไม่ได้ยิ้มด้วยแต่อย่างใด
"ในฐานะเพื่อนแล้วเน่รู้สึกดีใจนะคะที่มีเพื่อนที่รู้ใจกันถึงขนาดนี้"
"ฉันก็แค่พยายามนึกสิ่งที่ชั่วที่สุดที่คิดออก.." คำประชดนั่นทำคนฟังเบ้ปากไม่ชอบใจ
"ราย ฝั่งเรากำลังจะเริ่ม'เกมส์'กันบ้างแล้ว ตอนนี้เน่กำลังปูทางให้เรามีกำลังพอที่จะ
รับมือกับว่าที่คนอื่นๆ สแตนด์ฟอร์ดได้ช่วยน้องเก้าให้ออกจากบ้าน แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ
น้องเก้าได้เรียนหนังสืออย่างที่ใจฝัน และเน่ได้สิทธิ์การตัดสินใจแทนน้องเก้า
นี่คือการแลกเปลี่ยนและเราต่างก็ได้ในสิ่งที่ต้องการกันทุกฝ่าย"
"แต่ริแอร์ไม่ได้ถือครองสิ่งที่จะทำให้เกมส์เปลี่ยนหรือทรงอำนาจขนาดนั้นนี่?"
"จริงๆมันก็มีอีกสิ่งที่เน่ต้องการและดำเนินแผนนี้เพื่อที่จะได้มา"
"อะไร?"

"สแตนด์ฟอร์ด"





END

จบโปรเจค GuilletNarin in Summer เรื่องราวของกิลเล็ต
ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ พบกันใหม่ได้ภายในซีรีย์หน้า!! ส่วนคนที่สงสัยว่า Narin in Summer
แต่ไม่มีนรินทร์เลยนี่จะน่าสงสารผอ.ไปไหม (หัวเราะ) คำตอบคือ ซีรีย์นี้เป็นซีรีย์ที่
ต้องการสื่อว่าเบื้องหลังความสงบสุขของชีวิตนรินทร์นั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง สื่อถึงนรินทร์
ผู้ไม่ค่อยได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเอง (เลยไม่ค่อยมีบท) ในซีรี่ย์หน้านั้นเราจะเข้าถึง
ความรู้สึกในฝั่งของผอ.กันมากขึ้น ความรู้สึกของการโดนปกป้อง ความรู้สึกของการ
โดนกีดกันและใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความไม่รู้ และสำหรับใครที่ถูกใจหนูเก้าก็ต้องบอกว่า
เรื่องราวของเธอพึ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!! อย่าลืมติดตามกันต่อไปด้วยนะ!!


AUTOREPLY พิมพ์ว่า:ขอแสดงความยินดี ! คุณได้รับค่าลิขสิทธิ์จากฉายาพิเศษ...
100 x 126,478 x 2 x 0.26
=
+6,576,856 Spirit Point


แก้ไขล่าสุดโดย Nearmoki-2b เมื่อ Sun 13 Sep 2015, 20:45, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Signature ------------------------------------------------>

Nearmoki-2b
Quaint Foundation
Quaint Foundation

INFO. Narin
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ชมรม : สภานักเรียน (★)
สามารถซื้อ LOTTO ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Ore Ore : 362
Spirit Point : 59349786
CHIPS +68 M 801 K 963



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
12285/68400  (12285/68400)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  EinZ on Sun 13 Sep 2015, 20:45

ทิ้งท้ายไว้แบบนั้น
จ จะมีภาคต่อเหรอครับผอ.!!!


Signature ------------------------------------------------>
Blind can't hide your Heart
--Can you hear my heart?---

เป็นปู่นี่มันหล่อจริงๆ ( ͡° ͜ʖ ͡°)



EinZ

INFO. Isara Pattanasak
ผช.ศ.ภาควิชาภาษาเบรลล์
ชมรม : สภานักเรียน (★)
-10% Grade Exp.

Ore Ore : 299
Spirit Point : 98451509
CHIPS +63 M 48 K 764

สามารถ สวมใส่-ถอด เข็มกลัดชิ้นนี้ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไอเทม | ไม่เสียค่าใช้จ่ายของกรงในการเก็บมาสค็อตที่ติดประกาศนียบัตรนี้ลงคลังมาสค็อต

PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
436/1720  (436/1720)

ดูข้อมูลส่วนตัว http://dongseng23.deviantart.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Narin in Summer [EP.22][END]

ตั้งหัวข้อ  Rokutodes on Sat 02 Jul 2016, 11:56

จบแล้วๆ สำหรับเบื้องลึกเบื้องหลังของทาง กิลเลต อ่านสนุกมากๆเลยครับ
อ่านได้เรื่อยๆไม่มีสะดุด จะติดตามไปเรื่อยๆนะครับ

Rokutodes

INFO. Dasakorn Anekkarn
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3
ชมรม : ตะหลิวทองคำ
-1% Grade Exp. | x2 VALENTINE POWER TAG Ability

Ore Ore : 115
Spirit Point : 21908662
CHIPS +938 K



PASSPORT
[ VISA ]:

[ Grade Exp. ]:
1435/1470  (1435/1470)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 2 จาก 2 Previous  1, 2

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
QUAINT & NOBLEMAN (EST.1990) © Copyright 2015, All Rights Reserved.